<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วันคุ้มครองโลก” ทส.ปลุกคนไทยร่วมเคลื่อนโรดแมป รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง รัฐบาลไทยมีความตระหนักและมอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เช่น &amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; โดยร่วมกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสดทั่วประเทศ&amp;nbsp; ในส่วนของหน่วยงานราชการ อุทยานแห่งชาติ และสวนสัตว์ &amp;nbsp;ร่วมกันรณรงค์งดการให้บริการถุงพลาสติกและกล่องโฟมแก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและประชาชน ทำให้เฉพาะในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ที่สามารถลดปริมาณขยะถุงพลาสติกไปได้แล้วกว่า 1,300 - 1,500 ล้านใบ หรือประมาณ 2,686 ตัน ส่วนโฟมก็ลดลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้เดิมที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้ามากที่สุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่ประเทศไทยเคยรณรงค์เรื่องนี้มา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &amp;ndash;2573 เพื่อเป็นกรอบการทำงานด้านการจัดการขยะพลาสติกแบบบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายลดและเลิกการใช้พลาสติก แล้วหันมาใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย ภายในปี 2562 เลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม, พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่, และไมโครบีด และภายในปี 2565 จะเลิกใช้เพิ่มอีก 4 ชนิด ได้แก่ พลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, หลอดพลาสติก ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้สำหรับเด็ก คนชรา หรือผู้ป่วย, และแก้วพลาสติกแบบบางประเภทใช้ครั้งเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยพยายามผลักดัน ซึ่งผมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการภารกิจในความรับผิดชอบของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการฉวยจังหวะและโอกาสต่าง ๆ ทำการรณรงค์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมอย่างจริงจังต่อไป&amp;rdquo; รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า เนื่องในโอกาสวันคุ้มครองโลก (Earth Day) วันที่ 22 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรัชฎา ย้ำว่า คนไทยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโรดแมปลดปัญหาขยะได้ทันที โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างในชีวิตประจำวัน เช่น 1.เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับจับจ่ายแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกในทุกโอกาส แล้วใช้ถุงผ้า กระเป๋าสะพาย หรือเป้ แทน อีกทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายๆ 2.ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมในสำนักงาน โดยเตรียมถุงผ้า แก้วน้ำ ภาชนะใส่อาหารให้พร้อมเมื่อไปซื้อของหรือซื้ออาหารในช่วงพักกลางวัน 3.ลดการใช้พลาสติกและโฟมเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ สวนสัตว์ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ 4.จัดการขยะให้ถูกต้อง ทิ้งให้ถูกที่ ถูกถัง โดยเฉพาะขยะพลาสติกและโฟม และ 5.ร่วมกันบริจาคถุงผ้าเพื่อแบ่งปันส่งต่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยใส่ยากลับบ้านแทนการใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34679</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, หนุนลดใช้ถุงพลาสติก, “วันคุ้มครองโลก”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6678f661e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) งัด4มาตรการลุยโรดแมป ล้างบางพลาสติก7ชนิดหมดใน3ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปัญหาขยะพลาสติกเป็นวิกฤตการณ์ที่บ่อนทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีถึงความรุนแรงของปัญหา จึงมอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วย 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.การลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ 2.รณรงค์ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสด 3.การงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารในอุทยานแห่งชาติ 4.การลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารในสวนสัตว์ และ 5.การจัดการขยะบกสู่ขยะทะเลใน 24 จังหวัดชายทะเล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลโครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; หลังจากที่ได้เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการในช่วงท้ายปีที่ผ่านมา เบื้องต้นได้รับรายงานว่าโครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและภาคีความร่วมมือต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจนเกิดความสำเร็จ โดยในภาพรวมของทุกกิจกรรมสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้แล้วประมาณ 1,300-1,500 ล้านใบ หรือ 2,686 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นผมจึงต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ห้างสรรพสินค้า
ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศาสนสถาน และท้องถิ่น ที่ได้ให้ความสำคัญและตอบรับความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp; และขอให้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ อย่างเข้มข้น ในการรณรงค์หลายคนพูดถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ผมเรียนว่าการบังคับใช้กฎหมาย มันอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการรณรงค์ เพียงแต่เราต้องเดินตามโรดแมป อย่างในปี62 ว่าด้วยเรื่องแคปซีล เราจำเป็นต้องเลิก ปี62ก็ทำสำเร็จ ในปี65 เป็นความท้าทายของคนไทยและคนทั่วโลก อย่างในยุโรปอเมริกาก็เริ่มมีกฎหมายตัวนี้แล้ว ประเทศไทยจะต้องเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastic หรือ Disposable plastic) จำนวน 7 ชนิด เช่น พลาสติกหูหิ้วความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, หลอดและแก้วพลาสติกแบบบาง ให้ภายในปี 2565 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า เราเป็นประธานอาเซียนในปี62 มีการประกาศโรดแมป ยุโรปและทั่วโลกในความสนใจความเป็นผู้นำอาเซียนของเรา &amp;nbsp;ถือเป็นความท้าทายของประเทศไทย ถ้าพวกร่วมมือกันก็จะสำเร็จเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะยังคงยึด 4 มาตรการสำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย 1.การ&amp;ldquo;เลิก&amp;rdquo;ใช้ถุงพลาสติกในพื้นที่หน่วยงานราชการ อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ที่มีความพร้อม 2.การ&amp;ldquo;ลด&amp;rdquo;ใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสด 3.ส่งเสริมการใช้&amp;ldquo;นวัตกรรมใหม่&amp;rdquo;ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้โฟมและถุงพลาสติก และ 4.การ&amp;ldquo;คัดแยกและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดการคัดแยกขยะและทิ้งขยะอย่างถูกต้อง รวมถึงการรีไซเคิลใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34677</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.), พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, ล้างบางพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6667aaffdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกพอใจดับไฟป่ากำชับจนท.ลุยต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พอใจแก้ปัญหาไฟป่าหลังจุดฮอตสปอต 9 จังหวัดภาคเหนือลดจาก 1,969 จุด เหลือ 275 จุด กำชับ จนท.เดินหน้าต่อ พร้อมส่งบัวแก้วประสานประเทศเพื่อนบ้านสร้างต้นแบบแก้ปัญหายั่งยืน ส่วน &amp;quot;คพ.&amp;quot; ระบุค่าฝุ่นละอองยังน่าห่วง 7 พื้นที่อยู่ระดับสีแดง คุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ควงว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ขึ้นเชียงดาว จี้รัฐบาลกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนฉุกเฉิน &amp;quot;เด็กอนาคตใหม่&amp;quot; โวถ้าได้นั่งหัวโต๊ะแก้หมอกควันได้แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและไฟป่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับรายงานจากกระทรวงมหาดไทย จังหวัดภาคเหนือที่ประสบปัญหาหมอกควันไฟป่า ได้ปรับแผนแก้ไขปัญหาตามที่นายกฯ ได้สั่งการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพบว่าการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดปริมาณจุดความร้อน หรือฮอตสปอต ในพื้นที่ 9 จังหวัดลงอย่างเห็นได้ชัด จาก 1,969 จุด เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เหลือ 275 จุด ในวันที่ 4 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ เน้นย้ำแม้จุดความร้อนจะลดลงบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องพยายามกันต่อไป และขอบคุณกองทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครจิตอาสาทุกคน ที่ช่วยระดมกำลังกันทำงาน เพื่อลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งประสานงานกันอย่างใกล้ชิด หากทำสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาของอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ภาพรวมของการดำเนินงานกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ติดตามข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อให้เห็นจุดความร้อนและกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยง 3 ลักษณะ คือ พื้นที่เมือง, พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ป่า แบ่งเป็น 185 ตำบล 9 จังหวัด โดยให้แต่ละอำเภอสนธิกำลังทุกฝ่ายทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ออกปฏิบัติการดับไฟป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกจังหวัดได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตป่าไม้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือประจำวันที่ 4 เม.ย. พบค่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย. เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง-มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 7 พื้นที่ (คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ), พื้นที่สีส้ม 6 พื้นที่ (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และพื้นที่สีเหลือง 4 พื้นที่ (คุณภาพอากาศปานกลาง) โดยค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 38-151 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ค่า PM 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 55-193 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คพ.ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก ใจมีเสียงวี้ด ใจสั่น คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างน้อย 5 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รับมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าจำนวน 30 เครื่อง จากบริษัท ทีทีซี เพาเวอร์ทูลส์ จำกัด เพื่อนำไปแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ปัญหาหมอกควันและไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือเป็นวาระแห่งชาติที่ทางรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้โดยเร็วภายใน 7 วัน และเร่งหามาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ อีกทั้งจำเป็นต้องเข้มงวดในการใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเพื่อแก้ไขปัญหาในการลักลอบเผาป่า รวมถึงขอให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและร่วมมือร่วมใจช่วยกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ทั้งลาดตระเวนป้องปราม การตรวจหาไฟป่า การเผา การระดมสรรพกำลัง และอุปกรณ์เครื่องมืออย่างเต็มที่&amp;quot; อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ และทีมลูกแม่หน่อย เดินทางไปยังดอยเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจกลุ่มม่วนใจ๋ กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว และอาสาสมัครหมู่บ้านบริเวณเชิงดอยเชียงดาว หลังช่วยกันทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าไม่ให้ลามเข้าไปยังหมู่บ้านที่ประชาชนอาศัย โดยทีมลูกแม่หน่อยได้ร่วมมอบหน้ากากป้องกันฝุ่น จำนวน 10,000 ชิ้น พร้อมมอบเครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันไฟป่าให้กับประชาชนในหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานดับไฟป่าที่บริเวณวัดถ้ำเชียงดาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงใหม่ เป็นเรื่องที่ควรแก้ปัญหาเร่งด่วน ซึ่งในประเทศที่มีการเผาป่าเกิดขึ้น จึงอยากให้ภาครัฐและเอกชนเสริมกำลังของผู้ดูแลทำแนวป้องกันและดับไฟป่า หากกำลังและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ รวมถึงสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของอาสาสมัคร นอกจากช่วยในเรื่องในประเทศแล้ว ก็อยากให้เข้มงวดไม่ให้ลักลอบเผาป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือวาระเร่งด่วนที่สุดขณะนี้ รัฐบาลควรเจรจาขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อควบคุมการเผาป่าและเผาเพื่อการเกษตร โดยประเทศไทยต้องเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นต้องมีการจัดประชุมร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่นพิษเป็นวาระฉุกเฉินเร่งด่วน และไม่ควรปล่อยให้ถึงฤดูฝน เพื่อหาทางเตรียมการให้มีแผนงานและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฝุ่นพิษเกิดขึ้นอีก&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟชบุ๊กส่วนตัวกรณีร่วมเวทีเสวนาเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันในภาคเหนือตอนหนึ่งระบุว่า ได้ข้อสรุปปัญหาที่แก้ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานภาครัฐที่ควรต้องเป็นกลไกในการแก้ปัญหา แต่กลับไม่ทำหน้าที่ และที่น่าเสียดายที่สุดคือ ทางมหาวิทยาลัยมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาร่วมด้วย แต่ท่านผู้ว่าฯ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการบัญชาการกลับไม่มาร่วม และไม่มีแม้กระทั่งการส่งผู้แทนมาเลย ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เราจะไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และกังวลว่าหากมีปัญหาฉุกเฉินเร่งด่วนอื่นๆ ก็คงยากที่จะรับมือได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสภาพของระบบรัฐราชการรวมศูนย์ที่ใหญ่โตเทอะทะ แต่เคลื่อนตัวช้าแบบนี้ มีคนท้าว่าผมจะทำอะไรได้นอกจากพูดไปวันๆ ผมก็อยากจะท้าเหมือนกันว่า ลองให้ผมนั่งหัวโต๊ะสั่งการในการแก้ปัญหาดูสิครับ กล้ากันมั้ยล่ะ แน่นอนว่าผมจะไม่สั่งให้คนทำงานไปนอนในป่าแบบที่ลุงบางคนสั่งแบบนั้นแน่นอน&amp;quot; ว่าที่ ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33005</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร บุรุษพัฒน์, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca6158dd5374.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ปลุกคนไทยลดใช้ถุงพลาสติก-ดับวิกฤติขยะ 7 เดือนลดถุงพลาสติกได้ 814 ล้านใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เชิญชวนคนไทยทุกคน &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; รวมพลังขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่องโดยเน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดใช้ถุงพลาสติก และหลีกเลี่ยงการใช้โฟมในการจับจ่ายสินค้าในตลาดสด ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจังก็จะสามารถลดและแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าในเมืองใหญ่หรือชุมชนในชนบท ถุงพลาสติกก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะอำนวยความสะดวกสบายให้ทุกคน เมื่อต้องไปจับจ่ายสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าชุมชน รวมทั้งใช้ใส่อาหารและเครื่องดื่ม ทำให้ประเทศไทยมีขยะถุงพลาสติกเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งครึ่งหนึ่งของพลาสติกที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (single-use plastic หรือ disposable plastic) เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมช่วยกันลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงดำเนินโครงการ&amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ รวมทั้งตลาดสดเทศบาลและเอกชนทั่วประเทศ รณรงค์ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;ทำความดี ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมให้ลูกค้าและผู้มาใช้บริการลดการใช้ถุงพลาสติก อาทิ การเพิ่มแต้มคะแนนให้กับสมาชิกเมื่อนำถุงผ้ามาใช้ใส่ของแทนถุงพลาสติก หรือปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติก รวมทั้งการร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลเมื่อลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพิ่มเติมในการรณรงค์ให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้องดให้บริการถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วันที่ 4 ของเดือน โดยเริ่มมาแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 2561&amp;nbsp; ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย จากการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2561 จนถึง วันที่ 28 ก.พ. 2562 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสด และในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อได้รวม 814 ล้านใบ หรือประมาณ 4,600 ตันโครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสำคัญ คือ การรณรงค์สร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในพื้นที่ชุมชนและแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่กำลังก่อวิกฤติให้กับสิ่งแวดล้อมอยู่ในเวลานี้ การมีส่วนร่วมจากคนไทยทุกคนในการลดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม รวมถึงการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤตินี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32282</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, ลดถุงพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99e35c01c27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคตระกูลเพื่อ&#039;เสียงอ่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยผวา! ตั้งรัฐบาลไม่ง่าย พลังประชารัฐมาแรง ได้คะแนนเสียงเกินคาดหมาย เตรียมจัดแถว อนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ถ้าไม่ถึง 251 ก็อด ยอมรับพลังประชารัฐมีอำนาจต่อรองทุกอย่างสูงกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ถูกจับตามองจากทั่วโลก โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากการเมืองไทยถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือกลุ่มต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับกลุ่มสนับสนุน คสช. ซึ่งคาดการณ์ว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจยืดเยื้อ เนื่องจากไม่มีพรรคการเมืองไหนชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากเด็ดขาด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภายหลังจากไปใช้สิทธิเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางมายังสโมสรราชพฤกษ์คลับ นอร์ธปาร์ค เพื่อตีกอล์ฟร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 ซึ่งตีกอล์ฟกันเป็นประจำ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทอีก 2-3 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการสังเกตการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกรอบตีกอล์ฟอย่างอารมณ์ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหลักการที่พรรคชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 จะมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่า มันไม่มีหลักอะไรแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนด ก็ต้องใช้สถานการณ์หลายอย่างเข้ามาช่วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แต่โดยมารยาทแล้ว ควรที่จะให้พรรคที่ได้อันดับ 1 มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ตอบแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่จะมาตอบตอนนี้ ทุกพรรคเขาก็พูดของเขาไปแล้วว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ตอนนี้ไม่ต้องใช้หลักอะไร เอาบ้านเมืองก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ต้องใช้หลักอยู่ดี ใครจะจับกลุ่มกันก่อนก็จับกันไป แต่พอถึงเวลาเข้าในสภาแล้ว ก็ต้องมาพูดกันแล้วว่าโอกาสจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้หลังการเลือกตั้งจะเจอด่านแรก คือการเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งส่วนตัวไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวพันกับพรรคใดบ้าง แต่ทุกพรรคได้มีการพูดคุยกันแล้ว ตนขอไม่ลงไปในส่วนที่เขาปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครกระหายอำนาจที่จะช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาล เพราะคนที่เป็นรัฐบาลต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน และทุกคนอยากให้ประเทศเดินหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา มือถือตนยังไม่ดังเลย และยังไม่ทราบผลคะแนน ซึ่งคิดว่าทุกพรรคใจจดใจจ่อกับผลคะแนน ทั้งนี้ จุดยืนพรรคชาติพัฒนาไม่ปฏิเสธใคร เราพร้อมทำงานให้บ้านเมือง เพราะสถานการณ์การเมืองขณะนี้มีหลายขั้วมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังเกรงว่าในเรื่องปัญหาการรวบรวมเสียงให้ได้ 250 เสียงเพื่อจัดรัฐบาล อาจต้องใช้เวลา ถ้าไม่มีพรรคได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ดังนั้นอยากให้ทุกคนมาช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยกันเพื่อให้ได้รัฐบาล เพราะประชาชนรอฟังข่าวดี ว่าได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพมานำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า&amp;quot; นายสุวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ถ้าทุกพรรคเชื่อมั่นประชาธิปไตย เชื่อมั่นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็สามารถปิดสวิตช์ 250 ส.ว.แต่งตั้งได้ ในสภาผู้แทนราษฎรได้เลย ด้วยการยกมือสนับสนุนนายกฯ ที่พรรคชนะการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ใครไม่ทำก็ถือว่าเปิดสวิตช์ให้ ส.ว.ทำงาน ประชาชนคงไม่พอใจ และรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็อาจนำมาซึ่งความไม่มั่นคง การเปิดสวิตช์ ส.ว.คือการเปิดสวิตช์ความวุ่นวายในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคยืนยันในหลักการ เราจะร่วมงานกับพรรคที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ การเลือกตั้งออกมาอย่างไร แสดงว่าเป็นฉันทามติจากประชาชนว่าอยากให้ใครทำหน้าที่บริหารประเทศ เรายังยืนในหลักการ พรรคอันดับหนึ่งควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน และหวังว่า ส.ว. 250 คนจะได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์พี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอันดับหนึ่งควรได้การจัดตั้งรัฐบาลก่อน เราไม่ได้มองว่ามาแข่งขันได้อำนาจ แต่เจตนาประชาชนเห็นอย่างไร ต้องฟังเสียงประชาชนด้วย ถ้าอย่างนั้นจะปล่อยให้มีการเลือกตั้งทำไม เราไม่ได้มาอยากแก่งแย่งชิงอำนาจ น่าจะเกรงใจประชาชน เกรงใจคนมาออกเสียงบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่นั่งที่นี่ไม่ได้คิดห่วงตัวเองว่าได้เป็น ส.ส.หรือไม่ แม้แต่ดิฉันเองยังอยากได้ ส.ส.เขตเยอะๆ แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ตาม แต่ก็เพื่อสะท้อนความต้องการจากประชาชน พรรคการเมืองต้องซื่อสัตย์ ทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชน แม้เราไม่ได้บัญชีรายชื่อก็ยังมีคนดูแลในสภา เพียงแต่ต้องการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาชนจากการเลือกตั้ง&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราพร้อมจับมือกับฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล พาประชาชนออกจากทุกข์ เรายึดมั่นในเจตจำนงของพี่น้องประชาชน ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา จะผลักดันสิ่งต่างๆ ที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาชน เราจะไม่แข่งกับความทะยานอยากใคร ตามความปรารถนาตน ถ้ามีพรรคใดได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน เราปล่อยให้พรรคนั้นได้ทำหน้าที่ ขอให้เคารพการตัดสินใจประชาชน อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยเราเป็นสถาบันพรรคการเมืองเพียงพอ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสในการจับมือร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ทางพรรคยังไม่ได้ประสานพูดคุยกับใคร คงจะมีความชัดเจนหลังผลเลือกตั้งออกมา ที่จากนั้นคนในพรรคจะพูดคุยกันเองก่อน โดยยึดหลักการประชาธิปไตย ส่วนการจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ความเห็นส่วนตัว หากพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่ร่วมกับพรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ เราก็คุยกันได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แม้แต่พลังประชารัฐ ถ้าเขากลับตัวกลับใจมาเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เราก็ร่วมกันได้ แต่ที่พูดไป ก็รู้เขาก็คงไม่มาร่วมกับเราหรอก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ในช่วงค่ำวันเดียวกัน หลังจากมีการนับคะแนนไปได้ราวสองชั่วโมง แกนนำพรรคติดตามผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ต่างแปลกใจที่พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนเสียงเกินคาดหมาย จากเดิมที่แกนนำพรรคจะเริ่มประสานงานกับแกนนำพรรคการเมืองอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ทำให้รอผลคะแนนที่ชัดเจนออกมาก่อน แล้วค่อยประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยประเมินว่า ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ คะแนนรวมกันไม่ถึง 251 เสียง คงจะจัดตั้งรัฐบาลยาก คงต้องให้พรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีอำนาจต่อรองทุกอย่างสูงกว่าพรรคการเมืองอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;การจับขั้วรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 25.78 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย &amp;amp; พรรคอนาคตใหม่ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ &amp;amp; พรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 3 ร้อยละ 7.26 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย &amp;amp; พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32144</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ชัยเกษม นิติสิริ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประชาชาติ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, ภูมิธรรม เวชยชัย, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนาคตใหม่, เพื่อชาติ, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97b670b36f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 เดือนลดถุงพลาสติกได้ 814 ล้านใบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ปลุกคนไทยลุยต่อ-ดับวิกฤติขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วิกฤติขยะพลาสติกยังเป็นปัญหารุนแรงที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงสนับสนุนการยกร่างโรดแมปจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ทุกภาคส่วนนำไปดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกแบบบูรณาการ เช่น มุ่งยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มภายในปี 2562 การยกเลิกถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนา น้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติก ภายในปี 2565 เป็นต้น โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติและนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากการยกร่างโรดแมปเพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวแล้ว คณะรัฐมนตรียังมีมติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 มอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ประกอบด้วย 5 กิจกรรม ซึ่งผลการดำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ มีความคืบหน้าไปมากดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.มาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กำหนดให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ ปลัดกระทรวง อธิบดี จำนวน 152 หน่วยงาน และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ในวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ได้มอบนโยบายเพิ่มเติม คือ ต้องมีเกณฑ์ประเมินผลมากกว่าหน่วยงานสังกัดอื่น 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.กิจกรรมรณรงค์ &amp;ldquo;ทำความดี ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แยกพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ 2.1) ตลาดสดเทศบาลและเอกชน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจากการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 21กรกฎาคม 2561 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดถุงพลาสติกได้กว่า 464 ล้านใบ 2.2) ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผลดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 &amp;ndash; 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ 250 ล้านใบ นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ซึ่งจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 สามารถลดได้อีก 100 ล้านใบ โดยเมื่อรวมกิจกรรมทั้งหมดเท่ากับสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 814 ล้านใบ หรือประมาณ 4,600 ตัน ภายในระยะเวลา 7 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.กิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 มีผู้ร่วมโครงการ 4,270,129 คน สามารถลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ 1,639,920 ชิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4.การรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่สวนสัตว์ โดย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5. การจัดการขยะบกสู่ขยะทะเลในพื้นที่ 24 จังหวัดชายทะเล โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ได้ดำเนินการใน5กิจกรรมสำคัญคือ&amp;nbsp; 5.1) การจัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศอย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง รวมถึงจัดทำมาตรการลดปริมาณขยะทะเลพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัด ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ต และตรัง 5.2) การรณรงค์ชายหาดปลอดบุหรี่และปลอดขยะ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นนำร่อง 24 แห่งใน 15 จังหวัด 5.3) การจัดทำทุ่นกักขยะ (Boom) เพื่อการจัดการขยะบริเวณปากแม่น้ำและคลองที่จะไหลลงสู่ทะเล นำร่องพื้นที่เป้าหมาย 10 แห่ง และ 5.4) การกำจัดขยะในพื้นที่มีปัญหาเฉพาะ อาทิ การดำเนินมาตรการคุ้มครองพื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัญหาขยะและขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติกไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง หากแต่เป็นเรื่องสำคัญระดับนานาชาติ ในวาระที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ นับเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะแสดงบทบาทในการเป็นผู้นำที่จะยกระดับความร่วมมือในการจัดการปัญหาขยะทะเลให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล &amp;ldquo;Special ASEAN Ministerial Meeting on Marine Debris&amp;rdquo; ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันว่าปัญหาขยะทะเลเป็นปัญหาข้ามพรมแดนและรับทราบถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โดยรัฐมนตรีอาเซียนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความยั่งยืนและเพื่อส่งเสริมการประสานงานที่สอดคล้องกันภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านปัญหาขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนและทิศทางในอนาคต รวมถึงข้อปฏิบัติที่แนะนำสำหรับอาเซียนในการป้องกันและลดปัญหาขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสำคัญ คือ การรณรงค์สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในพื้นที่ชุมชนและแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่กำลังก่อวิกฤติให้กับสิ่งแวดล้อมอยู่ในเวลานี้ ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกคนมารวมพลังกันในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติที่เกิดขึ้น ด้วยการช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นมากขึ้น&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ถุงพลาสติก, ทส., พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c8880059b4bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการกว่า 200 ราย รับรางวัล G-Green สร้างธุรกิจสีเขียว เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ประกอบการกว่า 200 รายสอบผ่านเกณฑ์ &amp;ldquo;G-Geen&amp;rdquo; มาตรฐานความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3 โครงการสำคัญ Green Production, Green Hotel และ Green Office ประจำปี 2561 ชี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ-เพิ่มศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก ด้าน รมว.ทส. มอบการบ้านช่วยกันสานต่อลดขยะพลาสติก ตั้งเป้าปี 2565 ประกาศเลิกใช้ถาวร พร้อมดันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในอาเซียน ภายในปี 2580&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งนำแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบการพัฒนาประเทศ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในอาเซียนภายในปี 2580 ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ การขยายผลโครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (G&amp;ndash;Green) ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มอบหมายให้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ดำเนินการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจสีเขียว โดยส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วมการประเมินและรับรองภายใต้สัญลักษณ์ &amp;ldquo;G&amp;ndash;Green&amp;rdquo; ใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) โครงการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) และโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก สัญลักษณ์ G-Green ถือเป็นเครื่องหมายรับรองว่าผู้ประกอบการมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีกับธุรกิจของเราเท่านั้นแต่ยังส่งผลดีถึงสังคมและผู้อื่นด้วย ดังนั้นจึงอยากขอแสดงความยินดีและขอบคุณภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และโรงแรมทุกแห่ง ที่มาร่วมขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมของประเทศให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังมีอีก 1 ประเด็นที่ผมอยากฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันคิดและสานต่อ คือ จะทำอย่างไรในการลดการใช้พลาสติกในประเทศ โดยเฉพาะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ถุงหิ้วและหลอดดูด เพราะสิ่งนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกและประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ก็อยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกการใช้พลาสติกเหล่านี้ ขณะที่ไทยตั้งเป้าไว้ว่าจะประกาศยกเลิกให้ได้ภายในปี 2565 จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันผลักดันให้สำเร็จ&amp;rdquo; พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;G&amp;ndash;Green&amp;rdquo; ได้ดำเนินงานมาจนครบรอบ 12 ปี โดย สส. ได้จัดพิธีมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ &amp;ldquo;G &amp;ndash; Green&amp;rdquo; แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการประเมินประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;12th Anniversary G&amp;ndash;Green 12 ปีเส้นทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; โดยมีสถานประกอบการผ่านการประเมินทั้งสิ้น 215 ราย ประกอบด้วย 1.โครง Green Production มีผู้ประกอบการผ่านการรับรอง 28 ราย แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม (G-ทอง) 7 ราย ระดับดีมาก (G-เงิน) 11 ราย และระดับดี (G-ทองแดง) 10 ราย 2.โครงการ Green Hotel มีโรงแรมผ่านการรับรอง 73 แห่ง แบ่งเป็นระดับ G-ทอง 24 แห่ง G-เงิน 32 แห่ง และ G-ทองแดง 17 แห่ง 3.โครงการ Green Office มีสำนักงานที่ผ่านการรับรอง 115 แห่ง แบ่งเป็นระดับดี G-ทอง 60 แห่ง G-เงิน 26 แห่ง และG-ทองแดง 29 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตลอด 12 ปีของโครงการ G&amp;ndash;Green ได้ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนและเข้าใจการจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะขับเคลื่อนโครงการในปี 2562 อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในอาเซียนภายในปี 2580&amp;rdquo; นายรัชฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ นายมนูญ จันทรักษา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดผ่านการรับรอง Green Office ประจำปี 2561 ถึง 32 แห่ง เปิดเผยว่า PEA มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงให้หน่วยงานในสังกัดที่มีความพร้อมเข้ารับการประเมิน Green Office มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปีนี้มีหน่วยงานในสังกัดผ่านการประเมินระดับดีเยี่ยม (G-ทอง) ถึง 30 แห่ง และระดับดีมาก (G-เงิน) 2 แห่ง โดย PEA มีแผนจะขยายผลให้สำนักงานในสังกัดทั่วประเทศเข้ารับการประเมินให้ครบทั้ง 946 แห่งต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอภิญญา ลอยชูศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับรางวัล G &amp;ndash; Green Hotel และ G-Green Production ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) เปิดเผยว่า โรงแรมของเราให้ความสำคัญมากกับการดำเนินการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเราคำนึงถึงการจัดการพลังงาน ไฟฟ้า น้ำ แก๊ส ขยะ และมลพิษต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาถึง 16 ปี ซึ่งต้องขอบคุณ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เข้ามามีส่วนร่วมและให้คำแนะนำรวมถึงองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ จนได้รับรางวัลรับรองมากมาย เช่น ASEAN Green Hotel, ASEAN MICE และ Green Leaf&amp;nbsp; Green Community และยังเป็นหนึ่งในโรงแรมต้นแบบ Green Hotel &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นางณภัทร โชติพฤกษ์ชูกุล ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เซรามิค แบรนด์ PITA ซึ่งได้ผ่านการประเมิน G-Green Production ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) เปิดเผยว่า การเปิดให้ภาคเอกชนเข้ารับการประเมินมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการ เพราะที่ผ่านมาแม้เราจะให้ความสำคัญและดำเนินการในเรื่องนี้มาตลอด เช่น การดูแลน้ำเสียไม่ให้หลุดออกจากโรงงาน การใช้เตาประหยัดพลังงาน แต่ไม่เคยมีใครมาตรวจสอบหรือรับรองให้เรา การดำเนินโครงการนี้ของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเปรียบเสมือนการมีคนกลางมาตรวจสอบ และทำให้เราสามารถประชาสัมพันธ์ได้ว่า เราคือผู้ได้รับการรับรองที่มีมาตรฐานจากรัฐ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและศักยภาพการแข่งขัน เนื่องจากต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทส., พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา, รับรางวัล G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5bd09199bd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
