<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กนัต&#039;แจงเหตุเลือก&#039;แอร์บูล&#039;คุมทัพฟ้าเพราะต้นทุนแต่ละคนไม่เท่ากัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชกองทัพอากาศ จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ และการมอบการบังคับบัญชา ระหว่าง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้กับ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ ว่าที่ ผบ.ทอ.คนใหม่ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ทอ. ข้าราชการ ทอ. ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ทั้งนี้กองทัพอากาศยังได้จัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 (F-5) จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องบินขับไล่แบบที่ 19 (F-16) จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 (กริพเพน) จำนวน 2 เครื่อง บินผ่านพิธีเพื่อเป็นเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า พล.อ.อ.แอร์บูลเป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ และมีวิสัยทัศน์อันยาวไกล มีประสบการณ์สูงทั้งในด้านการบิน การบริหาร การปกครอง การต่างประเทศ และวิทยาการแขนงต่างๆ พร้อมทั้งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและคุณลักษณะครบถ้วน สามารถเป็นผู้นำสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพอากาศได้ พวกเราทุกคนจะต้องช่วยเป็นกำลังสำคัญทำหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทัพอากาศและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า ขอรับหน้าที่และการบังคับบัญชา จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ ตลอดระยะเวลาที่ตนได้ปฏิบัติราชการในกองทัพอากาศได้ประจักษ์ถึงขีดความสามารถในการทำงานของ พล.อ.อ.มานัตตลอดมาเป็นนักปกครองและเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ให้ความสำคัญมุ่งมั่นพัฒนากองทัพอากาศในทุกด้านเป็นผู้ที่ดำรงตนอย่างเรียบง่าย ยึดมั่นในคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเทและเสียสละ เพื่อกองทัพอากาศและประเทศชาติ เพื่อให้การพัฒนากองทัพอากาศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเสียสละ จะปกครองบังคับบัญชาโดยยึดหลักคุณธรรม จะดำรงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกำลังพลกองทัพอากาศ เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้กองทัพอากาศไทย เป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค ดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.แอร์บูลให้สัมภาษณ์ว่าภารกิจที่อยากสานต่อในส่วนของกองทัพอากาศนั้น เรามียุทธศาสตร์ 20 ปีอยู่แล้วที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในช่วงเวลาเดียวกันเราก็เดินตามนั้น อีกทั้งกองทัพอากาศมีสมุดปกขาวที่ได้เขียนแผนงานว่ากองทัพอากาศจะทำอะไรต่อไป ยืนยันว่าเราดำรงวิสัยทัศน์จะเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค จะมีการพัฒนาเรื่องระบบเน็ตเวิร์ก เซ็นทริก และจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านต่างๆให้การทำงานมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น และกองทัพอากาศอยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้พล.อ.อ.แอร์บูลตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในการถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.คนใหม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศ แต่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ โดยพล.อ.อ.มานัตยืนยันว่าได้ใช้เกณฑ์ในการพิจารณาจากกรอบ 6 ประการ 10 Q จากผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ชั้นยศพลอากาศเอกทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงคลื่นใต้น้ำในกองทัพอากาศหลังเป็นผบ.ทอ. พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า คงไม่น่ามีปัญหาหนักใจอะไร คลื่นสักวันก็สงบ แล้วค่อยดำเนินการแก้ไขปัญหากันไป ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำตามนั้น ทุกอย่างจะดีเอง ความเป็นพี่น้องก็ดำเนินการต่อไป เพราะเราถูกปลูกฝังเอาไว้เช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.อ.มานัตตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุผลในการเลือก พล.อ.อ.แอร์บูลว่า มีเอกสารทำเป็นตารางประเมินอย่างชัดเจน เมื่อเห็นแล้วจะทราบว่า พล.อ.อ.แอร์บูลได้คะแนนสูงสุดเพราะอะไร สิ่งที่สำคัญคือต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยให้คะแนนโดยดูจากข้อมูลมาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพล.อ.อ.แอร์บูลมีคะแนนสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใบสั่ง อย่าไปเชื่อข่าวลือ และยืนยันว่าไม่มีการเมืองมาแทรกแซง เพราะถ้าแทรกคงไม่ได้เป็นชื่อแอร์บูล ผมพิจารณาคนเดียวทั้งหมดแล้วส่งไปที่นายกฯ มีเอกสารประกอบ และมีคะแนนแสดงชัดเจน ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนด 6 ประการ 10 Q ก็เป็นสิ่งที่ผมแกะจากพระบิดาทอ.เจ้าฟ้าจักรพงษ์ที่ท่านได้วางไว้ มาเป็นหัวข้อในการประเมิน&amp;rdquo; พล.อ.อ.มานัต กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทอ., ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ, ว่าที่ ผบ.ทอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f1048a63c4fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039;ลั่นปกป้องค้ำจุนสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ว่าที่ ผบ.ทบ.&amp;quot; ลั่นจะปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด สนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน จะสืบสานอุดมการณ์เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข &amp;quot;บิ๊กกบ-บิ๊กแดง&amp;quot; ร่วมรำลึกถิ่น &amp;quot;มัฆวานฯ&amp;quot; พร้อมปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมรูป ร.5 จะรักษามรดกพระองค์ท่านด้วยชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพลขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก ตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) ในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของกองทัพบกในปัจจุบัน ใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณฯ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์, พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รอง ผบ.ทสส., พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ณพนต์ สร้างสมวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. ฯลฯ พร้อมนายพลทหารบก 258 นาย รวม 266 นาย (ยอดรวมนายพลทหารบกเกษียณปีนี้ 340 นาย) เข้าร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ได้นำคณะถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อยกล่าวตั้งปณิธาน &amp;ldquo;เดินตามรอยเท้า&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละ และคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่าน โดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสม จะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้าน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคม อย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง &amp;ldquo;รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน&amp;rdquo; จากนั้นวงขลุ่ยกลอง 8 นายจาก รร.จปร.ได้นำแถวนายพลเกษียณเดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน 3 ครั้งว่า &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้า จะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;quot; ก่อนเข้าหอประชุมเพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ
ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ว่าที่ผบ.ทบ. กล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบก ขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกท่านด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติเป็นเอนกประการ ด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพ เพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพ ที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อ ดำเนินรอยตาม เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ทบ.เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการ แต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหาร จะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ และพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ
ประสบการณ์ 6 ปีมีคุณค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจ และพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้ จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังรับราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2563 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 ตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นวันมงคลอีกวันหนึ่ง ตนถือว่าเขาเป็นครอบครัวของเรา ครอบครัวของคนไทย ครอบครัวประเทศไทย ครอบครัวข้าราชการ ในฐานะตนเป็นข้าราชการมาก่อน แต่วันนี้ตนทำงานไม่ใช่ข้าราชการ ทำงานทั้งการเมืองและอย่างอื่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เรียนรู้จากข้าราชการทุกกระทรวงทุกหน่วยงาน และผมก็นำมาประยุกต์ว่าจะอยู่และทำงานได้อย่างไรกับเขา ไม่ใช่ว่าผมทำงานด้วยระบบทหาร หลายอย่างที่ผมได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลา 5-6 ปี ผมถือว่ามีคุณค่ากับตัวผม และผมคิดว่าจะทำตัวให้มีคุณค่ากับบ้านเมืองของเรา กับประชาชนของเรา เพียงแต่ขอความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมืองของเรา เรื่องอื่นๆ ช่วงนี้ขอให้ผ่านพ้นไปก่อน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์การชุมนุมที่บริเวณอาคารรัฐสภาระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับการชุมนุมที่เกิดขึ้นบ่อยๆ สื่อจะให้ตนทำอย่างไร ก็ต้องไปบอกบรรดากลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ซึ่งในส่วนของความมั่นคงมั่นใจว่าจะไม่มีอะไร สามารถดูแลได้
อีเวนต์จับ ส.ว.ลงหม้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คณะประชาชนปลดแอกเดินสายจัดกิจกรรม &amp;quot;จับ ส.ว.ลงหม้อ&amp;quot; ปราศรัยบนรถ 6 ล้อ เห่กระชากวิญญาณและพิธีกรรมจับผีร้าย ส.ว.โดยตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กองบัญชาการทหารบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมปราศรัยว่า อยากฝากไปถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนใหม่ ที่เข้ามารับหน้าที่ต่อในขณะนี้ ท่านยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นอย่ารับตำแหน่ง ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ชุมนุมเดินทางไปทำกิจกรรมที่กระทรวงกลาโหม, กองบัญชาการกองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะเดียวกัน ภายในกองทัพบกได้จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตข้าราชการทหารของนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2563 ให้กับ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการกว่า 300 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ควบคุมตัวนายนรินทร์ กุลพงศธร อายุ 31 ปี ชาว กทม. ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ &amp;quot;กูkult&amp;quot; @gukultrebellion ผู้ต้องหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1425/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย.2563 มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-5 ต.ค.2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จะต้องสอบพยานอีก 4 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีและจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังฝากขัง ญาติผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหามีประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท ไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ไปขายนมแพะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางเยือนจังหวัดยะลา เพื่อพบกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม ติดตามความคืบหน้าของธุรกิจนมแพะซึ่งดำเนินการโดย &amp;ldquo;ส้มจี๊ด&amp;rdquo; องค์กรส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมของคณะก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเดินทางมาครั้งนี้ นายธนาธรได้มาตรวจดูความพร้อมของโรงเรือนและกระบวนการเลี้ยงแพะ รีดนมแพะ รวมถึงการบรรจุขวด เนื่องจากจะเริ่มทดลองจำหน่ายนมในเฟสแรก ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ซูซู&amp;rdquo; ซึ่งเป็นภาษามลายู แปลว่า &amp;ldquo;นม&amp;rdquo; ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และหากประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย จะเริ่มเฟสสอง ลงทุนตั้งโรงงานผลิตนมแพะขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมตั้งใจที่จะใช้โมเดลธุรกิจบริษัทจำกัด ไม่ใช่สหกรณ์ เพราะผมมองเป้าหมายใหญ่ มองไปไกล ผมอยากให้มีบริษัทจำกัดขนาดใหญ่ที่ยะลา จ้างงานคนในพื้นที่สามจังหวัด โดยมีเกษตรกรร่วมกันเป็นเจ้าของ เพราะที่นี่แทบไม่มีบริษัทใหญ่ๆ ที่จ้างงานดีๆ รายได้สูง ทั้งที่คนตกงาน ว่างงาน จำนวนมาก โดยเฉพาะหลังโควิด ถ้ามีงาน คุณภาพชีวิตของคนในสามจังหวัดก็จะดีขึ้น วัยรุ่นจบมามีงานทำที่บ้านเกิด ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องไปทำงานที่มาเลเซียหรือตามหัวเมืองใหญ่ และเหตุผลที่ผมอยากเห็นอุตสาหกรรมนมแพะในสามจังหวัด ก็เพราะมันสอดคล้องกับวิถีของมุสลิม การเลี้ยงแพะเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่มีทักษะ มีความเข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการการส่งเสริมด้านการตลาดและการบริหารธุรกิจ&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นมแพะแบรนด์ &amp;ldquo;ซูซู&amp;rdquo; จะเริ่มจัดจำหน่ายเฟสแรกในเดือนพฤศจิกายน โดยเริ่มต้นจำหน่ายผ่านรถโมบาย และวางหน้าร้านในพื้นที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมถึงจัดจำหน่ายช่องทางออนไลน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b5995d124c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 68 นาย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2563....โดยในจำนวน 68 นาย มีชื่อ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.มานัต&amp;nbsp; วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.63 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้จะเรียก โดนลูบคม หรือเรียก ล้วงคองูเห่า ดีถึงจะเห็นภาพมากกว่ากัน หลังมีการแชร์เอกสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลื่อนยศนายพลตำรวจใหม่ในโลกโซเชียลมีเดีย เชื่อมโยงกับการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพล ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.)&amp;nbsp; วาระประจำปี 2563 ซึ่ง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานพิจารณารายชื่อแต่งตั้งจำนวน 258 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา จน เดอะแจ๊ก-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรีบออกมาชี้แจง &amp;ldquo;เอกสารที่เป็นประเด็นนั้น ไม่ใช่เอกสารที่ทางสำนักงานกำลังพลได้ไปแจกจ่ายแต่อย่างใด เพราะยังอยู่ในชั้นความลับ&amp;nbsp; ก็มีคนถามมาว่าชื่อตรงหรือไม่อย่างไร คำตอบก็คือไม่ทราบ เพราะอยู่ในชั้นความลับ เมื่อตกผลึกหรือมีการดำเนินการทางธุรการเสร็จเมื่อไหร่ ก็คงจะมีการดำเนินการให้ได้รับทราบตามขั้นตอนปกติอยู่แล้ว&amp;rdquo;...อย่างไรก็ตามหากถอดทุกคำชี้แจงและคำสัมภาษณ์ เดอะแจ๊ก นอกจากคำยืนยันว่าเป็นเอกสารปลอม&amp;nbsp; หรือเฟกนิวส์แล้ว ก็ไม่มีคำไหนที่จะบ่งบอกว่าจะสืบหา จะจัดการ หรือจะดำเนินคดีกับผู้ที่ทำเอกสารปลอมดังกล่าว ทั้งๆ ที่เป็นการปลอมเอกสารราชการ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งโครงการของตำรวจ &amp;quot;นครบาล&amp;quot; ที่ต้องชื่นชม....โครงการอบรมพัฒนาตำรวจจราจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 220 นาย แบ่งเป็น ระดับรอง ผกก.จร.-สว.จร. อบรมวันที่ 8-9 ก.ย.63 รุ่นที่ 2 ระดับรอง สว.จร.-ชั้นประทวน อบรมวันที่ 10-11 ก.ย.63&amp;nbsp; รวมทั้งโครงการจัดทดสอบความรู้ด้านกฎหมายจราจร ซึ่ง พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ที่รับผิดชอบงานด้านจราจร บอกโครงการจัดทดสอบความรู้ด้านกฎหมายจราจร ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะต้องได้คะแนน 80 คะแนนขึ้นไป หากสอบไม่ผ่านก็จะให้โอกาสสอบซ่อม หากยังไม่ผ่านอีกอาจจะพิจารณาไปทำหน้าที่อื่นแทน...เป็นการปรับตัวของ ตำรวจ ต่อสังคมที่ถูกต้อง ตรงแนวทางปฏิรูปตำรวจที่สังคมกำลังเรียกร้องอยู่ ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้ไว้สบายใจหายห่วง...เพจพนักงานสอบสวนหญิง โพสต์แนะนำตำรวจที่ซื้อปืนสวัสดิการ ซิกส์ซาวเออร์ P365 และจะเอาปืนขึ้นเครื่องบินกลับบ้านต่างจังหวัด มีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 1.ตอนไปรับปืนที่&amp;nbsp; สกบ.บอกเค้าด้วยว่าจะเอาปืนขึ้นเครื่องบินกลับต่างจังหวัด เค้าจะได้ปั๊มรายละเอียด และลงลายมือชื่อผู้อนุญาตที่ขายปืนให้หลังใบ ป.3 ที่มีเอกสารเป็นสี และมีลายเซ็น ตรวจสอบให้ดี ถ้าไม่มีแบบนี้เอาปืนขึ้นเครื่องไม่ได้ ถ้าไม่มีแบบนี้ทางการท่าอากาศยานไม่อนุญาตให้เอาปืนขึ้นเครื่องบิน เว้นแต่นายตำรวจสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไปถึงสามารถเอาปืนขึ้นโดยใช้ยศค้ำประกันได้ ต้องถ่ายสำเนาบัตรให้ด้วย กรุณาเตรียมมา เพื่อไม่ให้ตกเครื่องและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโปรดตรวจสอบให้เรียบร้อย 2.ถ้ามีแล้วมั่นใจ เอาปืนเก็บใส่กล่องที่แข็งแรงไปเช็กตั๋วโหลดสัมภาระ และบอกที่เคาน์เตอร์ว่าเราจะโหลดปืนไปด้วย 3.ไปที่จุดโหลดปืนของสายการบิน บันทึกเอกสารลง มีรายละเอียดการบินของเราจากไหนไปไหน&amp;nbsp; 4.จนท.สายการบินจะพาไปที่จุดปลดเครื่องกระสุนปืนของการท่าอากาศยาน ไปปลดกระสุน ชั่ง นน.กระสุน รอ จนท.การท่าฯ กรอกเอกสาร แล้วออกเอกสารให้ เป็นอันเสร็จพิธี ทีนี้ก็บินกลับแบบสบายใจไปรับปืนที่ปลายทางได้ละ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลือกันให้แซ่ดจากการวิเคราะห์ของสื่อยักษ์ใหญ่ เรื่องการเคลื่อนกำลังรบของหน่วยทหารเพื่อฝึกภาคสนามหลายหน่วยเหมือนช่วงก่อนการรัฐประหาร แต่ที่ไม่เหมือนกันคือกำลังรบเหล่านั้นอยู่นอกกรุง&amp;nbsp; และการปรับหน่วยในพื้นที่ กทม.ได้เปลี่ยนไปจากเดิมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเป็นวันเดียวกับที่ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางขึ้นเหนือปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน ที่ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงกังวลเรื่องต่างด้าวทะลักเข้าประเทศหนีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เข้ามาฝั่งไทย ยังไม่มี แอกชัน ให้ความเห็นเรื่องการเมือง จึงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุล้มกระดานอำนาจกันอีกรอบ ข่าวลือดังกล่าวจึงน่าจะเป็นการหยั่งท่าทีและวัดอุณหภูมิกองทัพอีกรอบ โดยเฉพาะท่าทีของผู้นำกองทัพบก อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวในส่วนของกองทัพบก เพจ SMART Soldiers Strong ARMY เพจทหารเจ้าเดิม โพสต์ข้อความเชิญชวนกำลังพลและครอบครัวร่วมกิจกรรม &amp;quot;รวมพลคนรัก ผบ.ทบ.&amp;quot; เนื้อความเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ที่เคยมีประสบการณ์ร่วมงานหรือร่วมกิจกรรมกับ พล.อ.อภิรัชต์ ส่งภาพและข้อความสั้นๆ ถึง ผบ.ทบ.มาทางกล่องข้อความ (Inbox Messenger) เพจ SMART Soldiers Strong ARMY จนถูกมองว่าเป็นการเช็กเรตติงของ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ก่อนเกษียณ ว่ากำลังพลยังหนุนผู้นำกองทัพคนนี้แค่ไหน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะถอนโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ไปแล้ว แต่กระบวนการของกองทัพเรือที่ต้องไปคุยกับทางการจีนต้องเดินหน้าต่อไป ล่าสุด พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายคณะกรรมบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ที่มี พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ เป็นประธาน ไปพูดคุยกับทางการจีนในการขอคงข้อตกลงเดิมในเรื่องของวงเงินในการจัดหา 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติม และระบบอาวุธ&amp;nbsp; 2,100 ล้านบาท ที่จีนมอบให้ไทยโดยไม่คิดมูลค่า ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ลงนามในหนังสือมอบหมายแจ้งความดำเนินคดีกับ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร&amp;nbsp; คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องสัญญาจีทูจีในโครงการดังกล่าวเป็นของเก๊ จนนำไปสู่การที่ ทร.ต้องตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ชุดใหญ่ กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความจำเป็นในการจัดซื้อ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดดาวเทียมจิ๋ว นภา-1 ดาวเทียมดวงแรกของทัพฟ้าไทย ก็ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศสำเร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยจรวด Vega เที่ยวบิน VV16 ของบริษัท Arianespace ได้ทำการยิงนำส่งดาวเทียมจำนวน 53 ดวง จาก 13 ประเทศ แบ่งเป็น Microsatellite 7 ดวง และ Nanosatellite 46 ดวง&amp;nbsp; ที่ฐานยิงจรวด Guiana Space Center, French Guiana ดินแดนของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของทวีปอเมริกาใต้ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเลื่อนมาหลายครั้งตั้งแต่ ธ.ค.2019&amp;nbsp; เพราะจรวด Vega มีปัญหา และ ก.พ.2020 เพราะสถานการณ์ COVID-19 และมาเลื่อนอีกครั้ง 19 มิ.ย.2020 เพราะสภาพอากาศ และสุดท้ายวันที่ 28 มิ.ย.2020 มีปัญหากระแสลม ถือเป็นอีกก้าวในยุคที่&amp;nbsp; พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่งผลให้กองทัพอากาศมีครบทั้ง 3 โดเมน คือ Air Domain, Cyber Domain และ Space Domain เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกองทัพอากาศตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปีตามแนวทางที่วางไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน, พล.ร.อ.ชาติชาย  ศรีวรขาน, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กนัต&#039; แจงสภาหากตัดงบ ทอ. ทำคนตกงานเพียบ ระบุปี 80 ได้โฉนดอวกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธาน เปิดการประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการศึกษากองทัพอากาศภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;P&amp;amp;D drives seamless cooperation - Education drives coordinated opportunities&amp;rdquo; เพื่อเป็นเวทีเสรีในการระดมความคิดและการปฏิบัติจากหน่วยงานภายในกองทัพอากาศ ภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.อ.มานัต กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;กองทัพอากาศและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เราต้องทำเพิ่มเติม คือการสร้างกลไกของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างจริงจัง หลังจากเกิดโควิด-19 เราเห็นผู้บัญชาการว่าภาคอุตสาหกรรมปิดตัวลงมากมายและคนไทยตกงาน ดังนั้นเราจะนำบทเรียน เพื่อเป็นกระจกส่งตัวเราว่าขาดต้นทุนในส่วนใดบ้างพบว่า เราขาดปัจจัยที่ 4 ยา และเวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับต้นทุนความมั่นคงทางด้านทหาร โควิด-19 ทำให้เราขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ ยุทโธปกรณ์ มากพอสมควร ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ เราจะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไปและจะใช้ขีดความสามารถของคนไทยมาแก้ไขและชดเชยในส่วนนี้ โดยเราจะเริ่มปีนี้และต่อไปอีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรวมพลังของปัญญาคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ตนจะเป็นแกนกลางและต้นแบบในการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีความสำคัญต่อบ้านเมืองสภาพแวดล้อมตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะแวดล้อมเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในเอเชีย ทะเลจีนใต้ ทั่วโลก สิ่งที่เรากำลังมองคือโลกของไซเบอร์หรือไซเบอร์เวิลด์และเราจะมองไปถึงในเรื่องอวกาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์กองทัพอากาศและที่สำคัญที่สุดคือพลังปัญญาไทยที่จะต้องทำให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพอากาศมีความมุ่งหวังในทุกภาคส่วนมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นหนึ่งเดียวคือการมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในฐานะที่เรา คือความมั่นคงของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน เราจะมาช่วยกันสร้างงานอาชีพ ทักษะ ในกลุ่มงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมป้องกันอื่นๆที่เกี่ยวกับเกี่ยวข้องให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถสร้างงาน อาชีพ รายได้ให้กับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรม เป็นส่วนสำคัญโดยเทคโนโลยีบางอย่างเกิดจากทางทหารมาก่อนแล้วนำไปประยุกต์ใช้ เช่น อีเมลหรือแม้กระทั่งเครื่องยนต์ที่นำไปใช้ในเครื่องบินก่อนนำไปใช้ในรถยนต์ สิ่งสำคัญคือการวิจัยที่เป็นมันสมองของคนในชาติ ที่เราจะต้องได้เทคโนโลยีเป็นของเราเอง รวมถึงได้ความมั่นคงในกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและในโลกมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นเราต้องตระหนัก ทบทวนว่า ควรยืนบนขาด้วยตัวเอง กองทัพอากาศ มีสมุดปกขาว เริ่มดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา และบางอย่างมองเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งที่เราทำไปแล้ว โดยร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ทั้งภาคอากาศ เช่น เครื่องบินต้นแบบ และภาคพื้น เช่น เครื่องป้องกันฐานบินและรถตรวจการณ์ ทุกอย่างใส่ปัญญาไทยไป แต่ทั้งนี้เราต้องบูรณาการกลไกภาครัฐสอดรับต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันกองทัพได้ทำสำเร็จ และเกิดขึ้นแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ เช่น เช่นโครงการ F5 โครงการ Alpha JetโครงการAu- 23&amp;nbsp;แต่สิ่งที่สำคัญเราจะต่อยอดอย่างไรในอนาคต ซึ่งหากกองทัพอากาศทำเพียงเหล่าทัพเดียวก็จะรู้สึกโดดเดี่ยวจึงจำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมจากเหล่าทัพอื่นๆด้วย รวมถึงในส่วนของภาครัฐกระทรวง ทบวง กรม และภาคอุตสาหกรรมของไทย หากได้ความร่วมมือที่ดีก็จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กองทัพอากาศ กำลังยิงดาวเทียม &amp;quot;นภา 1&amp;quot; ซึ่งจะเกิดขึ้นต้นเดือนกันยายน เพราะที่ผ่านมาติดสภาพปัญหาอากาศ และจากนั้นยิง ดาวเทียม &amp;quot;นภา2&amp;quot; ต่อทันที เราจะยิงจนกว่าจะจองโฉนดอากาศได้ ในปี 2580 เพราะในห้วงอวกาศมีผลประโยชน์มากมายมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.อ.มานัต กล่าวถึง การชี้แจงงบประมาณกองทัพอากาศต่อสภา โดยทางสภาได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการต่างๆของกองทัพอากาศว่าใส่งบประมาณไปเป็นจำนวนมากควรที่จะนำเงินไปช่วยประชาชนในเรื่องโควิด ก่อนจะดีหรือไม่ ตนได้ชี้แจงไปว่า วิธีคิดของกองทัพอากาศไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เรามองว่าเราต้องสร้างงาน เพราะโควิดคือกระจกส่องที่ทำให้ได้เห็นว่า เราไม่มีต้นทุน หากเราสร้างต้นทุนในประเทศอย่างถูกวิธี เงินที่ใส่ลงไปเท่าไหร่ก็เป็นเงินหมุนเวียน แต่เราได้ตัวผลิตภัณฑ์และการสร้างงาน&amp;nbsp;เมื่อนำ 2 อย่างนี้มารวมกันก็คือปัญญาไทยซึ่งสิ่งตรงนี้จะเกิดขึ้นเป็นนวัตกรรมในปี 2020 และสามารถเกิดได้จริงไม่ต้องห่วงอากาศจะต้องเดินต่อ

&amp;quot;ตนได้อธิบายว่า หากสภาตัดโครงการดังกล่าวจะมีคนไทยจะตกงานมากมาย เพราะโครงการนี้จะผลิตและสร้างเครื่องบินในประเทศ ถ้าเดินหน้าต่อจะมีงานในเมืองไทยแน่นอน โดยเฉพาะงานเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศวางยุทธศาสตร์ถึง 2580 ตน เชื่อว่าตรงเป้าหมาย ถูกทิศทางทำได้แน่นอน ทั้งนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนงบยุทธศาสตร์ และต้องแยกออกมาจากงบปกติ แต่ในปัจจุบัน โดยใช้กฎหมายบังคับให้กองทัพอากาศอุดหนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ไม่ได้ไปซื้อของนอกประเทศ แต่ปัจจุบัน กองทัพอากาศไม่ได้รับงบยุทธศาสตร์. ซึ่งได้ดำเนินการโดยใช้งบปกติในส่วนของกองทัพอากาศแบ่งออกมาเป็นยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ตนได้คุยกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงงบประมาณในส่วนของยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทอ., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e2ec609b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ. เห็นด้วยนายกฯเปิดเวทีรับฟังนศ. ชี้ต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกัน ทำให้เห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ดอนเมือง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นคนรุ่นใหม่เป็นนิสิต นักศึกษาว่า ในส่วนของกองทัพอากาศเราทำมาโดยตลอดเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงต่อกันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง โดยการสร้างความเข้าใจในบริบทของกำลังพลในแต่ละช่วงอายุ พร้อมทั้งเคารพในความคิดเห็นและให้โอกาสในการแสดงฝีมือเนื่องจากเราต้องพึ่งพาคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังพลของกองทัพอากาศไปตลอดเพราะบริบทใหม่ๆที่เกิดขึ้นมาคนรุ่นเก่าอย่างเราตามไม่ทัน อย่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ เราก็จะปล่อยให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เพราะเขาจะรับรู้และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะในโลกดิจิตัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กองทัพอากาศยังปลูกฝังคนรุ่นใหม่ทั้งในเรื่องของความเป็นทหาร วัฒนธรรม และความเป็นคนไทยซึ่งถือว่าก็มีความสำคัญซึ่งขณะนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ เขาริเริ่มในการใช้ปัญญาไทย เพราะต่อไปในอนาคตการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จะไม่ซื้อแบบสำเร็จ แต่จะซื้อแบบที่ต้องใส่ปัญญาไทยอย่างน้อย 50% ลงไป ซึ่งตนก็ได้ทำเป็นแบบอย่างมาแล้ว 1 ปีเต็มและก็จะทำไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปลูกฝังเรื่องสถาบันนั้น ประเทศไทยอยู่ได้ด้วยสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ถือเป็นเอกลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์เดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร และเราก็อยู่ดีมีสุขด้วยบริบทตรงนี้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากในสังคมมีความหลากหลาย ต้นทุนของแต่ละคน ไม่เท่ากัน วิธีคิดจึงไม่เหมือนกัน จึงกลายเป็นความเห็นต่าง แต่เราต้องเคารพในความเห็นต่าง แต่โดยพื้นฐานแล้วก็ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าสิ่งตรงนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหา และความขัดแย้งแน่นอนเพียงแต่เราจะต้องหาเวทีคุยในบริบทเดียวกันที่จะต้องพาชาติบ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเปรียบเทียบก็ให้ดูสงครามโลกระบาด covid-19 ในปัจจุบันที่ล้อมกรอบประเทศไทยเอาไว้ทั้งหมดแต่เราก็อยู่กันได้ด้วยความสงบแม้อาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง ถือว่า โควิด เป็นกระจกส่องหน้าที่ดีที่สุดเราได้เห็นต้นทุนของประเทศไทยว่ามีเหลือเท่าไร ในยามที่เกิดสงคราม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในหลายปีที่ผ่านมาเราไม่ได้สร้างต้นทุนตรงนี้ จึงเกิดความขาดแคลนหากเป็นสงครามรบ ขนาดใหญ่เราจะไม่มีอะไรเหลือเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73582</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe57c09c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.ไอเดียเจ๋ง ทำตู้อัตโนมัติ จ่ายข้าวสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทอ.เจ๋ง ตั้งเครื่องเอทีเอ็มจ่ายข้าวสารอัตโนมัติ &amp;quot;น้อง skyrice&amp;quot; แจกจ่ายข้าวสารให้ประชาชนช่วงโควิด-19 สแกนใบหน้า ไร้การสัมผัส ด้าน &amp;ldquo;บิ๊กนัต&amp;rdquo; ยันเป็นการรวมปัญญาจากทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณชั้น 2 อาคารคุ้มเกล้า โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เยี่ยมชมเครื่อง ATM จ่ายข้าวสารอัตโนมัติ &amp;quot;น้อง skyrice&amp;quot; ซึ่งเป็นเครื่องแจกจ่ายข้าวสารให้ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมี พล.อ.ท.ต่อพล ออเขาย้อย เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ศึกษารูปแบบและวิธีการแจกจ่ายข้าวสารของประเทศเพื่อนบ้าน คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม จากนั้นร่วมมือกับนายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม จากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายสุรพงษ์ เสถียรอินทร์ จากบริษัท เอส เค เครื่องชั่ง จำกัด ร่วมกันสร้างเครื่อง ATM จ่ายข้าวสารอัตโนมัติให้กับประชาชน โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;น้อง skyrice&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักการทำงานของเครื่อง ATM จ่ายข้าวสารอัตโนมัตินั้น เริ่มจากบุคคลที่มีความต้องการข้าวสารมายืนหน้าตู้ นำภาชนะหรือถุงบรรจุวางรองรับข้าวสารเป็นลำดับแรก จากนั้นยื่นฝ่ามือไปยังบริเวณรูปฝ่ามือที่หน้าตู้ เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวจะทำให้กล้องอัจฉริยะที่มีโปรแกรมตรวจจับใบหน้าทำงาน หากใบหน้าบุคคลนั้นๆ ไม่ซ้ำภายในเวลาที่กำหนด บุคคลสามารถใช้เท้าเหยียบแป้นด้านล่าง เป็นการส่งสัญญาณสุดท้าย เครื่องกลภายในจะทำการตวง และจ่ายข้าวสาร 1 กิโลกรัมออกมายังภาชนะที่รองรับอยู่ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตัวเครื่อง ATM ข้าวสารทหารอากาศ มีรูปร่างสวยงาม ลักษณะทั่วไปคล้ายคลึงกับตู้ ATM กดเงินสดของธนาคาร หรือตู้หยอดเหรียญเพื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆ แต่กรมสรรพาวุธทหารอากาศได้ใช้หลักการงดเว้นการสัมผัสเพื่อสุขอนามัยที่ดี ภายในตัวเครื่องประกอบด้วยกล้องอัจฉริยะจาก สวทช. ที่ให้การสนับสนุนการเขียนโปรแกรมและชุดคำสั่งตรวจจับและสแกนใบหน้าอัตโนมัติ บริษัท เอส เค เครื่องชั่ง จำกัด ร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ทำการสร้างเครื่องกล ประกอบและติดตั้งเซ็นเซอร์ วงจรควบคุมต่างๆ รวมทั้งเครื่องตวงและจ่ายข้าวสาร โดยสามารถบรรจุข้าวสารได้เต็มที่ถึง 100 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.มานัตกล่าวว่า เครื่องดังกล่าวมาจากความคิดที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จึงได้จัดทำตู้ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนรับข้าวสารไปรับประทาน ถือเป็นการรวมปัญญาจากหลายหน่วยงาน ในส่วนของข้าวสารนั้นจะได้มาจากภาคเอกชน ส่วนการแจกจ่าย ทางกองทัพอากาศและ รพ.ภูมิพลฯ จะทำหน้าที่ดูแลต่อไป ในขณะนี้กองทัพอากาศอยู่ในระหว่างพิจารณาว่าในสภาพปัจจุบันสังคมต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อใช้ศักยภาพกองทัพอากาศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีมาดัดแปลง เพื่อไปช่วยเหลือประชาชนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71673</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ท.ต่อพล ออเขาย้อย, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, สุรพงษ์ เสถียรอินทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f1047f59c80b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ก่อนหน้านี้มีเครื่องบินทหารชาติอื่นเข้ามาแต่ไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทอ.ยันไทยต้องเปิดน่านฟ้าตามหลักสากล ชี้จนท.ต้องรัดกุมมากขึ้น หลังทหารอียิปต์ติดโควิด-19 เผยก่อนหน้านี้มีเครื่องทหารชาติอื่นเข้ามา แต่ไม่มีปัญหา ลั่นเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาสังคม วอนปชช.ช่วยรัฐสกรีน สร้างความแข็งแกร่งปิดรูรั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมการแพทย์ทหารอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีการเปิดน่านฟ้าให้กองทัพอากาศต่างประเทศเข้ามาแวะพักเครื่องบินในประเทศช่วงสถานการณ์การแพทย์ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19ว่า การเปิดน่านฟ้าถือเป็นเรื่องปกติให้กับอากาศยานต่างประเทศที่ต้องการใช้ เพราะเป็นเรื่องกิจการสากลที่ประเทศทั่วโลกต้องเปิดให้สามารถมีการสัญจรไปมาตามปกติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่รัดกุม เช่นเดียวกับของไทยหากมีอากาศยานทหารไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศก็ต้องขอให้ประเทศนั้นๆช่วยเปิดน่านฟ้า เพื่อทำการพักเครื่องที่เป็นไปตามกติกาสากลในเรื่องการสัญจรของอากาศยานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง ซึ่งในการเปิดน่านฟ้าของกองทัพอากาศเป็นไปตามกฎกติกาที่กำหนดไว้
เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการระงับเที่ยวบินของกองทัพอากาศอียิปต์แล้ว ในส่วนของประเทศอื่นมีการอนุญาตให้เข้ามาหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ตามกติกาสากล ประเทศใดที่มีความจำเป็นต้องผ่านน่านฟ้าเราก็ต้องเปิดให้ภายใต้กติกาที่รัดกุม ซึ่งยอมรับว่าก่อนเกิดกรณีทหารอียิปก็มีอากาศยานของทหารชาติอื่นมาแวะขอเติมน้ำมัน เพียงแต่ไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะทุกคนรู้กรอบปฏิบัติ และทราบว่าประเทศเรากำลังประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัจจุบันยังมีอากาศยานทหารขอเข้ามาที่ไทยอีกเป็นจำนวนมากหรือไม่ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า คงบอกไม่ได้ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามีการร้องขอเรื่องการขอผ่านน่านฟ้าเข้ามาตลอดเวลา โดยกลไกที่จะมารับช่วงต่อจากกองทัพอาดาศต้องดำเนินการให้รัดกุม เพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกคนต้องรักษากติกาของสังคม นอกจากนี้โลกกำลังต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 เราไม่สามารถเปลี่ยนภัยคุกคามตรงนี้ได้ ซึ่ง 180 ประเทศทั่วโลกยังต้องมีการสัญจรเดินทางและปฏิสัมพันธ์กันอยู่ เพียงแต่ว่าแต่ละประเทศจะใช้เงื่อนไขใดในการควบคุม ทั้งนี้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือจนทำให้เรารู้ว่าจะต่อสู้กับโควิด-19อย่างไร ซึ่งอาจจะมีรอยรั่วหรือช่องโหว่ ก็จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา เราไม่สามารถที่จะปิดประเทศหรืออยู่โดดเดี่ยวได้ เพราะฉะนั้นการปฏิสัมพันธ์กับ180ประเทศทั่วโลกยังมีความจำเป็น ขึ้นอยู่กับว่าจะยืดหยัดได้นานแค่ไหนบนความแข็งแกร่งของเราเอง หากประชาชนช่วยรัฐและร่วมมือกันก็จะช่วยสกรีน และสร้างความแข็งแกร่งและปิดรูรั่วทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้เราผนึกกำลังกันให้แข็งแกร่ง การ์ดเราไม่ตกแน่นอน หากพบรอยรั่วตรงไหนขอให้แจ้งเตือนกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำหน้าที่ซีน อย่างไรก็ตามโควิด-19 เราไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รวมถึงวัคซีนที่ใช้ได้จริงจะได้เมื่อไหร่ กับคน 6 พันล้านคนที่อยู่รอบโลก เรายังต้องเป็นประเทศที่คนรอบโลกเดินทางผ่าน และมีปฏิสัมพันธ์จึงจำเป็นที่เราต้องสร้างความแข็งแกร่ง และประชาชนจะเป็นหูเป็นตา ปกป้องคนไทยทุกคนให้อยู่บนโลกนี้ได้ในสภาวะภัยคุกคามโควิด-19 จะหมดหรือไม่หมดไป เราก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะอนาคตยังคงต้องเจอภัยคุกคามที่เป็นโรคชนิดอื่นอีก&amp;rdquo; ผบ.ทอ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe57c09c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
