<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุกสายเขียว!&#039;บิ๊กจิน&#039;ยืนยันต่อเวทียาเสพติดโลกไทยใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15มี.ค.62-เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงเวียนนา) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (Commission on Narcotic Drugs: CND) สมัยที่ 62 ระดับรัฐมนตรี พร้อมกล่าวถ้อยแถลงว่า รัฐบาลไทยยืนยันต่อการดำเนินต่อพันธกรณีด้านการควบคุมยาเสพติด ทั้งในระดับอนุภูมิภาค ระดับภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งไทยยึดมั่นต่ออนุสัญญาสหประชาติด้านยาเสพติดทั้ง 3 ฉบับ และสนับสนุนคณะกรรมาธิการยาเสพติดในฐานะหน่วยงานหลัก ด้านนโยบายด้านยาเสพติด และสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยึดมั่นต่อปฏิญญาทางการเมือง และแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่มีต่อยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการและสมดุล เพื่อต่อต้านปัญหายาเสพติดโลก ซึ่งไทยมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านการลดอุปสงค์ยาเสพติดและอุปทานยาเสพติด โดยมีการดำเนินการ ทั้งการปฏิรูปกฎหมายยาเสพติด ที่ใช้หลักการสาธารณสุขนำ มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ประเทศไทยยังยึดมั่นต่อท่าทีของอาเซียน ที่จะไม่ทำให้ยาเสพติดเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ยกเว้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยประสบความสำเร็จในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ อาทิ ความร่วมมือกับประเทศอาเซียน ประเทศภาคีสมาชิกกรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ความร่วมมือภายใต้โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย เป็นต้น และประเทศไทยขอเรียกร้องนานาชาติให้เพิ่มความสนใจต่อปัญหาการลักลอบค้าเคมีภัณฑ์ และสารตั้งต้นที่ผิดกฎหมาย ขอให้ทุกภาคส่วนเห็นว่าปัญหายาเสพติดโลก เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน&amp;quot;พล.อ.อ.ประจิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31410</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, การควบคุมยาเสพติด, คณะกรรมาธิการยาเสพติด, พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b92868101d70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประจิน&#039;เซ็นอนุมัติพักโทษกรณีพิเศษปล่อย3บิ๊กคดีกรุงไทย&#039;สุชาย-วิโรจน์-มัชฌิมา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- สืบเนื่องจากกระแสข่าวพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งการพักการลงโทษ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทยผู้ต้องขัง 3 รายในคดีทุจริตอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้อนุมัติพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษจริง โดยทั้งหมดผ่านการพิจารณาพักการลงโทษมาตามลำดับขั้น. ในเดือนพ.ย.61 คณะอนุกรรมการพักการลงโทษ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน อนุมัติพัการลงโทษ เนื่องจากคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ คือรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 เป็นผู้ต้องขังสูงอายุ โดยมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป และมีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยเรื้อรังระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต่อมาคณะอนุกรรมการพักโทษ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พิจารณาและอนุมัติพักการลงโทษกรณีพิเศษในเดือนธ.ค. 61 &amp;nbsp;และในวันนี้ (8 ม.ค.) เป็นวันครบกำหนดโทษ 1 ใน 3 หรือ 3 ปี 4 เดือน 15 วัน เรือนจำจึงได้ปล่อยตัวบุคคลทั้ง 3 ออกจากเรือนจำ. โดยหลังจากนี้ บุคคลทั้ง 3 มีหน้าที่ต้องรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักโทษทั้ง 3 รายดังกล่าว ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก 18 ปี ถูกส่งตัวเข้ามายังเรือนจำเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 และได้รับพระราชทานอภัยโทษตามวโรกาสสำคัญต่างๆ ทำให้โทษจำคุกเหลือเพียง 9 ปี เมื่อรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน &amp;nbsp;3 หรือ 3 ปีเศษจึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาส่วนใหญ่ที่ถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังมีอาการเจ็บป่วยหนักด้วยโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เรือนจำจึงส่งตัวออกไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลภายนอก โดยร.ท.สุชายมีอาการป่วยหนัก นายวิโรจน์มีปัญหาสุขภาพตาเกือบมองไม่เห็น ส่วนนายมัชฌิมาก็ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26090</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, พักโทษ, มัชฌิมา กุญชร, ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ, รมว.ยุติธรรม, วิโรจน์ นวลแข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c34ae2bbe0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเฮ!&#039;ประจิน&#039;ชงพ.ร.บ.ปลดล็อกกัญชาเข้าครม.13พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ว่า ความก้าวหน้าเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น รัฐบาลได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดย สนช.ได้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าว ซึ่งกรอบแรกใช้เวลาพิจารณา 90 วัน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากและซับซ้อน รวมถึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน จึงยืดเวลาอีก 90 วัน โดย สนช.กำหนดไว้ว่าจะให้การพิจารณาร่างกฎหมายนี้เสร็จสิ้นในเดือน ก.พ.62 ระหว่างนี้ กมธ.และสมาชิก สนช.ส่วนหนึ่งเห็นว่าการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น ควรแยกเป็น พ.ร.บ.เฉพาะเรื่องนี้ ซึ่ง สนช.ได้ยกร่างขึ้นมาแล้ว มีบทบัญญัติไม่กี่มาตรา โดยจะชี้แจงในที่ประชุมสนช.ในวันที่ 9 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าครม.มีมติเห็นชอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ไปรับเรื่อง โดยจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 3 วัน แล้วจะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ถ้า ครม.เห็นชอบ จะส่งร่างนี้ไปเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ต่อไป ตรงนี้จะทำให้เกิดการปลดล็อกเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;อีกทั้งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลความเป็นมาของงานวิจัย ประโยชน์ที่ได้รับ และข้อเสนอในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกัน เราต้องยึดถือข้อตกลงในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านยาเสพติด ซึ่งกำหนดว่าให้ประเทศสมาชิกต้องไม่ยินยอมให้นำยาเสพติดมาเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย &amp;nbsp;อีกทั้งให้นำพืชเสพติดมาใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์และประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับกัญชาที่จะถูกนำมาใช้นั้น จะมีการนำพันธุ์กัญชามาปลูกในพื้นที่ควบคุมซึ่งมีอุณหภูมิ น้ำ แสง และน้ำที่เหมาะสม อีกทั้งกระบวนการการสกัดน้ำมันต้องทำในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำไปผสมเป็นสูตรในการรักษาโรค ต้องมีแพทย์และผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการรักษาด้วยสารดังกล่าว &amp;nbsp;ตรงนี้ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) &amp;nbsp;โดยการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการทำธุรกิจตรงนี้เป็นธุรกิจที่พึ่งพาตนเองในประเทศ &amp;nbsp;เมื่อมีกฎหมายออกปลดล็อกเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชาแล้ว จะมีการกำหนดผู้ทำหน้าที่ดูแลการผลิต และผู้ควบคุมการรักษาให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คงไม่สามารถนำกัญชาอัดแห้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันจะต้องใช้ต้นกัญชาสดที่มีอายุในระดับหนึ่ง แต่กัญชาที่จับกุมได้นั้นฝ่อไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้สกัดน้ำมันได้&amp;rdquo;พล.อ.อ.ประจิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21461</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 พ.ย., ปลดล็อกกัญชา, พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, รมว.ยุติธรรม, รองนายกฯ, สายเขียว, เสนอครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be16e8cad406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3ผู้ต้องหาชิงรถ หลบหนีจากศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 ผู้ต้องหาแหกหนีกลางศาลหลังสวน 3 คนโดดขึ้นรถเรือนจำที่ผู้คุมสะเพร่าเสียบกุญแจรถคาไว้ เร่งเครื่องพุ่งชนประตูศาลทับเพื่อนอีก 2 คนที่โดดตามไม่ทันอาการโคม่า อธิบดีราชทัณฑ์บินด่วนอำนวยการ สั่งสอบเอาผิดคนบกพร่อง รำดมกำลังทหาร ตำรวจ 200 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่นและ ฮ.ไล่ล่า พบร่องรอยบุกบ้านร้างใช้ค้อนทุบตรวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู ผกก.สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุผู้ต้องหาชิงรถยนต์เรือนจำหลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำจังหวัดหลังสวน ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาซึ่งอยู่ด้านหลังภายในศาลจังหวัดหลังสวน พบประตูเหล็กถูกรถยนต์ชนพังราบ มีผู้ต้องหาชิงรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำจังหวัดหลังสวน ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ฮฐ 1666 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปทั้งโซ่ตรวนจำนวน 3 คน โดยมีภาพวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะชิงรถและพุ่งชนประตูทางออกศาลด้นหลังหลบหนีไปได้ และมีผู้ต้องหาที่กระโดดขึ้นรถหลบหนีไม่ทัน ถูกประตูที่ผู้ต้องหาขับพุ่งชนจนพังล้มทับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหลังสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี และมีชาวบ้านแจ้งว่าพบรถยนต์ที่คนร้ายขับมาจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์มใกล้เชิงเขาท่าทอง บ้านห้วยคล้า หมู่ 12 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 35 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่ไว้ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไป พบร่องรอยคนร้ายหลบหนีไปทางเชิงเขา เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกค้นหาพร้อมขอกำลังเสริมจากโรงพักพื้นที่ใกล้เคียง และขอสุนัขดมกลิ่นจาก ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ มาสนับสนุนไล่ล่าคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบว่า ที่บ้านปูนชั้นเดียว ห่างจากที่คนร้ายจอดรถทิ้งไว้ประมาณ 500 เมตร เป็นบ้านที่เจ้าของสวนปาล์มสร้างไว้ นานๆ จะเข้ามาพักอาศัย พบร่องรอยคนร้ายปืนขึ้นไปบนหลังคาซึ่งสูงกว่าพื้นประมาณ 1.50 เมตร แล้วพังกระเบื้องหลังคาลงไปในบ้าน ใช้ค้อนและเลื่อยตัดโซ่ตรวน แต่ยังไม่ขาด ก็รีบหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึงไม่นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สหรัฐกล่าวว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนีทราบชื่อ นายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/13 หมู่ 6 ต.เชียวเหลียง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง, นายกฤษฏา เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/1 หมู่ 7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร, นายนราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/47 หมู่ 3 ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ทั้ง 3 รายต้องหาคดีครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีทั้งยาบ้าและยาไอซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สหรัฐกล่าวต่อว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดหลังสวนได้เบิกตัวนำผู้ต้องหาเรือนจำขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหามาส่งที่ศาลจังหวัดหลังสวน เพื่อส่งฟ้องนัดแรกจำนวน 11 คน แต่ระหว่างส่งตัวเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหาใต้ถุนศาล เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการด้านเอกสารและส่งตัวผู้ต้องหาเข้าไปควบคุมแล้ว 6 คน เหลืออีก 5 คน ได้ก่อเหตุชิงรถควบคุมผู้ต้องหาหลบหนีทั้งมีโซตรวนพันธนาการขาอยู่ แล้วขับพุ่งชนประตูศาลด้านหลังใกล้ห้องควบคุมจนประตูพัง และทับผู้ต้องหาที่กระโดดขึ้นรถไม่ทัน 2 คนบาดเจ็บสาหัสปางตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สหรัฐ ร่วมกับ พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิมขำ รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร, พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ ผกก.ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์, นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำจังหวัดหลังสวน ใช้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.ตะโก เป็นกองบัญชาการวางแผนและขอกำลังสนับสนุน รวมทั้งสุนัขดมกลิ่นจากทหารและ ตชด.ในพื้นที่ จ.ระนอง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์เพื่อบินสำรวจกดดันคนร้าย เนื่องจากพบร่องรอยการหลบหนีอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งกระจายกำลังกว่า 200 นาย ปิดล้อมพื้นที่ในรัศมีกว่า 900 ไร่ รอบๆ ภูเขาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตนและ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล จะรีบเดินทางไปยัง จ.ชุมพร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักโทษเรือนจำจังหวัดหลังสวน ปล้นรถเรือนจำหลบหนีออกจากศาลจังหวัดหลังสวน เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำซึ่งเป็นพนักงานขับรถประมาท ขณะนำตัวนักโทษไปขึ้นศาลได้เสียบคากุญแจรถเอาไว้ที่คอพวงมาลัย โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลยังไม่ออกมารับตัวผู้ต้องขัง เป็นเหตุให้นักโทษ 3 รายวิ่งออกจากตัวอาคารศาล กลับมาที่รถเรือนจำและขโมยรถได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไปได้ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่เดินทางด่วนไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้กระจายกำลังติดตามตัวนักโทษทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการ พร้อมฟังรายงานเหตุการณ์และภารกิจติดตามไล่ล่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเราจะไม่โทษความผิดพลาดของหน่วยงานใด แต่ขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้ และอนาคตจะได้วางแผนร่วมกันเพื่อหามาตรการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่จากการตรวจดูกล้องวงจรปิดขณะผู้ต้องหาชิงรถหลบหนี เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ยังมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติ ซึ่งยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ จึงจะต้องมีการพิจารณาโทษทัณฑ์ผู้เกี่ยวข้องตามระเบียบกันต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19709</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฏา เกตุนุ้ย, นราธิป เพิ่มลาภ, บุญญรักษ์ บุญญาธิการ, พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู, พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิมขำ, พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย, พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, พิเชษฐ์ กลิ่นโอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf52a18bec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
