<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตร2ใบฉลุย 476ต่อ70เสียงไฟเขียวม.83สูตรส.ส.เขต400ปาร์ตี้ลิสต์100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมรัฐสภาลงมติท่วมท้นไฟเขียวถกร่าง รธน.ฉบับทบทวนแก้ไข &amp;nbsp;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ดันจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ &amp;ldquo;พรรคเล็ก&amp;rdquo; ร่วมกันค้าน หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ส.ส.เขตซื้อเสียงมากขึ้น &amp;quot;ส.ว.เลิศรัตน์&amp;quot; อภิปรายหนุน ก่อนที่ประชุมโหวตเห็นชอบกับ กมธ. &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ค้านคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อย้อนยุคปี 2540 ยกหางวิธีคิดก้าวไกลป้องกันพรรคนายทุนกินรวบ ส.ส. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; สวนกลับ สะท้อนความต้องการ ปชช. ป้องกันพรรคเล็กมากเกินจำเป็น &amp;nbsp;ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.50 น. วันที่ 25 สิงหาคม ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ..... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.ในวาระสอง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเรียงรายมาตรา ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ กมธ. ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ด้วยคะแนน 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 ไม่ออกเสียง 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ชี้แจงว่า คณะ กมธ.ได้ปรับแก้ไขรายงาน โดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จให้ กกต.ออกประกาศเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติมคือมาตรา 86 เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการ ที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้ไขของ กมธ.ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้นจึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ตนไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า เมื่อ กมธ. แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะ กมธ.มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะ กมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.ได้พิจารณาเสร็จ โดยมีมาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องและเสนอคำแปรญัตติที่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 การแก้ไขในแต่ละมาตรา กมธ.ได้นำคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ตาม มีการแก้ไขมาตรา 86 แบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้สัมพันธ์กับการแก้ไขมาตรา 83 โดยตรง นอกจากนี้ มียังมีการเพิ่มบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อมตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้
โหวตบัตร 2 ใบผ่านฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.38 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 83 ว่าด้วยจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภาพรวมการอภิปราย พรรคก้าวไกล พรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคเสรีรวมไทย ไม่เห็นด้วนตามที่ กมธ.แก้ไข และเสนอให้คงใช้สัดส่วน ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากกำหนดสัดส่วน ส.ส.ไม่ห่างกัน จะทำให้พรรคการเมืองได้เน้นนโยบายหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เน้น ส.ส.แบ่งเขตแบบตัวบุคคล ซึ่งการเข้ามา ส.ส.ก็จะใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ซึ่งแบบนั้นไม่ได้สะท้อนประชาธิปไตยในบ้านเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การให้สัดส่วน ส.ส.เป็นแบบที่ กมธ.แก้ไข จะทำให้มีการซื้อเสียงทวีคูณและแข่งขันมากขึ้น เราจะยอมรับหรือไม่ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจนเป็นธรรมเนียมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ฟังปราศรัยได้ 200 บาท คืนหมาหอนได้อีก 500 บาท จึงอยากถามว่าสัดส่วน ส.ส.แบบที่ กมธ.แก้ไข ยังเหมาะสมจริงกับประเทศเราจริงหรือ ระบบนี้ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 40 เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นระบบกินรวบรัฐสภา เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่สะท้อนเจรจาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยากถามผู้มีอำนาจว่าหากใช้ระบบนี้ ไม่กลัวผีแล้วหรือ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่านั้น ก็เลิกกลัวผี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายสนับสนุนให้มี ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้ใบเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะในการเลือกตั้งส.ส.ปี 62 ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหามาก ตั้งแต่เกิดการร้องเรียนต่อ กกต. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการคำนวณ ส.ส.ใหม่ ได้เป็น ส.ส.อยู่ดีๆ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมและคำนวณคะแนนใหม่ ทำให้ ส.ส.ต้องกลับบ้าน รู้สึกสงสาร ฉะนั้นตนจึงเห็นด้วยที่จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประชาชน แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร 2 ใบตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยก ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญและให้ประชาชนได้ประโยชน์ ต้องใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ มี ส.ส.หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียวแบบที่ทำกัน ซึ่งเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก ทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างทั่วถึงกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 14.48 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 จำนวน ส.ส. ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 476 ไม่เห็นชอบ 70 งดออกเสียง 91 ไม่ออกเสียง 1 คะแนน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาใช้เวลาพิจารณามาตราดังกล่าว 4 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.57 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 3/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 86 ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่จำกัด มีข้อเสียคือหากใครไม่สุจริตก็จะใช้เงินซื้อเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะใช้เงินซื้อเสียง อย่างไรก็ตาม หากเขตเลือกตั้งมีพื้นที่ใหญ่ และมี ส.ส.มากกว่า 1 คน ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ดีกว่าหนึ่งเขตหนึ่งคน จึงอยากให้ที่ประชุมช่วยพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นพื้นที่ใหญ่ เพราะสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชน ประชาชนได้มีตัวแทนของเขาเข้ามาทำหน้าที่ในสภา ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเสนอข้อเรียกร้องของตนเอง และเกิดการชุมนุมเหมือนที่ผ่านๆ มา ถือเป็นการพายเรือในอ่าง วนแบบนี้ไม่จบ
กก.ค้านคำนวณบัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมาชิกรัฐสภาอภิปรายกันอย่างขวางกว้างจนครบคน นายพรเพชรให้ที่ประชุมลงมติ ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 471 ไม่เห็นชอบ 6 งดออกเสียง 133 ไม่ออกเสียง 1 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.10 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 91 เรื่องการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอการกำหนดให้การเลือกตั้งบัตรใบที่ 2 ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนน้อยกว่า 0.2% ของคะแนนรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อหาสัดส่วนจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเมื่อได้คะแนนดังกล่าวแล้ว จึงนำไปคำนวณเพื่อหาคะแนนพึงมีของแต่ละพรรคการเมือง แล้วจึงนำไปลบกับจำนวน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองนั้นได้มา จำนวนที่เหลือคือจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองนั้นควรจะได้ ข้อเสนอของตนพัฒนาจากประสบการณ์เมื่อปี 2540 เป็นระบบที่มีความเหมาะสมกับสังคมไทยในวันนี้ การเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ยังมีอยู่ในคำที่สงวนเอาไว้ เพียงแต่การคำนวณจะต้องทันสมัย ไม่โบราณเหมือนกับที่เกิดขึ้นในยุคเก่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การกำหนดขั้นต่ำ 0.2% หากคิดเป็นสมการง่ายๆ เรามี ส.ส. 500 คน 0.2% ของ 500 คน คือ ส.ส. 1 คน หากเราใช้เกณฑ์นี้ในการคำนวณแล้วเทียบผลการเลือกตั้งในปี 2562 จะพบว่าคะแนนขั้นต่ำ ที่จะถูกนำมานับได้คือ 7 หมื่นคะแนน คิดว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ไม่มากเกินไป เป็นการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมได้ นอกจากนั้น การกำหนด 0.2% เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการคิดคะแนนของพรรคการเมือง จะเป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองปัดเศษ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ 60&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงระบบการคำนวณคะแนนที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้นจะป้องกันการกินรวบ เป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เพราะใช้วิธีคำนวณ ส.ส.พึงมีตามสัดส่วนคะแนนเสียง ได้ที่นั่ง ส.ส.ถูกต้อง สะท้อนถึงเสียงประชาชน ขณะที่การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบคู่ขนาน จะทำให้พรรคการเมืองใหญ่ ที่ชนะ ส.ส.เขตมาก ได้ที่นั่ง ส.ส.มากเกินจริง และเพื่อช่วยกันทำลายระบบพรรคนายทุนที่จะกินรวบประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา 91 ร่างของกรรมาธิการมีเจตนารมณ์เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ปี 2550 โดยการคิดคำนวณคะแนน 1.การกำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ที่ร้อยละหนึ่งของคะแนนทั้งหมด กล่าวคือ สมมุติคะแนนทั้งหมดมี 40,000,000 เสียง คะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 400,000 คะแนน พรรคการเมืองใดได้คะแนนมากกว่า 400,000 ขึ้นไป จึงจะสามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่ำกว่านั้นไม่มีสิทธิ์ วิธีการนี้จะได้ไม่มีพรรคเล็กพรรคน้อยเกินความจำเป็น 2.ให้นำคะแนนที่เลือกทั้งพรรคและเขตมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ สะท้อนความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การไม่กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ทำให้มีพรรคเล็กจำนวนมาก ทุกคนตั้งพรรคเพื่อได้คะแนน 2-3 หมื่นคะแนน จะได้มี ส.ส. มีพรรคเล็กร่วม 10พรรค ทำให้เกิดความอ่อนแอจัดตั้งรัฐบาล เกิดปรากฏการณ์กล้วยเลี้ยงลิง มีพรรคฝ่ายค้านอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงขอเสนอบัญชีรายชื่อพรรคใดได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของคะแนนทั้งประเทศถือว่า ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แก้ปัญหาพรรคปัดเศษ พยากรณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านไปใช้การเลือกตั้ง จะมีพรรคที่ได้ ส.ส. 1 คน เพียง 3-4 พรรค เพราะมีส.ส.บัญชีรายชื่อลดลงเหลือ 100 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114565</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง, ส.ส.ก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d14809da71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว. หวั่นเปลี่ยนกติกาเลือกตั้งเหมือน รธน.ปี 40 เกิดเผด็จการสภาแก้กฎหมายตามอำเภอใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 - เวลา 18.05 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. อภิปรายว่า การเลือกตั้งเมื่อปี2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จากนั้นเกิดปัญหาที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่า สลับซับซ้อน&amp;nbsp;ไม่ยุติธรรม หากยังใช้ระบบนี้ต่อไป อาจจะมีปัญหาได้ จึงได้เสนอแก้ไขมา ส่วนตัวสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรใช้วิธีการคำนวณแบบระบบเยอรมัน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆเสนอมานั้น เป็นการคำนวน ส.ส.เหมือนรัฐธรรมนูญปี2540 หมดเลย หากมีการแก้ไข ในอนาคตอันใกล้ อาจทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เหมือนสมัยพรรคไทยรักไทย ได้ส.ส.มากถึง 377เสียง ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา สามารถยกร่างแก้ไขกฎหมายได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ส่วนตัวจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ 1-3-13 ไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107413</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, ส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b8484d7a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว. ข้องใจร่างแก้ รธน. ฉบับพลังประชารัฐ ตัดบทลงโทษ ส.ส.แทรกแซงงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา จำนวน 13 ร่างของส.ส. ที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา วันที่23 มิ.ย.ว่า ส.ว.ได้จัดเสวนา เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13ฉบับ ให้สมาชิกฟัง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21มิ.ย. มีส.ว.เข้าร่วมรับฟัง 100กว่าคน ส่วนใหญ่ ส.ว.เห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญปี2560 เช่น มาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่า เป็นเพียงบทเฉพาะกาลที่บังคับใช้เพียง 5ปี และรัฐธรรมนูญปี2560 ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ที่สำคัญส.ว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาดในการโหวตเลือกนายกฯ แต่เสียงชี้ขาดที่แท้จริงคือ ส.ส.ที่ต้องรวมกันให้ได้เกิน 250 เสียงว่า จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็จะลงมติไปตามเสียงส่วนใหญ่ของส.ส. ไม่สามารถลงมติแย้งกับเสียงส่วนใหญ่ของส.ส.ได้ เสียงส.ว.ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ไม่ควรแก้ไขเรื่องนี้ ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272ของฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล คงไม่ได้รับความเห็นชอบจากส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นประเด็นที่ส.ว.อภิปรายให้ความเห็นกันมาก ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องถ้าจะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ ตามรัฐธรรมนูญปี2540 ดูแนวโน้มแล้ว ส.ว.น่าจะให้ความเห็นชอบการแก้ไขมาตรานี้ในทุกร่างที่เสนอมา ไม่ว่าจะเป็นของพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่มีการพูดถึงมากคือ มาตรา 144 และมาตรา 185 กรณีที่รัฐธรรมนูญระบุห้ามส.ส.และส.ว. ไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงกับการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม หากใครฝ่าฝืนให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคพลังประชารัฐ ขอให้แก้ไขเป็น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีการกระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติ ให้การเสนอแปรญัตติดังกล่าวเป็นอันตกไป โดยตัดข้อความให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดทิ้งไปนั้น ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วย ที่ร่างฉบับพลังประชารัฐ ตัดบทลงโทษเรื่องการเพิกถอนสิทธิของผู้กระทำผิดทิ้งไป มองว่า เป็นการปลดล็อกปราบโกง ไม่ใช่การปราบโกง เจตนาของมาตรา 144 ต้องการป้องกันไม่ให้ส.ส. ส.ว.เข้าไปแทรกแซงนำงบประมาณมาลงพื้นที่ตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้จับตาดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ว.ลงมติไม่เห็นชอบด้วย แต่สุดท้ายแล้วน่าจะมีเสียงส.ว.สนับสนุนเพียงพอให้ผ่านไปได้ เพราะร่างของพรรคพลังประชารัฐเป็นการมัดรวมทุกเรื่อง ทั้งบัตรเลือกตั้ง 2ใบ และมาตรา144 เข้าไว้ด้วยกันในร่างเดียวกัน ถ้าจะไม่ให้ผ่านแค่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง จะมีผลให้เนื้อหาตกไปทั้งร่าง ดังนั้นเสียงส.ว.ส่วนใหญ่จะอนุโลมให้ผ่านไปก่อน แล้วไปแก้ไขในชั้นการแปรญัตติ ให้สามารถควบคุมส.ส. และส.ว.ไม่ให้เข้าไปแทรกแซงการใช้งบประมาณได้ ส่วนประเด็นการแก้ไขรายมาตราอื่นๆเช่น การเพิ่มสิทธิเสรีภาพประชาชน ขึ้นอยู่กับความเห็นของส.ว.แต่ละคนในการลงมติ&amp;rdquo;พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107119</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, วุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d072e8724ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.อู้&#039; หนุนโมเดล สสร.มาจากเลือกตั้ง-สรรหา แนะบังคับใช้ 112 หลังแถลงการณ์บิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.63 - พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวถึงการประชุมกมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม นัดแรกในวันที่ 24 พ.ย.ว่า คนที่จะมานั่งเป็นประธานกมธ. มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเจ้าของญัตติพรรคร่วมรัฐบาล ดูแล้วมีความเหมาะสม เชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรอบการพิจารณาของกมธ.นั้น จะยึดร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลักในการยกร่าง แต่จะไม่ทิ้งร่างของไอลอว์ที่ถูกตีตกไปในชั้นรับหลักการ จะนำเนื้อหาของไอลอว์ที่เสนอให้ส.ส.ร.พิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จใน 1 ปี มาร่วมเปรียบเทียบกับเนื้อหาของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านด้วย เพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มาของ ส.ส.ร.นั้น คงต้องยึดจากร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอคือ มีส.ส.ร. 200 คน มาจากการเลือกตั้ง 150 คน และการสรรหา 50 คน ดูแล้วน่าจะเกิดประโยชน์ที่สุด เพราะถึงจะมีโควตาจากการสรรหา 50 คน แต่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว. ที่ประชุมอธิการบดี นักวิชาการ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ได้มีส่วนร่วมสรรหาบุคคลเข้ามาเป็นส.ส.ร. ทำให้ส.ส.ร.มีความหลากหลาย มีความเป็นธรรมเพราะได้ตัวแทนจากทุกฝ่าย ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีประกาศบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับอย่างเข้มข้น เพื่อดำเนินการกับผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมายว่า เห็นด้วยกับแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เท่าที่ฟังเสียงจากหลายฝ่ายก็เห็นด้วย เพราะถ้าปล่อยให้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายต่อไปเรื่อยๆ บ้านเมืองจะยิ่งวุ่นวาย เพราะสิ่งที่เรียกร้องขณะนี้เกินจากคำว่าสันติไปแล้ว ไม่อยู่ในลู่ทาง มีการทำลายทรัพย์สินราชการ ใช้ถ้อยคำล่วงละเมิดสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้เกรงว่า จะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างม็อบ 2ฝ่าย เพราะอีกฝ่ายก็รับไม่ได้กับสิ่งที่ม็อบราษฎรทำ ยิ่งหากมีการล่วงละเมิดสถาบันมากๆ อาจจำเป็นต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 มาบังคับใช้กับผู้กระทำผิด แต่ขอให้ดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดหลังจากนี้ อย่าไปเล่นงานกับผู้ทำผิดก่อนหน้าที่นายกฯจะประกาศมาตรการออกมา ที่ผ่านมาที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ช่วยสนองตอบข้อเรียกร้องผู้ชุมนุมในระดับหน่ึง ขอให้อดทนรออีก 1 ปีกว่าๆจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ และได้เลือกตั้ง ดังนั้นการเรียกร้องควรลดราวาศอกลง หากมีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น พาประเทศไปสู่ทางตัน อาจเกิดการรัฐประหารที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;


	แฉหนอนบ่อนไส้ ข่าวรั่วถึงหู 3 นิ้วปมใช้มาตรา 112
	ฟันธง 3 นิ้วแตกกระเจิง จากนี้ไปคงตัวใครตัวมัน!
	ถึงบางอ้อ &amp;#39;วรงค์&amp;#39; แฉ 3 นิ้วถือฤกษ์ 25 พ.ย.ชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่แท้วันเกิดท่านประธาน!
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; ตบกบาล &amp;#39;ไมค์ จาดนอก&amp;#39;&amp;nbsp;
	จัดให้แล้วนะ! แจ้งจับมือโพสต์ผิด มาตรา 112,116

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84495</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f451fb600e2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.รายมาตรา! 60ส.ว.โผล่ตั้งกลุ่มอิสระหนุน/ตุ๊ดตู่จุดไฟส่อเค้ารัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้รัฐธรรมนูญส่อระอุ สภาสูงเสียงแตก ไม่ชัดเอาด้วยหรือขวางแก้ 256 ตั้งสภาร่าง รธน. แต่ 60 ส.ว.ขยับแล้ว รวมตัวตั้งกลุ่ม &amp;quot;ส.ว.อิสระ&amp;quot; หนุนแก้รายมาตรา ไม่เอาร่างใหม่ทั้งฉบับ &amp;nbsp;&amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เครื่องร้อน เสนอแก้ 4 ร่าง แต่ใช้วิธียื่นทีละร่าง เอาเรื่องปิดสวิตช์ ส.ว.ก่อน พบ ภท.ก็ร่วมลงชื่อด้วย &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ชี้เปรี้ยง ชุมนุมใหญ่ธรรมศาสตร์ 19 ก.ย. หากสถานการณ์สุกงอมสุ่มเสี่ยง รัฐประหาร!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวก่อนที่ทางที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนนี้ โดยประเด็นที่ต้องติดตามก็คือท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา &amp;nbsp;ว่าสุดท้ายจะร่วมลงมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวหรือไม่ โดยหากในการลงมติตั้งแต่วาระแรกขั้นรับหลักการ มีเสียงส.ว.โหวตเห็นชอบด้วยไม่ถึง 84 เสียง การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภาขณะนี้ ส.ว.ทั้งหมดยังเสียงแตกทางความคิดเห็น มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้ตั้่งและไม่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญตามร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรธน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ว.มีการตั้งกลุ่ม ส.ว.กว่า 60 คน ใช้ชื่อว่า &amp;quot;กลุ่ม ส.ว.อิสระ&amp;quot; ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ไม่มีทหาร ตำรวจ มีการตั้งกลุ่มไ​ลน์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แนวทางของกลุ่มเห็นตรงกันว่าสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อยากให้มีการแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยพร้อมให้แก้ไขมาตรา 272 เรื่องการยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ยอมรับอยู่ในกลุ่ม ส.ว.อิสระ เป็นกลุ่มที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ แนวทางของกลุ่มมีความชัดเจนสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ควรแก้ไขแบบรายมาตรา ไม่ใช่การตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะมองว่า ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่เป็นตัวแทนประชาชนจริงๆ แต่เป็นเงา ส.ส. ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งไม่จบ และไม่สบายใจว่า ส.ส.ร.จะยกร่างรัฐธรรมนูญเลยเถิดไปขนาดไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่ม ส.ว.อิสระพร้อมให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ควรทำเป็นแบบรายมาตรา เพราะจะไม่สร้างความขัดแย้ง และประหยัดงบประมาณ หากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. โหวตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ขัดข้อง เพราะแต่ละคนเห็นตรงกันว่า หมดความจำเป็นที่จะให้ ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ แล้ว ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ต้องใช้ความสามารถตัวเองไปหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เอง เพื่อพิสูจน์บารมี จะได้มีความสง่างาม ไม่ต้องใช้เสียง ส.ว.มาช่วย จะได้ไม่ถูกมองเรื่องการสืบทอดอำนาจ&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. กลุ่มส.ว.อิสระจะประชุมกันที่รัฐสภา เพื่อหารือกันถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาว่ากลุ่มจะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญในแนวทางใด ส่วนที่ ส.ว.คนอื่นๆ มีความคิดเห็นแตกแยกกันไปหลายทางนั้น ไม่ถือเป็นความแตกแยก แต่ละคนมีความคิดแนวทางของตัวเอง แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ส.ว.ทุกคนจะเห็นไปในแนวทางเดียวกันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้ย้ำว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้องเลยถ้าจะแก้มาตรา 272 ริบอำนาจ ส.ว.เรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะมองว่าไม่มีความจำเป็นแล้ว รวมถึงมาตราอื่นก็พร้อมสนับสนุนให้แก้ไข เช่น การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การคำนวณระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ยกเว้นรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ 2 รวมถึงหมวดที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันทุจริตที่ไม่ควรแตะต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะพูดว่า ส.ว.จะสนับสนุนให้ตั้ง ส.ส.ร.ในการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะต้องรอดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ ว่ามีการเสนอเพิ่มเติมมาอีกหรือไม่ นอกเหนือจากร่างของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เท่าที่ดูเห็นว่าอาจจะมีร่างขอแก้ไขเป็นรายมาตราเข้าไปดู ต้องขอดูให้ครบทุกร่างก่อน แต่เท่าที่คุยกับ ส.ว.ขณะนี้ ยังมีเสียงแตก มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้ตั้ง ส.ส.ร.และไม่ ตั้ง ส.ส.ร. อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเชื่อว่าวุฒิสภาคงให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว.แต่ละคนในการลงมติ แต่เรื่องแก้ไขมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรีนั้น ส.ว.ไม่ขัดข้อง ทุกคนพร้อมลดอำนาจตัวเองลงมา เพราะสถานการณ์ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมาพึ่ง ส.ว.ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าถ้าแก้ไขเพียงแค่ลดอำนาจเรื่องการโหวตนายกฯ ส.ว.ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าจะไปถึงขั้นตัด ส.ว.ออกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือปิดสวิตช์ ส.ว.ทั้งระบบ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐธรรมนูญเดินต่อไม่ได้ ดูแล้วคงเป็นแค่คำพูดโก้ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ในส่วนของบทถาวร มีข้อดีอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณามาตรา 144 ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ไม่ให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่สำหรับเสียงคัดค้านในบทเฉพาะกาลที่ถูกตั้งคำถามหนักในประเด็นความชอบธรรมทางการเมือง อันเป็นเสมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งของความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา อย่างมาตรา 269 ประกอบมาตรา 272 อันเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ที่กำหนดให้ คสช.คัดเลือก 250 ส.ว. แล้ว ส.ว.ร่วมเลือกอดีตหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งยอมรับว่าตรงนี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยตามปกติ แต่ได้รับการอรรถาธิบายแก้ต่างจากหลายคน รวมทั้งตนว่าเป็นระบอบการเมืองเฉพาะกิจและเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้บรรลุ 2 เป้าหมาย หนึ่งคือความสงบสุขในบ้านเมือง อย่างน้อยก็ชั่วคราว และสอง เพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามแผนงานเดินหน้าได้ดี ในช่วง 5 ปีแรก แต่บัดนี้ทั้ง 2 เป้าหมายไม่สามารถบรรลุผลได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ อย่างการปฏิรูปตำรวจ ที่จำเป็นที่จะต้องกล่าวด้วยความเจ็บปวดว่ารัฐบาลชุดนี้สอบไม่ผ่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วผมขอตอบโจทย์โดยไม่ลังเล ขณะนี้ไม่มีความคุ้มค่าที่จะคงมาตรการพิเศษเฉพาะกิจและเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะที่อ้างว่าเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้า ไว้อีกต่อไป ทำให้ตรงเป้าที่สุดก็คือตัดมาตรา 272 อำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีของ 250 ส.ว.ออกไปจากรัฐธรรมนูญ ความคิดเบื้องต้นของผมคือควรแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่ากันเป็นประเด็นๆ ไปก่อนเลย โดยต้องรวมเอาประเด็นที่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุด หรือที่ถูกมองว่าไร้ความชอบธรรมที่สุด คือมาตรา 272 ไว้ด้วย จะเหมาะสมกว่าการแก้ไขให้เกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดย ส.ส.ร.&amp;quot; นายคำนูณแสดงท่าทีไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้ให้ความเห็นอีกว่า อย่างไรก็ตามในชั้นต้นมีคำถามกับประเด็น ส.ส.ร. ก็เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่หมดทั้งฉบับโดยส.ส.ร.ในลักษณะปราศจากกรอบ นอกจากห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เท่านั้น เสี่ยงต่อการที่จะทำให้ของดีๆ ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2560 มีอันต้องหายไป นอกเหนือจากหมวด 1 และหมวด 2 แล้ว ยังมีประเด็นที่ละเอียดอ่อนอีกมาก โดยเฉพาะประเด็นเหล่านี้ พระราชอำนาจในฐานะองค์พระประมุขแห่งรัฐที่อยู่นอกหมวด 2 อาทิ ในขั้นตอนการตราพระราชบัญญัติ หรือรัฐธรรมนูญ และอื่นๆ กลไกขององค์กรอิสระต่างๆ ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ที่อาจถูกแปรเปลี่ยนไปเมื่อต้องยกร่างใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดทบทวนดูอย่างรอบคอบแล้ว ในชั้นวาระที่ 1 นี้ จะให้ผม ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก 250 คนตามบทเฉพาะกาล มาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ที่เสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ขอบอกว่าโดยตรรกะแล้วเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง หนึ่งคือประเด็นความสงบในบ้านเมือง ดังนั้นในวันที่ 24 ก.ย. ส่วนตัวจะลงมติให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรายประเด็นรายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 272 ว่าด้วยการให้ส.ว.ร่วมลงมติเลือกนายกฯ ถ้ามีร่างเสนอเข้ามา หรือการแก้ไขเพิ่มเติมหมวดใหม่ให้มี ส.ส.ร.ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับตามร่างที่เสนอเข้ามาแล้ว 2 ฉบับ&amp;quot; ส.ว.คำนูณระบุ
ก้าวไกลไม่ง้อ พท.ยื่นแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายค้านนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่จะยื่นมี 4 ร่าง คือ ฉบับที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 269, ฉบับที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 270 และ มาตรา 271, ฉบับที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 272 และฉบับที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 279
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า วิธีการของพรรคก้าวไกลคือ การทยอยยื่นทีละร่าง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงและแก้ไขเพื่อให้ได้จุดร่วม เพราะหากเสนอไปรวมกันทั้ง 4 ฉบับ เมื่อถูกตีตก ก็จะหายไปทั้ง 4 ฉบับ โดยร่างแรกที่เราจะยื่นคือร่างแก้ไขมาตรา 272 เพราะเป็นฉบับที่มีความเห็นตรงกันว่าควรยกเลิก ทาง ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอว่าจะมาช่วยลงเสียงด้วยนั้น มีความเห็นว่า ส.ว.ไม่ได้มาจากประชาชน ดังนั้น ส.ว.จึงไม่ควรมีอำนาจเข้ามาแทรกแซงและเปลี่ยนเจตจำนงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เราสามารถรวมเสียง ส.ส.ที่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 272 นี้ได้เกิน 100 เสียงแล้ว มาจากพรรคฝ่ายค้าน (ไม่ รวมพรรคเพื่อไทย) พรรครัฐบาลบางพรรค เช่น พรรค ปชป.และ พรรคภูมิใจไทย ประมาณ 2 เสียง รวมไปถึงพรรคเล็กบางพรรคด้วย เป็นการรวมเสียงกันด้วยเอกสิทธิ์ของการเป็น ส.ส. คาดว่าจะยื่นร่างแก้ไขมาตรา 272 ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้
ปูดเตรียมรัฐประหารก่อนแก้ รธน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทั้งมาตรา 256 และมาตรา 272 จะไม่ได้แก้ไขแม้แต่มาตราเดียว เพราะสุดท้ายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะถูกฉีกตามเจตนา เนื่องจากมีการเขียนเงื่อนไขมากมายอยู่ในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไข เพื่อให้แก้ไขได้ยาก ได้พูดมาตั้งแต่ตอนต้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนไว้เพื่อให้แก้ไขได้ แต่เป็นการเขียนไว้เพื่อส่งไม้ให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะที่อยู่ในวงการเมืองมานาน ติดตามสถานการณ์ หากสถานการณ์สุกงอมในวันที่ 19 กันยายนนี้ เชื่อว่าทั้งสองมาตราจะไม่ได้รับการแก้ไข&amp;quot; ประธาน นปช.วิเคราะห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวอีกว่า ไม่ได้หวงมาตรา 272 เรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะหากแก้ไขมาตรา 256 ก็เท่ากับทุบคัตเอาต์ทิ้ง แต่หมายความว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะไปทุบคัตเอาต์ทิ้งหรือจะปิดสวิตช์ ท้ายที่สุดคนจะมาพังหม้อแปลงขนาดใหญ่เสียก่อน ก็คือ การยึดอำนาจ และการยึดอำนาจในคราวนี้ คณะที่เตรียมการนั้นรออย่างใจจดใจจ่อ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนต่างๆ นั้นก็หาเหตุผลรองรับ เพราะในโลกสื่อสารไร้พรมแดนนั้นจะไม่ง่ายเหมือนในอดีต เนื่องจากทุกคนเป็นเจ้าของสื่อ หากยังไม่สามารถควบคุมการสื่อสารได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้น จะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับประเทศตุรกี ใช้ Facebook จัดการกับคณะรัฐประหารได้อย่างราบคาบ โดยการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ชนิดที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะไม่มีฝ่ายใดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้แม้แต่ฝ่ายเดียว และนี่เป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่แต่ละฝ่ายต้องคิดว่า ทั้งกระดานนี้ไม่มีใครเบ็ดเสร็จได้ เพียงแต่ใครจะมีความชอบธรรมมากกว่าใคร อย่างไรก็ตาม วันนี้จะมีการขับเคลื่อนอะไรก็ตาม ซึ่งแต่ละฝ่ายก็คิดและรอวันที่ 19 กันยายนนี้ว่าจะลงมือก่อนวันที่ 19 หรือวันที่ 19 ก.ย. &amp;nbsp;หรืออาจจะหลังวันที่ 19 ก.ย. แต่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ได้แก้แม้แต่เพียงมาตราเดียว และลงท้ายด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญเช่นเดิม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, คำนูณ สิทธิสมาน, จตุพร พรหมพันธุ์, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54efac7b193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นผ่าช่วงช่วง ประมาทเจอปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่ไว้อาลัยช่วงช่วง เสธ.อู้ชี้หากทำประมาทแพนดาตาย ไทยต้องจ่ายค่าปรับตัวละ 50 ล้านบาท แนะเลี้ยงหลินฮุ่ยตัวเดียวไปก่อน ค่อยคิดขอยืมตัวใหม่จากจีน เผยหลินปิงได้ลูกแฝดอายุ 2 ขวบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 กันยายนนี้ ว่า คืนเดียวกัน คณะผู้เชี่ยวชาญจากจีน 5 คนจะเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมชันสูตรซากของแพนดาช่วงช่วง ร่วมกับทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของไทยอีก 4 คน และหลังจากนั้นน่าจะไม่เกิน 7 วัน จะทราบสาเหตุการตาย หลังจากนั้นก็ต้องส่งซากช่วงช่วงคืนให้ทางการจีน เนื่องจากแพนดาถือเป็นสมบัติของประเทศจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการต่อสัญญาหรือเจรจาจะขอแพนดาตัวใหม่มาอยู่คู่กับแพนดาหลินฮุ่ยหรือไม่นั้น นสพ.สุเมธกล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของสองประเทศเจรจากัน เช่นเดียวกันกับตอนที่เราได้แพนดาช่วงช่วงและหลินฮุ่ยมา ก็เป็นการเจรจากันระหว่างสองรัฐบาลในสมัยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าส่วนจัดแสดงแพนดา สวนสัตว์เชียงใหม่ ทางสวนสัตว์จัดกิจกรรมไว้อาลัยช่วงช่วง โดยมีการตกแต่งสถานที่ด้วยผ้าแพรขาวดำ พร้อมตั้งโต๊ะเพื่อวางดอกไม้แสดงความอาลัยช่วงช่วง ที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้คนตลอดช่วง 16 ปีที่อยู่ในสวนสัตว์เชียงใหม่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และพนักงานของสวนสัตว์เชียงใหม่ยังร่วมแต่งชุดขาวดำเพื่อไว้อาลัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา อดีตประธานคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯ กล่าวถึงการตายของหมีแพนดาช่วงช่วง วัย 19 ปี ว่า ในอดีตสมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรองนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 เคยมาเยี่ยมองค์การสวนสัตว์ฯ และได้ถามว่าอยากได้อะไร ตนก็เสนอขอหมีแพนดาซึ่งคนไทยให้ความสนใจมาก จากนั้นผ่านไป 2 ปี พล.อ.ชวลิตขอหมีแพนดามาเป็นทูตสันถวไมตรี ย้ำความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจนได้หมีแพนดา 2 ตัวจากศูนย์วิจัยและพัฒนาหมีวูล่อง เมืองเฉินตู ทางเหนือของมณฑลเสฉวน คือช่วงช่วง และหลินฮุ่ย โดยเงื่อนไขมีค่าตอบแทนคู่ละ 10 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นราคามิตรภาพ เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาหมีแพนดาของจีน และต่อสัญญา 10 ปีต่อครั้ง ซึ่งไทยเพิ่งต่อสัญญาไปเพียงครั้งเดียวในช่วงช่วงช่วง-หลินฮุ่ย อายุ 16 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า จากที่ติดตามข่าว ถ้าตายโดยธรรมชาติ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ไม่ได้ประมาท ถือว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีค่าปรับใดๆ แต่ถ้าตายด้วยความประมาท เราต้องเสียค่าปรับตัวละ 50 ล้านบาทตามเงื่อนไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้เดินทางไปเมืองเฉินตู เพื่อไปดูการเติบโตของหลินปิง ลูกของช่วงช่วง-หลินฮุ่ย ปรากฏว่าอายุ 8 ปี มีลูกแล้วเป็นฝาแฝด ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 1 ตัว อายุได้ 2 ขวบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่ประเทศไทยจะขอแพนดามาทดแทนช่วงช่วงที่ตายไปหรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะการดูแลหมีไม่ง่าย ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นควรจะเลี้ยงหลินฮุ่ยไปก่อนจะดีกว่าจนกว่าจะตาย ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหาว่าหลินฮุ่ยจะเหงาหรือไม่เพราะอยู่ตัวเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วช่วงช่วงกับหลินฮุยแยกกรงกันอยู่ จึงไม่น่ามีปัญหา ขณะนี้หลินฮุ่ยอายุ 18 ปี อยู่ได้อีกนาน เต็มที่ก็ไม่น่าเกิน 30 ปี นอกจากนี้ทางจีนมีโครงการวิจัยและพัฒนาหมีแพนดาจากเดิมกว่า 200 ตัว เป็น 500 ตัว โอกาสที่รอดมีถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมรอดเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบไปเจรจาของมาเลี้ยงใหม่ทดแทนช่วงช่วงแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46080</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสัตวแพทย์สุเมธ กมลนรนาถ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d822cc1ee1c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
