<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายฉุกเฉินถึง31กค. สมช.ยันสู้โควิดปัดการเมือง บิ๊กตู่ลั่นป้องกันระบาดรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมช.&amp;quot; ชง &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน รับมือเฟส 5 ผ่อนปรนกิจการล่อแหลม &amp;nbsp;ปัดมีนัยแฝงการเมือง อ้าง 24 มิ.ย.มีชุมนุมก็ไม่ได้ใช้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับรัฐต้องเข้มข้นป้องกันระบาดรอบ 2 &amp;nbsp;ขอ ปชช.ร่วมมืออย่าการ์ดตก &amp;quot;พท.&amp;quot; โวยคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินหวังจัดการคนเห็นต่าง &amp;quot;ศบค.&amp;quot; แถลงพบผู้ติดโควิดเพิ่ม 1 รายกลับจากอียิปต์ เฮ! ในประเทศไร้ติดเชื้อเป็นเวลา 31 วัน &amp;quot;สธ.&amp;quot; เผยจีน-ญี่ปุ่นยื่นข้อเสนอทราเวลบับเบิลกับไทยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 มิ.ย. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ได้หารือกับคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.ชุดเล็ก) เป็นการภายใน ก่อนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะหารือในช่วงบ่าย โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และในฐานะกรรมการ ศบค.ชุด สมช. พร้อมด้วย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมหารือเรื่องการต่ออายุการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์กล่าวหลังการเข้าพบและพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นการรายงานผลการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ จะมีการประชุมพิจารณาในช่วงบ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.สมศักดิ์ พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐพลได้ขึ้นไปพบและพูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือกันในส่วนของข้อความกฎหมายต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.สมศักดิ์แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มีการพิจารณาเรื่องสำคัญคือ การผ่อนคลายกิจกรรม กิจการในระยะที่ 5 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเรียกได้ว่ามีการผ่อนคลายทั้งหมด เช่น การเปิดเรียน การไม่จำกัดเวลาในการเปิดห้างสรรพสินค้า สถานบริการผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ร้านเกม โดยรายละเอียดตรงนี้ต้องเสนอให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. &amp;nbsp;ส่วนการแข่งขันกีฬาจะให้มีผู้เข้าชมได้เมื่อไรนั้น ต้องรอดูการผ่อนคลายระยะที่ 5 ก่อน ถ้าสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น รวมถึงสถานการณ์โลกดีขึ้นค่อยพิจารณา เพราะวันนี้ ศบค.ชุดเล็กเขาก็ประเมินกันเป็นรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ได้พิจารณาเกี่ยวกับการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ซึ่งเราดูในทุกมิติ ทั้งความมั่นคง ข่าวกรอง กฎหมายและสาธารณสุข โดยเห็นควรให้ขยายเวลาออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค.63 เพราะกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 5 มีความล่อแหลมต่อการระบาดของโควิดมากที่สุด เช่น การเปิดเรียน เราจึงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันอย่างมาก &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ต้องใช้กฎหมายถึง 5 ฉบับมาแทนที่ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีประสิทธิภาพเท่ากับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่น พ.ร.บ.ควบคุมโรค ก็จะเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไม่ใช่การทำงานเชิงรุก กลยุทธ์ในการป้องกันโควิดของเราตั้งแต่แรกคือใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมไม่ให้มีการนำโรคจากต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งมีประสิทธิภาพ เป็นกลไกสำคัญ เมื่อเราจะผ่อนคลายกิจกรรมที่ล่อแหลม จึงต้องคงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพนี้ต่อไป และเรื่องนี้ยังเป็นเพียงการพิจารณาของชุดเฉพาะกิจ ยังต้องเข้าที่ประชุม ศบค.และ ครม.ต่อไป&amp;quot; พล.อ.สมศักดิ์กล่าว
ยันต่อ พรก.ฉุกเฉินสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าฝ่ายการเมืองออกมาโจมตีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่ามีนัยแฝงทางการเมืองนอกเหนือจากการป้องกันโควิด เลขาฯ สมช.ยืนยันว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีนัยทางการเมืองตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันและอนาคต เห็นได้จากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่มีการทำกิจกรรมทางการเมือง ก็ไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปดำเนินการ เพราะมี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะอยู่ เราใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยเหตุผลทางสาธารณสุขเป็นหลัก และเมื่อมีการประกาศผ่อนคลายเฟส 5 แล้ว ก็ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญช่วง 1 เดือนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะสถานการณ์โลกยังมีความน่าเป็นห่วง แม้ประเทศเราดีแต่ก็กังวลเรื่องการระบาดรอบ 2 หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่เราทุ่มเทมาจะสูญเปล่า เราจึงต้องมีมาตรการที่สร้างความมั่นใจป้องกันการแพร่ระบาด นั่นคือการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการพิจารณา Travel Bubble พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยแต่ยังไม่มีข้อยุติในเร็ววันนี้ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน และปัจจุบันก็ยังไม่มีประเทศใดประสานเข้ามาแต่อย่างใด แต่ที่มีข้อยุติในเร็ววันคือ การเดินทางของนักธุรกิจที่ปัจจุบันมีบางส่วนเดินทางเข้ามาแล้วต้องถูกกักตัว 14 &amp;nbsp;วัน แต่เราจะพิจารณาในส่วนของนักธุรกิจที่เข้ามาเพียงไม่กี่วัน จะให้เขาสามารถเดินทางไปทำธุรกิจต่อได้เลย ไม่ต้องกักตัว แต่ต้องมีมาตรการที่เข้มข้น คือต้องมีการตรวจโควิดอย่างน้อย 3 ครั้ง คือก่อนเดินทาง เมื่อมาถึงไทย และก่อนออกจากประเทศไทย รวมทั้งระหว่างอยู่ประเทศไทยก็ต้องสามารถติดตามตัวได้ตลอด คาดว่าจะให้เขายื่นเรื่องเข้ามาให้เราพิจารณาได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศที่เราจะพิจารณาในเบื้องต้นคือ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีนบางเมือง ซึ่งเราจะพิจารณาถึงประเทศต้นทางว่ามีขีดความสามารถทางสาธารณสุขใกล้เคียงกับเรา และที่สำคัญการจะให้เข้ามานั้นต้องประเมินแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;quot; พล.อ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เลขาฯ สมช.กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อรักษาการเจ็บป่วย (medical &amp;nbsp;and wellness tourism) ว่า การท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมทางการแพทย์นั้น ผู้ที่เข้ามาจะไม่ใช่การเข้ามาเพื่อรักษาโควิด เพราะหากเป็นโควิดก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ตั้งแต่ต้น เวลาเข้ามาจะต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14 วัน และหากรักษาเสร็จสิ้นจะอยู่ต่อหรือไม่ก็ได้ ถือเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจ มีหลายชาติให้ความสนใจในส่วนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงการรับมือการผ่อนปรนกิจกรรมและกิจการบางประเภทระยะที่ 5 ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ว่า ในการผ่อนปรนระยะที่ 5 ต้องมีการรับมือตั้งแต่ต้น โดยต้องคิดไว้ก่อนว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและการทำมาหากินของประชาชน และมาตรการของรัฐจะต้องมีอย่างไรในระดับที่เข้มข้นในการติดตามตรวจสอบ เปิดแล้วก็ปิดได้หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ ซึ่งรัฐบาลต้องคิดให้รอบด้าน &amp;nbsp;โดยต้องดูว่ามีปัญหาที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง จะปลดล็อกตรงไหนอย่างไร มีมาตรการไหนรองรับและลดความเสี่ยงได้บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือมาตลอดที่ผ่านมา จนทำให้ถึงวันนี้มีความก้าวหน้าตามลำดับ รวมทั้งมีความก้าวหน้าในเรื่องวิจัยและพัฒนายารักษา ถือเป็นประเทศสำเร็จในชั้นต้นถ้าเทียบกับหลายประเทศที่มีศักยภาพในเวลานี้ ซึ่งเป็นการร่วมมือของคนไทยทุกคนในชาติที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ นี่คือคำว่า รวมไทยสร้างชาติ จะเห็นว่าทุกคนใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างและปฏิบัติตามมาตรการของรัฐและต่อต้านน้อยมาก แต่มีหลายแห่งที่เห็นตามสื่อโดยเฉพาะสถานบริการต่างๆ เริ่มไม่ระวัง ดังนั้นต้องสร้างความเข้าใจให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เช่นนั้นหากมีการแพร่ระบาดรอบใหม่ทุกอย่างจะเสียหายหมด จึงฝากสื่อช่วยเตือนด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
บิ๊กตู่ย้ำเฟส 5 อย่าการ์ดตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องมาตรการสาธารณสุขได้เน้นย้ำให้ทุกคนยังคงเคร่งครัดและเข้มงวดกับตัวเอง &amp;nbsp;ขณะที่สังคม ชุมชน และพื้นที่ก็ต้องดูแล ทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นที่ต้องเป็นกำลังหลักดูแลประชาชน ดูแลครอบครัว ดูแลตัวเองและคนอื่น เรียกว่ารวมไทยสร้างชาติ ซึ่งคนไทยทุกคนก็หวังให้ประเทศชาติปลอดภัย มีความสุข มีความก้าวหน้าและพัฒนา ก็ต้องร่วมมือกัน ตนยินดีรับฟัง หากเสนออะไรที่เป็นประโยชน์ ตนก็รับมาและรับปากอะไรที่ดูแลได้ก็จะช่วยดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายกฯ ฝากขอบคุณตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ ในการสนองนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม &amp;nbsp;นายกฯ ให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยใช้กฎหมายเป็นตัวตั้ง ให้ใช้หลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กัน รวมทั้งกำชับเกี่ยวกับการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ซึ่งจะเข้าสู่ระยะที่ 4-5 มีหลายกิจกรรมที่ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจและทหารช่วยกันกำกับดูแล เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความราบรื่น และคนไทยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์โควิด-19 ประจำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว รัฐบาลสามารถใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อควบคู่กับกฎหมายปกติก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเชื่อว่าสามารถแก้ปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพียงเพื่อกระชับอำนาจในการสั่งการ และปกป้องตัวเองจากความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ดังนั้นการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับกลุ่มที่เห็นต่างกับรัฐบาลมากกว่าการป้องกันโรค&amp;quot; ผอ.ศูนย์โควิด พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)​ แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 1 ราย เป็นผู้ป่วยเพศชาย อายุ 24 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอียิปต์ ถึงไทยเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 เข้าพักที่สถานกักกันที่รัฐจัดให้ใน จ.ชลบุรี โดยตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.63 ซึ่งไม่แสดงอาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ป่วยยืนยันสะสมยังคง 3,158 ราย โดยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศเป็นเวลา 31 วัน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 2,444 ราย และผู้ป่วยยืนยันที่กลับมาจากต่างประเทศ 714 ราย &amp;nbsp;และพบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 221 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่ม 12 ราย ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วสะสม 3,038 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 62 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเป็นวันที่ 31 แล้ว โดยการที่จะทำให้ผู้ป่วยในประเทศไทยเป็นศูนย์ไปตลอด จากนี้จะต้องมีราคาที่ต้องจ่ายและต้นทุนที่สูงมาก โดยจะต้องล็อกทุกอย่างมาตรการต้องเข้มมาก ซึ่งปัญหาความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมจะมีมาก แต่ในทางกลับกันถ้าปล่อยให้มีผู้ป่วยโควิด-19 มากจนเกินระบบที่สาธารณสุขในประเทศจะรองรับได้ อัตราการเสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นเหมือนหลายประเทศ และจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นจึงมีจุดที่ได้ประโยชน์สูงสุด เรายอมให้มีคนไข้จำนวนหนึ่งที่สามารถจัดการได้ แล้วเศรษฐกิจก็สามารถเดินไปได้
จีน-ญี่ปุ่นยื่นขอจับคู่ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ในส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยส่วนใหญ่มาจากคนจีน ซึ่งมีร้อยละ &amp;nbsp;27.6 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด และทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศร้อยละ 28.1 ดังนั้นถ้าทำ Travel &amp;nbsp;Bubble กับประเทศจีนก็จะได้รายได้กลับคืนมา แต่ในระยะต้นก็ยังมีข้อจำกัดที่จะต้องมีเงื่อนไขและมาตรการต่างๆ โดยหลักการของ ร่าง Travel Bubble คือเจรจากับประเทศเสี่ยงต่ำเป็นคู่ๆ โดยใช้เกณฑ์ผู้ป่วยใหม่ในประเทศนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดกลุ่มบุคคลที่อนุญาตให้เข้ามา และกำหนดแผนการดำเนินการกิจกรรมในประเทศไทย โดยกำหนดมาตรการของประเทศต้นทางที่ได้จับคู่ ตั้งแต่การป้องกันตั้งแต่ประเทศต้นทาง มีการตรวจคัดกรอง มีประกันที่ครอบคลุม การตรวจรักษาโควิด-19 Travel Certificate/Visa ออกโดยสถานทูตไทย &amp;nbsp;ระหว่างการเดินทางต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ลดการสัมผัสผู้โดยสารด้วยกันรวมถึงลูกเรือและผู้โดยสาร แยกโซนผู้โดยสารที่มีอาการ และมีชุด PPE สำหรับลูกเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อมาถึงไทยสนามบินอาจมีกำหนดแยกโซนในอาคารระหว่างประเทศสำหรับผู้ที่เดินทางแบบดังกล่าว หรือจัดสนามบินเฉพาะ เช่น อู่ตะเภา และผู้ที่เดินทางทุกคนต้องมีแอปพลิเคชันติดตาม เช่น DDC Care หรือหมอชนะ ซึ่งทุกคนจะต้องมีสมาร์ตโฟน ถ้าใครไม่มีจะต้องซื้อหรือเช่าได้ที่สนามบิน และเดินทางด้วยรถของโรงแรมเท่านั้น ห้ามใช้ขนส่งสาธารณะ ในส่วนของโรงแรมจะต้องจัดชั้นที่พักแยกเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำความร่วมมือกับโรงพยาบาล และผู้ที่เดินทางทุกคนต้องอยู่ในห้องพักจนกว่าจะรู้ผลตรวจ​โควิด-19 โดยขณะนี้ประเทศที่มีหนังสือข้อเสนอมาตรการ Travel Bubble อย่างเป็นทางการให้แก่ไทยคือจีนและญี่ปุ่น โดยแนบขั้นตอนการจัดการต่างๆ มาด้วย ซึ่งหลักการดังกล่าวไทยจะนำข้อเสนอของประเทศต่างๆ มาเจรจา ถ้าเจรจากันได้เรียบร้อยก็จะจับคู่กัน และจะทำ MOU ร่วมกันโดยต้องผ่านที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบจึงจะสามารถดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศที่จับคู่กับประเทศไทย เมื่อมาไทยจะต้องกักตัว 14 วันใช่หรือไม่ และกรณีที่คนไทยเดินทางไปต่างประเทศจะต้องกักตัว 14 วันก่อนเข้าประเทศหรือไม่ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ไม่ต้องถูกกักตัว 14 วัน ส่วนคนไทยที่กลับมาก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน เฉพาะประเทศที่ทำ &amp;nbsp;Travel Bubble
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า หากเกิดกรณีประเทศจับคู่มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างไร จะยกเลิกการจับคู่ Travel Bubble หรือไม่ รองปลัด สธ.กล่าวว่า เรามีเกณฑ์ในการกำหนดความเสี่ยงอยู่ &amp;nbsp;เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป วันหนึ่งประเทศจับคู่อาจจะมีความเสี่ยงสูง วันนั้นประเทศคู่ทางก็อาจจะเปลี่ยน อย่างไรก็ตามวันนี้ประเทศไทยค่อนข้างเนื้อหอม เนื่องจากประเทศไทยจัดการค่อนข้างดี มีหลายประเทศมุ่งเข้ามาเจรจากับไทยอยู่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทวัญ​ ลิปตพัลลภ​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเข้าเฝ้ากราบถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ​ 26​มิ.ย.ว่า ท่านประทานกำลังใจแก่คณะรัฐมนตรี และเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ที่สำคัญวันนี้สมเด็จพระสังฆราชตรัสถึงเรื่องโรงทาน ซึ่ง​นายกรัฐมนตรีได้ถวายข้าวสาร 30 ตัน และนมอีกแสนกว่ากล่อง โดยสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงนำข้าวและนมไปแจกจ่ายแก่วัดที่ทำโรงทาน รวมถึงมีเรื่องเมล็ดพันธุ์พืชที่จะทำสวนครัวในวัด เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาทำซึ่งบางวัดมีพื้นที่เหลือเยอะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69738</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทศพร เสรีรักษ์, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สมศักดิ์ พร้อมด้วย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ​ ลิปตพัลลภ​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4b017ebb9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
