<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.1&#039;วอนชาวสมุทรสาครเข้าใจจำเป็นต้องตั้งรพ.สนามแยกคนติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเกิดการคัดค้านสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อทำการรักษาแรงงานต่างด้าวที่จังหวัดสมุทรสาคร ว่า เรื่องนี้เป็นของทางสาธารณสุข แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยซึ่งในภาพรวมหลายคนก็จะทราบดีว่าแรงงานในสมุทรสาครมีจำนวนมาก และพื้นที่ที่พบแรงงานติดเชื้อก็ได้เข้าไปทำการตรวจและพบว่าส่วนหนึ่งติดเชื้อ ถ้าไม่แยกออกมาและปล่อยให้ไปรวมตัวกันเท่ากับว่าการตรวจเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์เพราะกลับไปก็มีโอกาสไปรวมกัน คนที่ไม่ติดก็อาจจะติดได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ดังนั้นการรักษาจำเป็นต้องมีสถานที่ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้หารือสถานที่ที่เหมาะสมพร้อมขอสนับสนุนเตียงสนามมาแล้วจึงต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนจำเป็นต้องมีเพราะพื้นที่ภายในที่รองรับคงไม่พอเพียง ซึ่งทางสาธารณสุขต้องรับประกันให้ได้ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและจะต้องปลอดภัย ดังนั้นโรงพยาบาลสนามจำเป็นต้องมีเพราะถ้าตรวจมากขึ้นเรื่อยๆแล้วไม่แยกออกมารักษาปล่อยให้ปะปนกันก็คงจะก่อปัญหาในอนาคต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการเปิดให้มีการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายว่า การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว มีหลายฝ่ายร่วมเกี่ยวข้องเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและแรงงานทำงานได้ และต้องมีมาตรการตรวจโรค ซึ่งทางกระทรวงแรงงานจะเป็นผู้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ 29 ธค. โดยสาระสำคัญคือการเสนอให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องต้องทำอะไรบ้างเช่นให้กระทรวงมหาดไทยเร่งทำบัตรสีชมพูได้ที่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศไทยได้&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงแรงงานให้สามารถทำงานได้ด้วยโดยมีกำหนดเวลา ส่วนที่เหลือก็จะเป็นรายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติ หลังครม.มีมติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเวลานี้ยังไม่สามารถนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าระบบได้นั้น ทางกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงไปถึงทุกโรงงานว่าให้สำรวจแรงงานที่มี และอย่าเคลื่อนย้ายแรงงานให้รอการแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่ สำหรับการลงทะเบียบแรงงานต่างด้าวจะเข้าไปทำในพื้นที่เพื่อจะไม่ต้องมีการเคลื่อนย้าย ไม่ต้องตระหนกขอให้อยู่เป็นปกติไปก่อนและรอเพื่อจะเข้าไปแก้ปัญหา ถ้าจะต้องสุ่มตรวจก็ให้ทำไปเพื่อรอแก้ไขให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายยังไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง และไม่มีใครยืนยันว่าแรงงานผิดกฎหมายมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทั่วประเทศมีจำนวน3-4 แสนคน&amp;nbsp; แต่เป็นตัวเลขที่เขาประเมินกัน ซึ่งตนและคนที่พูดก็ไม่มีฐาน ที่มาขอตัวเลข แต่เป็นการประมาณการ แต่เมื่อประกาศให้ลงทะเบียบแล้วจะมีจำนวนเท่าไหร่ เมื่อทั้งหมดอยู่ในระบบต่อไปก็จะบงัคับใช้กฎหมายได้เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87965</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, แรงงานผิดกฎหมาย, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe576697db72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุพงษ์&#039;ยืนยันปิดจังหวัดเป็นอำนาจเต็มของ&#039;ผู้ว่าฯ&#039; ดีใจที่ได้เห็นไม่ใช่ความลักลั่นในการทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 มี.ค.63- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และอุทัยธานี สั่งปิดเมืองสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น้อง ว่า ในเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด โดยมี ผวจ.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่วนปกครองทั้งประเทศ ยืนยันว่า ผวจ. มีอำนาจเต็มที่ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดในการออกมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใคร แต่มาตรการดังกล่าวจะต้องผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดที่มีแพทย์ และส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานช่วยพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ดูในเรื่อหาของคำว่า ปิดเมือง คือมีมาตรการคัดกรองคนเข้าเมืองและไม่ให้คนรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรม ซึ่งก็ถือว่าตรงตามมาตรการที่ควรจะทำ ซึ่งคำพูดดูเหมือนว่าปิดเมือง แต่หลักการปฏิบัติเป็นการสกรีนคนทั้งเมือง ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย และไม่ต้องมาหารือหรือปรึกษาผม เพราะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด มีอำนาจโดยชอบธรรมอยู่แล้ว&amp;rdquo;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถาม หากแต่ละจังหวัดต่างประกาศปิดเมือง จะทำให้ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละจังหวัด เรามีมาตรการที่เป็นกรอบให้ผวจ. แต่ละจังหวัด รวมถึงกทม. นำไปปฏิบัติ โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าการปิดเมือง จุดประสงค์หลักคือ ไม่ให้คนมารวมกลุ่มกัน เพราะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายของคน แต่ต้องยอมรับว่าคนในจังหวัดนั้นจะต้องได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ ดังนั้น ผวจ.จะต้องวางมาตรการเรื่องระบบขนส่ง เช่น การขนส่งสิ่งอุปโภค บริโภค ที่จะต้องดูให้เพียงพอกับคนในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ดีใจที่มีการปิดจังหวัด ไม่ได้มองว่าเป็นความลักลั่นในการทำงาน แต่ละจังหวัดก็มีแผนการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของแต่ละพื้นที่ ตนเชื่อว่าขณะนี้มีหลายจังหวัดคิดอยากจะปิดเมือง เพียงแต่ต้องไปหามาตรการรองรับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนกรณีที่จะห้ามไปถึงการร่วมในกิจกรรม งานบุญ งานบวช เรื่องนี้ต้องรอ ครม. หารืออนุมัติกรอบหลักเกณฑ์ก่อน อย่างไรก็ตามมาตรการที่ออกมาถือว่าเป็นคุณ และถ้าทำเช่นนี้เหมือนกันหมดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ส่วนแนวโน้มการปิดกทม. นั้น ให้รอคณะกรรมการควบคุมโรคเสนอมา แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวนี้อยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดจังหวัด, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, รมว.มหาดไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e7041b676b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.1&#039;สั่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเฝ้าระวังระเบิดป่วนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62 -​ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการก่อเหตุในหลายพื้นที่รอบ​ กทม. ว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้มีการกำหนดมาตรการดูแลพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ให้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ หากพบวัตถุต้องสงสัยขอให้ประสานงานกับอีโอดีอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ยังสั่งการให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่พบข้อผิดปกติแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้องถิ่น, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, รมว.มหาดไทย, ระเบิดกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d48e845aa9eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟรีหมด!มท.1เชิญ&#039;คน-หมา-แมว&#039;ใช้บริการไทยนิยมยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.61- &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ได้ลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนต่าง ๆครบคลุมทุกพื้นที่ 8 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ รวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุด กระทวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งการให้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกรุงเทพฯให้ครอบครัวทุกพื้นที่ โดยในวันที่ 15 ก.ย. นี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา จะจัดกิจกรรมการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ &amp;ldquo;กทม. เติมความสุข สู่ชุมชน&amp;rdquo;ครั้งที่ 14 ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยบูรณาการความร่วมมือโดยจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ของหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอกไปให้บริการแก่ชาวชุมชนทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วยการบริการด้านทะเบียนราษฎร์ บริการด้านสุขภาพโดยหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ อาทิ ตรวจคัดกรองโรค ตรวจรักษาฟัน ตรวจสายตา ตรวจการได้ยินเพื่อรับเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุ ตรวจมะเร็งสตรี ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ พบจิตแพทย์คลายเครียด บูธ 1555 รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริการฝึกอาชีพระยะสั้น บริการตัดผมฟรี การจำหน่ายของดีชุมชนและสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ทุกบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สัตว์เลี้ยง ทำหมันสุนัขและแมว จดทะเบียนสุนัขและฝังไมโครชิป การให้ความรู้เกี่ยวกับงูและวิธีเอาตัวรอดจากงู รวมทั้งมีกิจกรรมการแสดงบนเวทีตลอดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาชาวบ้านส่วนใหญ่ชื่นชอบ เพราะได้มีคณะกรรมการลงมารับฟังปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และนำข้อเสนอไปสู่การกำหนดแผนงาน และโครงการ และดำเนินการตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตามหลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16589</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, รมว.มหาดไทย, ไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75856a30935.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;รับคำท้าทาย&#039;บิ๊กป๊อก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2561 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าวถึงกรณีที่ปรากฏข่าวว่า บุตรชาย ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา รมว.มหาดไทยบุกพบผู้ว่าฯ ภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค. จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วว่า มท.1 มีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่นั้น ซึ่งยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดจะสามารถให้คำตอบต่อสังคมไทยได้ และการให้สัมภาษณ์ของ มท.1 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแน่นอน พร้อมระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆ ได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูล ก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ ประเทศชาติถ้ามีใครโกง ต้องจับเข้าคุก ไม่ใช่มาด่าทอส่งเดช ขอแนะนำว่า อย่ามาโจมตี ควรจะไปบอกหน่วยงานที่เขามีอำนาจในการตรวจสอบ และลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อท้าทายเช่นนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ ตามที่ท่านท้าทาย เพราะวันนี้มีท้องถิ่นมีถึง 7,852 แห่ง ขณะที่กองขยะจากการสำรวจ พบว่ามี 2,810 กอง มีการสั่งการให้รวมตัวกันเป็นเป็นกลุ่มถึง 324 คลัสเตอร์ การลงทุนสร้างโรงเผาขยะผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่งจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในเรื่องนี้มากกว่า 324,000 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาขยะกำลังจะกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเลยทีเดียว โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.2560 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ปากเกร็ด จ.นนทบุรี&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะ, บุตรชาย, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, ภูเก็ต, รมว.มหาดไทย, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6cfbb2502c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
