<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;แจงคำสั่งมท.หนุนวัคซีนไทยเบฟฯแค่สื่อสารคลาดเคลื่อน ยันเจตนาดูแลปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หนังสือปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามสนับสนุนการวัคซีนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)​ เพื่อฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว แต่ได้ยกเลิกในภายหลัง ว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน​ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย ได้ออกหนังสือแก้ไขแล้วยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยสรุปคือ มีช่องทางที่จะให้สนับสนุนให้กับบุคคลและกลุ่มบุคคลรวมไปถึงองค์กรได้ แต่ต้องเข้าสู่ช่องทางหมอพร้อม การกระจายวัคซีนเป็นของ ศบค. จะกระจายไปในพื้นที่ใดหรือจำนวนเท่าไหร่ เมื่อกระจายไปแล้วผู้ที่จะดำเนินการต่อคือ คณะกรรมการ​โรคติดต่อ​จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่มีเจตนา​เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนรู้ดีว่าการทำงานของข้าราชการ พรรคการเมือง และรัฐบาล หรือของใครก็แล้วแต่ ต้องตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ใครที่คิดจะไปตอบสนองต่อกลุ่มใคร สังคมก็จะไม่ยอม เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนแต่ก็ได้แก้ไขแ​ล้​ว&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่อไปจะระวังเพิ่มขึ้นหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดา แต่เจตนาของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. กระทรวงมหาดไทย (ศบค. มท.)​ ไม่ได้มีเจตนา​ที่จะไปเอื้อใคร พูดง่ายๆ คือเจตนา​ที่จะดูแลประชาชน เป็นหลัก ใครก็ต้องทำอย่างงั้นสังคมจึงจะยอมรับได้ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107049</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป๊อก, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1, วัคซีน, ไทยเบฟฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d000ed97115.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;มท.1&#039;เผยนายกฯสั่งเพิ่มมาตรการชดเชยผู้ประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน บ.ท.135 (Embrear) เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ยโสธรและจ.อุบลราชธานี โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ โดยจุดแรกนายกฯจะนั่งรถตรวจสภาพปัญหาในพื้นที่ประสบอุทกภัยริมแม่น้ำชีและแม่น้ำยัง ที่ไหลมาบรรจบกัน อ.เมือง จ.ยโสธร จากนั้นเวลา 14.30 น. จะไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่วัดกลางศรีไตรภูมิ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.ยโสธร ก่อนที่เวลา 16.35 น. จะเดินทางต่อไปยัง จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขอุทกภัยของเทศบาล ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน และเดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงค่ำวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ทรงตัว โดยมีน้ำสะสมในพื้นที่และน้ำหลาก ดังนั้นการระบายน้ำต้องให้สอดคล้องสถานการณ์ เพราะปีนี้ถือว่าน้ำยังน้อย ขณะนี้ต้องบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ยังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เพราะไม่สามารถพักอยู่ในบ้านเรือนได้ จึงต้องดูแลเรื่องที่พักและอาหาร โดยมีการตั้งโรงครัวพระราชทาน น้ำดื่มและการสัญจรไปมาของประชาชนที่ยังเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการจัดรถและเรือมาบริการให้กับประชาชน ศูนย์การซ่อมสร้างถนนที่ชำรุด จะแก้ไขปัญหาใช้ได้เฉพาะหน้าไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังน้ำลดจะต้องสำรวจความเสียหาย ให้ชัดเจน โดยใช้ระเบียบหลักเกณฑ์เดิมของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอมาตรการ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะนอกจากงบของแต่หน่วยงานแล้วยังสามารถใช้งบฉุกเฉิน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่คาดว่ามาตรการช่วยเหลือที่ทางกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอใหม่คงไม่ทันเสนอครม. ในสัปดาห์นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, น้ำท่วม, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bed439da05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1เตือนพรรคการเมืองระวังการลงพื้นที่ กกต.บันทึกไว้หมดแล้วมีฟ้องทีหลังดิ้นยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนของกลุ่มการเมืองว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะลงไปทำความเข้าใจ และขณะนี้ตนก็ทราบว่าผู้ตรวจฯก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการลงพื้นที่ของกลุ่มการเมือง และนักการเมืองแล้ว &amp;nbsp;ทุกสิ่งทุกอย่างที่พรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองดำเนินการ กกต.ได้บันทึกไว้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากในอนาคตมีการฟ้องร้องดำเนินคดีก็จะมีผลตามที่บันทึกไว้ จึงอยากให้พรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองระมัดระวังในเรื่องนี้ ไปพูดคุยกับประชาชนได้แต่ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้ขนาดนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องผิดเรื่องถูก แต่มีเรื่องของการได้เปรียบและเสียเปรียบกัน ขอให้ทุกฝ่ายยึดถือกันกฏหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนมีความสงสัยว่าสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่พรรคการเมืองลงไปทำในพื้นที่ได้หรือไม่ แล้วจะมีความผิดหรือไม่ รมว.มหาดไทยตอบว่า สำหรับชาวบ้านคงไม่มีความผิด ประชาชนที่บริสุทธิ์ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองต้องระมัดระวังมากกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาให้ดีเพราะการเข้าไปดำเนินการต่างๆอาจจะมีเรื่องของการให้คุณหรือให้โทษในพื้นที่ ดูให้ดีว่าการกระทำใดเกิดขึ้นในเรื่องใด แล้วเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่แค่ไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มการเมือง-พรรคการเมือง, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, รมว.มหาดไทย, ลงพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4daa945b1e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุพงษ์&#039;เผยติดตามทุกพรรคแต่ยังไม่มีนโยบายพรรคไหนแก้ปัญหาชาติได้นอกจากวิพากษ์กัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีเข้าร่วมเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า รัฐมนตรีดังกล่าวคงคิดพิจารณาตามกฎหมายและความเหมาะสมว่าจะต้องทำอย่างไร ตนคงไม่มีความคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นว่าท่านทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่ในงานที่รับผิดชอบได้ดี เชื่อว่าจะไม่สงผลกระทบต่อภาพรวมของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ติดตามการเปิดตัวพรรค พปชร. เมื่อวันที่29 ก.ย. ที่ผ่านมาหรือไม่ รมว.มหาดไทยตอบว่า ติดตามดูทุกพรรคการเมือง พบว่ายังไม่มีนโยบายของพรรคไหนที่ว่าแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติให้มีผลดีอย่างไร มีแต่มาวิพากษ์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทุกจังหวัดมีการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ แจงว่า ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในส่วนของทะเบียนราษฎร์ การเตรียมการเรื่องการแบ่งเขตที่ให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นอกจากนี้ ในสวนอื่นๆ ก็ทำงานตามอำนาจหน้าที่ที่ทาง กกต. ประสานงานมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการกำชับผู้ว่าราชจังหวัดเป็นพิเศษในเรื่องนี้ เบื้องต้นสั่งการเรื่องทั่วไปทุกเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ประชุมอย่างเป็นทางการ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ย้ำว่าไม่ได้สั่งการเรื่องการเลือกตั้ง แต่ให้ทำทุกอย่างไปตามกฎหมาย วางตัวเป็นกลาง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18900</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, นโยบายพรรคการเมือง, บิ๊กป็อก, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5754d1f0d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัดฉีดไทยนิยม!มท.1เผย9 หมื่นโครงการเสร็จสิ้นก.ย.นี้มีประชาชนเข้าร่วม8ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61- &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา &amp;nbsp;รมว.กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน &amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าว่า &amp;nbsp;ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ว่าในระดับตำบล ได้ลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความต้องการครบเป็นที่เรียบร้อยแล้วครบทุกหมู่บ้าน/ชุมชน รวม 82,271 แห่ง มีประชาชนเข้าร่วม 8.08 ล้านคน &amp;nbsp;สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนตามกรอบหลัก 10 เรื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะ &amp;nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบามโดย กรมการปกครอง มีหมู่บ้านและชุมชนเสนอโครงการทั้งสิ้น 8.1 หมื่นจำนวน 91,373 โครงการ &amp;nbsp;โดยสำนักงบประมาณพิจารณาให้ความเห็นชอบไปแล้วร้อยละ 98.10 ขณะนี้หมู่บ้านและชุมชนอยู่ระหว่างดำเนินโครงการซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มท.1กล่าวว่า &amp;nbsp;แผนงาน/โครงการที่เสนอขอรับงบประมาณ แบ่งเป็น 3 ประเภท &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp; 1. โครงการประเภทสร้างอาชีพ สร้างรายได้โดยตรง จำนวน 12,271 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 17.06 โดย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ลานตากผลผลิตทางการเกษตร 3,622 โครงการ การปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว 649 โครงการ และโรงสี 583 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2. โครงการประเภทสร้างอาชีพสร้างรายได้โดยอ้อม จำนวน 9,999 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 13.90 โดย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ถนนเพื่อการเกษตร 2,541 โครงการ ขุดลอกสระ ห้วย หนอง คลอง บึง 2,164 โครงการ และลานอเนกประสงค์/สาธารณประโยชน์ 2,045 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการประเภทส่งเสริมคุณภาพชีวิต จำนวน 49,653 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 69.04 โดย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ถนนสัญจรภายในหมู่บ้าน 14,362 โครงการ ศาลากลางบ้าน/ศาลาประชาคม/อาคารอเนกประสงค์ 8,690 โครงการ และปรับปรุงซ่อมแซมประปาหมู่บ้าน 6,103 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว. กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน และนำมาสู่การกำหนดแผนงาน และโครงการ และดำเนินการตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16318</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป็อก, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1, โครงการไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75856a30935.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยชี้ถ้าการเมืองปกติ มท.1 ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคพท.โดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค พท. ให้ความสำคัญติดตามโครงการจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรเพื่อแปรรูปผลิตพลังงานหรือโรงไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 7,852 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของ มท.ซึ่งใช้งบประมาณมหาศาล จำนวน 178,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณของรัฐ 94,600 ล้านบาท และการลงทุนจากภาคเอกชน จำนวน 84,000 ล้านบาท ว่าส่อมีการทุจริตโครงการฯ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีข้อสงสัยหรือข้อพิรุธว่าอาจจะมีการทุจริตเชิงนโยบาย หรือไม่ &amp;nbsp;กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ครม.มีมติให้การบริหารจัดการขยะ ซึ่งแต่เดิมมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่น ได้ปรับเปลี่ยนมาให้กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลจังหวัดและ อปท.ในการจัดทำแผนการบริหารจัดการและแผนปฏิบัติการเพื่อขอตั้งงบประมาณรายปีในการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีการจัดตั้งองค์กรเป็นการภายในที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มท. เพื่อพิจารณาโครงการศูนย์กำจัดขยะ ฯ ขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ ขึ้นตรงต่อ มท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีข้อสังเกตว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 งดเว้นการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA &amp;nbsp;และยกเว้นกฎหมายผังเมือง ทั้ง ๆ ที่การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญยิ่งสำหรับโครงการที่อาจมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับประชาชน ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ &amp;nbsp;ผู้ใช้มาตรา 44 จะรับผิดชอบอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. มีข้อสังเกตว่า สื่อมวลชนออสเตรเลีย ซิดนีย์มอร์นิ่งเฮรัลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เสนอข้อมูลเชิงลึกถึงเหตุผลในการย้ายนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาก ผวจ.เชียงราย ไปเป็น ผวจ.พะเยา เพราะปกป้องงบประมาณของทางราชการด้วยการไม่เห็นชอบโครงการที่ไม่ถูกต้องหลายโครงการ และหนึ่งในหลายโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีโครงการกำจัดขยะของจังหวัดเชียงราย รวมอยู่ด้วย โดยมีโครงการศูนย์บริหารจัดการขยะและเตาเผาขยะ มูลค่า 12 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย ซึ่งสร้างขึ้นมาโดยไม่ได้มีการฟังความเห็นของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งอาจจะใช้งานไม่ได้อีกด้วย เพราะตั้งแต่สร้างมาไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. มีสื่อบางฉบับมีข้อสงสัยว่า กรณี มท.1 ปฏิเสธว่า ลูกชาย มท.1 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะ ของ มท. แต่เหตุใดลูกชาย มท.1 จึงมีนัดหมายพบ ผวจ.ภูเก็ต ในเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 3 พ.ค.61 ที่ผ่านมา แม้ มท.1 จะออกมาปฏิเสธแทนลูกชายว่าไม่ได้พบกับ ผวจ.ภูเก็ต แต่นัดหมายดังกล่าวซึ่งเผยแพร่ทางเว็บไซด์ ได้กระจายไปทั่วแล้ว แม้ ผวจ.ภูเก็ต จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ลบนัดหมายไปแล้ว และจำภาพคนมาพบไม่ได้ ก็ยิ่งเป็นข้อน่าสงสัยมากยิ่งขึ้น เพราะการนัดหมาย ผวจ.ในแต่ละวันมีข้อราชการสำคัญ ต้องผ่านการกลั่นกรองจากเลขานุการ และได้รับความเห็นชอบจาก ผวจ.จึงจะลงนัดหมายได้ ยิ่งเป็นการนัดหมายจากลูกชาย มท.1 แล้ว จะลงนัดหมายหลวม ๆ โดยมิได้ตรวจสอบความถูกต้องไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกของความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ สื่อฉบับที่เผยแพร่การนัดหมายดังกล่าว คงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่งตารางนัดหมายของลูกชาย มท.1 กับ ผวจ. ภูเก็ต เพื่อให้สังคมคลายข้อสงสัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้ง 5 ข้อสังเกตดังกล่าวข้างต้น ในชั้นนี้ ยังเป็นเพียงข้อสงสัย หรือข้อพิรุธ ยังมิได้กล่าวหาว่า มท.1 หรือผู้ใดทุจริตในโครงการกำจัดขยะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง จากข้อมูลเพียงส่วนหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าเป็นช่วงการเมืองปกติ มท.1 ก็คงถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว เพื่อเป็นการขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไป ตรงมา โดยมีเหตุผลสำคัญเพื่อรักษางบประมาณแผ่นดินของชาติให้ใช้ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญ สังคมคงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีซึ่งให้ความสำคัญกับนโยบายการปราบปรามการทุจริต ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการบริหารจัดการโครงการกำจัดขยะของ มท.ว่า มีการดำเนินการที่ส่อว่ามีการทุจริตในขั้นตอนใดหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าลูกชาย มท.1 อาศัยอำนาจ และบารมีของบิดาเข้าไปทำธุรกิจโครงการกำจัดขยะจริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สังคมคงอยากเห็น ป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระทำงานเชิงรุก ด้วยการลงไปตรวจสอบและให้คำแนะนำโครงการใหญ่ทั้งระบบที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มท. และลงไปตรวจโครงการย่อยที่จังหวัดเชียงราย ว่าโครงการก่อสร้างเสร็จแล้ว ใช้งานไม่ได้ จริงหรือไม่ ป.ป.ช.ก็จะได้ชื่อว่าเอาจริง เอาจังกับการปราบปรามการทุจริต ไม่สองมาตรฐาน ความเชื่อมั่นด้านการปราบปรามการทุจริตก็จะฟื้นกลับคืนมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, บิ๊กป็อก, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b7104513924f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งทีมดำน้ำชุดเดิมพาอีก 9 หมูป่าฯออกจากถ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.61- &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือโค้ชและเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย อีก 9 คน ที่ยังติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายว่า การช่วยเหลือยังไม่จบ เนื่องจากเพิ่งช่วยได้แค่ 4 คนเท่านั้น ต้องช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือเวลาอีกทั้ง 9 คน ต้องรอศูนย์อำนวยการร่วมต้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย(ศอร.) ชี้แจงอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้กำชับก่อนจะปฏิบัติงานจะต้องประเมินศักยภาพของเจ้าหน้าที่ชุดที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างละเอียดป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งยังใช้นักดำน้ำชุดเดิมที่เข้าไปเมื่อวานนี้ เพราะถือว่าได้เห็นสภาพภายในถ้ำ และรู้แนวทางว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ภาพรวมการช่วยเหลือที่ผ่านมาพอใจมาก เพราะหลายฝ่ายได้ร่วมมือกันจนภารกิจประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, ทีมดำน้ำนานาชาติ, ทีมหมูป่าอะคาเดมี, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42d889ee0ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
