<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอถอน&#039;ไพรินทร์&#039; จากบอร์ดฟื้นฟูฯ งดคืนตั๋วชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบินไทยยื่นศาลล้มละลายขอถอนชื่อ &amp;quot;ไพรินทร์&amp;quot; ออกจากบอร์ดฟื้นฟูกิจการแล้ว แจงงดคืนค่าตั๋วชั่วคราว เหตุติดข้อกฎหมายเข้าแผนฟื้นฟู ตลท.ขึ้นเครื่องหมาย &amp;quot;C&amp;quot; หุ้น THAI เตือนนักลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งตัวแทนเดินทางมายื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบริษัท การบินไทยฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี และกำหนดนัดไต่สวนวันที่ 17 ส.ค.นี้ไปแล้วนั้น มีรายงานด้วยว่า บริษัท การบินไทยฯ ลูกหนี้ ยังได้ยื่นขอแก้ไขคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ทำแผนฟื้นฟู โดยขอตัดรายชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร จากผู้ทำแผน &amp;nbsp;เนื่องจากได้ลาออกจากกรรมการบริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาต และให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขไปยังเจ้าหนี้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อผู้ทำแผนฟื้นฟูมีการเสนอบริษัท เอิร์นแอนด์ยัง (EY) บริษัทตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาการลงทุน กับกรรมการลูกหนี้จึงเหลือเพียง 5 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน &amp;nbsp;ประธานกรรมการการบินไทย 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการการบินไทย และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 4.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ 5.นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ โดยรายชื่อผู้ทำแผนในลำดับที่ 3-5 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการบินไทยเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทยฯ ขอชี้แจงว่า &amp;quot;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องหยุดทำการบินชั่วคราว และผู้โดยสารจำนวนมากไม่สามารถเดินทางได้ ทั้งนี้ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยขยายอายุบัตรโดยสาร เปลี่ยนบัตรโดยสารให้เป็น Travel Voucher ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับราคาบัตรโดยสารเดิม การขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารภายใน 180 วัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ขณะนี้บริษัทฯ ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางแล้ว จึงถูกบังคับด้วยข้อกฎหมาย ทำให้ยังไม่สามารถชำระคืนเงินค่าบัตรโดยสารได้ในขณะนี้ &amp;nbsp;บริษัทฯ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ไม่อาจชำระเงินคืนให้ลูกค้ารายต่างๆ ได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารอย่างดีที่สุดภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างแน่นอน โดยจะแจ้งถึงสิทธิของท่าน และความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฟื้นฟูกิจการทางช่องทางต่างๆ ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อหาทางแก้ไขวิกฤตการณ์ของบริษัทฯ ร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่าย และขอให้ผู้โดยสารมั่นใจว่า บริษัทฯ ยังคงดูแลผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารของการบินไทย รวมถึงสมาชิกรายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส ทุกคน โดยเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และกลับมาเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการบินที่แข็งแกร่ง เพื่อความภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และเพื่อผู้โดยสารทุกคนในฐานะลูกค้าคนสำคัญของบริษัทฯ เสมอมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง บริษัทฯ ขอขอบพระคุณที่ลูกค้ามีความเข้าใจและให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทฯ มาโดยตลอด บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการต่างๆ เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่ของบริษัทฯ ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สามารถกลับมาประกอบการอย่างแข็งแกร่งได้ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตรียมขึ้นเครื่องหมาย C สำหรับหลักทรัพย์บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.63 เนื่องจาก THAI ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ &amp;nbsp;โดยศาลล้มละลายกลางรับคำร้องแล้วเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การที่ ตลท.ขึ้นเครื่องหมาย C &amp;nbsp;หรือ Caution บนหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อเตือนผู้ลงทุน กรณีบริษัทดังกล่าวมีเหตุการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วยบัญชีแคชบาลานซ์ หรือซื้อหุ้นดังกล่าวโดยต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนซื้อเท่านั้น จนกว่าบริษัทจะดำเนินการแก้ไขเหตุให้หมดไป หรือถูกประกาศเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย C บนหลักทรัพย์ของบริษัทแล้ว บริษัทจะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.บริษัทต้องจัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงแนวทางแก้ไขเหตุที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย C &amp;nbsp;ต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมาย C 2.บริษัทต้องแจ้งวันที่และสถานที่จัดประชุมผ่านระบบเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม &amp;nbsp;3.บริษัทต้องเปิดเผยผลการให้ข้อมูลและชี้แจงแนวทางแก้ไขเหตุผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่จัดประชุม หรืออย่างช้าภายใน 09.00 น.ของวันทำการถัดไป และ 4.บริษัทต้องจัด &amp;nbsp;Public Presentation เพื่อรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขเหตุทุกไตรมาส จนกว่าบริษัทจะสามารถพ้นเหตุได้ ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขเหตุและรายงานความคืบหน้าจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล, บุญทักษ์ หวังเจริญ, ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfbbb019ac7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมเต็มที่ในงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ และกิจกรรมการ ปั่นจักรยาน bike อุ่นไอรัก สำหรับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา&amp;nbsp; แม่ทัพใหญ่สีกากี จัดสายตรวจตำรวจในชุดโบราณกว่า 100 นาย สับเปลี่ยนหมุนเวียนดูแลความเรียบร้อยตลอดการจัดงาน รวมทั้งในเรื่องการดูแลการจราจร บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. แจ้งการจัดการจราจรในกิจกรรมปั่นจักรยาน bike อุ่นไอรัก วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะปิดจราจรฝั่งพระนคร 20 จุด ฝั่งธนบุรี 16 จุด รวม 36 จุด&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 12.00-20.00 น. ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กเด่น แนะนำให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทาง ฝั่งกรุงเทพฯ ให้ไปใช้เส้นทางได้แก่ 1.ถนนสามเสน (ถึงแยกบางลำพู) 2.ถนนพระราม 5 3.ถนนนครราชสีมา (ถึงแยกวันชาติ) 4.ถนนราชวิถี 5.ถนนศรีอยุธยา (ถึงแยกวัดเบญจะ) 6.ถนนพระสุเมรุ (บางลำพู-วันชาติ) 7.ถนนหลานหลวง (ถึงแยกหลานหลวง) 8.ถนนบำรุงเมือง (ถึงแยกสำราญราษฎร์) 9.ถนนหลวง (ถึงแยกเรือนจำ) 10.ถนนเจริญกรุง (ถึงแยกเสือป่า) 11.ถนนเยาวราช (แยกราชวงศ์) 12.ถนนพระราม 3, ฝั่งธนบุรีให้ไปใช้เส้นทาง 13.ถนนจรัญสนิทวงศ์ 14.ถนนอรุณอมรินทร์ 15.ถนนอิสรภาพ 16.ถนนราชพฤกษ์ 17.ถนนเพชรเกษม 18.ถนนเจริญนคร 19.ถนนกรุงธนบุรี 20.ถนนเทอดไท 21.ถนนจอมทอง 22.ถนนเอกชัย 23.ถนนราษฎร์บูรณะ&amp;nbsp; 24.ถนนประชาอุทิศ 25.ถนนพุทธบูชา ทั้งนี้รถที่มาจากพระรามที่ 2 จะข้ามไปฝั่งกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้ทางด่วนเป็นหลัก รถที่ใช้ถนนเจริญนคร และถนนราษฎร์บูรณะ จะข้ามไปฝั่งกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้สะพานกรุงเทพเป็นหลัก ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในท้องที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ปิดการจราจร 6 เส้นทาง 1.ถนนสุขสวัสดิ์ 2.ถนนนครเขื่อนขันธ์ 3.ถนนเพชรหึงษ์ 4.ถนนศรีเขื่อนขันธ์ 5.ถนนทรงธรรม 6.ถนนพระราชวิริยาภรณ์ ตั้งแต่เวลา 13.00-20.00 น. เส้นทางแนะนำให้ประชาชนชาวสมุทรปราการที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรม สามารถใช้เส้นทางสุขสวัสดิ์ด้านขาเข้า สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทาง ถ.ประชาอุทิศ โดยให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 78, 76 และ 74 เพื่อเดินทางไปถนนประชาอุทิศได้ หรือเมื่อผ่านแยกโรงเหล็ก (กม.15) สามารถเลี้ยวซ้ายขึ้นด่วนกาญจนาภิเษกเพื่อไปถนนพระรามที่ 2 แล้วไปทางบางนาได้ เส้นทางสะพานภูมิพล 1 ที่ขึ้นมาจากถนนพระรามที่ 3 สามารถใช้ทางลง ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย หรือไปใช้ทางด่วนกาญจนาภิเษกเพื่อไปทางบางนาและไปทางถนนพระรามที่ 2 ได้ ส่วนประชาชนที่ใช้เส้นทางสะพานภูมิพล 2 ที่ขึ้นมาจาก ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย เลยด่วนกาญจนาภิเษก สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทางลง ถ.พระรามที่ 3 ได้เพื่อไปขึ้นสะพานกรุงเทพข้ามไปฝั่งธนบุรี, ถนนพระราชวิริยาภรณ์ และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เมื่อมาถึงแยกวัดไพชยนต์ฯ สามารถเลี้ยวซ้ายเลี่ยงไปใช้ถนนราชบุตรอนเพื่อไปออก ถ.พระรามที่ 3 ได้ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำดีก็ต้องชื่นชม&amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ช่วยเหลือชาวบ้านทั้งงานเล็กงานใหญ่ไม่มีเกี่ยง จนชาวสองพี่น้องเอ่ยปากชม ล่าสุดชาวบ้านแบตเตอรี่หมด รถสตาร์ตไม่ติด โทร 191 แจ้งเหตุ พ.ต.อ.กฤศ ทราบเรื่องจึงสั่งลูกน้องบึ่งรถมาช่วยเหลืออย่างรวดเร็วไม่ถึง 5 นาทีจัดการเรียบร้อย รถสตาร์ตติดกลับบ้านได้...แบบนี้ต้องปรบมือ ส่วนรายนี้พฤติกรรมไม่ดีต้องกระตุกเตือน ตำรวจยศ ด.ต. &amp;nbsp;ผบ.หมู่ ป.สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ถือปืนเบ่งกินฟรีในร้านอาหารครัวนครหลวงกุ้งเผา ในเขตพื้นที่ สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เรื่องถึงหู บิ๊กแป๊ะ เรียบร้อย&amp;nbsp; จนโรงพักนครหลวงนั่งกันไม่ติด ล่าสุด ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวมาปฏิบัติราชการประจำ ศปก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เพราะ เดอะแจ็ค-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก บอก บิ๊กแป๊ะ กำชับมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย หรือทำผิดกฎหมายเสียเอง สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ โดยหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความประพฤตินอกรีต หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นบรรยากาศพรรคการเมืองมาร่วมชุมนุมกันที่สโมสรทหารบก มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มานั่งหัวโต๊ะ พร้อมด้วยเหล่าบรรดา ผบ.เหล่าทัพมาร่วมนั่งเรียงแถวแล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศวันก่อนยึดอำนาจ 22 พ.ค.57 แต่สถานการณ์ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อ 4-5 ปีก่อน ในฐานะของ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;nbsp; เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ทำหน้าที่เป็น คสช. ก็ต้องเข้าร่วมประชุมและร่วมรับฟังข้อเสนอของพรรคการเมือง เพื่อฟังข้อมูลในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากกลไกของกองทัพยังทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของบ้านเมือง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เคยให้สัมภาษณ์หลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกครั้งแรกว่า เมื่อมีการปลดล็อกทางการเมืองก็จะพิจารณาทบทวนการทำหน้าที่ของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ซึ่งเป็นกำลังพลของกองทัพให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยที่ผ่านมากองทัพบกได้ทยอยลดกำลังทหารที่ไปทำหน้าที่ กกล.รส.ลงไปเรื่อยๆ และปรับบทบาทไปเพิ่มที่การทำงานสนับสนุน ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ 3 ประสานที่ลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนงานสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน น้ำหนักในการทำงานของ &amp;quot;ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่&amp;quot; จะเป็น 3 ประสาน คือ กกล.รส.เป็นหลัก พร้อมด้วย กอ.รมน. และฝ่ายปกครอง การเมืองอาจมองเป็น ภารกิจเพื่อพราง ของทหารในการช่วยพรรคการเมือง คสช.&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เชื่อว่ากลไกนี้จะทำในบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสม แต่ในทางปฏิบัติในกองทัพภาคต่างๆ ที่มีแม่ทัพภาคกุมบังเหียน จะเดินตามนโยบายที่ได้เน้นย้ำไม่เข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้แค่ไหน...รอดูชม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อารมณ์ดีมา 2 วันติดในรอบสัปดาห์สำหรับ ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่แค่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ต่อปากต่อคำกับ &amp;quot;ผู้สื่อข่าว&amp;quot; สัประยุทธ์ทางวาจา กระตุ้นต่อม &amp;quot;วัยทีน&amp;quot; แล้ว ศุกร์ที่ผ่านมาถึงกับเกิดอาการ ลั่น หัวเราะร่วน เมื่อถูกถามเรื่องการเมืองว่าด้วยชื่อ &amp;quot;ลุงกำนัน&amp;quot; และ นายกฯ อภิสิทธิ์ ถ้าสองหนุ่มใหญ่ที่เคยร่วมสังฆกรรมในค่ายทหาร ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่ตั้งของ ศอฉ.เมื่อหลายปีก่อน ได้ฟังคำ &amp;quot;ลุง&amp;quot; แล้วคงอายม้วนต้วนไปตามๆ กัน เมื่อ &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; มีทั้งมิตรไมตรี มีลูกหยอด เอ่ยวาจา ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ อยู่หลายคำ แต่หลังการเลือกตั้งต้องมาดูกันต่อไปว่าพรรคการเมืองกับ คสช.จะพูดจาภาษาดอกไม้ ร่วมวงไพบูลย์ทำการเมืองได้เหมือนเช่นที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กตี๋-พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) และ นายพงษ์ภาณุ&amp;nbsp; เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมลงนามในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตทหารกองทัพบก ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกองทัพบก ตามนโยบาย พล.อ.อภิรัชต์ ที่ต้องการเปิดค่ายทหารให้ประชาชนได้เข้ามาสัมผัสชีวิตทหารและได้ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด อาร์มีแลนด์ ที่แสดงให้เห็นไลฟ์สไตล์ของทหาร มีทั้งกิจกรรมการในเชิงผจญภัย เพื่อการให้ความรู้ การฝึกอบรม เพื่อสุขภาพและกีฬา เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและธรรมชาติ การประชุม จัดนิทรรศการ สัมมนาสร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนและเพื่อตอบแทนสังคม. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23800</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิวัติแผนขั้นสุดท้าย ผบ.ทสส.ชี้อย่าตื่น/จตุพรเชื่อผบ.ทบ.แนะทางสว่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้บัญชาการเหล่าทัพประชุม ตบเท้าลั่นพิทักษ์สถาบันฯ สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ย้ำยืนอยู่จุดประชาชนมีความสุขและประเทศชาติสงบ &amp;ldquo;พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;rdquo; ระบุคำพูด &amp;ldquo;บิ๊กแดง-บิ๊กต่าย&amp;rdquo; เรื่องรัฐประหารมาจากประสบการณ์ ชี้เป็นทางเลือกสุดท้าย &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; แจง ผบ.ทบ.เปิดไฮโลแทง นักการเมืองควรตระหนักหาทางแก้ไข ไม่ใช่ประณาม &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; อัดวิสัยทัศน์คร่ำครึเหมือนฝาแฝด &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ยิ่งกว่าผีเน่ากับโลงผุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พร้อมด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.พรพิพัฒน์แถลงผลประชุมว่า ถือเป็นวันสำคัญของกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ประชุมร่วมกัน ถือเป็นกลไกที่เป็นไปตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติการจัดส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม พ.ศ 2551 ที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต รวมทั้งทางด้านยุทธการ และแนวทางที่กองทัพจะดำเนินการในปีงบประมาณต่อไป โดยเรื่องหลักๆ ที่ได้เน้นย้ำเรื่องแรก คือ การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราได้เน้นย้ำคือ การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งหน้าที่ของกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือการปกป้องรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน และพิทักษ์รักษาอาณาเขตทั้งทางบกและทางทะเล ในส่วนของการปฏิบัติในเรื่องการฝึก เป็นเรื่องที่เน้นย้ำในปีงบประมาณต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.พรพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนการรักษาความมั่นคงของรัฐ กองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลต่อไป ทั้งความสงบในประเทศและการป้องกันแก้ไขปัญหาแรงงาน ยาเสพติด ตลอดจนภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในส่วนของความร่วมมือของต่างประเทศกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปีหน้าจะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ สอดคล้องกับภาระของรัฐบาลที่ต้องประชุมในระดับต่างๆ ทั้งระดับรัฐบาล กระทรวง และเหล่าทัพ&amp;nbsp;
&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ได้เน้นย้ำกวดขันกำลังพลทุกคนในเรื่องวินัยการแสดงออกว่าเป็นทหารอาชีพ การเป็นตำรวจอาชีพเพื่อให้ประชาชนทุกคนเกิดความมั่นใจว่าพวกเราทุกคนจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ตามกฎหมาย&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
รัฐประหารทางเลือกสุดท้าย
ต่อมา พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวถึงจุดยืนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าว่า ภารกิจการเตรียมการเลือกตั้ง สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการให้ความรู้ความเข้าใจในกฎกติกาของการเลือกตั้ง งานที่เราทำผิดชอบคือการทำให้บรรยากาศในทุกพื้นที่อยู่ในความสงบเป็นงานสำคัญของพวกเราทุกคน ส่วนการเน้นย้ำกำลังพลนั้น เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ ต้องยึดมั่นในกรอบหน้าที่ของทหารและตำรวจ คือการทำให้ประเทศชาติ ประชาชนเกิดความสงบ ให้ความรู้ความเข้าใจ จะต้องมีจุดสมดุล เพื่อไม่ให้ข้อมูลใดๆ ก็ตามที่นำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ในปีหน้านั้น หากย้อนไปเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยทุกคนได้เห็นว่า ใน 4 ปีนี้เป็น 4 ปีที่มีแต่ความสงบ ไม่มีการเดินขบวนประท้วงจนทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดปัญหา คนไทยก็อยู่อย่างมีความสุข ทำมาหากินอย่างปกติ การติดต่อค้าขาย เศรษฐกิจไปได้ด้วยดี กฎหมายมีการบังคับใช้ ทุกคนเคารพกฎหมาย ถือว่าสังคมอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีอะไรต้องกังวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จุดยืนของทหารยังอยู่เคียงข้างประชาชนใช่หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า จุดยืนของทหาร ตำรวจ คือจุดใดก็ได้ที่ประเทศชาติมีความสงบ และเมื่อถามย้ำว่า ในอนาคตเกิดวิกฤติการเมืองอีกครั้ง บทบาทของทหารจะเป็นอย่างไร หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงจากอำนาจ พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า หากเราไม่ไปพยากรณ์ว่าจะเกิดการจลาจล ขณะนี้การเดินทางของประเทศไทย 4 ปีที่ผ่านมาถือว่ามีพัฒนาการดี ก้าวหน้า และมีการเตรียมการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมาด้วยดีตลอด แทนที่เราจะคิดว่าจะเกิดการจลาจล แต่ถ้าหากเราร่วมมือการตัดสินใจให้ถูกต้อง ทุกคนมีจุดยืนที่เหมาะสมรวมกัน เราก็คงไม่ต้องไปคิดว่าจะเกิดการจลาจลหรือไม่ในอนาคต และไม่ต้องไปคิดว่าทหารต้องมาทำอะไรหรือไม่ในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.พูดนั้น ท่านพูดด้วยประสบการณ์ นั่นคือแผนเผชิญเหตุสุดท้าย แต่ในขณะที่กลไกกฎระเบียบของบ้านเมืองยังใช้บังคับได้ และผู้คนเคารพกฎหมาย ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งก็ยังไม่เห็นปรากฏว่ามีนัยสำคัญ จนถึงขนาดที่ต้องน่ากังวล การที่เราไปพูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะเกิด จะทำให้สังคมเกิดความกังวลได้ ผมคิดว่าเราทุกคนต้องยืนหยัดอยู่กับการรับข้อมูลและการตัดสินใจจากข้อมูลนั้นให้เกิดความสงบ อย่าไปตื่นตามประเด็นที่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเล็กๆ น้อยๆ และคิดว่าจะเป็นเช่นนั้น&amp;quot; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว และย้ำว่า จุดยืนของกองทัพ และ สตช.คือจุดที่ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติมีความสงบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการรัฐประหาร เป็นทางเลือกสุดท้ายใช่หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดความไม่สงบ และยังไม่เห็นว่าต้องไปแก้ปัญหาความไม่สงบด้วยวิธีใด ในเมื่อกฎหมายยังบังคับได้ปกติ ไม่มีเหตุผลใดที่ทำให้คนไทยต้องกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ยังมีหนทางอื่นที่ใช้มากกว่าหนทางรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลง พล.อ.อภิรัตช์เดินไปจับมือกับ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ก่อนไปไหว้ชื่อของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทสส. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่ติดอยู่บนป้ายรายชื่อนายทหารที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.อภิรัชต์ได้เดินไปดูรูปของพล.อ.สุนทร ภายในห้องรับรองนเรศวรอีกด้วย
บิ๊กแดงเมินเสียงวิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัตช์กล่าวถึงกระแสโจมตีจากฝ่ายการเมืองหลังให้สัมภาษณ์ว่า การรัฐประหารจะไม่เกิด หากฝ่ายการเมืองไม่เป็นต้นเหตุจลาจลว่า เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนที่นายเอกชัย หงส์กังวาน จะไปแจ้งความเอาผิดในข้อหากบฏนั้น ก็ว่าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของ ผบ.เหล่าทัพ และ สตช. พล.อ.พรพิพัฒน์ได้จัดเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดครบ 59 ปี ในวันที่ 19 ต.ค. ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ด้วย โดยได้มอบเค้กให้
ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีฝ่ายการเมืองออกมาตอบโต้การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อภิรัชต์ ว่าการชุมนุมไม่ว่าของฝ่ายไหน ไม่ใช่สาเหตุของการยึดอำนาจ การเผาบ้านเผาเมือง การสร้างกองกำลังกบฏ มาฆ่าทหาร ฆ่าประชาชนถึงในทำเนียบฯ หรือกลางเมืองหลวง การก่อสงครามกลางเมือง หรือมุ่งร้ายต่อสถาบันสำคัญและความมั่นคงของชาติ เหล่านี้แหละเป็นเหตุที่ต้องยึดอำนาจ
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า พล.อ.อภิรัชต์พูดอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าเป็นภาษานักพนันเรียกว่าเป็นการเปิดไฮโลแทง ในอดีตเราชินกับคำพูดของ ผบ.ทบ.ทุกคนว่าข้าพเจ้าจะไม่ยึดอำนาจ แต่สุดท้ายก็ยึดอำนาจทุกครั้ง คนไทยมีความสุขกับการพูดเท็จ จึงไม่รู้ว่าการรัฐประหารครั้งสุดท้ายจะสิ้นสุดเมื่อไร มีการยึดอำนาจทุกคน โดยเฉพาะคนที่บอกว่าจะไม่ยึดอำนาจ สาเหตุคือการหยิบยกเรื่องการจลาจล ความแตกแยกของคนในชาติทั้งเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549 และ 22 พ.ค.2557 &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่ ผบ.ทบ.พูดเหมือนกับเป็นการเปิดไฮโลให้แทง ถ้าเรายังแทงผิดทั้งที่เจ้าเปิดไฮโลแทงแล้วเราคงเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เราต้องการการเลือกตั้ง แต่อะไรจะเป็นเหตุไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งก็คือคำว่าไม่สงบ ซึ่งไม่สงบเทียม ไม่สงบจริง บ้านเมืองนี้สามารถทำขึ้นได้ทั้งนั้น จึงขอให้มีการพูดคุยกันเพื่อไม่ให้เข้าเงื่อนไขที่ พล.อ.อภิรัชต์พูด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวอีกว่า ในอนาคตถ้ารัฐประหารจะเกิดขึ้น อยากให้คนไทยย้อนกลับไปดูการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2500 ที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยอ้างการเลือกตั้งสกปรก จึงทำให้ตัดสินใจยึดอำนาจผู้บังคับบัญชาตัวเอง ทั้งที่จอมพลสฤษดิ์ประกาศว่าจะไม่วัดรอยเท้าจอมพล ป. จนเป็นประวัติศาสตร์ที่ทำให้ไทยสูญเสียประชาธิปไตยไปกว่า 16 ปี ทั้งนี้ ประเด็นฝ่ายการเมืองใช้กองทัพในการหาเสียง ถามว่ามีใครบ้างจะใช้ประโยชน์กองทัพ ถ้าไม่ใช่ผู้มีอำนาจ แต่มีประเด็นที่สร้างความสบายใจคือกองทัพจะสนองทุกรัฐบาล และกองทัพไม่มีวันชนะประชาชน ถ้าประชาชนไม่แตกแยกและรู้เท่าทันสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ฝ่ายการเมืองเมื่อเรารู้โจทย์นี้ เราต้องหาทางแก้ไขมากกว่าการประณามหยามเหยียด และพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และเป็นสัญญาประชาคมร่วมกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่การยึดอำนาจอีกเหมือนในปี 2500 โดยตนเสนอให้ฝ่ายผู้มีอำนาจเป็นผู้เริ่มต้นในการพูดคุย&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
เจี๊ยบอัดฝาแฝดบิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ พล.อ.อภิรัชต์ยังมีความคิดหมกมุ่นเรื่องการปฏิวัติ ซึ่งสวนกระแสความเจริญของโลก อันที่จริงหน้าตาท่านก็ดูทันสมัย อายุยังไม่มากเท่าไหร่ น่าจะเป็นนายทหารยุคใหม่ที่นำการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มาสู่กองทัพได้ แต่พอเปิดวิสัยทัศน์ออกมา ทำไมกลายเป็นเพียงตุ๊กตาฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมือนผีเน่ากับโลงผุ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าบุคคลระดับผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นคนกำหนดทิศทางของกองทัพยังมีความคิดแบบนี้ ประชาชนคงไม่สามารถฝากความหวังให้ทหารลุกขึ้นมาปฏิรูปตัวเองได้ คงต้องให้ประชาชนช่วยกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อันที่จริงแทนที่ พล.อ.อภิรัชต์จะจ้องหาเหตุผลเพื่อเข้ามาปฏิวัติ ควรเอาเวลาไปคิดเรื่องปฏิรูปกองทัพ ในลักษณะพลิกลายพราง คือพลิกโฉมกองทัพให้มีความเป็น 4.0 เช่น เลิกปฏิวัติหรือหมกมุ่นเรื่องการเมือง เลิกบังคับเกณฑ์ทหาร และเลิกคุกคามสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะทำให้ พล.อ.อภิรัชต์นั่งในใจประชาชนได้ โดยไม่ต้องเกาะกระแสนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปหรือบอยกรุ๊ปค่ายไหนๆ อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องฝืนสังขารหัดเต้นท่าคุ้กกี้เสี่ยงทายโดยไม่เกรงใจสังขารตัวเอง&amp;quot; ร.ท.หญิง สุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวอีกว่า พล.อ.อภิรัชต์ควรเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต ว่าการเอากองทัพไปรับใช้การเมือง จะส่งผลเสียหายต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่ามิได้ ทั้งยังทำลายรากฐานระบบการเมือง และทำให้ประเทศถอยหลังทุกด้าน ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตนเองคงไม่มีกำลังไปต่อกรกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือ พล.อ.อภิรัชต์ได้ แต่จะขอต่อสู้ทางความคิดผ่านแคมเปญพลิกลายพราง โดยใช้แฟนเพจเป็นช่องทางสื่อสาร เพื่อผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ ซึ่งเป็นการสื่อสารออนไลน์แบบเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังทำอยู่ ก็หวังว่า กกต.และผู้มีอำนาจรัฐจะไม่ปฏิบัติ 2 มาตรฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, ปฏิวัติแผนขั้นสุดท้าย, ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติสงบ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พิทักษ์สถาบัน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9ea3ca5bfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ.ตอกย้ำคำพูด&#039;บิ๊กแดง&#039;ไม่มีจลาจลไม่มีปฏิวัติ  สวนนักการเมืองพูดเว่อร์ทหารมีเอี่ยวความวุ่นวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61-&amp;nbsp; ที่กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ระบุหากฝ่ายการเมืองไม่ทำให้เกิดจลาจลก็จะไม่มีการปฏิวัติ ว่า ท่านก็พูดมีเหตุผล ตนเชื่อว่าทหาร หรือทุกๆคนเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลประชาชนทั่วไปหรือทหาร ไม่อยากปฏิวัติอยู่แล้ว เรามีหน้าที่รักษาความสงบและเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงถ้าทุกคนร่วมใจกันอยู่ในกติกาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตและเชื่อว่าไม่มีใครอยากทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่หากในอนาคตบ้านเมืองเกิดวิกฤติกองทัพพร้อมที่จะเข้ามารักษาความสงบหรือไม่นั้น เหล่าทัพมีหน้าที่รักษาความสงบซึ่งก็ต้องอยู่ตามกรอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งเมื่อเกิดความไม่สงบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอยู่แล้ว เป็นกติกาปกติ ตนเชื่อว่าทุกคนที่ผ่านประสบการณ์ทั้งหมดมาอยากเลือกตั้งอย่างมีรัฐบาลที่ดีและจะได้เดินหน้ากันไป เชื่อว่าคงไม่มีใครที่อยากให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายการเมืองโจมตี ผบ.ทบ.ว่าการจลาจลทางการเมืองส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะทหารสร้างสถานการณ์ให้เกิดปฏิวัติ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ว่า เกินไปหรือไม่ เพราะตนก็ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้สิ่งที่เกิดตรงหน้าจริงๆ ถ้ามีหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติ ซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ และไม่คิดว่าจะให้เกิดขึ้นอีกด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ตนยึดมั่นและอยากให้ช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กำชับกำลังพลให้วางตัวเป็นกลางต่อการเลือกตั้งนั้นอย่างไร พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เรื่องที่ทุกคนคิดได้หมด จะพูดอย่างไรก็ได้แต่เราก็ต้องทำ เพราะการอบรมให้ข้าราชการมีประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่จะต้องทำอยู่แล้ว และเราก็ส่งเสริมหน้าที่ของทหารทุกคนถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเรามีกรอบในการอบรมอยู่แล้ว ให้ใช้ประชาธิปไตยอย่างเต็มที่และได้สั่งการไปว่า ให้ทบทวนละเอียดในเรื่องของกำลังพลของเราเอง สิทธิของพรรคต่างๆที่จะเข้ามาชี้แจงนโยบายให้เกิดความยุติธรรม เพราะว่าถ้าเกิดความยุติธรรมแล้ว ทหารก็ทำตามกรอบ ส่งเสริมการเลือกตั้งและอยากให้ทุกคนไปเลือกตั้ง ยืนยันว่าเราก็จะเป็นกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่า กองทัพอากาศพร้อม 100% ที่จะให้ทุกพรรคการเมืองได้เข้ามาหาเสียงในหน่วยของทหาร เพียงแต่จะทําอย่างไรให้เกิดความยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ซึ่งเชื่อว่าปัญหาในเรื่องการเลือกตั้งไม่ได้อยู่ที่เรา ปัญหาคือบางพรรคเท่านั้นที่อาจจะใช้เวลาชี้แจงนโยบายยาวนาน ซึ่งเราก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้มันเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหากมีกำลังพลของกองทัพอากาศคนใดที่มีความเอียงเอนไปทางพรรคการเมืองเราจะลงโทษอย่างจริงจังเพราะที่ผ่านมาได้เน้นย้ำไปบ่อยครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20188</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7f7c2e0ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯโผทหาร ‘บิ๊กแดง’ผบ.ทบ./‘พรพิพัฒน์’ผบ.ทสส./‘ณรงค์พันธ์’มทภ.1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลอดโผทหาร &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;rdquo; คุมทัพบกตามคาด &amp;ldquo;บิ๊กกบ&amp;rdquo; ฉลุย ผบ.ทสส. ขณะ &amp;ldquo;บิ๊กลือ&amp;rdquo; ขึ้น ผบ.ทร.&amp;ldquo;บิ๊กต่าย&amp;rdquo; ผงาด ผบ.ทอ. &amp;ldquo;ณรงค์พันธ์ &amp;quot; ขึ้น มทภ.1 &amp;ldquo;บิ๊กป๋อ-บิ๊กชา&amp;rdquo; ที่มีผลงานช่วยถ้ำหลวง ขยับขึ้น มทภ.3-รอง มทภ.3 เตรียมทหาร 20 พรึ่บ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ก.ย. มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการจำนวน 935 นาย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป โดยรายชื่อเป็นไปตามที่มีการคาดหมาย ได้แก่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รองปลัดกระทรวงกลาโหม นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 ( ตท.20) เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;quot;บิ๊กกบ&amp;quot; พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (ตท.18 ) เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด, &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ( ตท.20) เป็นผู้บัญชาการทหารบก, &amp;quot;บิ๊กลือ&amp;quot; พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (ตท.18) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ และ &amp;quot;บิ๊กต่าย&amp;quot; พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ตท.18) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อที่สำคัญประกอบด้วย ในส่วนของกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิรันดร สมุทรสาคร หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นจเรทหารทั่วไป, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.วิชัย แชจอหอ รองเสนาธิการทหาร ถูกเบียดจากกองทัพไทย มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;nbsp;พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ เสนาธิการทหาร เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม หลังจากพลาดหวังเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เพื่อน ตท.17 ของ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารทหารสูงสุด &amp;nbsp;ผบ.ทสส. เป็นรอง ผบ.ทสส., พล.อ.วีรชัย อินทุโสภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก น้องรัก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ข้ามมาเป็น รอง ผบ.ทสส. ก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2562, พล.ร.อ.นวพล ดำรงพงษ์ ผช.ผบ.ทร. เป็นรอง ผบ.ทสส. ขณะที่ พล.อ.วันชัย นุชเกษม เสนาธิการทหารอากาศ (ตท.18)ถูกส่งจากกองทัพอากาศมาเป็นรอง ผบ.ทสส., พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองเสนาธิการทหาร (ตท.19) ขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร, พล.ร.อ.พัชระ พุ่มพิเชฎฐ์ ที่ปรึกษากองทัพเรือ ที่ข้ามมาเป็นรองเสนาธิการทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนกองทัพบก นายทหารระดับ 5 เสือกองทัพบก นอกจาก พล.อ.อภิรัชต์ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ตามคาด แล้ว พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก (ตท.20) ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก, พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.20) และ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) ขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ. โดยดันบิ๊กเป้ง-พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.19) ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก พล.ท.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธการทหารบก ( ตท.21) ขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหาร ขณะที่ระดับกองทัพภาค พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.20) ที่มีผลงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 เช่นเดียวกับ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ( ตท.20) ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 4 (ตท.20) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ขณะที่ พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร ยังคงนั่งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 2 ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.นพพร ดุลยา รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (รองผบ.นปอ.) &amp;nbsp;ขึ้นเป็น &amp;nbsp;ผบ.นปอ., พล.ต.วรวุฒิ วุฒิศิริ เสนาธิการ นปอ. ขึ้นเป็น ผบ.พล.ปตอ., พล.ต.ปราการ ปทะวานิช รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รอง ผบ.นรด.) ขึ้นเป็น ผบ.นรด., พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) ข้ามมาเป็นรอง ผบ.นรด., พ.อ.ฐกัด หลอดศิริ เป็น ผบ.พล.ร.9, &amp;nbsp; พล.ต.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ( ผบ.มทบ.11) ทีมโฆษก คสช. เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.), พ.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ผบ.มทบ. 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือ พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล ประธานคณะที่ปรึกษา ทร. เป็นรอง ผบ.ทร., พล.ร.อ.พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทร., &amp;nbsp; พล.ร.อ.นพดล สุภากร รองเสนาธิการทหาร เป็น ผบ.กองเรือยุทธการ, พล.ร.ท.สุชา เคี่ยมทองคำ เสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็น ผบ.โรงเรียนนายเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชาญฤทธิ์ พลิกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรอง ผบ.ทอ., &amp;nbsp;พล.อ.อ.ชาญยุทธ์ ศิริธรรมกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ &amp;nbsp;เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.อ.ถาวรวัฒน์ จันทนาคม &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.ท.มานัต วงษ์วาทย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นเสนาธิการทหารอากาศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16618</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์, โปรดเกล้าฯโผทหาร, โผทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b8aa32d30136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หล่อเลือกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไม่มีอะไรผิดพลาด บัญชีแต่งตั้ง นายทหาร ประจำปี 2561 หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มาประชุมสภากลาโหมเมื่อวันพุธที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายชื่อแพลมๆ ออกมาในระดับบิ๊ก 3 เหล่าทัพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์&amp;nbsp; ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขึ้น ผบ.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กต่าย-พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วย ผบ.ทอ. ขึ้น ผบ.ทอ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ รอง ผบ.ทร. ขึ้น ผบ.ทร. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะยังต้องนำรายชื่อเข้าที่ประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล และในขั้นตอนรายละเอียดต่างๆ ก่อนจะมีประกาศรายชื่อนายทหารประจำปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็เชื่อว่าโผนี้ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คราวนี้ก็มาถึงคิว ตำรวจ ที่ตามปฏิทินการแต่งตั้งตำรวจ ระดับ นายพล ขีดเส้นไว้ไม่เกินเดือน ส.ค. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีนี้แม้เก้าอี้ ผบ.ตร. ไม่ได้ว่างเหมือน ผบ.เหล่าทัพ เพราะ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา&amp;nbsp; ผบ.ตร.คนปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการปี 2563 แต่ระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) ทั่วประเทศ ก็มีเก้าอี้สำคัญๆ ว่าง น่ารักน่าลุ้นหลายตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามบัญชีรายชื่อระดับ นายพลตำรวจ เกษียณปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเก้าอี้หลักๆ เน้นๆ ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. (ผู้บัญชาการ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เกษียณอายุราชการ มี พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร ที่ปรึกษาพิเศษ สตช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., พล.ต.ท.เติมพงษ์&amp;nbsp; สิทธิประเสริฐ จตร., พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผบช.สกพ., พล.ต.ท.นพดล เผือกโสมณ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบช.ตชด., พล.ต.ท.ประสิทธิ์ ทำดี จตร., พล.ต.ท.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ จตร., พล.ต.ท.วราธร ตันศรีสกุล ผบช.สง.นรป., พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมบูรณ์ ตันตระกูล นายแพทย์ (สบ 8) รพ.ตร., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.,&amp;nbsp; พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกเก้าอี้ ทุกตำแหน่งล้วนไม่ธรรมดา!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยิ่งไม่ธรรมดาในเก้าอี้ ผบช. ครั้งนี้ ว่ากันว่ามี 1 เก้าอี้ถูกตีตราจองเอาไว้ให้ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) ที่แม้อาวุโสจะอยู่ลำดับท้ายๆ แต่ตลอดปีสองปีที่ผ่านมาโชว์ผลงานจับกุมคดีใหญ่ๆ คดีดังๆ โดยเฉพาะการขุดรากถอนโคนแก๊งคอลเซ็นเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงอาวุโสน้อย แต่เอาผลงานเข้าสู้ บวกพลังแรงหนุนจากพี่ใหญ่ คงไม่น่าจะพลาดเก้าอี้ ผบช. ขยับติดยศ พล.ต.ท. นำรุ่นพี่รุ่นน้องไปหลายขั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะไปนั่งเก้าอี้ไหนระหว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) คุมเมืองหลวง หรือ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สายงานที่ปั้นมากับมือ อยู่ที่ บิ๊กโจ๊ก จะตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชั่วโมงนี้ต้องบอก พี่เค้าหล่อเลือกได้!!! &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13802</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผทหารลงตัว&#039;บิ๊กแดง&#039;ผบ.ทบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 เสือ ทบ.ลงตัว &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ผงาดคุม ทบ.ตามคาด &amp;ldquo;บิ๊กกบ&amp;rdquo; นั่ง ผบ.ทสส., &amp;ldquo;บิ๊กลือ&amp;rdquo; ผบ.ทร., &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กต่าย&amp;rdquo; ผบ.ทอ., &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; นั่ง มทภ.1, &amp;ldquo;บิ๊กป๋อ&amp;rdquo; &amp;nbsp;มทภ.3, &amp;ldquo;บิ๊กเดฟ&amp;rdquo; มทภ.4 &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นัดหารือสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ก.ค.2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ซึ่งก่อนการประชุมได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพมาร่วมหารือบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 ในเบื้องต้น เพื่อให้ ผบ.เหล่าทัพส่งรายชื่อรอบแรกตามวาระปกติ ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อนายทหารประจำปี 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้จะมีนายทหารระดับสูงเกษียณอายุราชการ อาทิ &amp;ldquo;บิ๊กเข้&amp;rdquo; พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;ldquo;บิ๊กต๊อก&amp;rdquo; พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด, &amp;ldquo;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., &amp;ldquo;บิ๊กนุ้ย&amp;rdquo; พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร., &amp;ldquo;บิ๊กจอม&amp;rdquo; พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. ที่จะเกษียณกันหมดยกแผง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในเบื้องต้นปรากฏว่า &amp;ldquo;บิ๊กณัฐ&amp;rdquo; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รองปลัดกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;(ตท.20) ขยับขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม, &amp;ldquo;บิ๊กกบ&amp;rdquo;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด กองทัพเรือ &amp;ldquo;บิ๊กลือ&amp;rdquo; พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ รองผบ.ทร. (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทร., &amp;ldquo;บิ๊กต่าย&amp;rdquo;พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วย ผบ.ทอ. (ตท.18) ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทอ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกองทัพบก ในเบื้องต้นรายชื่อนายทหารระดับ 5 เสือกองทัพบกเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.20) ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ตามคาด โดยขยับเอา &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก (ตท.20) ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก ทั้งนี้ โยกเอา &amp;ldquo;แม่ทัพตู่&amp;rdquo; พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.20) และ &amp;ldquo;บิ๊กตี๋&amp;rdquo; พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) ขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.ด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้ ขยับ &amp;ldquo;บิ๊กเป้ง&amp;rdquo; พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก (ตท.19) ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเก้าอี้แม่ทัพภาคต่างๆ ที่ว่างลง ปรากฏว่า &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.22) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 โดย &amp;ldquo;บิ๊กหนุ่ย&amp;rdquo; พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.21) ยังคงรักษาเก้าอี้แม่ทัพน้อยที่ 1 ตามเดิม, &amp;ldquo;บิ๊กแบล็ก&amp;rdquo; พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.18) ยังรักษาเก้าอี้อย่างเหนียวแน่นไม่ขยับคงเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่อีกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กป๋อ&amp;rdquo; พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.20) ที่มีผลงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3, &amp;ldquo;บิ๊กเดฟ&amp;rdquo; พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 4 (ตท.20) ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แทน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13737</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.ท.ธนากร ธรรมวินทร, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509ad444bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
