<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยกราดยิง โปรดเกล้าฯองคมนตรีเยี่ยมเหยื่อ/ยอดดับพุ่ง30รายเจ็บ58</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงห่วงใย ปชช.เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกัน-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; นำทีมปิดล้อม &amp;quot;จ่าคลั่ง&amp;quot; กว่า 18 ชม. ก่อนวิสามัญฯ เสียชีวิตชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; บินลงพื้นที่สั่งถอดบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำรอย ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 30 ราย บาดเจ็บ 58 คน เศร้า! 2 ตร.หน่วยอรินทราชถูกยิงดับขณะปฏิบัติหน้าที่ &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งจิตแพทย์เข้าดูแลสภาพจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี &amp;nbsp;ทหารของหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อเหตุยิงผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และหลบหนีเข้าไปที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ใช้เวลากว่า 18 ชั่วโมงจึงสามารถยุติลงได้ โดยคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 57 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดค่ำคืนวันที่ 8 ก.พ. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 ก.พ. บรรยากาศบริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นไปด้วยความตึงเครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ โดยในเวลา 01.45 น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จำนวนกว่า 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของห้าง โดยแต่ละคนมีสภาพสีหน้าอิดโรยรวมทั้งยังหวาดกลัว จนเจ้าหน้าที่ต้องให้กำลังใจบอกทุกคนปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 02.30 น. เกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าซึ่งเจ้าหน้าที่กันพื้นที่เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย มีการนำรถดับเพลิงเข้าไปในพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะเงียบลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังปิดล้อมศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชไว้ โดยคนร้ายยังไม่ยอมจำนน และมีรายงานว่าคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในศูนย์อาหารฟู้ดแลนด์ บริเวณชั้น LG ของศูนย์การค้าดังกล่าว พร้อมด้วยประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีเสียงปืนดังจากการปะทะกันเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์, พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมหาโดรนเพื่อนำไปบินหาจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัว เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธสงคราม และมีทักษะในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เผชิญหน้ากับคนร้ายอาจเกิดการประทะ และอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเคลียร์ที่ชั้น G ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช หลังจากเหตุการณ์ปะทะเงียบสงบลงไปได้ 1 ชั่วโมง พบว่าในบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตออกมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.00 น. ได้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งมีรายงานออกมาว่าเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทยอยลำเลียงคนเจ็บและผู้ติดค้างออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.28 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินออกมาจากบริเวณด้านหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งในระหว่างเดินทางไปขึ้นรถตู้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์จบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดให้รอฟังคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บ
9 โมงจนท.วิสามัญฯ จ่าคลั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) และ นพ.นรินทร์รัชต์ &amp;nbsp;พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีทั้ง 3 ท่านมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง และช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะมีการเชิญสิ่งของพระราชทานมาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้ปล้นปืนและรถของราชการออกมาก่อเหตุ กองทัพภาคที่ 2 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการดูแลประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจนทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ตำรวจได้ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ โดยครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ได้ลงมาควบคุมสั่งการพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 10 หน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้จะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานในด้านคดี ให้ความเป็นธรรม และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;quot; พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตหรือไม่ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชซึ่งเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ถูกยิงเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการมี 2 นาย คือ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และ ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทาง บช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยกย่องเชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ ร.ต.อ.ตระกูลพึงจะได้รับ เบื้องต้นมีรายละเอียดดังนี้ เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เงินช่วยเหลือจากกองทุนต่างๆ รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท ในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทรงห่วงผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรงคนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต &amp;nbsp;พุกผาสุข, พล.อ.ดาว์พงษ์ &amp;nbsp;รัตนสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายได้นำอาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่โรงพยาบาล 30 ราย ดังนี้ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 20 ราย, โรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมา 4 ราย, &amp;nbsp;โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 ราย, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 ราย และโรงพยาบาลเซนต์แมรี 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 25 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และทรงชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย ตลอดจนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางถึง จ.นครราชสีมา ในเวลา 09.45 น. จากนั้นร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่​ โดยมีพล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ,​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​, พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย,​ พล.อ.ชาญชัย​ ช้างมงคล​ รมช.กลาโหม, นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​, ผู้บัญชาการทหาร,​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​, ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม​ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำคณะ​ไป​เยี่ยมผู้บาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน​ ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี​ โรงพยาบาลกรุงเทพ​ราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้​ ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้สอบถามอาการจากแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์บอกคนไข้ปลอดภัยแล้ว ขณะที่นายกฯ กล่าวกับญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า ไม่ต้องกลัว ในทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้อยู่แล้ว สมัยก่อนทหารที่โดนยิงที่ไส้หมอยังช่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราช​ นครราชสีมา พร้อมแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอด​ ระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์​ ดูแลความปลอดภัย​ และได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่​ ทั้งตำรวจทหาร​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่​ 8 ก.พ. ตนกังวลในเรื่องการใช้กำลัง​ กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพ​ แต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคืนผมติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน ​มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิตเข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ​ รวมทั้งผู้ที่สูญเสียทั้งหมด​ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของมนุษย์​ ของประชาชน​ ของเจ้าหน้าที่ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ​ แล้วการที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสังเกตการณ์ ​เพราะมีความห่วงใย​ ขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิด เพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ​ นอกจากนี้​ เมื่อเช้าวันเดียวกันได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน เราจะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ​ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง
สรุปเสียชีวิต 30 เจ็บ 58 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิต​ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล​ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม วันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี ส่วนการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​มาดูแลให้​ ทั้งผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตทั้งหมดมาจากกระสุนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้มาจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ โดยการปฏิบัติหน้าที่ ทุกหน่วยงานได้ร่วมการทำงานแบบบูรณาการ และยึดตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และยึดเอาความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกัน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจตนก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ตนไม่มีปัญหา​ พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเบือน ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตนดูแลคน ทุกๆ ฝ่าย​ งบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆ จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Paryut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;ldquo;เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือเราต้องเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีสติ มีน้ำใจ ที่สำคัญเราต้องร่วมมือ และมีความเข้าใจกันและกัน ผมขอขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจมาตลอดคืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยทุกคนครับ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ #ส่งใจไปโคราช&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เวลา 16.15 น. มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย ประกอบด้วย 1.พ.อ.อนันต์ฐโรจ กระแส 2.นางอนงค์ มิตรจันทร์ 3.นายจักรพันธ์ ชิพิมาย 4.นายศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี 5.นายพีรพัฒน์ พลาสาร 6. ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง 7.ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี 8.น.ส.อริยา กลีบเมฆ 9.ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ 10.นางพัชรา จันทร์เพ็ง 11.นายจิรวัฒน์ รัดกลาง 12.นางนริศรา โชติกลาง 13.นายทัศนะ หริรักษ์ 14.นางชญาภา แสงครบุรี 15.พลทหารเมธา เลิศศิริ 16. นายวันชัย เวชวรรณ์ 17.นายอำนาจ บุญเกื้อ 18.นายเอกวิน อินทน 19.ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา 20.ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย 21. น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น 22.จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา 23.นาย สุริยะ สิมป์รัชตามร 24.นายอธิวัฒน์ พรมสุข 25.นางสาวกรรณิการ์ การบรรจง 26.นางสาวปภัชญา นวลรักษา 27.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 28.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 29.หญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล 30.เด็กชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบชื่อ-สกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังแอดมิตในโรงพยาบาล 32 คน คือ 1.นาย พิทยา แก้วพรม 2.ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน 3.นายณโชติ โชติกลาง 4.นายทวีศักดิ์ สุขารมย์ 5.ด.ช.ธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน 6.นายวัฒนา เพ็งบอก 7.ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคล 8.น.ส.อาทิตยา ศรสิทธิ์ 9.นาย สุรเดช เนื่องอุทัย 10.ร.ต.ต.จำรัส ไชยฤกษ์ 11.นายอัฐเศรษฐ์ ศิรวรัญกูล 12.นางเพ็ญศิริ แซ่จิง 13.นายอุทัย ขันอาสา 14.นาย นิพจน์ บุปผาเฮ้า 15.ด.ช.เจริญศักดิ์ จำปาทอง 16.นายคมกฤษ นนทะนำ 17.นางวทัญญา แสงประสิทธิ์ 18.นายสิทธิศักดิ์ วาดโคกสูง 19.นายบุลวัชร์ กุญชรินทร์ 20.นายเพลิน เทจอหอ 21.น.ส.มัฑนา หล่อแท้ 22.นายฐาปณัฐ เพ็ญจันทร์ 23.นายบุญหลาย คณาบตย์ 24.น.ส.พลอยใส ยาคูโวฟลก์ 25.นายฐิรัตติกาล นอมไทย 26.นายชณนวี จันทร์สิงสุข 27.นายศุภชัย แดงอยู่ 28.น.ส.สิริวรรณ นิลนาม 29.พลทหารโชคชัย มูลจันทา 30.พลทหาร อรรถพล วงศ์พล 31.ด.ต.สงกรานต์ บุญทอง 32.ด.ต.สามชัย แพเกาะ นอกนั้นอีก 26 คน สามารถกลับบ้านไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 58 คน&amp;nbsp;
ส่งจิตแพทย์ดูแล ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11 )จำนวน 1 กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย (คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก (รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองทัพบกออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การควบคุมพื้นที่ทั้งในและนอกอาคาร โดยมีความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกับสอบสวนหาสาเหตุของการกระทำการครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซึ่งลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ดังกล่าวตลอดทั้งคืน รวมทั้งสั่งให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมาและใกล้เคียงเตรียมความพร้อมของแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์การช่วยชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและทีมแพทย์ทุกคน ทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน ไม่ได้หยุดสักนาที ขอบคุณสื่อมวลชน และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ความร่วมมือของทุกคน จะทำให้เรายุติเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกชีวิตที่ถึงมือหมอ พวกเราจะดูแลให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต นำทีมลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากเหตุการณ์กราดยิง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.บุรินทร์กล่าวว่า ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์พบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ยังมีความตกใจกลัวและยังหวาดกลัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการดีขึ้นสามารถให้กลับบ้านได้ และจะมีการติดตามต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ EOC ที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.นครราชสีมา และเตรียมทีมวิกฤติสุขภาพจิตในพื้นที่และในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งหมด 6 แห่ง เพื่อร่วมกันดูแลกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ แยกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มได้รับบาดเจ็บ กลุ่มที่เป็นญาติของผู้เสียชีวิต ต่อไปจะลงไปพูดคุยกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ อาจเกิดภาวะเครียดจากการปฏิบัติงานอย่างหนัก ส่วนแผนดำเนินงานมีการวางแผนไว้ 3 ระยะ ระยะแรกเป็นการดูแลเบื้องต้น ระยะที่ 2 เป็นการดูแลติดตาม ระยะที่ 3 คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจ&amp;quot; ผอ.กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า ในส่วนของเงินชดเชยตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ได้สั่งการยุติธรรมจังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตถึงสิทธิที่จะได้รับ และขณะนี้ก็ได้มอบหมายให้ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ารับผิดชอบ เกาะติดในพื้นที่ และคอยประสานเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนเงินเยียวยาที่สามารถเบิกจ่ายได้ตอนนี้คือ ค่าปลงศพ 20,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้กับญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้สั่งการให้สำนักงานอัยการสูงสุดภาค 3 ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือดูแลในส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่จะได้จากรัฐอย่างไรบ้าง รวมถึงสิทธิการจัดการมรดกผู้เสียชีวิตทุกราย และให้รายงานอัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ โดยทางสำนักงานอัยการภาค 3 ก็รับทราบคำสั่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข, วิเชียร จันทรโณทัย, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40084b44ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เผยทรัพย์สิน &#039;บิ๊กจอม&#039; หลังพ้นสนช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.61 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.61 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.จอม แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 20,820,037 บาท ได้แก่ เงินฝาก 4 บัญชี 14,459,459 บาท เงินลงทุนในกองทุนต่าง ๆ 2 แห่ง 2,122,614 บาท ที่ดิน 1 แปลง ที่เขตสายไหม กทม. ได้มาเมื่อปี 2550 มูลค่า 2,494,000 บาท บ้าน 1 หลัง 1,744,000 บาท มีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคาร 1,038,052 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายได้ต่อปี 6,660,704 บาท แบ่งเป็น เงินเดือน+ค่าตำแหน่ง 1,821,734 บาท เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่ม สนช. 1,362,720 บาท ค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 1,638,750 บาท ค่าเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนพิเศษ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด 1,837,500 บาท มีรายจ่ายต่อปี 4,561,293 บาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค 4.8 แสนบาท ค่าผ่อนบ้าน 396,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 552,887 บาท ค่าบัตรเครดิต 132,406 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนาวาอากาศเอกหญิง กรนันท์ รุ่งสว่าง ภริยา มีทรัพย์สิน 7,900,949 บาท ได้แก่ เงินฝาก 5 บัญชี 2,611,211 บาท ที่ดิน 1 แปลง ต.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น ได้มาเมื่อปี 2554 มูลค่า 1,080,000 บาท บ้าน 1 หลัง 1,920,000 บาท รถยนต์ 3 คัน ได้มาระหว่างปี&amp;nbsp;2555-2558&amp;nbsp;มูลค่ารวม 2,289,737 บาท มีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคาร 1,316,895 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายได้ต่อปี 853,380 บาท เป็นเงินเดือน+ค่าตำแหน่งทั้งหมด มีรายจ่ายต่อปี 513,139 บาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค 2.4 แสนบาท ค่าผ่อนบ้าน 152,400 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 3 หมื่นบาท ค่าผ่อนรถยนต์ 90,640 บาท ค่าบัตรเครดิต 99 บาท เบ็ดเสร็จมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 28,721,023 บาท หนี้สิน 2,354,948 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พล.อ.อ.จอม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี ระหว่างปี&amp;nbsp;2559-2561&amp;nbsp;เคยเป็น ผบ.ทอ. ก่อนหน้านี้ปี 2555 เป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายยุทธการ ปี 2556 เป็นรองเสนาธิการทหารอากาศ ปี 2557 เป็นเสนาธิการทหารอากาศ ส่วนนาวาอากาศเอก กรนันท์ เป็นนายทหารปฏิบัติการกองบัญชาการกองทัพไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24139</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a00664bffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กเจี๊ยบ-บิ๊กจอม&#039; พร้อมใจลาออกพ้น &#039;สนช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว รวมทั้งตำแหน่งต่างๆที่มีอยู่ ได้แก่ บอร์ดการบินไทย โดยให้เหตุผลว่า เกษียณอายุราชการ และเพื่อเปิดทางให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็ได้ยื่นลาออกจาก สนช.และตำแหน่งอื่น ๆ แล้วเช่นเดียวกัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสนช.อย่างเป็นทางการ โดยมีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 ส่วนเหตุผลในการลาออกนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่มีสมาชิกสนช.ลาออกอีก 2 คน ทำให้มีสมาชิกสนช.ดำรงตำแหน่งเหลืออยู่จำนวน 243 คน ขณะเดียวกัน พล.อ.อ.จอม ยังได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆที่มีอยู่เดิมด้วย อาทิ กรรมการบริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากได้เกษียณอายุราชการ และเพื่อเปิดให้บุคคลอื่นที่มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งมีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เช่นกัน ส่วนพล.อ.เฉลิมชัย ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งอื่นๆด้วยเช่นกัน เช่น กรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18820</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กจอม, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1db9de7dba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพรฎ.เลือกตั้งรบ.คงอำนาจเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นฟ้าเปิดเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ปลุกประชาชนอย่ายอมให้ใครมาล้ม แจงลงพื้นที่มุ่งเติมเงินให้จังหวัดเข้มแข็ง ปัดใช้งบหลอกล่อชาวบ้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; &amp;nbsp;ยันรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แม้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง อนุมัติงบ-โยกย้ายได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดการประชุมประจำปี 61 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา&amp;quot; โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมรับฟัง 2,500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่ง แจ่มใส ฟ้าสว่าง แสดงว่าประเทศไทยฟ้าเปิดแล้ว มีทุกภาคส่วน รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ และทุกคนถือเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ มีอนาคตเหมือนกับคำที่กล่าวไว้ว่า อนาคตไทยอนาคตเรา คือการมองที่มีส่วนรวมมาก่อน แล้วค่อยมาคิดถึงตัวเองเป็นอันดับสอง รวมทั้งไม่ว่าจะยุทธศาสตร์ใด จะเดินหน้าไปได้หมด ทั้งนี้ การจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีก้าวแรกเสมอ ไม่ว่าจะเท้าซ้ายหรือเท้าขวา จะต้องเดินต่อ และคิดต่อว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ล้ม เปรียบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทเป็นถนนหรือทางเดินของทุกคน แต่ถึงเวลาหากรถติดก็อาจเปลี่ยนเส้นทางได้ ปรับแก้ได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ปี 61-80 ตัวเลขดูเยอะ ใครจะอยู่ถึงยังไม่รู้เลย แต่ผมต้องการให้มันไปถึง ยังไงมันก็อยู่ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้ว วันนี้หลายพรรคการเมืองบอกเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ล้มประเทศของท่านเอง ประชาชนยอมหรือไม่ ไม่ได้หรอก นี่คืออเวนิว ถนนของท่าน ต้องไปให้ได้ ถ้าท่านอยากจะเจริญอย่างบางประเทศในอาเซียน ในประเทศอียู ประเทศตะวันตก ทุกประเทศเขามีหมด ทุกรัฐบาลจะได้ไม่บิดพลิ้ว ไม่ก้าวออกไปข้างนอก สะเปะสะปะ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เวลารัฐบาลไปประชุมในพื้นที่เยี่ยมจังหวัดต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าเอางบประมาณไปหลอกล่อประชาชน แต่การลงพื้นที่จะให้ได้เฉพาะที่มีแผนงานอยู่แล้ว ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาเกษตรกร จะอยู่ประชุมด้วยกันทั้งหมด โดยจะมีการเสนอโครงการมาที่รัฐบาล หากโครงการไหนที่ตรงกับของเราที่มีอยู่แล้วสามารถดำเนินการได้ในปีนี้หรือปีไหน เพื่อจะตอบโจทย์งบประมาณค้างท่อในทุกปี ไม่ใช่ตนจะเอางบไปให้อย่างที่เคยเกิดแต่ก่อน จะมีคนถือโครงการลงไปแล้วก็บอกว่าได้มาแล้ว ได้มาได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่เข้า ครม. ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยนิยมหลายคนบอกเป็นโครงการเพื่อการสร้างผลทางการเมือง แต่เกิดขึ้นมาก่อนเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โครงการเหล่านี้ให้ประชาชนคิดเองว่าจะเอาอะไร ซึ่งบางคนไม่มาเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้สตางค์โดยตรง แต่คนที่มาร่วมตัดสินว่าจะเอาอะไร นี่เป็นประชาธิปไตยใช่ไหม แล้วจะไปล้มเขาได้อย่างไร ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งผลประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อม วันนี้จังหวัดที่อยู่ท้ายตารางประมาณ 18 จังหวัด ต้องเติมเงินเพื่อให้เขาเข้มแข็ง บอกเป็นการเมืองตนไม่เข้าใจ ไปดูเสียบ้างข้อมูลต่างๆ ใครก็พูดได้ พูดแต่ปากไม่รับผิดชอบก็พูดได้หมด สังคมและประชาชนต้องช่วยกัน จะเชื่อตนหรือเชื่อเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯ ใช้เวลาพูดไปกว่า 1 ชั่วโมง ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอโทษผู้ที่มาร่วมประชุม พร้อมหยุดพักเพื่อดื่มน้ำ แล้วถามผู้ร่วมประชุมว่า &amp;ldquo;เหนื่อยหรือไม่ ฟังนานแล้วจะเบื่อ ผมพูดเองก็เบื่อเหมือนกัน&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯ ได้สั่งให้ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดลุกขึ้นยืนและยกมือขึ้นโบกไปทางซ้าย-ขวา พร้อมบอกว่าเราจะทำตามสัญญา และสั่งให้ทุกคนนั่งลงอย่างเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ที่พูดไปในวันนี้ จะเห็นว่ามีปัญหาสังคม คือความใจร้อน ใจร้อนที่สุดก็คืออยากจะเลือกตั้ง หวังว่ามันจะดีขึ้น ก็คอยดูก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร เราต้องทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยให้ได้ในรัชกาลนี้ และรัชกาลต่อๆ ไป วันหน้าจะกี่ร้อยปี ต้องทำให้ได้ทั้งหมดทั้งยุคเราและยุคคนอื่นต่อไปในวันหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเปิดการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยโบกมือพร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าขึงขังว่า &amp;quot;ไม่มีอะไรจ้ะ เพื่อประเทศชาติ อนาคตใคร อนาคตเรา เข้าใจไหม เราๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุหลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว หากคนในรัฐบาลใช้เวลาราชการหาเสียงถือว่ามีความผิดว่า เรื่องนี้เป็นวิธีปฏิบัติที่ทราบกันอยู่แล้ว หากใช้เวลาราชการถือว่าเสี่ยงมาก แต่ไม่เกี่ยวกับบทบาทของนายกฯ เพราะความเป็นรัฐบาล ถึงอย่างไรต้องปฏิบัติหน้าที่ สื่ออย่าไปมองว่าเมื่อรัฐบาลขยับอะไรจะเป็นการหาเสียงไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา ไม่ควรจัด ครม.สัญจรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีได้ ส่วนจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะหน้าที่ของครม.ยังต้องมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครม.ชุดปัจจุบันถือว่าเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนกับกรณีการยุบสภาแล้วรัฐบาลพ้นจากตำแหน่ง &amp;nbsp;จึงไม่ใช่การรักษาการ มีอำนาจเต็ม สามารถอนุมัติงบประมาณและโยกย้ายข้าราชการได้ ทำอะไรได้หมด แม้แต่ คสช.ยังใช้มาตรา 44 ได้ถึงนายกฯ คนใหม่ถวายสัตย์ฯ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า เรื่องนี้ไม่เหลื่อมล้ำ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งใจเขียนเช่นนี้ ส่วนเหตุผลขอให้ถามนายมีชัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, &amp;nbsp;พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยนายกฯ ได้กล่าวอวยพรและขอบคุณคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2561 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 2/2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ลงวันที่ 20 ก.ย.2560 โดยให้แต่งตั้งให้บุคคลต่อไปนี้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองหัวหน้า คสช. 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองหัวหน้า คสช. 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรองหัวหน้า คสช. 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นรองหัวหน้า คสช. 6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรองหัวหน้า คสช. 7.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นสมาชิก คสช. 8.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นสมาชิก คสช. 9.พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เป็นสมาชิก คสช. 10.พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เป็นสมาชิก คสช. 11.พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็นสมาชิก คสช. 12.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เป็นสมาชิก คสช. 13.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นสมาชิก คสช. 14.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นสมาชิก คสช. &amp;nbsp;และ 15.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นเลขาธิการ คสช. &amp;nbsp;โดยให้สำนักเลขาธิการ คสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของ คสช. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการปรับเปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพคนใหม่เข้ามาเป็นสมาชิก คสช.แทนคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18593</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bace5254fc72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพตบเท้าพบ &#039;บิ๊กตู่&#039;  อำลาเกษียณอายุราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 61 - ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โอกาสนี้คณะผู้บัญชาการเหล่าทัพได้นำมาลัยดอกไม้มอบให้กับนายกรัฐมนตรี โดย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรและขอบคุณคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ร่วมกันทำงานในวาระการดำรงตำแหน่งอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก่อนคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18567</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5baca93cf1b14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ.เชื่อประเทศไทยเดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61-พลอ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการโปรดเกล้าฯให้พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วยผบ.ทอ. เป็นผบ.ทอ.คนต่อไปว่า ผบ.ทอ.คนใหม่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่กับระบบของการพัฒนากองทัพมาอย่างต่อเนื่อง ตนเชื่อมั่นในตัวพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ว่าจะสามารถนำพากองทัพอากาศไปสู่จุดมุ่งหมายได้อย่างแน่นอน ส่วนบทบาทของทหารหลังจากนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง รวมถึงสนับสนุนภาครัฐและรัฐบาล ถ้าในส่วนกีฬาและสวัสดิการเชื่อว่าพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์นั้นจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในส่วนของข้าราชการและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง ในส่วนของผบ.ทอ.คนใหม่ และทหารจะช่วยดูแลอย่างไร พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า บทบาทของทหารมีเรื่องเดียวคือเรื่องการดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเชื่อว่าเราจะสามารถเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิมได้ เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้กลุ่มการเคลื่อนก็ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น มีความเป็นห่วงว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า คิดว่าไม่น่าเป็นห่วงอะไร เพราะเป็นบทบาทที่ทุกคนต้องทำตามหน้าที่ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า ในส่วนของผบ.ทอ.เองมีใครทาบทามไปดำรงตำแหน่งสำคัญ หลังเกษียณอายุราชการหรือไม่ พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีครับ หลังจากเกษียณอายุราชการคิดว่าจะไม่ทำอะไรแล้ว และอาจจะพาครอบครัวไปพักผ่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคืนสู่ประชาธิปไตย, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b974cb05e090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีฆายุกาโหตุนาถปรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.10-พระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาฯ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าถวายพระพรเนืองแน่น ทั่วไทยพร้อมใจสวมเสื้อฟ้าทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมทำความดีเนื่องในวันแม่แห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp; สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จออกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.39 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ &amp;nbsp;พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp; พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ &amp;nbsp;และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลของบรรพชิตจีนและญวน จากนั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ &amp;nbsp;พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทับยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ เสด็จฯ &amp;nbsp; ไปทรงจุดธูปเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดาบนแท่นซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ &amp;nbsp; เสด็จลงจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทับยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่พระราชอาสน์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระราชอาสน์ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล พระสงฆ์ 87 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ ทรงจุดเทียนที่ฝาครอบพระกริ่ง ทรงจุดแล้ว เจ้าพนักงานเชิญเข้าไปตั้งที่โต๊ะข้างหน้าผู้เป็นประธานสงฆ์ เสด็จฯ ไปทรงประเคนครอบพระกริ่งแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;และสมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนผ้าไตรแด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ซึ่งจะเดินเข้ามารับจนครบ 87 รูป ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง&amp;nbsp;
เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯ กลับในเวลาต่อมา
สวมเสื้อฟ้าเฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนหน้าพระลานและประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนต่างมาจับจองพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถือพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จำนวนมาก ขณะที่เต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน พระบรมมหาราชวัง และบริเวณโดยรอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีพสกนิกรและประชาชนจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ พร้อมใจสวมเสื้อสีฟ้าเฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมีอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ พระลานพระราชวังดุสิต &amp;nbsp;ในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท้องสนามหลวง เวลา 06.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีองคมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ส่วนราชการในพระองค์ ประธานองค์กรอิสระ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคเอกชน ประชาชน ร่วมพิธีกว่า 3,000 คน โดยนิมนต์พระสงฆ์และสามเณร 243 รูป จากวัดใน กทม. รับบิณฑบาต &amp;nbsp;สำหรับสิ่งของและอาหารแห้งที่ได้รับบิณฑบาตนี้ จะนำไปมอบให้สถานสงเคราะห์ต่างๆ ใน กทม.และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนเริ่มพิธีตักบาตร ได้นิมนต์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ รวม 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และอัญเชิญพระพุทธโลกนาถสิริคุณ ซึ่งจัดสร้างในโอกาสมหามงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 ส.ค.2535 เป็นพระพุทธรูปประธานในพิธี ตามที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้คณะบุคคล บุคคลสำคัญ และประชาชน ลงพระนามและลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา วันที่ 12 ส.ค.2561 ไว้ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น.นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 07.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร ภริยา ได้นำคณะรัฐมนตรีมาลงนามถวายพระพรพร้อมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรต่างประเทศ เดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เหล่าคณะบุคคล ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ถวายพระพรเนืองแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน สำนักพระราชวังจัดที่ให้ประชาชนลงนามถวายพระพร ได้มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีฟ้า รวมถึงชุดไทยสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสายใจ สังขพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ นำคณะครูอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ เดินทางมาลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิองค์อนุเคราะห์คนหูหนวก ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนคนหูหนวกแห่งแรกของประเทศไทย จนกลายเป็นโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ ในปัจจุบัน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ ร่วมกันจัดทำบทเพลงภาษามือที่สวยงาม ชื่อว่า แม่คือผู้หญิงของแผ่นดิน เผยแพร่ทางยูทูบ ถือเป็นบทเพลงจากหัวใจ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นอกจากเป็นพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ทรงเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่ อยากเผยแพร่เพลงให้เป็นที่จดจำ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้พิการเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงเวลา 12.00 น. 3 เหล่าทัพทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา พร้อมกัน กองทัพบก โดยกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1 พัน.1 รอ.) ทำการยิงสลุต ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ส่วนกองทัพเรือ ทำการยิง ณ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ขณะที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิง ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 ส.ค. 2561 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดนั้นๆ พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีฟ้า ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษา ในวันที่ 12 ส.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมในโครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย &amp;nbsp;อย่างที่ร้านขายยาเกรียงเจริญเภสัช ตั้งอยู่ถนนธนสาร ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ นายสุกิจ กังวานศุภพันธ์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน พร้อมด้วยภรรยา ลูกหลาน และมารดา ได้มาช่วยกันแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้านฟรีให้แก่ประชาชนที่เข้าแถวรอคิวยาวเหยียดกว่า 500 เมตร และมีการมอบแว่นสายตาให้แก่ผู้สูงอายุฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ธนาคารเลือด โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี จ.จันทบุรี มีประชาชน โดยเฉพาะแม่ลูกหลายครอบครัว ได้เดินทางมาบริจาคโลหิต และบริจาคอวัยวะ ดวงตา เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอต่อคิวบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15258</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พลตรีหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สายใจ สังขพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b705d933385b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
