<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคมอบผู้ประสบอุทกภัยกบินทร์บุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 -&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,330 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ครอบครัว ผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จำนวน 8 ครอบครัว และในพื้นที่ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ จำนวน 8 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข &amp;nbsp;องคมนตรี ประชุมและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลกบินทร์ &amp;nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี &amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดปราจีนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 64 ตำบล 708 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากร่องลมมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคตะวันออก &amp;nbsp;ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เส้นทางการไหลของน้ำแควหนุมาน กับแควพระปรง ไหลมารวมกันเป็นต้นแม่น้ำปราจีนบุรี แล้วไหลผ่านอำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอประจันตคาม และอำเภอเมืองปราจีนบุรี ไปรวมกับแม่น้ำนครนายกที่อำเภอบ้านสร้างเป็นแม่น้ำบางประกง แล้วไหลลงอ่าวไทยที่ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีน้ำทะเลหนุน จึงทำให้การระบายน้ำเกิดการชะรอตัวและระบายได้ช้า ประกอบกับมีการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทร์จินดา (เขื่อนห้วยโสมง) อีกวันละประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรตลอดเดือนกันยายน 2564 ทำให้น้ำในพื้นที่ด้านล่างซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ มีปริมาณน้ำเพิ่มมากกว่าปกติ จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของราษฎรในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองปราจีนบุรี &amp;nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี &amp;nbsp;อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอนาดี และอำเภอประจันตคาม รวม 18 ตำบล 99 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบ 1,330 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116831</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141ef8310597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ถวายราชสักการะ &#039;สมเด็จพระนเรศวร&#039; เนื่องในวันยุทธหัตถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระนเรศวร หรือ &amp;quot;พระองค์ดำ&amp;quot; เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จ พระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก พระองค์ทรงมีมีพระเชษฐภคินีคือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ในขณะที่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก และทรงขอสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันที่หงสาวดี จนพระชนมายุได้ 15 พรรษา พระองค์จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ.2098 ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ณ เมืองแครง ประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยไม่ขึ้นกับพม่าอีกต่อไป และทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์สุโขทัย สิริรวมการครองราชย์สมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวม พระชนมพรรษา 50 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระกฤดาภินิหาร ในความเป็นนักรบที่กล้าหาญซึ่งได้รับการยกย่องสรรเสริญในวีรกรรมที่ได้ทรงประกาศอิสรภาพ ทำให้เมืองไทยพ้นจากอำนาจของพม่า และเมื่อพม่ายกกองทัพมาเหยียบย่ำพื้นแผ่นดินไทยให้ตกอยู่ในอำนาจ กองทัพพม่าครั้งนั้นใหญ่หลวงนัก มีพระมหาอุปราชาเป็นจอมทัพ ยกตีเข้ามาถึงเมืองสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรได้ยกกองทัพออกไปต่อสู้ ในที่สุด สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช ในท่ามกลางเหล่าทหารข้าศึก สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวแสนพลพ่าย ฟันต้องพระอังสาของพระมหาอุปราชาขาดสิ้นพระชนม์ชีพอยู่กับคอช้าง สมเด็จพระนเรศวรและกองทัพไทยได้รับชัยชนะอย่างมหัศจรรย์ เป็นที่เลื่องลือพระบรมเดชานุภาพไปยังประเทศใกล้เคียง เมื่อเสร็จสงครามยุทธหัตถีแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โปรดให้สร้างสถูปเป็นอนุสรณ์ไว้ที่ทุ่งหนองสาหร่าย ตำบลตระพังตรุ ตรงกับที่ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เรียกกันว่า เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวม พระชนมพรรษา 50 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้ตระหนักถึงพระราชวีรกรรมและคุณูประการอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อประเทศชาติไทยอันควร จะได้เทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฏเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์และประกาศให้ถือวันที่ 25 มกราคมของทุกปีเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติไทย และวันที่ 18 มกราคม ถือเป็น &amp;quot;วันยุทธหัตถี&amp;rdquo; หรือ &amp;quot;วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90216</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุพรรณบุรี, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, วันยุทธหัตถี, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, องคมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600552ba620cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะองคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่ชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นต้น ณ ห้องธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานการประชุม กล่าวเปิดการประชุม และกล่าวถึงความห่วงใยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอธิบดีกรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำ ปัจจุบันทั้งประเทศ (28 พฤศจิกายน 2562) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมประมาณ 49,558 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,548 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 มีอยู่ด้วยกัน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว บริมาณน้ำที่มีอยู่เขื่อนเหล่านี้สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฯ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,700 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีบริมาณน้ำใช้การได้ 5,004 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผล ไม้ยืนต้น เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ไว้อย่างรัดกุม โดยภาพรวมทั่วประเทศจัดสรรไว้ปริมาณ 29,039 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2562 - เมษายน 2563 ได้จัดสรรน้ำไว้ 17,699 ล้าน ล.บม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของปริมานน้ำตันทุน ซึ่งจะเน้นสนัสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ก่อนเป็นหลัก ส่วนที่เหลืออีกระมาณ 11,340 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัดพร้อมกับจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ ที่สามารถข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, น้ำ, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พลากร สุวรรณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de266d589488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อจ่าแซมปลื้ม เป็นพ่อตัวอย่าง เผยภูมิใจที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ่อจ่าแซมได้รับการคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ เผยถือเป็นความภูมิใจและเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ลูกชายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังพ่อแม่ ชี้เด็กสมัยนี้เลี้ยงยากกว่าแต่ก่อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมนี้ ที่หอประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ในงานวันพ่อแห่งชาติ ครั้งที่ 39 ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยสมาคมผู้อาสาสมัครช่วยการศึกษาและคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งยังเป็นการเทิดทูนพระคุณพ่อ ยกย่องบทบาทของพ่อที่ทีต่อครอบครัวและสังคม โดยปีนี้มีพ่อตัวอย่างแห่งชาติเข้ารับรางวัลจำนวน 351&amp;nbsp;คน แบ่งเป็น ภูมิภาค&amp;nbsp;132&amp;nbsp;คน ส่วนกลาง&amp;nbsp;193&amp;nbsp;คน กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;26&amp;nbsp;คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพ่อตัวอย่างแห่งชาติส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้แก่ นายวิชัย กุนัน อายุ 62 ปี บิดานาวาตรีสมาน กุนัน หรือ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เดินทางมาจาก อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เข้ารับรางวัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลพ่อตัวอย่าง ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล โดยตนมีลูกทั้งหมด 4 คน จ่าแซมเป็นลูกชายคนที่ 3 ปัจจุบันลูกๆ เสียชีวิตหมดแล้ว ที่ผ่านมาเลี้ยงลูกตามประสาชาวบ้านแบบพื้นบ้านทั่วๆ ไป จ่าแซมเองเป็นเด็กชอบสนุก แต่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังพ่อแม่ เวลาบอกว่าสิ่งไหนไม่ดีก็จะไม่ทำ แต่สมัยนี้เด็กๆ เลี้ยงยากกว่าแต่ก่อนมาก เอาใจยาก ถ้าหากสอนไม่ถูกทางก็อาจจะเสียคนไปเลย จึงอยากฝากบอกพ่อมือใหม่ในยุคนี้ให้เลี้ยงดูอบรมลูกให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นางสำราญ กุนัน อายุ 64 ปี มารดานาวาตรีสมาน กุกัน หรือ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; วีรบุรุษถ้ำหลวง เข้ารับโล่รางวัล &amp;quot;แม่ดีเด่น&amp;quot; ในสาขาแม่ผู้เสียสละ ในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23586</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พ่อจ่าแซม, พ่อตัวอย่างแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07d90801d92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
