<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ้&#039;ปูดโจทย์ศึกซักฟอก รอถล่มนิคมอุตฯ&#039;จะนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทะแม่ง! ฝ่ายค้านชิงบอกข้อสอบซักฟอกล่วงหน้า จ้องถลกปมกว้านซื้อที่ดินดักทำโครงการนิคมอุตสาหกรรม อ.จะนะ อ้างมีเอื้อเจ้าสัวโรงปูน &amp;quot;สิระ&amp;quot; ห้าวไล่อัด &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; เสียคนตอนแก่ จวกตระบัดสัตย์ไม่ยอมแก้ถ้อยคำในญัตติอิงสถาบันพระมหากษัตริย์ โหร คมช.ชี้ไม่เกิน เม.ย.ปรับ ครม.เอาแบบกึ่งๆ ตั้ง รบ.แห่งชาติ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงเรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า หลายคนอาจสงสัย ทำไมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ม.ค.มากถึง 10 คน ขอบอกว่ารอบนี้รัฐบาลหนักแน่ เพราะนับแต่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ออกอาการ โดยในการประชุมวันที่ 26 ม.ค. นายกฯ สั่งถอนวาระเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา เพราะเป็นผลจากที่พรรคฝ่ายค้านไปยื่นตรวจสอบ รัฐบาลตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ทราบมาว่ามีเจ้าสัวโรงปูนให้นักการเมืองไปกว้านซื้อพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทสำหรับเกษตรกรรม ต่อมาใช้อิทธิฤทธิ์ของนักการเมืองมาเปลี่ยนเป็นสีม่วง เพื่อให้ทำเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมได้ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ ศอ.บต. กรณีนี้ยังโยงไปหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากควบคุม ศอ.บต. กรณีนี้อาจเป็นเหตุให้นายกฯ เต้นสั่งถอนเรื่องจาก ครม. แล้วสั่งให้ ร.อ.ธรรมนัสไปตรวจสอบสอบสวน เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะอภิปราย แต่จะยังไม่บอกเพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว&amp;quot; นายยุทธพงศ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา ทั้งการแก้ไขปัญหาโควิดและทางเศรษฐกิจ มีคนตกงาน เงินจับจ่ายใช้สอยไม่มี และยังเจอกับปัญหาของแพง โดยเฉพาะพริกที่มีข่าวออกมาว่าเม็ดละ 1 บาท เมื่อไปสำรวจพริกจินดาเมื่อเดือน ม.ค.63 ราคาเฉลี่ยขีดละ 4.50 บาท &amp;nbsp;แต่ในเดือน ม.ค.64 ราคาเฉลี่ย 17 บาท แพงขึ้นกว่าเดิมถึง &amp;nbsp;4 เท่า ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ บริหารอย่างไร รัฐบาลไม่มีการมาดูแลสินค้าแพงให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลเคยประกาศห้ามขายหวยเกินราคา แต่วันนี้ยังพบปัญหาลอตเตอรี่แพง ราคาต่อใบระบุต้องขาย 80 บาท ขณะที่ต้นทุนเพียง 70.40 บาทต่อใบ ทำให้ประชาชนซื้อหวย 100 บาทต่อใบ หวยงวดปัจจุบันทราบมาว่าเลข 36, 63 เป็นเลขดัง เป็นเลขสำคัญ &amp;nbsp;พบว่าเลข 36 ชุด 5 ใบ ราคาสูงถึง 750 บาท เฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;140 บาท ส่วนเลข 63 ชุด 3 ใบ ขาย 360 บาท เฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;120 บาท ตอนนี้ยังพบว่าตำรวจมาล่อซื้อคนขายลอตเตอรี่ &amp;nbsp;หากขายเกินราคาจะถูกจับปรับ 2,000 บาท แต่ถ้าไม่อยากถูกจับต้องจ่ายส่วย 300 บาทต่องวด เดือนหนึ่งมีหวย 2 งวด เท่ากับต้องเสีย 600 บาท คนขายลอตเตอรี่หากไปขายข้ามเขตก็ต้องเสียอีก เพราะเป็นพื้นที่ใครพื้นที่มัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า หวยแต่ละงวดกองสลากพิมพ์ออกมา 1 ล้านเล่ม ใน 1 เล่มมี 100 ใบ เท่ากับ 100 ล้านใบ จากต้นทุนแค่ 70.40 บาท แต่ยี่ปั๊วะขายโดยเฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;90 บาท มีผลประโยชน์ต่องวดประมาณ 2 พันล้านบาท ที่บอกว่ามีการกระจายลอตเตอรี่ให้ผู้ค้ารายย่อย ให้ไปกดซื้อได้ที่เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย กลับไม่มีใครกดซื้อได้ ต้องมาซื้อที่หน้ากองสลากแล้วมาขายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่ปฏิวัติมายังแก้ปัญหาไม่ได้ คนขายลอตเตอรี่ไม่มีใครอยากถูกจับหรือเสียเงินให้ตำรวจ แต่จำเป็นต้องเสียเพราะไม่อยากถูกจับ ยุคโควิดขายหวยยาก คนไม่มีเงินซื้อ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เรื่องหวยแพงยังแก้ไม่ได้จะไปแก้เรื่องอะไรได้ ชาวบ้านทำไมวันนี้ซื้อหวยไม่ได้ แต่ไปซื้อกับยี่ปั๊วะได้ ทำไมยี่ปั๊วะถึงมีลอตเตอรี่ขาย อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหา ไม่ต้องถามว่าทำไมคนไม่ชอบ เพราะแก้ปัญหาหวยไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาทว่า เหตุที่ต้องเป็นตัวเลขดังกล่าวเพราะมีส่วนต่อขยาย สายสีเขียวเหนือตั้งแต่สถานีจตุจักรไปลาดพร้าว ไปคูคต คิดค่าโดยสารส่วนต่อขยาย 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท สายสีเขียวใต้ตั้งแต่สถานีบางจากไปแบริ่ง ไปถึงเคหะบางปูอีก 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท ขณะที่สถานีที่เป็นไข่แดงตั้งแต่หมอชิต ผ่านสยามฯ ไปสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช ราคาค่าโดยสาร 44 บาท ซึ่งไม่สามารถแตะได้เพราะเป็นราคาค่าสัมปทาน แต่กับสายสีเขียวเหนือกับสายสีเขียวใต้ ลดค่าแรกเข้า 15 บาท เหลือ &amp;nbsp;30 บาท จึงเป็น 30+44+30 เป็น 104 บาท นอกจากนี้การเดินรถไฟฟ้าสายเขียวเหนือ สายสีเขียวใต้ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่งรถ เรื่องนี้สุดท้ายเป็นการขนคนทั้งสายสีเขียวเหนือ &amp;nbsp;สายสีเขียวใต้ เข้ามายังพื้นที่ไข่แดง ทำให้บางบริษัทได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงเป็นปัญหาทำให้ราคา 104 บาทนั้นแพงเวอร์ หากนั่งไปกลับ 208 บาท ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ &amp;nbsp;331 บาท เหลือเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ จะอยู่ได้อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า อาฟเตอร์ช็อกหลังการอภิปรายจะส่งผลให้เกิดการรวมตัวอภิปรายนอกสภาของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่นำโดยคณะราษฎรตามมาอย่างมิหยุดยั้ง หากฝ่ายความมั่นคงและขบวนการยุติธรรมยังไม่ตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบ ให้บรรยากาศของบ้านเมืองเป็นสภาพที่ประชาชนเชื่อว่าประเทศนี้มีการปกครองที่เป็นธรรม &amp;nbsp;รับรองได้ว่าการรวมตัวขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเร็วเกินคาด
ทีมองครักษ์ รบ.นัดถกจันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งในทีมวอร์รูมรัฐบาลรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดเผยว่า คณะทำงานชุดดังกล่าวจะประชุมหารือและแบ่งหน้าที่ร่วมกันในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร วิปรัฐบาล และฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ยังระบุว่าไม่สบายใจกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีข้อความ &amp;quot;ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง&amp;quot; และจะขอแก้ไขในที่ประชุมด้วยซ้ำไป แต่เมื่อออกจากห้องประชุมไปกลับตระบัดสัตย์ไม่แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าเป็นเพราะมีคำสั่งมาจากคนนอกที่อยู่แดนไกล ที่โทรศัพท์มาสั่งการให้ทำแบบที่ ส.ส.เพื่อไทยพูดกันใช่หรือไม่ อยากจะฝากถึงนายสมพงษ์ว่าพฤติกรรมจาบจ้วงในวันนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ประเทศไทยตั้งแต่มีรัฐสภา ถือเป็นยุคที่ตกต่ำและเสื่อมมากที่สุด สุดท้ายแล้วคนที่รับผิดก็คือท่าน ไม่ใช่คนที่ออกคำสั่งให้ท่านทำ ไม่ต่างจากคดีรับจำนำข้าวที่ต้องติดคุกใช้กรรมแทนคนสั่ง ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสมพงษ์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งนี้ถือว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถือเป็นผู้นำฝ่ายค้านในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่พฤติกรรมที่จาบจ้วงของนายสมพงษ์เช่นนี้ยังมีความเหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ คุณดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเล่นการเมือง วันนี้คุณยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่าที่กล้ามายุ่งกับสถาบันที่ปวงชนชาวไทยรักและเทิดทูน นายสมพงษ์ต้องตอบคำถามเหล่านี้กับประชาชน ถ้าตอบไม่ได้ก็ลาออกจากตำแหน่งไป เพราะท่านขี้ขลาด ไร้ความกล้าหาญ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ก็ควรกลับไปส่องกระจกมองว่ายังควรเป็นผู้นำใครต่อไปอีกหรือไม่ เพราะญัตติที่เซ็นนี้เป็นประตูเปิดทางให้ฝ่ายค้านมาจาบจ้วงสถาบันและล้มล้างสถาบัน ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านตั้งใจจะอภิปรายคือการนำสถาบันมาแบ่งแยกประชาชน ไม่ใช่การกระทำของรัฐบาล แต่คือพฤติกรรมของพวกคุณที่แสดงความเถื่อนถ่อยมาโดยตลอด หวังสร้างความแตกแยกให้กับคนไทยในสังคมโดยเอาสถาบันมากล่าวอ้าง ทั้งๆ ที่สถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในเมื่อฝ่ายค้านหวังจะใช้เวทีสภามาบังหน้าเพื่อหวังโจมตีสถาบัน ตนก็จะขอเป็นองครักษ์พิทักษ์สถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดัง ฉายาโหร คมช.ได้ทำนายถึงสถานการณ์รัฐบาลว่า จะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมันผ่านอยู่แล้วแต่เหนื่อย หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีไม่เกินเดือน เม.ย.นี้ เพราะการทำงานหลายกระทรวงไม่เข้าเป้า ทั้งกระทรวงหลัก กระทรวงทั่วไป เวลานี้เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ทำงานอยู่คนเดียว อะไรๆ ก็มาลงหมดรับคนเดียว พวกนั้นไม่มีใครออกมาเป็นตัวแทนหรือตัวช่วยเลย รับแบบนี้มากๆ เปรียบเป็นนักมวยคือบอบช้ำหมด อย่างไรเสียเวลานี้นายกฯ ยังต้องทำตามหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ไม่มีใครเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายกฯ ไม่น่าห่วง แต่พวกรัฐมนตรีหลายคนจะเหนื่อย เราก็รู้อยู่การทำงานแต่ละบุคคล มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ซึ่งหลังจากนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง เท่าที่มาดูตรวจสอบการทำงานเห็นชัดเจน ไม่ผ่านเยอะ บางกระทรวงไม่มีผลงาน &amp;nbsp;ขนาดมีรัฐมนตรีหลายคน &amp;nbsp;ช่วงวิกฤติทั้งโรคระบาดโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจ นายกฯ ออกมารับคนเดียว ตัวช่วยไม่ออก เอาแต่ประคองตัวกัน เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง อาศัยสถานการณ์ต่างๆ เข้า บางคนเอาประโยชน์เข้าตัว ต้องมีการปรับ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะแย่ เอาคนดีมีฝีมือมีความ สามารถมาแทนพวกโควตา ช่วยประคองพยุงรัฐบาลได้มาก ลักษณะคล้ายๆ รัฐบาลแห่งชาติ มาเสริมทัพฟันฝ่าวิกฤติ มาจากหลายๆ วงการ&amp;quot; นายวารินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากนิมิตหลวงปู่เกวาลันบอกว่าต้นร้ายปลายดี มีภาวะวิกฤติชาติ จะค้นพบทรัพยากรเข้ามาเป็นตัวช่วย มีคุณค่า จะปรากฏออกมาช่วยภาวะความตกต่ำเศรษฐกิจ เวลานี้สำคัญเรื่องปากท้องปัญหายังอีกยาว ปลายปีนี้ ถึงต้นปี 65 ทุกอย่างสงบเงียบ เดือน ก.พ.เดือนมี.ค.จะเห็นฝั่ง มองได้ว่าทิศทางบ้านเมืองไปทางไหน เริ่มคลี่คลายผ่านพ้น ปี 65 เป็นปีขาล เรียกว่าเสือติดปีก หลังจากผ่านพ้นไปแล้วชีวิตทุกอย่างจะดีขึ้น ทุกอย่างยุคศิวิไลซ์จะปรากฏปี 65 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในปีนี้ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจะปรากฏคณะ กลุ่มคนมารวมตัวช่วยพลเอกประยุทธ์ ช่วยรัฐบาลทำงาน &amp;nbsp;คนก่อกรรม สร้างปัญหา ก่อกวนประเทศชาติ ต้องมีอันเป็นไป จบปีนี้ไม่มีที่อยู่ นายกฯ อยู่ครบเทอม 4 ปี ทำหน้าที่จนกว่าบ้านเมืองพ้นวิกฤติทุกอย่างเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ แล้วท่านจะเดินลงมาเองเหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษ&amp;quot; นายวารินทร์กล่าว
คนเชื่อระบบสภามากกว่าลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สภาหรือลงถนน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,677 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25-30 มกราคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อสอบถามประเด็นสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.7 อยากเห็นการเมืองใหม่ที่สร้างสรรค์ในสภามากกว่านี้ รองลงมาคือ &amp;nbsp;ร้อยละ 98.8 ยังมองไม่ชัดในเป้าหมายของการอภิปรายว่าจะเกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน ร้อยละ 98.1 ยังไม่เห็น ดาวเด่นของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ประเด็นที่ประชาชนต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.8 ระบุว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติด รองลงมาคือร้อยละ 57.3 &amp;nbsp;ระบุเป็นบ่อนพนัน ร้อยละ 55.3 ระบุเป็นการทุจริต &amp;nbsp;คอร์รัปชัน ร้อยละ 54.9 ระบุเป็นการขนแรงงานเถื่อน ร้อยละ 40.6 ระบุเป็นการปล่อยปละละเลยให้เกิดการล่วงละเมิดคุกคามสถาบันหลักของชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงจุดยืนการเมืองของประชาชน พบว่าร้อยละ 38.0 สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งมากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีอยู่ร้อยละ 14.1 และที่เหลือร้อยละ 47.9 เป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.1 เชื่อมั่นต่อ ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหาในสภา มากกว่าการพาคนลงถนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญกฤช เดชวิทักษ์, นพดล กรรณิกา, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016be7d92a89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ออกเพื่อหนีปัญหา &#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นส่งท้าย2สภาถกแก้วิกฤติ-อย่าดึงต่างชาติจุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยันรัฐบาลขานรับแนวคิดจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่เพื่อไทยบอกไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้ำธง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออกอย่ายุบสภา ยกพันท้ายนรสิงห์เทียบเคียง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตือนสติทั่นผู้ทรงเกียรติลืมเหตุการณ์ปี 2557 แล้วหรือ &amp;ldquo;ถวิล&amp;rdquo; ชี้สถาบันไม่ใช่ปัญหาแต่คือไอ้โม่งที่เกาะหลังเด็ก ทนายวันชัยชงล้างโทษการเคลื่อนไหวในรอบ 10 ปีเหมือนนโยบาย 66/2523 &amp;nbsp;ผงะ! วิสารควักมีดปอกผลไม้กรีดแขน 3 แผลหลังอภิปรายอัดนายกฯ ต้องเย็บ 9 เข็ม &amp;ldquo;สิระ-ปารีณา&amp;rdquo; ซัดสมน้ำหน้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ส่งท้ายลั่นจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีอะไรให้ทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ถือเป็นวันสุดท้ายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธตอบคำถามถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองเพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพียงกล่าวทักทายสื่อ &amp;quot;สวัสดีทุกคนนะจ๊ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบรับถึงการหารือผู้เกี่ยวข้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายว่าใช่ ส่วนเรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็แล้วแต่จะเอาเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี &amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอตั้งคณะกรรมกรรมสมานฉันท์ฯ ว่า กำลังให้คณะทำงานศึกษาอยู่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งหากคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำงาน ก็จะทำเฉพาะกรณีนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวกล่าวว่า เท่าที่ได้มีการพูดคุยกันกับฝ่ายต่างๆ ถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีเสียงตอบรับพอสมควร ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาลอื่น มีสัญญาณตอบรับที่ดี และในวันเดียวกันนี้วิป 3 ฝ่ายจะหารือกัน ซึ่งถ้ารัฐสภามีความเห็นร่วมกันเชื่อว่าประธานรัฐสภาคงไปดำเนินการออกคำสั่ง หรือกำหนดรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐสภาเป็นที่พึ่ง เป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนเห็นว่าสามารถหาทางออกร่วมกันให้ประเทศได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมมีข้อเสนอดีๆ เยอะ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องมาคิดก่อนว่าจะแก้ปัญหาหรือเป็นทางออกได้จริงหรือไม่ เพราะบางข้อเสนอเคยใช้ได้ในอดีตกับสถานการณ์และบริบทนั้น แต่ในบริบทของวันนี้จะได้หรือไม่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากประธานสภาจะเชิญวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านมาคุยกัน ควรเชิญตัวแทนประชาชนมาร่วมด้วย ต้องถามประชาชนว่าสมานฉันท์นี้เอาด้วยหรือไม่ ต้องมีวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ครม. ส.ว. และภาคประชาชนมาร่วมด้วย
สมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยทำมาแล้ว แต่วันนี้จะทันการณ์หรือไม่ ที่สำคัญเราต้องสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ ต้องไม่ทำให้คิดว่าเป็นการยื้อเวลา หรือเป็นการตั้งกันชนให้รัฐบาล เพราะถ้าประชาชนเข้าใจแบบนี้จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าตั้งแล้วประชาชนไม่ร่วมก็จะหมดความหมาย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
เมื่อถามว่า การยุบสภาจะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ถ้ายุบสภารัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาจะไม่คลี่คลาย ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาเดิม ปัญหาเดิมก็กลับมาอีก และรัฐบาลใหม่จะไม่ได้รับการยอมรับ วันนี้รากเหง้าปัญหาคือการสืบทอดอำนาจผ่านกติกาที่เขาเขียนขึ้นมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. ได้เริ่มประชุม โดยช่วงเช้าเป็นการอภิปรายสลับกันของ ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. พรรคฝ่ายค้านยังคงโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นต้นตอปัญหา ทั้งในเรื่องการใช้อำนาจ และเรียกร้องให้ลาออก ซึ่ง น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรเลิกอ้างได้แล้วว่าการปกป้องสถาบันต้องมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯเท่านั้น อย่าผูกขาดสถาบันไว้ฝ่ายเดียว โดยนึกถึงประวัติศาสตร์เรื่องพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งวันนั้นที่มีขบวนเสด็จฯ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านโดยที่นายกฯ ไม่คิดถึงอันตรายที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เทียบเคียงได้กับพันท้ายนรสิงห์ พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกล่าวหากรณีแบ่งชนชั้นว่า ไม่เคยทำ มีแต่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานร่วมกัน การทำลายสถาบันครอบครัววันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ เคยบอกแล้วว่าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเพื่ออะไร ถามว่าหน้าที่ของตนเองจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบก็ต้องทำให้มันจบ และยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจให้นานที่สุด
เตือนอย่าลืมปี 2557
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่เคยพูดเรื่องยึดอำนาจรัฐประหาร แต่ไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ผมคิดว่าผมไม่ได้ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ หลายท่านมองว่าผมไม่เป็นธรรมหรือปล่อยปละละเลย ผมคิดว่าผมต้องพูดวันนี้ ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต ประชาชนคนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย ผมบังคับท่านไม่ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ท่านต้องตอบแทนแผ่นดิน หลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามา ถามว่าลืมแล้วหรือยัง ท่านลืมแล้วทั้งหมด สมัยนั้นท่านทำอะไรกัน สิ่งที่เกิดขึ้นวุ่นวายที่ผ่านมา ท่านทำอะไรกันอยู่ การทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนเชิงประจักษ์ท่านลืมหมดแล้วหรือ ถ้าลืมก็กรุณาไปทบทวนใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 และก่อนหน้านั้นหลายปีมาแล้วด้วย วันนี้ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ทุกวันเพราะอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. อภิปรายถึงการชุมนุมว่า มีการล่วงละเมิดสถาบัน ทำให้ประเด็นนี้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มขึ้นทวีคูณ อยากเตือนไปถึงลูกหลาน น้องๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ขอให้ได้ทบทวน ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนของคนแก่คนหนึ่ง เข้าใจดีว่าคนหนุ่มสาวมีความสำคัญที่จะรับภาระจากคนรุ่นหลังอย่างพวกเราต่อไป แต่เสียงของพวกเขาสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับฟัง การแสดงออกควรเป็นไปตามกาลเทศะ และให้เกียรติกับคนรุ่นก่อนด้วย ท่านจะนับถือเลื่อมใสในสถาบันนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่อยากเตือน คือท่านรื้อหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมืองนี้ลงไม่ได้ อันตรายต่อชาติบ้านเมืองถึงขั้นสูงสุดทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียนว่าศัตรูของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านต่อต้านอยู่ บ้านเมืองที่มีปัญหามากมาย ทั้งการโกงกิน ความล้าหลัง ไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี ข้าราชการที่ทุจริต นายทุนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึก นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้ และเป็นศัตรูของพวกท่านด้วย สิ่งที่น่าเสียใจในครั้งนี้คือ นอกจากไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ยังไม่เอาใจใส่ว่าศัตรูของท่านเป็นอย่างไรแล้ว ยังไม่ทราบว่าคนไม่ดีเหล่านี้เกาะหลังท่านปลุกปั่นบงการอย่างขี้ขลาด พวกเขาหักหลังพวกท่านเข้าสู่คุกตะรางแล้วคอยตักตวงผลประโยชน์จากน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านแบบจับปลาน้ำขุ่น ไม่มีความรับผิดชอบหรือสำนึกชั่วดีใดๆ เรื่องนี้อาจแสลงใจลูกๆ หลานๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องพูด&amp;rdquo; นายถวิลกล่าว และว่า การปฏิรูปสถาบันที่เคลื่อนไหวอยู่ ถ้าทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแค้นชิงชัง ทำไม่ได้ การทำการปฏิรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องทำด้วยความรัก สุดท้ายขอประณามผู้ที่มีพฤติกรรมเป็นไอ้โม่ง หรืออีแอบที่เอาความคิดความเกลียดชังสถาบันปลูกฝังใส่ลงไปในความคิดของเด็กๆ ซึ่งเห็นมามากแล้วว่าการกระทำการแบบนี้ต้องพบกับอนาคตที่เลวร้ายอย่างไร นี่ไม่ใช่เป็นคำแช่ง แต่เป็นเพียงเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบ
ก.ก.อัดบิ๊กตู่ตามคาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.18 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เราไม่สามารถไล่คนที่เห็นต่างจากเราไปได้ รัฐบาลต้องรับฟังเสียงของคนคิดต่าง และเปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ ถ้าแต่ละฝ่ายได้มีการรับฟังอย่างเคารพ ก็จะทำให้มีพื้นที่และยอมรับกันมากขึ้น แต่รัฐบาลไม่รับฟังเสียงของประชาชน และยังปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยทำผิดอะไรเลย ปัญหาก็เลยลุกลาม แถมยังใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ และที่ให้อภัยไม่ได้คือมีการสันนิษฐานว่าจะสร้างเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่นำมาสู่การสังหารหมู่ และเหตุการณ์เหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้น เช่น ทุ่งสังหารราชประสงค์ ปี 2553 และยังหาคนกระทำผิดมารับผิดชอบไม่ได้ แต่ยังมีการผลิตซ้ำคำว่าชังชาติ ล้มเจ้า และสุดท้ายก็จะเป็นวงจรเดิมคือรัฐประหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า การคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นอิสระจากกลไกของ คสช. มาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นจึงยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายวิโรจน์กล่าวเปรียบเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กับเหตุการณ์ทุ่งสังหาร ปี 2553 นายถวิลได้ลุกขึ้นประท้วง ซึ่งนายชวนระบุว่า ได้ทักท้วงไปแล้วว่าไม่ให้กล่าวถึงหน่วยงานในอดีตที่เข้ามาชี้แจงไม่ได้ และถ้าเรื่องที่เขากล่าวถึงไม่ได้เกี่ยวกับโดยตรงก็ไม่จำเป็นต้องชี้แจง แต่นายถวิลยืนยันขอชี้แจง ซึ่งก็ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วง รวมถึง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย จนนายชวนวินิจฉัยว่า ถ้าเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเดิม จะมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น เตือนนายวิโรจน์ไปแล้ว เมื่อกล่าวแล้วก็มีความเห็นไม่ตรงกัน อีกด้านมีสิทธิ์ที่จะชี้แจง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.50 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. อภิปรายว่า การชุมนุมที่มีข้อเสนอ 3 ข้อนั้น การเสนออะไรต้องดูที่เจตนา ดังนั้นอย่ามาดัดจริต การเคลื่อนไหวเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงอะไร เราทราบกันดี ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์เกิดจากอะไร มีโลกโซเชียลจาบจ้วงสถาบัน ถึงเวลาแล้ว เอาอำนาจอธิปไตยทางโซเชียลกลับมา รวมทั้งนักการเมืองใช้เรื่องนี้เข้าสู่อำนาจ &amp;nbsp;สร้างมวลชนเป้าหมายไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ แต่มีเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ซึ่งไม่รังเกียจคนรุ่นใหม่ วันนี้มีนักการเมืองหยิบยื่นแนวคิดจะมีอนาคตใหม่ แต่อนาคตใหม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอภิปรายของนายชัยวุฒิ ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลประท้วงทั้งเรื่องการใส่ร้ายและให้ถอนคำพูด แต่นายชวนก็วินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ ซึ่งนายชัยวุฒิก็อภิปรายจนจบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอว่า ทางออกที่จะลดความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะต่อประเทศ คือทำประชามติถามคนไทยทั่วประเทศก่อนว่าคนไทยจะให้แก้รัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ และถ้าให้แก้ จะให้แก้รายมาตราก็พอ หรือจะให้แก้มาตรา 256 และให้ตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้แก้หมวด 1, 2 หรือไม่ ถ้าให้แก้จะให้แก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีผลประชามติออกมา รัฐสภาก็ดำเนินการตามนั้น&amp;nbsp;
ชงล้างโทษ 10 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.20 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว. อภิปรายว่า ต้องยอมรับว่าความขัดแย้ง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด แม้จะหายไป 5 ปีหลังรัฐประหาร แต่วันนี้กลับมาอีกแล้ว เป็นความขัดแย้งระหว่างรุ่นกับรุ่น ระหว่างใหม่กับเก่า ซึ่งการใช้กฎหมายและอำนาจไปต่อสู้กับความคิดทางการเมืองใช้ยากที่จะจบได้ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ประเทศชาติย่อยยับแน่นอน จึงควรใช้หลักเมตตาธรรม ซึ่งคนที่จะทำให้ประเทศปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยสงครามคอมมิวนิสต์ จบได้เพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งที่ 66/23 ผมอยากให้นายกฯ ที่เป็นนักการเมืองที่มาจากนักการทหาร เร่งสร้างความปรองดอง ด้วยการล้างโทษของนักโทษทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะเป็นจุดหนึ่งที่จะสร้างเมตตาธรรม ช่วยทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบขึ้นและความปรองดองได้ และบ้านเมืองก็จะเริ่มเดินหน้าได้ ด้วยนายกฯท่านนี้&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.อภิปรายว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังสงสัยว่าทำผิดอะไรถึงต้องลาออกนั้น เพราะ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักบริหาร แต่คือนักรัฐประหาร 2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปรองดอง แต่เป็นนักไล่ล่า แล้วยังกล้าบอกให้ประชาชนถอยคนละก้าว และ 3.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักปฏิรูป แต่เป็นนักปฏิเสธการปฏิรูป เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศใดๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นในการประชุม ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงเน้นย้ำอภิปราย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทั้งหลายมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ และเรียกร้องให้ลาออก และเมื่อเวลา 16.03 น. บรรดารัฐมนตรีก็เริ่มใช้สิทธิ์พาดพิงและอภิปราย ซึ่งมีทั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังจากรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. ได้อภิปรายประเด็นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรง รวมทั้งอยากให้นายกฯ ลงมารับฟังปัญหาของเด็กๆ ด้วยตัวเอง มีหลายเรื่องอยากพูดและคิดแล้วว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2529 รักสภา มิบังอาจที่จะทำอะไรให้สภามีอันเสื่อมเสีย แต่วันนี้คิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเลือดตกยางออก สิ่งที่เรียกร้องในวันนี้ อาจผิดข้อบังคับการประชุมสภา แต่ต้องทำ ขออนุญาตกรีดเลือดให้ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า ตั้งใจจริงๆ และขออนุญาตประธานสภาฯ ให้เป็นตัวอย่างสุดท้ายอย่าให้มีอีก 3 แผลเอาไปเลย พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นทรราชหรือจะเป็นวีรบุรุษ&amp;nbsp;
อึ้ง!ควักมีดกรีดแขน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายวิสารพูดจบได้ถอดสูทออกแล้วถกแขนเสื้อ ใช้มีดปอกผลไม้ที่เตรียมมากรีดไปที่ท้องแขนข้างซ้ายของตัวเอง 3 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของสมาชิกที่กำลังรับฟังการอภิปราย ขณะที่นายชวนได้กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้กรีดเลือด จากนั้นนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ขึ้นอภิปรายต่อได้ไม่นาน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ใช้สิทธิ์ลุกขึ้นหารือทันทีว่า ขอให้ประธานใช้ข้อบังคับข้อ 5 ให้ประธานพิจารณาว่าจะประชุมต่อหรือจะยุติการชุมนุม &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนชี้แจงว่า การประชุมจะดำเนินต่อ ไม่มีเหตุให้ต้องยุติ ก็พยายามห้ามแล้ว ขอดำเนินการประชุมต่อ จากนั้นนายชวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และส่งตัวนายวิสารไปที่ รพ.วชิรพยาบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์​ระบุว่า คาดว่านายวิสารไม่มีเจตนาทำเรื่องที่ขัดระเบียบสภา การกระทำแบบนี้สะท้อนถึงวิกฤติของชาติจริงๆ ถึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ขอให้มองเป็นความห่วงใยและความตั้งใจจริงของท่าน ส่วนการกระทำอื่นใด ก็ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไป
น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรค พท. ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนายวิสารพอดี กล่าวว่า เห็นแล้วจะเป็นลม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ห้ามไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเลย ทั้งนี้ นายวิสารได้พูดคุยตั้งแต่เช้า เล่าว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม นายวิสารยังกังวลอยู่เลยว่าเลือดกำเดาจะไหลช่วงอภิปรายหรือเปล่าด้วย นอกจากนี้นายวิสารยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ประกอบกับคิวการอภิปรายก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเย็น โดยในช่วงที่นายวิสารอภิปรายถึงเรื่องที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับเยาวชน นายวิสารก็เริ่มมีอารมณ์จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะที่นายสิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.กทม.​ พรรค พปชร. กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่​ ส.ส.คนนี้ได้กระทำในที่ประชุมอันทรงเกียรติ และพูดจาให้ร้าย​ พล.อ.ประยุทธ์​ เห็นท่านมาตั้งแต่ปี 2529 วันนี้รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นถึงอดีต รมช.พาณิชย์ วันนี้ท่านได้ทำความเสียหายกับสภาอย่างมาก ไม่คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนี้จะพาอาวุธมีดเข้ามาทำเรื่องในห้องประชุมที่มาจากภาษีประชาชน วันนี้เรามาหาทางออกประเทศ​ ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายและทำผิดกฎหมาย ทำให้เหตุการณ์บานปลาย​ การประชุม 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย​ แต่​ ส.ส.คนนี้กลับทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการอะไร ต้องการให้ประเทศไปไม่ได้ใช่หรือไม่ ผมไม่สงสาร สมน้ำหน้าด้วยครับ มาเล่นละครอย่างนี้ในห้องประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ขอให้ประชาชนเชียงรายที่เลือก​ ส.ส.คนนี้เข้ามา​ ดูไว้ว่าเลือกมาเป็นตัวแทนของท่านได้อย่างไร จากนี้ก็ต้องมาดำเนินคดีกับ​ ส.ส.คนนี้ในข้อหาพกพาอาวุธเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา&amp;quot; นายสิระ​กล่าว
ปารีณาบี้ลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. กล่าวว่า ขอให้นายวิสารลาออกจาก ส.ส. เพราะเป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ มีการเตรียมการและมีเจตนาตั้งใจกรีดแขนตัวเอง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองถึงขั้นรุนแรง ทางออกประเทศไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เป็นการอภิปรายพูดคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศ ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันขอประณามการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำที่รุนแรง รังเกียจมากๆ กับพฤติกรรมวันนี้ ต้องลาออกเท่านั้น อย่าได้กลับเข้ามาในสภาอีก เป็นการกระทำที่ทำให้ประเทศไทยกับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลก และไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เว้นแต่ถ้าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายก็ไม่ต้องลาออก&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรค พท. บุตรสาวนายวิสารกล่าวว่า รู้สึกงงๆ และตกใจ ตอนแรกไม่เชื่อว่าคุณพ่อจะทำอย่างนั้น ปกติคุณพ่อเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็ทราบข่าวคุณพ่อได้รับการรักษาแล้ว โดยเย็บแผลรวม 9 เข็ม ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เห็นจากบาดแผล คุณพ่อน่าจะอึดอัดใจมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดว่าขอให้เป็นเลือดหยดสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในการประชุมสภา นายชวนได้แจ้งความคืบหน้าอาการนายวิสารให้สมาชิกฟังเป็นระยะๆ และระบุว่าจะเดินทางไปเยี่ยมที่ รพ. นำความห่วงใยของ ส.ส.ไปบอกต่อนายวิสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.10 น. นายวิสารเดินทางกลับเข้ามาในสภาพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขออภัย ตลอดระยะเวลาที่เล่นการเมืองมา ไม่มีครั้งไหนที่กดดัน จึงตั้งใจสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากเตือนว่าอย่าไปฟังเสียงอวยอย่างเดียว มันเหมือนกับเป็นกะลาครอบจริงๆ จึงมานึกถึงตัวเองว่าเราควรต้องเรียกร้องอะไรสักอย่าง เพื่อให้ท่านสนใจ และลดตัวเองลง ซึ่งตัดสินใจด้วยตัวเอง แม้แต่ลูกเมียก็ไม่ทราบ &amp;nbsp;และมีดก็ไม่ได้พกเข้าไป แต่ไปยืมมีดปอกผลไม้จากแม่บ้าน เพียงแต่ย้ำว่าขอคมๆ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือว่า 9 เข็มนี้เป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้เด็กๆ ลูกหลานเอาไปเป็นตัวอย่าง เพราะครั้งนี้ถือเป็นการประท้วง และยอมเจ็บตัวคนเดียว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่สภาได้สะท้อนความเห็นออกไปเพื่อให้นายกฯ ได้มีสติตัดสินใจแก้ปัญหา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิสารได้โชว์แผลให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าแผลแรกไม่ลึก แผลที่สองเริ่มลึก แผลที่สามพอเห็นก็ตกใจ เพราะแผลเริ่มกว้าง ทั้งหมดเย็บ 9 เข็ม หลังจากนี้ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เดือน หลังจากนี้ก็จะขึ้นไปที่ห้องประชุมสภาเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจ ขอโทษขอโพย เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนไม่เคารพสถานที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ระหว่างนายวิสารยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อมาลชน นายชวนซึ่งกำลังจะเดินทางไปเยี่ยมดูอาการได้เดินลงมาเจอนายวิสารพอดี ทำให้นายชวนยืนฟังนายวิสารให้สัมภาษณ์จนจบ &amp;nbsp;โดยนายวิสารได้เข้ามากราบขออภัยนายชวน ซึ่งนายชวนกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ห้ามแล้วว่าไม่ให้ทำ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มีความเป็นห่วง ประชาธิปไตยเราต้องอดทน ปัญหาทั้งหลายต้องอดทนในการแก้ไข กว่าจะไปสู่ความสำเร็จไม่มีอะไรง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 21.23 น. หลังนายสุทิน คลังแสง และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวสรุป พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอพูดในฐานะนายกฯ และ รมว.กลาโหม หลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะผู้ไม่เห็นชอบ มักโจมตีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการทำงานแบบของท่าน ก็รับได้ ยิ้มไปเรื่อย &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่กล่าวหาลาออกล้มเหลว หากย้อนไปปี 2549 และปี 2557 มีใครออกหรือเปล่า แล้วคนเหล่านั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน การชุมนุมนั้น ตนเองรักเด็ก เพราะเป็นพลังแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่ควรชี้นำให้ถูกต้อง ยอมรับฟัง เพราะมีทั้งทำได้และทำไม่ได้ ไม่อยากให้ฟังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะ รมว.กลาโหม มีการติดตามข่าวในโซเชียล พบว่ามีการแพร่ข้อความในโทรศัพท์ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน และเพิ่มเป็น 5 หมื่นคนในแอคเคาต์เดิม ซึ่งมีเครือข่ายหรือเปล่าก็ขอให้ช่วยกันดูด้วย เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้&amp;quot; นายกฯ กล่าวก่อนขอบคุณสมาชิก และว่า จะนำแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง ส่วนที่เป็นคำเตือนจะรับไว้พิจารณา เพราะเราต้องดูแลคน 60 ล้านคน ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ ใครรู้ก็บอกผม แต่สิ่งเหล่านี้จะกระทบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งยังส่งไปยังความแตกแยกในสถาบันครอบครัว คนรุ่นเก่าคนรุ่นใหม่ เราเคยมีครอบครัวเดียวกัน ไม่อยากให้ลืม โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่มีการนำความคิดไปปรุงแต่ง ไม่คุ้มครับในการนำข้อมูลในประเทศไปแพร่ในต่างประเทศ ซึ่งก็รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีเบื้องหลัง เหตุการณ์ไม่เคยปรากฏในสภามาก่อน ให้ไปติดตาม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นต้องไม่ไปลิดรอนความคิดของคนอื่น ทั้งเรื่องจารีตค่านิยม ความเชื่อ และต้องคำนึงคนส่วนใหญ่ เป็นหลักตามหลักประชาธิปไตย ส่วนการเจรจากับผู้ชุมนุมนั้น ก็ต้องไปหาว่าใครเป็นแกนนำ และหากไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ขอสงวนสิทธิ์ แล้วก็จะขอดูว่าจะจบง่ายหรือไม่ง่าย เพราะไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง แต่ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ไม่ละทิ้งหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะแก้ไขปัญหาที่ยังมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การได้ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง คุ้มค่าไหม ไม่คุ้มค่า เพราะจะไม่เหลือแม้แต่น้อย สงสารเยาวชนมาประท้วงบางหรือเปล่า ผมยืนยันจะทำหน้าที่จนกว่าไม่มีโอกาสได้ทำ ตอบชัดไหมครับ อย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง อย่าเอาต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องในประเทศ เพราะเรามีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ขอเตือนเอาไว้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ถวิล เปลี่ยนศรี, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปารีณา ไกรคุปต์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, วันชัย สอนศิริ, วิษณุ เครืองาม, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f9839bf24ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบทิ้งบ้านสี่เสาฯ ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีจตุพรกับพวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดตำนานบ้าน &amp;quot;สี่เสาเทเวศร์&amp;quot; บ้านพักของ &amp;quot;พล.อ.เปรม&amp;quot; ถูกทุบทิ้ง หลังกองทัพบกส่งคืน สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ศาลนัดพิจารณาคดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์สำนวน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; แล้ว เจ้าตัวขอเลื่อนให้อัยการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาฟ้องให้ครบ ศาลจึงนัดฟังคำสั่ง 9 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กันยายน มีรายงานข่าวว่าที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ตั้งอยู่เลขที่ 279 ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กทม. ซึ่งเคยเป็นที่พักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว &amp;nbsp;โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังรื้อและทุบบ้านพักในส่วนที่เป็นปูน ซึ่งด้านหน้าบ้านที่เคยเป็นป้อมรักษาการณ์ได้ถูกทุบไปแล้วเช่นกัน เหลือแต่เศษหินเศษปูนเป็นกองๆ และบริเวณส่วนหลังบ้านมีเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสังเกตว่าบริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ ยังไม่มีการตัดหรือรื้อถอนกำแพงบ้านออก ทั้งนี้ไม่มีคนงานหรือเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบ้านสี่เสาเทเวศร์เป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม อาศัยมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี, ผบ.เหล่าทัพ, นักธุรกิจ, หัวหน้าส่วนราชการ, เอกชน และผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ในโอกาสสำคัญ อาทิ ปีใหม่, สงกรานต์ และวันคล้ายวันเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมองจากถนนด้านหน้าเข้าไปจะมีประตูทางเข้าออก 2 ด้านซ้ายและขวา ตรงกลางปลูกต้นไม้สูงคล้ายกำแพง เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปจะพบสนามหญ้าและสวนพร้อมกับบ่อน้ำขนาดใหญ่ &amp;nbsp;เบื้องหลังเป็นบ้านปูนสีขาวซึ่งเป็นสถานที่พัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านสี่เสาเทเวศร์มีหลังคาทรงหน้าจั่วปูกระเบื้องสีน้ำเงิน ปีกซ้ายของตัวบ้านใช้เป็นห้องรับรอง &amp;nbsp;ด้านขวาเป็นที่พักของทหารประจำบ้าน บริเวณด้านหลังเป็นห้องนั่งเล่น มีเปียโนของ พล.อ.เปรม ในขณะผนังบ้านหรือมุมต่างๆ ภายในห้องจะมีรูปถ่ายของ พล.อ.เปรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน บ้านสี่เสาเทเวศร์ปัจจุบันเป็นที่ดินในการดูแลของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หลังจากกองทัพบกได้ส่งคืนเมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรมปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่พัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี (สำนวนที่สอง) คดีหมายเลขดำ &amp;nbsp;อ.2799/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายศราวุธ หลงเส็ง ผู้ชุมนุม นปช. เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง สำหรับสำนวนคดีที่สองนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ภายหลังจากนายจตุพรซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พ้นสมัยประชุมสภา โดยก่อนหน้านี้คดีสำนวนแรก หมายเลขดำ อ.3531/2552 พนักงานอัยการได้ฟ้องแกนนำ นปช.และผู้ชุมนุมรวม 7 &amp;nbsp;ราย ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุกนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ &amp;nbsp;นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายจตุพรและนายศราวุธ จำเลยที่ 1-2 เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ เมื่อถึงเวลานัด นายจตุพร จำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลว่า คดีนี้ในชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการได้ตั้งสำนวนมีผู้ร่วมกระทำความผิดในส่วนของจำเลยพร้อมกับผู้ต้องหาอีกจำนวนหลายคน แต่เนื่องจากอัยการมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาแต่ละคนแยกสำนวนคนละคดีในลักษณะเลือกตัวบุคคลซึ่งเป็นการมิชอบ จำเลยที่ 1 &amp;nbsp;เห็นว่า การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันในคดีเดียวกัน จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาถึงประเด็นดังกล่าว โดยยังไม่ให้มีการกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อตรวจหลักฐาน ศาลสอบถามอัยการโจทก์แล้วไม่คัดค้าน ศาลจึงให้จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องแถลงถึงเหตุที่อ้างดังกล่าวโดยละเอียด เพื่อศาลจะได้พิจารณาสั่งต่อไป โดยให้ยื่นต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้ โดยศาลกำหนดนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่งดังกล่าววันที่ 9 พ.ย.63 เวลา 09.30 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังนายจตุพรเปิดเผยว่า คดีบุกบ้านพัก พล.อ.เปรม สำนวนคดีที่ 2 ต่อจากสำนวนคดีแรกที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายวีระกานต์กับพวกรวม 7 คน ที่ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุด ต่อมาอัยการฟ้องอีก 2 คน การแยกสำนวนไม่ควรเกิด จำเลยไม่ได้ขอให้แยกสำนวนมาตั้งแต่แรก และเมื่อแยกมา 2 &amp;nbsp;สำนวนก็ฟ้องไม่ครบ ยังมีผู้ต้องหารายอื่นที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง เช่น นายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายจักรภพ &amp;nbsp;เพ็ญแข (อดีตแกนนำ นปช.ซึ่งหลบหนีอยู่ต่างประเทศ) และคนอื่นที่ยังอยู่ในประเทศ เพื่อให้พิจารณาคราวเดียว ไม่ต้องฟ้องเป็นสำนวนที่ 3 อีก เรื่องไม่รกศาล ตนจึงร้องศาลให้อัยการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลืออยู่มาฟ้องอย่างครบถ้วน อัยการก็ต้องแสดงความพยายามในการติดตามจับกุมผู้ต้องหา เมื่อจะดำเนินคดีต้องวางบรรทัดฐานยุติธรรมตรงไปตรงมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78191</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, จักรภพ  เพ็ญแข, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68abb3dc686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนาน &#039;บ้านสี่เสาเทเวศร์&#039; ของ พล.อ.เปรมถูกรื้อทิ้งแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.63 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ตั้งอยู่ เลขที่ 279 ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กทม.ซึ่งเคยเป็นที่พักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังรื้อ และทุบบ้านพักในส่วนที่เป็นปูน ซึ่งด้านหน้าบ้านที่เคยเป็นป้อมรักษาการณ์ได้ถูกทุบไปแล้วเช่นกันเหลือแต่เศษหิน เศษปูน เป็นกองๆและบริเวณส่วนหลังบ้าน มีเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสังเกตว่าบริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ ยังไม่มีการตัดหรือรื้อถอนกำแพงบ้านออก ทั้งนี้ไม่มีคนงานหรือเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบ้านสี่เสาเทเวศร์ เป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม อาศัยมากตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ ต้อนรับ นายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ นักธุรกิจ หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน ผู้มีชื่อเสียงของในโอกาสสำคัญ อาทิ ปีใหม่ สงกรานต์ และวันคล้ายวันเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมองจากถนนด้านหน้าเข้าไป จะมีประตูทางเข้าออก 2 ด้านซ้ายและขวา ตรงกลางจะปลูกต้นไม้สูงคล้ายกำแพง เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปจะพบสนามหญ้าและสวนพร้อมกับบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเบื้องหลังจะเป็นบ้านปูนสีขาว ซึ่งเป็นสถานที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านสี่เสาเทเวศร์มีหลังคาทรงหน้าจั่วปูกระเบื้องสีน้ำเงิน ปีกซ้ายตัวบ้านจะเป็นห้องรับรอง ด้านขวาจะเป็นที่พักของทหารประจำบ้าน บริเวณด้านหลังเป็นห้องนั่งเล่น มีเปียโน ของ พล.อ.เปรม ในขณะผนังบ้านหรือมุมต่างๆภายในห้องจะมีรูปถ่ายของ พล.อ.เปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน บ้านสี่เสาเทเวศร์ ปัจจุบันเป็นที่ดินในการดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลังจากกองทัพบกได้ส่งคืน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, บ้านสี่เสาเทเวศร์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f685db9d65a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;จ้อทิ้งทวนยก&#039;เปรม-จิ๋ว&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;หาทางลงก่อน19ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ว่า รัฐบาลบริหารงานมา 5-6 ปี ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ อ้างว่าเพราะสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ ยังไม่นับคนตกงาน คนว่างงานอีกมาก ที่เกิดจากผู้นำขาดความรู้ความสามารถ ความล้มเหลวนี้จึงไม่ได้เกิดจากโควิด-19หรือเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เกิดจากผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม อยากให้รัฐบาลรับฟังสภาฯ วันนี้ และหวังว่าท่านจะตัดสินใจเพื่อบ้านเมือง เพื่อคนไทย และเพื่อภาวะวิกฤติ หนี้สินที่รัฐบาลไปกู้มา ก็เพราะท่านตั้งรายจ่ายไว้สูง แต่รายรับของท่านมันต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พึ่งจะเคยเห็นว่า รัฐบาลเอาเงินไปแจกชาวบ้าน แทนที่เขาจะชื่นชมและดีใจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลถูกด่ามาตลอด เพราะการเยียวยาทำอย่างไม่ทั่วถึง รัฐบาลประเทศอื่นเวลาเยียวยาเขาทำอย่างเสมอหน้า และทั่วถึง ในระยะเวลาที่ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่เงินที่รัฐบาลเยียวยานั้นเกิดปัญหาในทุกด้าน ถ้าท่านยังเป็นรัฐบาลต่อไป ท่านก็ต้องกู้ต่อไปเรื่อยๆ จึงห่วงว่า ถ้ายังอยู่บริหารต่อจะยิ่งกู้ไม่รู้จบ กู้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้วิธีไหน ส่วนใหญ่ใช้แต่ดอกเบี้ย เป็นการบริหารงานที่ไม่คิดถึงอนาคตลูกหลาน สร้างหนี้สินให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานต้องมาชดใช้แทน เขาจึงไม่เอารัฐบาลนี้ เพราะมีแต่กู้ๆๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ยังไม่รวมถึงการใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้มาตรา 44 สั่งยุบรวม อปท. สข. สั่งยุบพรรคการเมืองที่มีสมาชิกนับล้าน หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ขนาดเด็กยังรู้ว่าใช้กฎกติกาที่ฉ้อฉล แล้วท่านจะนำพาบ้านเมืองนี้ไปอย่างไร ขอแนะนำให้เห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประชาชน วันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ.คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชาติ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มาตรา 152, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f586a8ca4e84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพากษาฎีกานปช.บุกบ้านสี่เสาฯอาจเลื่อนอีกยก หลัง ก.บ.ศ. ออกประกาศการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์ โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึงคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาหลายครั้งด้วยเหตุขัดข้องต่างๆ อาทิ การกลับคำให้การของจำเลยเป็นรับสารภาพ จนครั้งหลังสุดศาลได้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 30 เม.ย. 2563 เวลา 09.00 น. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดในปัจจุบัน ทำให้การประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ครั้งที่ 3/2563 ก.บ.ศ.มีมติ เห็นชอบให้ออกประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่อง การบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirs Disease : COVID-19) โดยให้เลื่อนการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นทุกศาล ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. - 31 พ.ค. 2563 ยกเว้นบางประเภทคดี ซึ่งประกาศดังกล่าวมีเงื่อนไขกรณีที่ 2 การเลื่อนนัดพิจารณาคดีต่อเนื่อง มีเงื่อนไขตอนท้ายระบุว่า &amp;ldquo;ให้คำนึงถึงจำนวนคดี จำนวนคู่ความในห้องพิจารณา และจำนวนบุคคลที่จะต้องมารวมกันที่ศาล และหากมีความจำเป็นไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาโดยปลอดภัยแก่ทุกฝ่าย ก็อาจใช้ดุลพินิจให้เลื่อนคดีไปได้ โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบราชการศาล แล้วแต่กรณี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีของ นปช. อาจเข้าข่ายเงื่อนไขเลื่อนนัดพิจารณาได้ตามประกาศนี้ แม้จะเป็นการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แต่โดยปกติต้องส่งมาอ่านที่ศาลชั้นต้น คือศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และตัวจำเลยไม่ได้เป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำที่ได้รับยกเว้นการเลื่อนตามประกาศ อีกทั้งมีข้อสังเกตในการนัดอ่านคำพิพากษา จะมีญาติและแนวร่วม นปช. เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาให้กำลังใจแกนนำ นปช. หลายสิบคนด้วยเสมอ ซึ่งอาจเข้าข่ายที่ต้องพิจารณาจำนวนบุคคลที่จะต้องมารวมกันที่ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวในศาลยุติธรรมได้อธิบายถึงการเลื่อนพิจารณาคดีตามประกาศนี้ ไม่ได้หมายความว่าเลื่อนทั้งหมด ต้องดูเป็นรายคดี อยู่ในดุลพินิจของผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน โดยให้จำเลยทำเรื่องขอเลื่อน หรือเจ้าของสำนวนใช้ดุลพินิจไปขออนุญาตจากอธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพิจารณาการขอเลื่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60647</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d401276c919c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าทะเลาะเรื่องตั้งชื่อสะพาน&#039;ไพศาล&#039;แนะแนวทางพัฒนาภาคใต้สานเจตนารมณ์&#039;ป๋าเปรม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol มีเนื้อหาดังนี้
อย่าไปเสียเวลาทะเลาะกันเรื่อง การขอให้สร้างสะพานแล้วตั้งชื่อเป็นสะพานจันทร์โอชาเลยครับ
ถ้าเสนอตั้งชื่อแล้วทำได้จริงก็เอาเลย
ผมก็ขอเสนอให้สร้างถนนสาย เชื่อมจากสนามบินหาดใหญ่มาที่ชายทะเลสาบสงขลา
จะให้ตั้งชื่ออย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
ที่บอกว่าอย่าทะเลาะกันเลยเสียเวลาเปล่านั้น เพราะต้องไปดูงบประมาณ ถ้าไม่มีระบุไว้เป็นงบลงทุนในงบประมาณแล้วก็ทำไม่ได้
ต้องเร่งสร้างถนนเชื่อม สนามบินหาดใหญ่มายังชายทะเลสาบสงขลา ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้น ก็จะทำให้การพัฒนา การลงทุน การค้าขายท่องเที่ยว จังหวัดรอบทะเลสาบสงขลาคือสงขลานครศรีธรรมราชและพัทลุงเฟื่องฟูอย่างแน่นอนและจะเป็นฐานสำคัญที่ค้ำยัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มั่นคงปลอดภัย
เชื่อว่าอีกไม่นานการลงทุนจะหลั่งไหลไปพื้นที่นี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายไพศาลโพสต์อีกว่า ก่อนอสัญกรรม ป๋าเปรมได้ฝากฝังธุระไว้ประการหนึ่งคือ ให้หานักลงทุน มาลงทุนพัฒนาพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา คือสงขลา นครศรีธรรมราชและพัทลุงให้เจริญรุ่งเรืองมั่นคงมั่งคั่งเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการค้ำยัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีการพัฒนารุ่งเรืองและมั่งคั่งต่อไป
นี่คือความคิดเชิงยุทธศาสตร์ของป๋าเปรม ชุดสุดท้ายในชีวิตของท่านที่ชาวสงขลา ชาวภาคใต้และชาวไทย พึงร่วมใจกัน ช่วยกันทำให้สำเร็จ
ขอให้พี่น้องประชาชนรอบทะเลสาบสงขลาและพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งพี่น้องทั่วภาคใต้ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุน ให้การดำเนินงานเรื่องนี้ก้าวหน้าไปให้ประสบความสำเร็จเถิด
ถ้าทำได้สำเร็จ เรื่องนี้ จะเป็นเหตุปัจจัยสำคัญในการพัฒนาภาคใต้ซึ่งถูกทอดทิ้งมาช้านานแล้ว
เพราะหลังจากรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ได้สร้างถนน 4 เลนทั่วภาคใต้แล้วหลังจากนั้นมาก็ไม่มีการพัฒนาอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
อย่าทำให้พี่น้องประชาชนภาคใต้รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลสาบสงขลา, นายไพศาล พืชมงคล, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, สะพานจันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
