<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 06:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อดีตรองอธิการมธ.ชำแหละทักษิณตอน4ภาคจบ ฟางเส้นสุดท้ายเรื่องการขายหุ้นชินฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17มิ.ย.63-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์​ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง การประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณ ตอนที่ 4 (ต่อ) มีเนื้อหาดังนี้
ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่สามารถอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี โดยไม่มีการลาออก ยุบสภา หรือถูกรัฐประหาร ครบวาระเมื่อวันทึ่ 5 มกราคม 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าในการเลือกตั้งครั้งใหม่ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 พรรคไทยรักไทยได้คะแนนท่วมท้นเป็นประวัติการณ์ ได้ที่นั่งทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส. บัญชีรายชื่อรวมกันถึง 376 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ในขณะที่พรรคประชาธืปัตย์ได้เพียง 96 ที่นั่ง เป็นฝ่ายค้านต่อไปเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 10 เมษายน 2548 หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ 2 เดือนเศษทักษิณก็ทำเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นั่นคือ จัดพิธีทำบุญประเทศโดยตัวเองเป็นประธานในพิธี ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) เท่าที่มีหลักฐาน ปรากฏ นับเป็นครั้งแรกที่สามัญชนนั่งเป็นประธานในพิธี ที่จัดขึ้นในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความมั่นคงของรัฐบาลทักษิณน่าจะยิ่งมายิ่งมั่นคง เพราะคุมเสียงในสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะข่าวการทุจริต การกระทำที่มิบังควรทั้งหลาย ทั้งเรื่องการทำบุญประเทศ ทั้งเรื่องการปฏิบัติตัวในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 และคำพูดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในหลายโอกาส ได้ซึมซับอยู่ในหัวใจคนไทยกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไปซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่ากลุ่มรากหญ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟางเส้นสุดท้ายคือเรื่องการขายหุ้นชินคอปอเรชั่น ที่มีอยู่ 49.595%ให้กับกองทุนเทมาเส็ก ของประเทศสิงคโปร์ ในปี 2549 ซึ่งมีความไม่ถูกต้องในฐานะนายกรัฐมนตรีหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 การขายกิจการที่ได้สัมปทานดาวเทียมจากรัฐให้ต่างชาติ เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เหมาะสมที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 ทักษิณอ้างว่าเป็นธุรกิจของภรรยาและลูกไม่ใช่ของตัวเอง ข้ออ้างนี้เป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะใครก็ทราบว่าเจ้าของกิจการดาวเทียมตัวจริงคือใคร เรียกได้ว่าเป็นการโกหกประชาชนทั้งประเทศ แต่น่าแปลกที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อข้ออ้างนี้ของทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 ได้มีการแก้ไขพรบ โทรคมนาคม ให้คนต่างชาติถือหุ้นในบริษัทโทรคมนาคมจากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 50% หลังจากแก้กฎหมายได้ 2 วัน ก็ขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปที่มีอยู่ 49.595% ให้เทมาเส็ก ของสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 4 การขายหุ้นเป็นมูลค่าถึง 73,274 หมื่นล้านบาท ทักษิณสามารถเลี่ยงภาษีได้ทั้งหมด ไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่สตางค์แดงเดียว เนื่องจากทักษิณไปเปิดบริษัท Ample Rich ไว้ที่ British Virgin Island ให้เป็นผู้ถือหุ้นชินคอร์ป หากขายให้เทมาเส็กโดยตรง จะต้องเสียภาษี จึงขายหุ้นให้กับลูกชายเสียก่อนในราคาต่ำที่ไม่มีกำไร( เพราะถ้ามีกำไรต้องเสียภาษี) แล้วจึงให้ลูกชายขายให้เทมาเส็กผ่านตลาดหลักทรัพย์ เพราะบุคคลธรรมดาซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ภายหลังศาลฎีกาฯพิพากษาให้ยึดทรัพย์ทักษิณกว่า 4.6 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากประเด็นเรื่องการเลี่ยงภาษีแล้ว ยังเป็นที่น่ากังขาว่า การที่รัฐบาลทักษิณให้สิงคโปร์มาใช้สนามบินอุดรธานี ตั้งแต่ปี 2547 โดยทำ MOU เป็นระยะเวลาถึง 15 ปี แลกกับเครื่องบิน F 16 A และ B ใช้แล้วจำนวน 7 ลำ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ให้สิงคโปร์ใช้ประโยชน์ทางการทหารที่สนามบินไทย บนน่านฟ้าไทย เป็นเรื่องสมควรหรือไม่
การให้สิงคโปร์ใช้สนามบินอุดรธานี เกี่ยวข้องกับการเจรจาขายหุ้นชินคอร์ป ให้กับเทมาเส็กในปี 2549 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากข่าวการขายชินคอร์ปโดยไม่ต้องเสียภาษีแพร่ออกไป มีคนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจ หนึ่งในนั้นคือพลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้ที่ชักชวนทักษิณเข้าสู่การเมือง พลตรีจำลอง เขียนจดหมายเปิดผนึก ถึงทักษิณ ขอให้ยอมจ่ายภาษีตามที่ควรจ่าย แต่ไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณจึงเริ่มต้นขึ้น มีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเคยจัดรายการทีวี &amp;ldquo; เมืองไทยรายสัปดาห์&amp;rdquo; ทางทีวีช่อง 9 โจมตีทักษิณเป็นประจำ ถูกถอดออกจากผังรายการ จึงออกมาจัดปราศรัยโจมตีทักษิณแบบสัญจรในสถานที่ต่างๆ เริ่มจากที่สวนลุมพินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมมีคนเข้าร่วมด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ และมีแกนนำเพิ่มขึ้น ได้แก่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง พิภพ ธงไชย สมศักดิ์ โกศัยสุข สมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ รวมตัวกันเรียกว่า&amp;ldquo; พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo;
การชุมนุมยังคงมีผู้เข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ จากหลักพัน เป็นหลักหมื่น เป็นหลักแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กุมภาพันธ์ 2549 ทักษิณประกาศยุบสภา หนีการอภิปรายของฝ่ายค้านเรื่องการขายหุ้นชินคอร์ป โดยเชื่อว่า การเลือกตั้งใหม่จะแก้ปัญหาทุกอย่างรวมทั้งปัญหาการชุมนุมประท้วงได้ เพราะอย่างไรประชาชนจะต้องเลือกพรรคไทยรักไทยกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถอ้างได้ว่าประชาชนยังคงต้องการเขาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ทักษิณไม่ได้คาดคิด คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชนประกาศคว่ำบาตร โดยไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และมีการรณรงค์ให้ &amp;ldquo;no vote&amp;rdquo; นำโดยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประชาชนร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก
ผลเลือกตั้ง ยังคงเป็นพรรคไทยรักไทยที่ได้จำนวนส.ส.มากเป็นที่ 1 แต่ประชาชนที่ประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง อีกทั้งมีหลักฐานการทุจริต กรรมการกกต ถูกยื่นฟ้องว่าเอื้อประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทย ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก แต่ในที่สุดศาลฎีกายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อครหาคือการจัดคูหาเลือกตั้งไม่เหมาะสม เนื่องจากคูหาเลือกตั้งจำนวนมาก หันหลังออกด้านหน้าหน่วยเลือกตั้งทำให้มองเห็นได้ว่าผู้ลงคะแนนกาบัตรเลือกตั้งอย่างไร
มีบัตรเสียมากอย่างผิดปกติ และมีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนถึง 31.12% ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประการ การคว่ำบาตรการเลือกตั้งทำให้หลายเขตมีผู้สมัครของพรรคไทยรักไทยเพียงพรรคเดียว ทำให้ไม่มีคู่แข่ง กรณีเช่นนี้รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ผู้ลงสมัครต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 20 % ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น จึงจะถือว่าเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง แต่มีหลักฐานปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยไปว่าจ้างพรรคเล็กๆให้ส่งคนลงสมัครเพื่อจะได้มีคู่แข่ง ทำให้ไม่ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 20%
ภายหลังพรรคไทยรักไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคก็เพราะเหตุนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนั้นบ้านเมืองเกิดความชะงักงัน การเลือกตั้งมีปัญหา การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ถึงกับมีผู้เรียกร้องขอนายกพระราชทาน โดยใช้มาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 25 เมษายน 2549&amp;nbsp; ที่วังไกลกังวล ผู้พิพากษาศาลปกครอง และต่อมาในวันเดียวกัน ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้เข้าเฝ้าบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อถวายสัตย์ปฏิญานตนก่อนทำหน้าที่ พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้โอกาสนี้ มีพระราขดำรัสกับคณะผู้พิพากษา มีใจความว่า การให้มีนายกพระราชทานนั้น ไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และไม่อาจใช้มาตรา 7 ได้ แต่บ้านเมืองมีปัญหา ไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ พระองค์จึงทรงฝากให้ผู้พิพากษาทั้งหมดให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันใช้กฎหมายหาทางออกให้บ้านเมือง
หลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
นี่เองที่เป็นต้นกำเนิดของคำว่า &amp;ldquo;ตุลาการภิวัฒน์&amp;rdquo; โดย อ.ธีรยุทธ บุญมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่มีการทำรัฐประหารเสียก่อนโดยพลเอก สนธิ บุญรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะร้ฐประหาร ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ขณะทักษิณเดินทางไปนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประขาชาติ
ข้ออ้างของการทำรัฐประหารคือ เพื่อป้องกันการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มสนับสนุนทักษิณ ที่เริ่มมีการจัดตั้งขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของคนเสื้อแดงในปัจจุบัน
จบตอน 4&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตร, ขายหุ้นชินคอร์ป, ตุลาการภิวัฒน์, ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเบื้องลึก &#039;บิ๊กบัง-ทักษิณ&#039; หลังรัฐประหาร 19 กันยา 2549</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63 - พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก &amp;nbsp;(ผบ.ทบ.) และ อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่นำการยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 กล่าวเปิดใจในวันคล้ายวันเกิดครบ 74 ปี ช่วงหนึ่งถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่านายทักษิณอายุอ่อนกว่าตน 3 ปี ปัจจุบันก็ 70 กว่าปีแล้ว ซึ่งก็ต้องมองว่าจะมีความสุขกายสุขใจอย่างไร คงไม่คิดจะสู้ไปถึงปานนั้น คิดว่าคนรุ่นใหม่ที่มีการขับเคลื่อนในทุกวันนี้กำลังมีบทบาทมากกว่า และน่าจะเกิดกับคนรุ่นใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;นายทักษิณได้ติดต่อมาหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า &amp;ldquo;ถ้าคุณทักษิณเจอผมเขาจะเรียกพี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า ได้ติดต่อกันหรือไม่ พล.อ.สนธิ บอกว่า &amp;ldquo;ไม่ ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันอย่างนั้น แต่เจอกันด้วยกรณีใดก็ตามเขาจะเรียกว่าพี่บัง เขาก็ยังเรียกพี่อยู่ และไม่เคยรื้อฟื้นอดีตมาพูดคุยกัน เขามีมารยาท เป็นผู้ใหญ่&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุยโทรศัพท์ครั้งแรกหลังผมปฏิวัติ ท่านก็บอกว่าผบ.ทบ. ตัวผมเป็นนักกีฬา หมายความว่ารู้แพ้รู้ชนะ ท่านทักษิณพูดแค่นี้ เข้าใจชัดว่าเกมจบแล้ว ผมมองว่าท่านก็เป็นสุภาพบุรุษ เราจบเตรียมทหารมาด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องตัดกันไม่ขาด จะเกลียดกันแค่ไหน เดี๋ยวก็ดีกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากฝากอะไรผ่านสื่อไปยังนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นอะไร ท่านสบายดีกว่าผม เราต้องศึกษาท่านทักษิณว่าทำอย่างไรจึงหนุ่ม ท่านมีอะไรดี ผมกำลังจะหาวิธีเพื่อตามท่านให้ทัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79299</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76d164c32b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบ 74 ปี &#039;พลเอกสนธิ&#039; ลั่นสถาบันกษัตริย์มีบุญคุณกับแผ่นดิน เผยอยากเห็นการให้อภัย-นิรโทษกรรมคดีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63 - พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก &amp;nbsp;(ผบ.ทบ.) และ อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวเปิดใจในวันคล้ายวันเกิดครบ 74 ปี ว่า ตนอยากเห็นประเทศชาติมีความเรียบร้อย และมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ปัญหาที่เป็นไปไม่ได้คือระบบการปกครองของเราที่ไม่เดินตามช่องทางที่ควรจะเป็น และสังคมไทยยังมีอะไรหลายอย่างที่เป็นเรื่องที่น่าศึกษา &amp;nbsp;ดังนั้นต้องจัดระเบียบสังคมให้เข้าร่องเข้ารอยจะทำให้ผู้ปกครองสามารถปกครองได้สะดวกและสบายมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สนธิ กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมหลังบริหารงานมาย่างเข้าปีที่ 7 ว่า อยากให้นำบทเรียนทางทหารมาประยุกต์ใช้กับบทเรียนทางการเมือง และต้องกลับมาคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อะไรคือจุดที่ทำให้มองเช่นนั้น เช่นเรื่องความยุติธรรมเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่ากระบวนการยุติธรรม พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ผู้ที่โดนตัดสินก็จะมองความยุติธรรมในเชิงลบ ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมต้องจัดรูปแบบใหม่ เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงกระบวนยุติธรรม ที่ประชาชนสัมผัสได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สนธิ กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เยาวชนออกมาชุมนุมว่าถือเป็นธรรมชาติของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีความคิดไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าไปโทษว่าคนที่คิดต่างจากเราแล้วเขาผิด ในวันนี้คนไทยคิดว่า คนที่คิดแตกนั้นผิด หากมองเช่นนั้นก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ต้องกลับมาดูว่า ความคิดของเด็กกับผู้ใหญ่ แตกต่างกันตรงไหน ในหลายประเทศที่มีความเจริญถึงจุดที่เป็นอันดับ 1 ของโลก ผู้ปกครองจะมีประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อเข้ามาเป็นผู้ปกครองก็จะเห็นปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นเด็กจะมีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง ในขณะที่ผู้ใหญ่ก็มีประสบการณ์ในการดำเนินเพียงแต่ ผู้ใหญ่ต้องหันกลับมามองว่าแนวคิดว่าเด็กกำลังคิดอะไร อย่าไปคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูก ต้องมองว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันกับสิ่งที่เด็กคิดได้หรือไม่ ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรมองเด็กให้ถูกและเด็กต้องเข้าใจปัญหาของผู้ใหญ่เช่นกัน อย่ามองข้ามพื้นฐานของความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ต้องจัดเชื่อมโยงกันถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อข้อเรียกร้องกลุ่มชุมนุมเรื่องสถาบัน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า โลกนี้มีการปกครอง 3 แบบ คือประชาธิปไตย เผด็จการ และสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประเทศเราอยู่มาเป็นพันปีเป็นประเทศไทยได้ เพราะสถาบันที่เป็นหลักทำให้ประเทศคงอยู่จนเป็นสยามและไทยในวันนี้ สถาบันมีบุญคุณกับแผ่นดิน ถือเป็นปูชนีย์ทางความคิด เป็นสิ่งที่ต้องยึดเอาไว้ แต่เราต้องมามองว่าประชาธิปไตยและสังคมนิยมจะเอาแบบไหน ตนมองว่าในระบบประชาธิปไตยและสังคมนิยมต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย จึงเสนอการปกครองประชาธิปไตยแบบไทยๆ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เด็กรุ่นใหม่อาจจะมองสถาบันมีประโยชน์ไม่มาก แต่จริงๆแล้วให้ย้อนไปในอดีตว่าสถาบันได้สร้างอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง เป็นบุญคุณและกตัญญู&amp;quot;พล.อ.สนธิระบุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองว่าปี 2549 ต่างจากปัจจุบันอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ในแต่ละห้วงไม่เหมือนกัน จะเอาเหตุการณ์ในเวลาหนึ่ง มาเปรียบเทียบในอีกเวลาหนึ่งไม่ได้ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มีองค์ประกอบไม่เหมือนกันแต่ปัญหาที่บ่นกันมากคือเรื่องคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องมอง และทำให้ประชาชนเห็นว่าที่กำลังเดินไปข้างหน้าจะต้องเป็นองค์ประกอบอย่างไร ทำให้เห็นถึงความโปร่งใส สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่หลายอย่างน่าชื่นชม เช่น การสร้างถนนหนทาง ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเรื่องความปรองดอง หากทำกันจริงจังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยให้คนที่มีความคิดต่างในแต่ละกลุ่มหันหน้ามาร่วมกัน แต่หากเป็นความผิดพลาดทางการเมืองที่เกิดจากความเห็นต่างแล้วฝ่ายปกครองบอกว่า ผิดกฎหมายและติดคุกอันนี้คือ ต้องนิรโทษกรรมหรือการให้อภัยกับคนที่มีความคิดและความแตกต่างทางการเมือง แต่ก็ต้องแยกกันถ้าเป็นคดีอาญา ถือเป็นของขวัญที่ผมอยากเห็น&amp;quot; พล.อ.สนธิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอดีต ผบ.ทบ. กล่าวต่อไปว่ารัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาหลายอย่าง ทั้ง โควิด-19 ที่นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจและก็นำไปสู่ปัญหาความยากจน และความไม่พอใจก็จะเกิดขึ้น ประเทศใดก็ตาม หากการปกครองที่มีทำให้ประชาชนเดือดร้อนยากจน รัฐบาลสะเทือน ซึ่งวันนี้ไม่ใช่สะเทือนแค่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นทั้งโลก นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจปัญหากำลังเกิดฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกำลังซ้ำเติมความจริงเมื่อไม่มีงานทำ จะทำอย่างไร จะเอาเงินให้ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่จะทำได้แค่ไหนนี่คือสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายที่พยายามทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายมากขึ้น&amp;rdquo; พล.อ.สนธิ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐประหารในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าจะมีรัฐประหาร เพราะปัญหาของความขัดแย้งในประเทศก็รุนแรงพอแล้ว ดังนั้นวิธีแก้ก็มีวิธีการอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีรัฐประหาร เพราะไม่เชื่อว่าการปฏิวัติจะใช้แก้ไขปัญหาได้ในเวลานี้ ซึ่งมันหนักกว่าเมื่อปี 2549 เนื่องจากวันนี้ความขัดแย้งสองฝ่ายแย่กว่าเก่า และปฏิบัติจะไม่มีทางสำเร็จ ดังนั้นต้องแก้ไขปัญหาตามที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ซึ่งถูกต้องแล้ว แต่ต้องอดทนและทำความเข้าใจให้ทุกกลุ่มหันกลับมาคิดและช่วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79297</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, สถาบัน, อดีตผบ.ทบ., ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76ca9b14987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. ยังไม่ตอบโจทย์การเมือง ม็อบชูธง &#039;ให้มันจบที่รุ่นเรา&#039; จะจบอย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมของนิสิต นักศึกษา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 19 กันยายน ตรงกับวันครบรอบ 14 ปีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะ โค่นรัฐบาลที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรัฐประหาร 19 ก.ย. ถือเป็นจุดเปลี่ยสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยระหว่างที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ คนเสื้อเหลือง ชุมนุมต่อต้าน ระบอบทักษิณ ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เกิดทุจริตคอร์รัปชันมโหฬาร กองทัพได้เข้ามายุติปัญหาด้วยการรัฐประหาร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ ระบอบทักษิณ ได้หว่านนโยบายประชานิยมเป็นที่ประทับใจแก่มวลชนคนรากหญ้าทุกหย่อมหญ้า เมื่อรัฐบาลที่ตัวเองชื่นชอบถูกล้มด้วยวิธีนอกระบบได้สร้างความคับแค้น คุกรุ่น จึงได้ก่อเกิด กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ต่อมาเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในปี 2553 ก็ถูกกองทัพกระชับพื้นที่ หรือสลายการชุมนุม สร้างความคับแค้นแก่มวลชนทักษิณอีก ต่อมารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอนิมินีทักษิณ ผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อช่วยให้ทักษิณพ้นผิด ได้เกิดกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ออกมาต่อต้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่ง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 กองทัพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ก็เข้ามายึดอำนาจ ล้มรัฐบาลนอมินีทักษิณอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากนับจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมในช่วง 10 ปี มีประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 737 ราย, กลุ่ม นปช.เสียชีวิต 94 ราย บาดเจ็บ 1,500 ราย, กลุ่ม กปปส.เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 782 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความสูญเสียที่เกิดความแตกแยกทางความคิดของคนไทยอย่างน่าหดหู่เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม การรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ล้มรัฐบาลทักษิณ นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย ตั้ง คตส.ยึดทรัพย์ครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดระบอบทักษิณลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ คสช.แม้จะยุติความขัดแย้งที่เรื้อรังมานับสิบปี บ้านเมืองเกิดความสงบ โดย คสช.ได้ให้คำมั่นว่าจะทำให้ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคี ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทุกด้าน แต่ดูเหมือนจะเป็นความสงบชั่วคราว ความขัดแย้งก็ปะทุขึ้นมาอีก จนถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพราะมูลเหตุความขัดแย้งทางการเมืองที่แท้จริงยังไม่ได้รับการสะสางแก้ปัญหาให้ลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มคนเสื้อเหลือง-กปปส.เรียกร้องรัฐบาลที่โปร่งใสไม่ทุจริตคอร์รัปชัน และการปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน แต่ก็ยังมีกรณี นาฬิกายืมเพื่อน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งประธาน ป.ป.ช.เคยเป็นลูกน้องเก่าแกนนำรัฐบาลที่ถูกกล่าวหา จึงไม่สามารถเอาผิดใครได้ และก็ยังมีการทุจริตคอร์รัปชันภายในหน่วยงานภาครัฐเหมือนเดิม และก็ยังไม่มีการปฏิรูปตามเสียงเรียกร้อง แกนนำเสื้อเหลืองก็ได้แต่ กลืนเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในเมื่อรัฐบาลยังไม่ปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรม ความเหลื่อมล้ำแทบทุกด้านก็ยังห่างขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม คนมีเงิน อำนาจ ยังอยู่เหนือกฎหมาย ประชาชนคนยากไร้ ผู้บริสุทธิ์ ยังถูกยัดข้อหากลายเป็นแพะได้ง่าย การเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพก็ถูกตั้งข้อหาแบบหว่านแห จับกุมคุมขังมากมาย และยังถูกมองว่าเป็น กระบวนการยุติธรรมเลือกข้าง 2 มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายเฝ้ารอ แต่รัฐบาลก็ซื้อเวลาไปเรื่อย ทั้งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่ล่วงเลยมาถึงบัดนี้รัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปตำรวจแห่งชาติ ฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์ชี้ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258, 260 และขอให้นำฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูปแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็น 1 ใน 2 เรื่องเร่งด่วนของการปฏิรูปที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ไม่รู้ว่ามีความคืบหน้าไปแค่ไหน แต่ที่เห็นคือ นักเรียนขาสั้นชู 3 นิ้วกันเต็มโรงเรียน และยังบุกมาประท้วงถึงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ สะท้อนถึงความล้มเหลวของการศึกษาไทยที่ถูกครอบงำด้วยระบบอำนาจนิยม ระบบอุปถัมภ์ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นเงื่อนไขให้นักเรียนกล้าลุกขึ้นมาขบถต่อระบบเก่าอย่างไม่หวั่นกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นิสิต นักศึกษา ก็เคลื่อนไหวอย่างท้าทาย โดยเฉพาะการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับ ข้อเสนอ 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นการขยับเพดานการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ในที่สาธารณะอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้บางฝ่ายจะมองว่าการเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งเรียกว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ จะมีกระบวนการจัดตั้งจากฝ่ายการเมืองก็ตาม แต่ก็สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และปล่อยให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงลุกลามขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสังคมไทยแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยมายาวนาน การวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ ทำให้ประชาชนที่จงรักภักดีไม่สามารถรับได้ จึงเกิด ศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; , กลุ่มไทยภักดี ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสถาบัน และต่อต้านการเคลื่อนไหวกลุ่มคนที่จาบจ้วงสถาบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายที่เสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะปฏิเสธว่าไม่ใช่การล้มสถาบัน แต่พฤติกรรมการแสดงออกในหลายเวลา หลายเวที ก็น่าเคลือบแคลง ทำให้ฝ่ายจงรักภักดีไม่ไว้วางใจกับพฤติการณ์ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงกลายเป็นการเผชิญหน้าทางความคิดของประชาชนคนไทย 2 กลุ่มอีกครั้งที่คล้ายกับเหตุการณ์ช่วง 6 ตุลาฯ 19 ทำให้มีความกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ เรื่อง การแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ในโลก เตือนกลุ่มที่จะออกมาชุมนุมประท้วงจะเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดระลอกใหม่และทำลายการทำมาหากินของคนไทย ทำให้การฟื้นเศรษฐกิจจะล่าช้า ทำลายความเชื่อมั่นนักธุรกิจ และหายนะจะตามมาจากการล็อกดาวน์อีกครั้ง และขอให้วางการเมืองไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นความยากลำบากไปให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าทีของนายกฯ ถูกมองว่าใช้การแพร่ระบาดไวรัสโควิดมาขู่ผู้ชุมนุม เพราะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ละเลยปัญหาทางการเมืองที่เป็นปมขัดแย้งมา 14 ปี แม้จะไฟเขียวแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะตอบโจทย์ความขัดแย้งทางการเมืองได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุม มีแต่รัฐบาลสร้างเรื่อง หรือทำให้มีคนติดโควิด-19 เข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ทหารสหรัฐอเมริกาแล้ว สำหรับมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดจะดำเนินการแบบเดิมเหมือนที่เคยทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันถัดมานายกฯ กล่าวย้ำว่า &amp;ldquo;ที่ผมพูดไปเมื่อวานห่วงใยจริงๆ ผมไม่ต้องการจะไปข่มขู่ใครทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องจริง ฉะนั้น ผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องเข้าใจตรงนี้ ต้องห่วงใยลูกหลานของท่าน ถ้ามันเป็นอะไรกันขึ้นมาจะรับมือกันไหวหรือเปล่า&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ได้สั่งการให้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. จัดทำแผนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ชุมนุมตามข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ไปแจกให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แกนนำผู้ชุมนุมและรัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด แต่การรวมกลุ่มของผู้คนจำนวนมาก ก็เสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่ได้ และหากต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง หายนะทางเศรษฐกิจจะตามมาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ แม้ฝ่ายผู้ชุมนุมจะยืนยันแนวทางสันติวิธี ฝ่ายรัฐจะบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง แต่หลายฝ่ายก็ยังเกรงว่าจะมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความแตกแยกรุนแรง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญหากยังไม่แก้ปมเหตุความขัดแย้งทางการเมืองก็ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงน่าจับตาว่าการเคลื่อนไหวที่ชูธง ให้มันจบที่รุ่นเรา จะจบลงอย่างไร?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77965</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f660f304e3a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคยเตือนแล้ว! &#039;นิพิฏฐ์&#039; เฉลยเหตุ &#039;ทักษิณ&#039; ถูก &#039;บิ๊กบัง&#039; ยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทรงจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลายสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในสภาผู้แทนราษฎรผมเป็นส.ส.ที่อภิปรายคุณทักษิณอย่างหนักหน่วงคนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันหนึ่ง ในสภาผมอภิปรายว่าคุณทักษิณไม่มี &amp;quot;กัลยาณมิตร&amp;quot; แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่สรรเสริญเยินยอเกินความเป็นจริง ระวังจะประสบความหายนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อภิปรายเสร็จผมเดินออกมานอกห้องเดินไปห้องกาแฟ ก่อนถึงห้องกาแฟ มีคนเดินมาตบหลังผมอย่างแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดว่าส.ส.ด้วยกันหยอกล้อ หันไปดูปรากฎว่าเป็นคุณทักษิณ ชินวัตร ท่านเดินมาจะไปห้องกาแฟเหมือนกัน มีคนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด &amp;nbsp;ท่านพูดว่า&amp;quot; เมื่อกี๊พูดถึงผมอยู่นะ ผมฟังอยู่&amp;quot; และท่านชวนผมไปกินกาแฟ ผมยกมือไหว้ขอบคุณ แต่ปฏิเสธท่านไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ท่านก็ถูกพลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน ยึดอำนาจ ท่านอาจจะโกรธผมแต่ถ้าท่านจำได้ผมเคยเตือนท่านเรื่องให้มี&amp;quot;กัลยาณมิตร&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55443</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทักษิณ ชินวัตร, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, บิ๊กบัง, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, ยึดอำนาจ, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2ba4efee926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิ้งทวนโค้งสุดท้าย &#039;บิ๊กตู่&#039;เดินสายจ่อโผล่พปชร. ปชป.จี้สอบเกณฑ์คนต้อนรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เดินสายเช้าอยู่กรุงเทพฯ บ่ายอยู่นครศรีฯ ตอกย้ำอย่าลืมเหตุการณ์ปี 2557 &amp;nbsp;ง่ายๆ สัญญาว่าจะทำต่อไปให้ดีที่สุด ลั่นเวลา 5 ปีไม่นาน สะพัด! บิ๊กตู่มีแนวโน้มสูงโผล่เวทีทิ้งทวน พปชร. เพจเชียร์ลุงตู่พร้อมใจเผยแพร่คลิป &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; บี้ กกต.สอบนายกฯ ลงพื้นที่เกณฑ์คนต้อนรับ วิษณุแจงทันควันสง่างาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้ไปเปิดงาน &amp;ldquo;กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน แก้จน ลดเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo; ที่เมืองทองธานี โดยทันทีที่ถึงงานได้มีการเปิดเพลงใจเพชรและเพลงวันใหม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายประชาชนที่มาร่วมงานประมาณ 10,000 คน โดยเดินไปรอบๆ ห้องพร้อมยกกำปั้นไปตามจังหวะเพลง ส่งสัญลักษณ์เราจะสู้ไปด้วยกัน ก่อนทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงนี้เดินทางทุกวันเพราะไม่อยากให้สิ่งที่ทำมาล้มเหลว เราต้องเดินหน้าต่อไปเพราะไม่มีอะไรที่จะเริ่มจากปลายทาง สิ่งสำคัญคือคนไทยต้องรู้ปัญหาของประเทศว่าอยู่ตรงไหน &amp;nbsp;เพราะถ้าพูดลอยๆ คงไม่มีทางทำได้ นายกฯ เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว แต่ไม่ได้หมายถึงพ่อ เรามีสมาชิก 68 ล้านคน จึงต้องทำให้ทุกคนมีความสุข ลูกทุกคนต้องมีอาชีพ รายได้ ให้ทุกคนเดินไปพร้อมกัน ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี ทุกช่วงสมัยต่างมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่นเดียวกับก่อนปี 2557 ขออย่าลืมสิ่งเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ขออย่าทำประวัติศาสตร์ที่ไม่ดี ประวัติศาสตร์คือบทเรียน เราต้องแก้ไขทั้งปัญหาเก่าและใหม่ให้ได้ เราต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย เรื่องเก่าๆ ที่ไม่ดีขออย่าทำให้เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุการณ์เมื่อปี 2557 ลืมกันหมดแล้วหรือยัง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะลืมแค่นี้ง่ายๆ อย่าเป็นคนขี้ลืม ไม่ใช่ทำวันนี้และจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกอย่างต้องแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น สิ่งที่รัฐบาลทำ อยู่ที่ว่าจะสานต่อกันอย่างไร เมื่อเราล้มแล้วต้องลุกให้ได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า ขอสัญญาว่าจะทำต่อไปให้ทุกคนอย่างดีที่สุด ทุกคนสัญญาว่าจะเดินไปด้วยกันหรือไม่ ขอคำสัญญาจากทุกคนด้วย สัญญาว่าเราจะเดินไปด้วยกัน ขออย่ายืนอยู่บนความขัดแย้งและกับดักเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า วันนี้ต้องเดินทางยังไงก็คิดถึงทุกคนทุกจังหวัด นี่คือคนทั้ง 68 ล้านคนที่แตกต่าง แต่ต้องการให้มีส่วนร่วมให้ได้ ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตราบใดที่ยังทำหน้าที่ผ่านกลไกที่มีอยู่ &amp;nbsp;อย่าทำลายแผ่นดินเกิดของท่าน ทุกคนโชคดีที่เกิดในแผ่นดินไทย อย่าให้ความไม่เข้าใจ การยุยงปลุกปั่นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก เข้าใจไหม ยังจำได้ไหม ถ้าจำได้ก็อย่าลืมแล้วกัน รักทุกคน ช่วยกันไปสู่วันใหม่ด้วยความใจเพชร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะได้เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 &amp;nbsp;(บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อไปตรวจราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเครื่องบิน C-130 และเมื่อเวลา 13.20 น. คณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ก่อนเดินทางด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 7 กฬ 1333 ไปยังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อตรวจเยี่ยม ทั้งนี้มีนายสายัณห์ ยุติธรรม ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จ.นครศรีธรรมราช เขต 7 นำมวลชนมาให้การต้อนรับด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า เราลำบากกันมานานแล้ว ซึ่งคิดว่าเรากำลังนำทุกคนไปสู่วันข้างหน้า ชีวิตที่ดีกว่า มีหลักประกันที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้จากการที่เป็นนายกฯ บริหารราชการมา ทำให้รู้ว่าทุกอย่างไม่ง่าย หลายอย่างทำได้และหลายอย่างไม่สามารถทำได้ เพราะประเทศมีพี่น้องประชาชนหลายพวกหลายฝ่าย หลายวัยหลายอาชีพ หลายความคิด ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันการปฏิรูปประเทศ และหลายอย่างจะเกิดผลในอีกหลายปีข้างหน้า การปฏิรูปประเทศไม่ใช่สั่งปากเปล่า เพราะจะทำสำเร็จทุกอย่างต้องมีหลักการ ประเทศไทยเปรียบเสมือนร่างกาย คนที่พร้อมเติบโตแต่ยังไม่แข็งแรง &amp;nbsp;มือซ้ายและมือขวายังแข็งแรงไม่เท่ากัน มือขวาเปรียบเหมือนคนรวย ซ้ายเป็นเกษตรกร จึงต้องเอามือขวามาจับมือซ้ายเพื่อเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่เราจะเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยในระยะเวลาอันใกล้ ยืนยันว่าไม่เคยขัดข้อง แต่สิ่งที่กังวลคือจะเดินหน้าไปอย่างไรหลังเลือกตั้งแล้ว สิ่งที่อยากจะขอจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนคือความสงบเรียบร้อย การอยู่อย่างปรองดองสมานฉันท์ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีใครจะอยู่คนเดียวได้ ทั้งนี้หากใครมาบอกว่าจะให้ประชาชนรวยขึ้นด้วยการที่รัฐให้เพียงอย่างเดียว ไม่มีทางเป็นไปได้ มีแต่จะจนและทำให้ประเทศจนตามไปด้วย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวนำว่า วันหน้าถ้ามีโอกาสจะทำให้ ถ้าไม่มีโอกาสก็มีความสุข โดยการพักผ่อน ไม่ต้องเครียด และเสียงดังหรือต้องปวดหัวแบบนี้ ซึ่งไม่ได้ทวงบุญคุณใคร เพราะทำให้ประเทศที่ได้เหยียบแผ่นดินนี้มา 65 ปี ส่วนใครก็ตามที่พูดว่าจะล้มโน่นล้มนี่ ขอให้ดูกฎหมายทำได้หรือไม่ เช่นล้มสัมปทาน ลดราคาจากข้อตกลงในสัมปทาน ทำได้หรือไม่ ขออย่าไปฟังข้อมูลผิดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขออย่าลืมอดีต ทุกคนมีหัวใจ 2 ห้อง แต่สำหรับนายกฯ หัวใจวันนี้ 68 ล้านห้อง ทุกคนจะเดินไปพร้อมกับผมหรือไม่ แม้จะเดินบ้างวิ่งบ้างหรือคลานบ้าง แต่ประเทศต้องเดินหน้าไป อย่าเพิ่งเกลียดชังฉันนักเลย ผมแต่งเพลงมาทั้งหมด 8 เพลง อย่าเอาเพลงแรกมาทวงสัญญามาบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน &amp;nbsp;การทำงานให้ประเทศ 5 ปีถือว่าไม่นาน การเลือกตั้งจะใครก็แล้วแต่ท่านเลือกกันเอาเอง นี่คือประเทศไทย เราต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน ต้องรักสามัคคี&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ระหว่างพบประชาชน มีคุณลุงนำปูดำและปูทะเลห่อกระดาษใส่กระเช้ามามอบให้นายกฯ โดยนายกฯ ได้เอามือจับบนห่อกระดาษโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นปู คุณลุงจึงบอกว่าปูครับ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์รีบชักมือออกทันที พร้อมกล่าวอย่างตกใจว่า &amp;ldquo;ปูเหรอ เดี๋ยวมันก็หนีบผมสิ&amp;rdquo; สร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังตอบข้อถามถึงเสียงตอบรับของคลิปต่างๆ ที่ไปเปิดบนเวทีปราศรัยของพรรค พปชร.ว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ได้ตามเรื่องนี้ แค่พูดให้ทุกคนเข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นประธานส่งมอบบ้านและให้กำลังใจผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ทำงานมา 5 ปีต้องผ่าตาไปถึงสองข้าง แต่เห็นรอยยิ้มของประชาชนก็มีความสุข ยืนยันว่าเราต้องทำอย่างนี้ต่อไป ไม่ใช่ทำเฉพาะคนที่รักเราเท่านั้น ทำให้ทั้งหมด &amp;nbsp;ขออย่าไปเกลียดทหารเขานักเลย ถ้าไม่มีทหารใครจะดูแลบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ขับรถสองแถวที่ชาวพื้นถิ่นเรียกว่ารถไม้ สายนครฯ-ชะเมา &amp;nbsp; ระยะทาง 800 เมตร ไปพบประชาชนที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของ จ.นครศรีธรรมราช และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมพบประชาชน 20,000 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;quot;วันนี้มาตรวจราชการในฐานะนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นทีมรักษาความปลอดภัยก็มีได้ มาได้เหมือนกัน 5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยหยุดงานสักวัน กลับบ้านก็ต้องเตรียมงานวันต่อไป นี่คือนายกฯ เมืองไทย ทำไมอยากเป็นกันนักหนาไม่เข้าใจจริงๆ ขอให้รักกันนานๆ สัญญาคือสัญญา &amp;nbsp;ผมสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังทำหน้าที่อยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงข้อกังวลในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า ข้อกังวลต่างๆ คิดว่าสื่อรู้ดีอยู่แล้ว สำหรับตนต้องการความสงบสุข ความเรียบร้อย ให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี ได้รัฐบาลที่ดี มีธรรมาภิบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเรื่องคลิปเช่นกันว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;บอกเองว่าขึ้นเวทีเองยังได้เลย ซึ่งการเป็นคลิปดีกว่าพูดสด เพราะบางทีการพูดสดกลอนพาไปได้ ส่วนเรื่องการลงพื้นที่นั้นก็ไม่มีอะไรมาก กกต.ตอบมาแล้วด้วยซ้ำว่าขึ้นเวทีหาเสียงปราศรัยได้ แต่นายกฯ ไม่ทำ นายกฯ ทำในนามรัฐบาล ในฐานะนายกฯ ซึ่งถือว่าสง่างาม ดูสวยงามมากกว่า เพราะว่าเป็นภาระหน้าที่และแต่ละงานที่นายกฯ เดินทางไปก็มีเหตุ มีภารกิจ เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของงานที่มีอยู่ แล้วไม่ใช่อยู่ดีๆ จะโผล่ไป
และในเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.ร้อยเอ็ดของพรรค พปชร.ได้มีการเปิดคลิปปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกรอบ โดยเนื้อหาสรุปว่า &amp;quot;ขอให้คำมั่นและเชื่อใจ จะไม่ทำให้ผิดหวัง จะสานต่อนโยบายดีๆ และนโยบายใหม่ๆ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ขอให้ทุกคนร่วมมือไปกับผม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคพลังประชารัฐได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว &amp;nbsp;47 วินาที ในชื่อ &amp;ldquo;สิ่งที่ ลุงตู่ อยากทำ เพื่อพี่น้องคนไทย&amp;rdquo; ส่วนเพจลุงตู่ตูนได้ปล่อยคลิปในหัวข้อ &amp;ldquo;ฟังเหตุผลที่เราต้องไปกับนายกฯ ลุงตู่&amp;quot; ความยาว 53 วินาทีด้วย ซึ่งมีคนแชร์ต่อจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในการจัดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรค พปชร.ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ที่สนามเทพหัสดิน กทม. มีโอกาสสูงที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปร่วมเวทีดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยในขณะนี้ทีมงานนายกฯ กำลังพิจารณากันอย่างรอบคอบ และยังไม่มีความชัดเจนว่ากิจกรรมที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปมีส่วนร่วมนั้นจะขึ้นเวทีปราศรัย หรือจะแค่ร่วมฟังปราศรัยและให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้นำเอกสารราชการลงวันที่ 13 มี.ค.62 ลงนามโดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องขอเชิญร่วมต้อนรับนายกฯ และคณะเดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยมีการตั้งเป้าหมายระดมคนให้ได้ 20,000 คนจาก 13 อำเภอ พร้อมระบุว่าก่อนหน้านี้ก็มีเอกสารที่ จ.แพร่ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งในช่วง 7 วันก็ทราบว่าจะมีการดำเนินการในแนวดังกล่าวอีก จึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบเพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองด้วย การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายใช้เวลาราชการ ทรัพยากรของรัฐ และงบประมาณของรัฐเพื่อการหาเสียงแอบแฝงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมาร้องต่อ กกต.ว่า ได้ยื่นร้องกรณีดังกล่าวเช่นกัน ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 78 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า กกต.คงตรวจสอบและดูอยู่ หากทำอะไรที่เกินเลยก็ต้องรับผิดชอบ แต่เชื่อว่าที่ปรึกษาของนายกฯ คงให้คำแนะนำในสิ่งที่เหมาะควรแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ ได้เดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมคำร้องที่ให้ กกต.พิจารณาว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ขาดคุณสมบัติเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31670</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชาว์ มีขวด, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8faedc91379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost อีกเพียง 5 วัน จะถึงวันเลือกตั้ง ส.ส. 24 มี.ค.2562 กันแล้ว และคงจะเป็นการเลือกตั้งครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่จะมีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากมาย ดังเช่นการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา จากการที่คนไทยไม่ได้เลือกตั้งกันมานานหลายปี นักการเมืองก็จะได้หาเสียงกันเป็นสัปดาห์สุดท้าย ที่ครั้งนี้มีผู้สมัครมากมายหลายพันคน ลุ้นกันไปว่าใครจะได้เป็นตัวจริงเข้าสภา และเมื่อเข้าสภาแล้วก็หวังว่าจะขยันทำงานตามนโยบาย เช่นเดียวกับที่ขยันหาเสียงมาตลอด ให้ประชาชนสัมผัสได้ถึงการพัฒนาประเทศ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวลาที่เหลือนี้ อยากให้บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายได้ทราบเสียงท้วงติงจาก &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;rdquo; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ยื่นคำร้องถึง กกต. เตือนดังๆ ถึงทุกพรรคที่โฆษณานโยบายแจกจ่ายเงินนู่นนี่นั่น ประชานิยมกระหน่ำซัมเมอร์เซล เพราะไม่เห็นพรรคไหนทำตามกฎหมายที่ระบุให้ต้องชี้แจงที่มาของเงินที่ใช้ ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายเลยสักพรรค ควรรีบทำเสีย ไม่ใช่แค่เพราะกฎหมายเขียนไว้เท่านั้น แต่ทำเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่านโยบายนั้นๆ จะทำได้จริง ไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศในอนาคต ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปที่ท่าทีของ &amp;ldquo;พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน&amp;rdquo; ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาและอดีตหัวหน้า คมช. ให้ความเห็นชื่นชมการบริหารประเทศของ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกฯ และหัวหน้า คสช. ชี้รัฐประหารไม่เสียของ ทุกอย่างที่ผ่านมาดีไปตามขั้นตอน และเข้ามาบริหารประเทศด้วยความจริงใจ ทั้งยังตอบคำถามถึงกรณีที่พรรคอื่นเสนอยกเลิกเกณฑ์ทหารและลดงบกองทัพว่า &amp;ldquo;ไม่มีโลกไหน ไม่มีประเทศไหนที่เขาลด&amp;rdquo; ไปน้ำขุ่นๆ อย่างนี้เลยนะท่าน ทั้งที่ความจริงทั่วโลกก็มีทั้งประเทศที่เพิ่มงบกองทัพบ้าง ลดงบกองทัพบ้าง แตกต่างกันไปไม่ใช่หรือ?&amp;nbsp; ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในโลกโซเชียลมีการแชร์เรื่องแถลงการณ์ของ &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; ต่อกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่ใช้คำว่า &amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; นำมาเชื่อมโยงหาว่าล้มเจ้า ซึ่งล่าสุด &amp;ldquo;ม.จ.จุลเจิม ยุคล&amp;rdquo; ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้เช่นกัน บอกว่า &amp;quot;พรรคคนรุ่นใหม่ใช้คำว่า &amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็น &amp;quot;ราชอาณาจักร&amp;rdquo; และไม่เคยใช้คำว่า &amp;ldquo;ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&amp;rdquo; เลย เจตนาชัดมากเลยไหมครับ&amp;rdquo; ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้ที่ศึกษาทางรัฐศาสตร์ต่างเคยตอบโต้แล้วว่า &amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; คือระบอบการปกครอง ส่วน &amp;ldquo;ราชอาณาจักร&amp;rdquo; คือรูปแบบของรัฐ เป็นคนละเรื่องแท้ๆ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องเอา &amp;ldquo;ทักษิณ ชินวัตร&amp;rdquo; อดีตนายกฯ หนีคดีกลับประเทศ สงสัยจะเป็นไม้ตายของ &amp;ldquo;พรรคเพื่อชาติ&amp;rdquo; เสียแล้วในการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้ง &amp;ldquo;สงคราม กิจเลิศไพโรจน์&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค &amp;ldquo;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;rdquo; ผู้ช่วยหาเสียง แถลงข่าวยืนยันสัปดาห์ก่อน จากภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อชาติ พรรคตระกูลเพื่อที่ &amp;ldquo;จตุพร พรหมพันธุ์&amp;rdquo; ประธาน นปช. เป็นผู้ช่วยหาเสียงร่วมด้วยนั้น เริ่มแรกอาจดูเหมือนอิสระจาก &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; บ้าง แต่จากการเปิดประเด็นนี้ของ &amp;ldquo;ยงยุทธ&amp;rdquo; จนมาถึงยุทธศาสตร์ของผู้สมัคร ส.ส.บางราย เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;ndash;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; และการตอกย้ำพาทักษิณกลับบ้านนั้น จึงชัดเจนในจุดยืนยึดติด &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ออกนอกหน้ากว่าพรรคเพื่อไทยไปเสียแล้ว ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31668</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทักษิณ, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า 4, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ยิ่งลักษณ์, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
