<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สแกน กรรมการสิทธิฯชุดที่ 4 ทำไม? คลอดยากคลอดเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 4 จะก่อกำเนิดเป็นตัวเป็นตน ช่างยากเย็นแสนเข็ญอะไรเช่นนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงดาบฟันฉับ ด้วยบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิฯ (พรป.กสม.) พ.ศ.2560 ให้ กสม.ชุดที่ 3 ที่มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธานพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ พรป.กสม.ใช้บังคับ หรือที่เรียกกันว่าเซตซีโร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยกระบวนการสรรหาและคัดเลือกเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้กาลเวลาล่วงผ่านมาจะครบ 2 ปีก็ยังไม่ได้ กสม.ชุดใหม่ 7 คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด วุฒิสภาเพิ่งประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คนไปตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็น กสม. 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ มีอาทิ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, นายวันชัย สอนศิริ, นายตวง อันทะไชย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ผ่านมาการสรรหาเป็น กสม. 5 คน ได้แก่ นายสุชาติ เศรษฐมาลินี, นายวิชัย ศรีรัตน์, นายบุญเลิศ คชายุทธเดช, &amp;nbsp; นางสาวลม้าย มานะการ และนางปรีดา คงแป้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญให้ทั้ง 5 คนมาตอบข้อซักถามต่างๆ จากนั้นก็ทำรายงานเสนอให้วุฒิสภาประชุมลับเพื่ออภิปรายและลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การให้ความเห็นชอบ จะต้องได้คะแนนจาก ส.ว.เกินกว่ากึ่งหนึ่ง นั่นคือต้องได้ถึง 126 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ ส.ว.คัดเลือก 5 คน ทั้งๆ ที่ กสม.มีทั้งสิ้น 7 คน ก็เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติให้ความเห็นชอบไว้แล้ว 2 คน คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางพรประไพ กาญจนรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 5 คนที่คณะกรรมการสรรหาส่งชื่อไป ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ ได้คะแนนจากที่ประชุม สนช.ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมาธิการฯ ของ สนช.ใช้เวลาตรวจสอบประวัติผู้ผ่านการสรรหา 7 คน นานถึง 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เริ่มมีการเปิดรับสมัครเพื่อสรรหากันใหม่ (ครั้งที่ 2) มีขึ้นในเดือนมกราคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าจะได้ผู้ผ่านการสรรหา 5 คน มาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา 15 คนมาตรวจสอบประวัติ เพื่อให้ ส.ว. 250 คน ลงมติใช้เวลาเป็นปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางวิบากสู่ กสม. ต้องบันทึกไว้ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสรรหา 10 คน ต้องเปิดรับสมัครและคัดสรรถึง 4 ครั้ง เหตุผลเพราะเมื่อคณะกรรมการสรรหาลงคะแนนถึง 3 ครั้ง ผู้สมัครก็ยังได้คะแนนจากกรรมการไม่ถึง 2 ใน 3 กล่าวคือ ไม่ถึง 7 ใน 10 คน ทำให้ต้องล้มการสรรหาครั้งนั้นแล้วเปิดรับสมัครกันใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสรรหาครั้งที่ 3 ต้นเดือนสิงหาคม ได้เปลี่ยนองค์ประกอบกรรมการสรรหาโดยประธานสภานิติบัญญัติฯ (นายพรเพชร วิชิตชลชัย) พ้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายชวน หลีกภัย) และผู้นำฝ่ายค้าน (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสรรหาครั้งที่ 4 ประธานกรรมการสรรหาที่เป็นประธานศาลฎีกา เปลี่ยนจากนายชีพ จุลมนต์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ เป็นนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ กสม.ชุดใหม่ไม่เกิด กสม.ชุดที่ถูกเซตซีโรเหลือแค่ 3 คน คือ นายวัส ติงสมิตร, นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ และนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง ก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากนางเตือนใจ ดีเทศน์, นางอังคณา ลีนะไพจิตร ได้พร้อมใจกันลาออกเนื่องจากอึดอัดใจในการทำงาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น น.พ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ก็ประเดิมลาออกเป็นรายแรก และต่อมานายชาติชาย สุทธิกลม ก็ลาออกอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา กสม.ตกในสภาพ &amp;ldquo;แพแตก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไม่มีองค์กรอิสระมาทำหน้าที่ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิคั่งค้างเป็นจำนวนมาก ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกตกต่ำลง ฯลฯ นี่คือผลกระทบในทางเสียหายที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดได้ออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่เป็น กสม.ชั่วคราวอีก 4 คน เพื่อให้ครบ 7 คนตามจำนวน กสม.ที่พึงมี ซึ่งเป็นไปตาม พรป.กสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 4 คน ได้แก่ นายสมณ์ พรหมรส, นางสาอารีวรรณ จตุทอง, นางภิรมย์ ศรีประเสริฐ และนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 7 คนได้ประชุมกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตกลงกันว่าจะนัดประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมกับมอบหมายให้แต่ละคนลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานด้านคุ้มครอง ตรวจสอบและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนใน 6 ภูมิภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่า 4 เดือนครึ่ง (1 สิงหาคม-12 พฤศจิกายน) ประเทศไทยไม่มี กสม.ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อไร กสม.ชุดใหม่จะเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการ วุฒิสภาจะต้องคำถามนี้จะเร่งคัดเลือก กสม.ให้เสร็จเร็วในเดือนธันวาคมก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะลากยาวไปถึงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ปีหน้าก็ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะให้ความเห็นชอบทั้ง 5 คนไปเติมเต็มกับ 2 คน ได้ กสม.ครบ 7 คน หรือจะคว่ำบางคน หรือหลายคนทำให้ได้ กสม.ไม่ครบ 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ขึ้นกับ ส.ว.ส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้ามีใครถูกคว่ำก็ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่ง ให้คณะกรรมการสรรหาเปิดรับสมัครเป็นครั้งที่ 5 กว่าจะได้ครบ 7 คน อาจทอดยาวไปถึงกลางปีหรือปลายปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นกรรมของประเทศก็แล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50368</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายตวง อันทะไชย, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, วันชัย สอนศิริ, วัส ติงสมิตร, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dcead1988b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ลูกป๋า&quot;อาลัยรัฐบุรุษ ฝ่าวิกฤติ - คนปองร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 2562 พล.อ.อู๊ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม เปิดเผยว่า สิ่งที่ท่านได้ทำไว้ถือว่าเป็นประโยชน์และคุโณปการต่อแผ่นดินอย่างมาก เป็นแบบอย่างในหลายเรื่อง เช่น การเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี ยึดมั่นการปฏิบัติเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ที่สำคัญคือ ไม่ทุจริตคอรัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนเคย ดำรงตำแหน่งนายทหารคนสนิทของท่านเมื่อปีพ.ศ. 2514 ได้เห็นท่านผ่านเหตุการณ์วิกฤติหลายอย่างที่ต้องตัดสินใจ บุคลิกตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งในกองทัพจนมาเป็นนายกรัฐมนตรีทุกคนจะทราบดีว่าเป็นคนเงียบแต่เด็ดขาด จะให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่พูดแทนท่าน เพราะท่านเห็นว่าถ้าพูดไปก่อน แล้วพูดผิดใครจะแก้แทนยาก ท่านก็จะพูดแต่เรื่องใหญ่ๆและเป็นทางการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในฐานะที่ถูกเรียกว่า ลูกป๋า ท่านดูแลและไม่ให้ความเมตตาอย่างไร พล.อ.อู้ด กล่าวว่า สิ่งที่ท่านทำมีมากมาย ซึ่งไม่สามารถกล่าวตรงนี้ได้หมด เรียกได้ว่าท่านเปรียบเสมือนพ่อคนที่สอง ให้คำสอนคำเตือนทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการมีสติ คิดพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ซึ่งท่านสามารถผ่านวิกฤตการเมือง เหตุการณ์ปองร้ายมาได้ จนเป็นรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ใครจะเป็นแบบป๋าได้อีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36831</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, ลูกป๋า, อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea6a250605b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
