<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สมเจตน์&#039;ชี้ปิดสวิทช์ส.ว.อย่าเกลียดตัวกินไข่ถามลืมเผด็จการรัฐสภาแล้วหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63-พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกส.ว. กล่าวถึงกรณีข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิทช์ส.ว.ว่า วันนี้ตนคิดว่า ไม่ต้องปิดสวิทช์ส.วหรอก เพราะการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ส.ว.เสนอชื่อไม่ได้ ถ้าพรรคการเมืองไหนไม่ต้องการให้ใครเป็นนายกฯ ก็อย่าเสนอชื่อเขาเข้าไป พรรคไหนไม่อยากได้ใครเป็นนายกฯ ก็อย่าไปร่วมกับเขาจัดตั้งรัฐบาล แค่นี้ก็จบแล้วครับ ส.ว.ไม่มีน้ำยาหรอก อย่าเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากไรก็ตามกรณีเผด็จการรัฐสภาหรือสภาทาสในปี 2556 พรรคร่วมรัฐบาลสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ในมาตรา 111 เรื่องที่มาของส.ว. ซึ่งกาแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาในครั้งนั้น พรรคร่วมรัฐบาล และส.ว.บางส่วน ใช้มติเสียงข้างมากปิดปากไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย รัฐสภาถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา และฝ่ายค้าน คือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ วางพวงหรีดประนามรัฐสภาว่าเป็น สภาทาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ดังนั้นรัฐธรรมนูญ 2560 จึงบัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงเห็นชอบกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ในจำนวนเสียงเห็นชอบนี้ ต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. และ ส.ส.ฝ่ายค้านร้อยละ 20 เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน เป็นการแก้ปัญหาเผด็จการรัฐสภา และสภาทาส วันนี้ลืมกันแล้วหรือ จึงจะแก้ไขตัดเสียงเห็นชอบของ ส.ว. และส.ส.ฝ่ายค้านออกกลับไปให้เป็นสภาทาสเหมือนเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสวิทช์ส.ว., พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, เผด็จการรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f39478d8a3e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ทันระบอบทักษิณ &#039;ส.ว.สมเจตน์&#039; แฉแผนพรรคเพื่อไทยแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เมื่อปี55 พรรคเพื่อไทยเคยเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี50 มาตรา 291 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมนัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่นเดียวกับการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบัน มาตรา 256 ต่อมามีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดยศร.วินิจฉัยว่า หากจะแก้ไขมาตรา 291 ต้องไปทำประชามติเสียก่อน เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ปี50 มาจากการลงประชามติของประชาชน และสมควรจะแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อมีการเลือกทั่วไปในปี62 พรรคเพื่อไทยแตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย อีกส่วนหนึ่งแตกไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จึงดูเสมือนว่า พรรคเพื่อไทยได้แตกแยกออกเป็นสองกลุ่ม มีแนวความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน เมื่อเกิดกระแสทางการเมืองให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองเสียงข้างน้อย จึงชิงโอกาสเสนอแก้ไข มาตรา 256 ก่อน ทั้งๆที่ในอดีตไม่เคยมีพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยเสนอแก้ไข เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองเสียงข้างน้อยจะประสบความสำเร็จในการแก้ไข แต่เป็นการชิงโอกาส เพื่อหลอกล่อให้ พรรคร่วมรัฐบาลเสนอญัตติประกบ และแล้วแผนของพรรคเพื่อไทยก็ประสบความสำเร็จ เมื่ออดีตพลพรรคของพรรคเพื่อไทย พลพรรคของระบอบทักษิณ ที่ทำทีไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ได้บีบคั้นให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสนอญัตติแก้ไขฯ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาในรัฐสภา เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมเจตน์ กล่าวอีกว่า นี่คือกลยุทธแยกกันเดินรวมกันตี เพื่อดำรงความมุ่งหมายเดิมของพรรคเพื่อไทย เป็นความมุ่งหมายเดิมของระบอบทักษิณ ต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ สร้างระบอบใหม่ และล้มล้างความผิด ให้แก่เครือข่ายของระบอบทักษิณ ที่ยังติดบ่วงกรรมจากผลของรัฐธรรมนูญปี60 และข้อตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทย จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้สำเร็จ เมื่อเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เสียงข้างน้อยใช่หรือไม่ ความปรารถนา ของระบอบทักษิณที่รอคอยมานับ 10 ปีจะประสบความสำเร็จ ในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯใช่หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75234</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ว., แก้รธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f39478d8a3e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสูงขวางแก้รธน.มาตรา256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำสภาสูงนำทัพขวางแก้ รธน.256 ตั้ง ส.ส.ร. ชี้หากยอมเท่ากับปล่อยให้ &amp;quot;ลูกฆ่าแม่&amp;quot; แก้หนึ่งมาตราเพื่อล้ม-รื้อทั้งฉบับ เตือนอาจสะดุด ยกเหตุสมัยรัฐบาลเพื่อไทยปี 2555 ก็เคยทำแต่โดนศาล รธน.ติดเบรก ฝ่ายค้านยื่นร่างแก้ไขฯ จันทร์นี้ &amp;quot;สุทิน&amp;quot; เสียงอ่อย ยอมถอย หากตั้งสภาร่างฯ ไม่ได้ ขอเป็นรายมาตรา กลุ่ม รธน.ก้าวหน้าชงให้มีสภาเดี่ยว โละทิ้งวุฒิสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ที่เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มม็อบนักศึกษาและประชาชนในเวลานี้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกระบวนการดังกล่าวว่า วันจันทร์ที่17 ส.ค. เวลา 10.45 น. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา โดยเนื้อหาที่จะยื่นในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพียงสองประเด็นเท่านั้น ไม่มีประเด็นอื่น หากพรรคใดจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามพรรคร่วมฝ่ายค้านประเด็นอื่นๆ ต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะยื่นเพิ่มเติมอย่างไร เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง ส.ส. 100 เสียง จึงต้องร่วมมือร่วมใจกันและตกผลึกกันให้ได้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน
กล่าวเช่นกันว่า หลังยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปแล้ว หากที่สุดแล้วไม่สามารถผลักดันการแก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ได้ ก็จะเดินหน้าแก้เป็นรายมาตราต่อไป โดยมีรายละเอียดประเด็นตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และรูปแบบการเลือกตั้ง แต่อยากให้มีการตั้ง ส.ส.ร.ให้ประชาชนมาร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ก็ให้ความเห็นว่า ปัญหาต่างๆ จะหมดไป หากตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาได้&amp;nbsp;
เพื่อดึงกลุ่มแกนนำต่างๆ โดยเฉพาะแกนนำนักศึกษาเข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมการ เพื่อแสดงความเห็นและหาแนวทางร่วมกันได้ ซึ่งก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยประเทศได้ หากรัฐบาลยังนิ่งเฉยอยู่ บรรยากาศในประเทศก็จะไม่ดีแน่ ส่วนตัวเชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อมแล้วกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาได้พูดคุยกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือดี &amp;nbsp;ตอนนี้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องตัดสินใจโดยด่วน เพราะไม่อยากให้สถานการณ์บานปลาย ซึ่งต้องมาหาทางออกให้ประเทศพร้อมกัน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยทำการเมืองแบบใหม่แล้ว ใช้เหตุผล ประนีประนอมมากที่สุดแล้ว หลายครั้งที่ถูกมองไม่ดี แต่เพื่อต้องการความร่วมมือ พรรคเพื่อไทยก็ยอมถอย ดังนั้นฝากความหวังไว้ที่นายกรัฐมนตรี ที่จะมีอำนาจสั่ง ส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยด่วน วันนี้จึงอยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีจากสมาชิกวุฒิสภา นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ให้ความเห็นว่า มีคนถามมาเยอะที่ตนเสนอให้ ส.ว.ไม่ต้องโหวตเลือกนายกฯ และแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลายเรื่อง มีสัญญาณมาจากใคร อย่างไรหรือไม่ ก็ขอเฉลยเสียเลยไม่ต้องอ้อมค้อม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.สัญญาณจากความสำนึก ว่าเวลานี้มันไม่ใช่สถานการณ์แบบนั้นในขณะนั้น มันเป็นสถานการณ์ที่เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองต้องเปลี่ยนแปลง แม้แต่รัฐธรรมนูญ ถึงคราวเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสถานการณ์และเหตุการณ์ ไม่ควรแข็งขืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สัญญาณจากประชาชน ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีเสียงเรียกร้องมามากทั้งในสภาและนอกสภา แม้ว่ารัฐบาลจะอยู่ด้วยเสียงส่วนใหญ่ในสภา แต่ในความเป็นจริงก็ล้มมาจากเสียงส่วนใหญ่นอกสภา ขณะนี้เสียงนอกสภากำลังกระหึ่ม กระพือโหมเข้ามาประชิดติดรั้วสภาและรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.สัญญาณแห่งความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง มันมาเร็วเกินคาด และเร็วมากที่จะต้องยอมรับความเป็นจริงแห่งประชาธิปไตย จะเป็นแบบผสมผสานอย่างที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้คงไม่ได้ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าต้องรีบส่งต่อประชาธิปไตย ทั้งความเป็นจริงรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็ด้วยเสียงของสภาผู้แทนราษฎรเป็นส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เวลามันไล่ล่าเราเข้ามาทุกที มันหมดเวลาที่เราจะมาขัดแย้งกันเรื่องแย่งอำนาจ เวลานี้มันเป็นเวลาของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน รวมพลังเป็นพวกเดียวกัน เพื่อฝ่าฟันวิกฤติของประเทศไปให้ได้ เมื่อเวลามันไล่ล่ามาเช่นนี้ จึงต้องประนอมอำนาจกันให้ลงตัว ได้กันบ้าง เสียกันบ้าง เอาประเทศชาติประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่าเอาแพ้เอาชนะต่อกัน แค่นั้นประเทศก็เดินไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อความระบุอีกว่า ไม่ต้องให้ใครส่งสัญญาณหรอก ถ้าทุกคนมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ก็แสดงออกได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง แม้จากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถ้ายืนอยู่บนความถูกต้อง จะอยู่ตรงไหนก็ใช่...ส่วนใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงแนวทางการตั้งสภาร่าง รธน.ว่า ส่วนตัวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะในบางมาตรา ตนมองว่ามีปัญหา เเต่อีกด้านตนมองว่าก็ยังมีส่วนดี จึงอยากให้แก้ไขเป็นรายมาตราดีกว่า แต่จะให้ไปตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างใหม่แล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่าส่วนที่ดีจะยังคงอยู่ เงื่อนไขต่างๆ อาจทำได้ แต่ก็ไม่ง่าย ต้องผ่านกระบวนการความเห็นพ้องต้องกันเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อกำหนดให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรียกว่าเป็นการแก้ไขเพื่อให้ลูกมาฆ่าแม่ ถือว่าเป็นการกระทำล้มล้างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีลักษณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานเมื่อปี 2555 ครั้งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 ว่ากระทำมิได้ หากจะกระทำต้องไปขอประชามติเสียก่อน กรณีนี้จึงขอยกมือคัดค้านการแก้ไขมาตรา 256 ทำไม่ได้เด็ดขาด เปรียบเหมือนไปเปิดโอกาสให้เขารื้อบ้านเราทิ้งแล้วสร้างใหม่ ไม่รู้ว่าเขาจะยังคงบานประตูและหน้าต่างที่เราชอบไว้หรือเปล่า และเมื่อถึงช่วงนั้น ไม่ว่าเราจะทักท้วงอย่างไร เขาก็ไม่ฟัง จึงเป็นการยากที่เราจะได้บานประตูและหน้าต่างที่เราชอบกลับคืนมา&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์ แกนนำ ส.ว.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฝ่ายรัฐบาลนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องรอผลการศึกษาในส่วนของกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาวันที่ 9 กันยายนนี้ก่อน แต่ก็ได้มีการให้แต่ละพรรคทำการบ้านรอไว้แล้วว่าจะแก้ในประเด็นไหนบ้าง ก่อนจะนำมาพิจารณาร่วมกันให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเวลายื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านผลักดันให้มีการแก้มาตรา 256 ฟากรัฐบาลเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร นายวิรัชกล่าวว่า ถ้าเขายื่นไปแล้วเขามีเสียงให้รับหลักการในสภาหรือไม่ ทั้งยังต้องใช้เสียง ส.ว.อีก ดังนั้น เราจึงบอกว่าต้องให้ตกผลึกก่อน เพราะจะทำเพียงแค่พอให้ได้ยืน ก็จะไม่มีประโยชน์ เราจึงขอเวลาตามกำหนดตามขั้นตอน ซึ่งฝ่ายค้านเองก็รู้อยู่แล้วว่า กมธ.จะเข้าวันไหน เหตุใดจึงไม่รอก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ให้ความเห็นในเพจเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;ldquo;สภาเดี่ยว : ข้อเสนอขั้นต่ำ หรือ &amp;#39;A New Minimum&amp;#39; สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้ [#สภาเดี่ยว : ข้อเสนอขั้นต่ำ หรือ &amp;ldquo;A New Minimum&amp;rdquo; สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ] โดยระบุตอนหนึ่งว่า เรื่องการแก้ไข รธน. &amp;ldquo;จุดร่วม&amp;rdquo; ที่ก้าวหน้ามากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงต่อโครงสร้างปัจจุบันที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็น &amp;ldquo;จุดร่วม&amp;rdquo; ที่มีโอกาสที่จะหาฉันทามติได้ในทุกกลุ่มคนที่ต้องการเห็นประชาธิปไตยคือ การ &amp;ldquo;ยกเลิกวุฒิสภา&amp;rdquo; และใช้ระบบ #สภาเดี่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นทั้งสัญลักษณ์และการรวมกันของความวิปริตและไม่ชอบธรรมของระบอบการเมืองปัจจุบัน สถานที่นั้นคือวุฒิสภา ที่มีสมาชิก 250 คนจากการแต่งตั้งโดย คสช. ไม่ว่าจะเป็น 1.การขัดหลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานที่ทุกคนมี &amp;ldquo;1 สิทธิ์ 1 เสียง&amp;rdquo; เท่ากันใจการกำหนดอนาคตประเทศ - โดยการกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คน มีอำนาจในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง 500 คน ถ้าเราคำนวณง่ายๆ ว่า 500 ส.ส. มาจากเสียงของประชาชนกว่า 38 ล้านเสียง ในขณะที่ 250 ส.ว. มาจากการแต่งตั้งจากคณะกรรมการสรรหา 10 คน เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันให้คณะกรรมาการสรรหาวุฒิสภาหนึ่งคน มีอำนาจมากกว่าประชาชนหนึ่งคนเกือบ 2 ล้านเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การเป็นสถาบันที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ซับซ้อน - ไม่ว่าจะเป็นการที่ 6 ใน 10 ของคณะกรรมการสรรหาวุฒิสภา แต่งตั้งตนเองเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือจะเป็นการสงวนเก้าอี้วุฒิสภา 6 เก้าอี้ไว้ให้กับผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งเป็นข้าราชการประจำที่รับเงินเดือนเต็มเวลาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การเขียนกฎหมายเพื่อ &amp;#39;ล็อก&amp;#39; ทุกส่วนของโครงสร้างของรัฐ ให้อยู่ในการควบคุมของตนเอง &amp;nbsp;เช่น การให้วุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งโดย คสช. มีอำนาจไม่พียงแค่ในการร่วมลงคะแนน แต่มีอำนาจในการยับยั้ง (vetoing powers) ทั้งการรับรองผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การให้ความสำคัญหรือการใช้ข้ออ้างเกี่ยวกับ &amp;ldquo;ความมั่นคง&amp;rdquo; เหนือสิ่งอื่นใด - 40% ของสมาชิกวุฒิสภาเป็นทหารหรือตำรวจ ทั้งๆ ที่วุฒิสภาควรเป็นตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาอาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับหน้าที่ที่ควรจะเป็น - ในขณะที่วุฒิสภามีหน้าที่หลักในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร แต่เราจะเห็นว่าจากเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาทั้งหมด 145 มติ ส.ว.ให้ความเห็นชอบทั้ง 145 มติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ให้ความเห็นอีกว่า ดังที่เห็นได้ทั่วโลก การสร้างวุฒิสภาที่เป็น &amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; ไม่ได้มีเพียงสูตรเดียว แต่หลักสากลที่ถูกใช้ในการออกแบบ คืออำนาจที่วุฒิสภามีนั้น ต้องสอดคล้องกับความเป็นประชาธิปไตยในที่มาของสมาชิกวุฒิสภา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาขุนนาง (วุฒิสภา) ยังคงดำรงอยู่ได้ในสหราชอาณาจักร เพราะว่าถึงแม้จะประกอบไปด้วยสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหมด แต่ก็มีอำนาจเพียงเล็กน้อย สิ่งที่ทำได้มากที่สุดในกระบวนการนิติบัญญัติคือการชะลอร่างกฎหมายที่ผ่านโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สูงสุดเป็นเวลาหนึ่งปี ในขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาให้อำนาจนิติบัญญัติแก่วุฒิสภามากกว่า เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภามีที่มาที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า - สมาชิกวุฒิสภาได้รับเลือกตั้งมาเพื่อเป็นผู้แทนของรัฐต่างๆ ในระบบสหพันธรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่ม รธน.ก้าวหน้าย้ำว่า ถ้าจะให้สมการของอำนาจและที่มาของวุฒิสภาไทยมีความสมดุลกัน หลายคนอาจมองว่าประเทศไทยยืนอยู่บนทาง 2 แพร่ง ระหว่าง (1) เลือกรูปแบบคล้ายๆ กับสหราชอาณาจักรโดยการคงการแต่งตั้งต่อไป แต่ไปลดอำนาจของวุฒิสภาลงอย่างมากเพื่อให้สมดุลกับที่มาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ (2) เลือกรูปแบบคล้ายๆ กับสหรัฐอเมริกาโดยกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด (คล้ายกับที่ประเทศไทยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540) เพื่อให้ความชอบธรรมกับอำนาจที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่าประเทศไทยมีทางเลือกที่ 3 ที่น่าจะแก้ปัญหาได้เหมาะสมมากกว่า คือการยกเลิกการมีวุฒิสภา และเปลี่ยนรูปแบบของฝ่ายนิติบัญญัติจากระบบสองสภา ที่มีทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เป็นระบบสภาเดี่ยวที่มีเพียงสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ถึงจะใหม่สำหรับหลายคนในประเทศ แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ในเกือบ 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตย และมีความคล้ายไทยในความเป็นรัฐเดี่ยวและการปกครองโดยระบบรัฐสภา&amp;quot; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ให้ทัศนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74640</URL_LINK>
                <HASHTAG>พริษฐ์ วัชรสินธุ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, วันชัย สอนศิริ, วิรัช รัตนเศรษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f39489b53f27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกฆ่าแม่&#039;สมเจตน์ค้านสสร.ร่างรธน.ใหม่ทั้งฉบับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2563 พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร.มาร่างรัฐธรรมใหม่ ทั้งฉบับ ว่า ส่วนตัวเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ2560 เพราะในบางมาตรา ตนมองว่ามีปัญหาเเต่อีกด้านตนมองว่าก็ยังมีส่วนดี จึงอยากให้แก้ไขเป็นรายมาตราดีกว่า แต่จะให้ไปตั้งสสร. ขึ้นมาร่างใหม่แล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่าส่วนที่ดีจะยังคงอยู่ เงื่อนไขต่างๆอาจทำได้ แต่ก็ไม่ง่าย ต้องผ่านกระบวนการความเห็นพ้องต้องกันเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อกำหนดให้มีสสร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรียกว่าเป็นการแก้ไขเพื่อให้ลูกมาฆ่าแม่ ถือว่าเป็นการกระทำล้มล้างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีลักษณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน เมื่อปี 2555 ครั้งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 ว่ากระทำมิได้ หากจะกระทำต้องไปขอประชามติเสียก่อน กรณีนี้ตนจึงขอยกมือคัดค้าน การแก้ไขมาตรา 256 ทำไม่ได้เด็ดขาด เปรียบเหมือนไปเปิดโอกาสให้ เขารื้อบ้านเราทิ้งแล้วสร้างใหม่ ไม่รู้ว่าเขาจะยังคงบานประตูและหน้าต่าง ที่เราชอบไว้หรือเปล่า และเมื่อถึงช่วงนั้น ไม่ว่าเราจะทักท้วงอย่างไร เขาก็ไม่ฟัง จึงเป็นการยากที่เราจะได้บานประตู และหน้าต่าง ที่เราชอบกลับคืนมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านตั้งสสร., พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe4031b36f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.พลเอกสมเจตน์ ซะก้าวไกลไร้ความละอาย เสนอชื่อคนมีมลทินนั่งกมธ.งบประมาณปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นกมธ.พิจารณางบประมาณปี 2564 ว่า การเมืองไทยสิ้นไร้นักการเมืองดีๆแล้วหรือ ไม่น่าเชื่อว่าพรรคก้าวไกล ที่ชอบอ้างว่าเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ มีแนวความคิดใหม่ๆ แต่ไร้ซึ่งจริยธรรม ไม่มีความละอาย ไปเสนอชื่อคนที่มีมลทินทางการเมือง เข้ามาทำงานการเมือง ทำเสมือนการเมืองไทยสิ้นไร้ ไม้ตอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หานักการเมืองดีๆมาทำงานการเมืองไม่ได้แล้ว ต้องไปขุดเอาคนที่มีมลทิน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาทำงานการเมือง ไม่ละอายทั้งคนที่เสนอชื่อ และคนที่ถูกเสนอ แล้วเช่นนี้ จะมาสร้างการเมืองใหม่ได้อย่างไร&amp;quot;พล.อ.สมเจตน์ &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70503</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;การเมืองถึงระดับโรงเรียน&quot;, ก้าวไกล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe3fee4e3dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 06:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 06:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทั่นดร.อดิศร&#039;ด่ากราดส.ว.ลากตั้งการเมืองนำเน่า มึงฟังกูหน่อย พวกทหารเดรัจฉานวิชา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.63- &amp;nbsp;นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไลฟ์สดกรณี พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม สว.ลากตั้งออกมาวิจารณ์ ความขัดแย้งในพปชร... เป็นการเมืองน้ำเน่า ถอยหลังลงคลอง ว่า พปชร.เป็นที่รวมเศษเหล็ก สิ้นค้าชยงกง พล.อ.สมเจตน์เป็นพวกรัฐประหาร กล้าพูดได้อย่างไรว่าการเมืองล้าหลัง &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ควรเข้าใจว่ามีส.ว.ลากตั้งคือการเมืองล้าหลังลงมหาสมุทร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การมีข้อขัดแย้งในพปชร.เป็นธรรมชาติของสิ้นค้าเชียงกง พล.อ.สมเจตน์ มึงฟังกูหน่อย เพราะพวกคุณนั้นแหละ เอารถังมายึดอำนาจเป็นเดรัจฉานวิชา &amp;nbsp;เป็นการเมืองล้าหลัง &amp;nbsp;พวกทหารติดตราบนหน้าอกเยอะแยะแต่ไม่เคยไปรบที่ไหนเลย &amp;nbsp;พวกคุณโคตรล้าหลังยิ่งกว่าไดโนเสาร์เสียอีก&amp;quot; นายอดิศรกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65076</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองล้าหลัง, นายอดิศร เพียงเกษ, พปชร., พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, ส.ว.ลากตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb0a6b2f0094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายรัฐบาลเป็นเสียเอง! &#039;ส.ว.สมเจตน์&#039; พ้อข่าวแย้งตำแหน่งบั่นทอนจิตใจนายกฯบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.63 - พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. กล่าวถึงกระเเสข่าว&amp;ldquo;เสธ.อ.&amp;rdquo; ที่เป็นส.ว. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนตัวนายอุตตม สาวนายนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ว่ามีส.ว.ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่อยากพูดว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเมือง ทุกคนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันแก้ปัญหาโควิด -19 ผ่านพ้นไปให้ได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง และการเจ็บไข้ได้ป่วย ที่สำคัญจะทำอย่างไรให้การเยียวยาของรัฐที่ได้ดำเนินการไปแล้วเข้าถึงกลุ่มผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง เพราะวันนี้ยังมีคนที่เดือดร้อนจริงๆ แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลควรจะงดเว้นเรื่องการเมือง แม้แต่คำแนะนำของฝ่ายค้าน ถ้าไม่ใช่คำแนะนำที่เป็นไปในลักษณะเล่นการเมือง เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง รัฐบาลก็ควรจะฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม เรื่องการเคลื่อนไหวเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ในขณะนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่การกระทำหรือหนทางที่จะนำไปสู่การฝ่าวิกฤติของประเทศในขณะนี้ และแทนที่เรื่องในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้าน แต่กลายเป็นเกิดขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลเสียเอง ซึ่งบั่นทอนจิตใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม อย่างยิ่ง แทนที่พล.อ.ประยุทธ์จะได้ใช้เวลาเพื่อคิดแก้ปัญหา แต่กลับต้องไปใช้เวลากับปัญหาภายในพรรคการเมือง&amp;quot;พล.อ.สมเจตน์ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64838</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ความขัดแย้ง, พปชร., พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe4031b36f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
