<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานสิ่งของเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 แก่ผู้ปฏิบัติภารกิจกองกำลังชายแดนจังหวัดนครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ในหลวง&amp;#39; โปรดเกล้าฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องโอกาสปีใหม่ 2564 จำนวน 250 ชุด แก่ผู้ปฏิบัติภารกิจกองกำลังชายแดนจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจเชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังชายแดน กองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี(กกล.ฯ)จำนวน 250 ชุด&amp;nbsp;ณ สถานีเรือนครพนม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.)&amp;nbsp;กองทัพเรือ โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พลเรือตรีจรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง พลตรี บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตำรวจตรี ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พันเอก เถลิงศักดิ์ มูลประดับ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในฐานะตัวแทนข้าราชการฯ ได้กล่าวต้อนรับว่ารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่องคมนตรีพร้อมคณะได้กรุณาเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ เชิญสิ่งของพระราชทานเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 มอบแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ในพื้นที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จำนวน 250 ชุด พร้อมเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดน ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และข้าราชการพลเรือน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ทุกนาย เพื่อแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะ ข้าพระพุทธเจ้าและกำลังพลกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ขอตั้งปณิธานจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ จำนวน 235 ชุด จากนั้นได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังฐานปฏิบัติการปราสาทเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ จำนวน 265 ชุด ช่วงบ่ายองคมนตรีก็เดินทางต่อไปยังจังหวัดอุดรธานี เพื่อร่วมบรรยายแนวคิดการขับเคลื่อนโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาฯ หลังเสร็จสิ้นการบรรยายจึงเดินทางมายังจังหวัดนครพนมเป็นจุดสุดท้าย และเดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงค่ำของวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87818</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe322676e8e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภัยแล้ง20จว. สั่งเร่งขุดแหล่งน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง เร่งส่งน้ำช่วย ปชช.ในหมู่บ้าน ยันไม่มีทอดทิ้ง บกปภ.ช.ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เน้นย้ำทุกหน่วยทำงานในมิติเชิงพื้นที่ บูรณาการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ ปภ.ประกาศเขตภัยแล้ง 20 จังหวัด ส่วนโคราชตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ คาดเมษายนนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในช่วงท้ายของการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์ภัยแล้งและการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการจัดหาและส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือประชานในระดับหมู่บ้านในทันที และให้ดำเนินการตามแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเสริมว่า ให้ สนทช.สรุปแผนการที่จะทำในปีนี้ที่มีงบประมาณแล้ว ติดขัดตรงไหนให้รายงานให้ทราบ รวมถึงการขุดลอกคูคลองทุกจุด จะมีการรายงานเรื่องนี้อย่างชัดเจนในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าไม่ได้ละทิ้งปัญหาภัยแล้ง ทั้งนายกฯ และ ครม.มีความเป็นห่วงประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, นายจรัลธาดา กรรณสูต, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, นายอำพน กิตติอำพน และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท รวมถึง พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต เลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พล.อ.ต.โชคดี สมจิตต์ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุม และมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเต็มกำลัง ภายใต้กฎหมายและแผนว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านกลไกการปฏิบัติของหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยเน้นการทำงานในมิติเชิงพื้นที่ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจอย่างชัดเจน รวมถึงจัดหน่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง โดยมีกลุ่มการทำงานแยกเป็น 3 ด้าน ครอบคลุมทั้งกลุ่มพยากรณ์ คาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำ กลุ่มบริหารจัดการน้ำ ดูแลภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เพื่อวางแผนการใช้น้ำทุกประเภท และกลุ่มปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบูรณาการฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร และภาคเอกชนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงพื้นที่ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.พื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 2.พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามข้อมูลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนรองรับ ทั้งการเติมน้ำดิบเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา การเจาะบ่อบาดาล การเติมน้ำใส่ภาชนะรองรับน้ำกลางของหมู่บ้าน ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตร ได้มีการบริหารจัดการตามแผนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มีการเน้นย้ำไม่ให้เกิดกรณีพื้นที่ขาดแคลนน้ำและพืชยืนต้นตายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะเร่งด่วน ได้เน้นย้ำให้จัดหาน้ำจากทุกแหล่งรองรับการใช้น้ำ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากทุกหน่วยงานผันน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคู่กับการจัดสรรน้ำสนับสนุนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย มุ่งดูแลด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยจัดรถบรรทุกน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน และจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะทำให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกพื้นที่&amp;rdquo; มท.1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการตามแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วน โดยให้ทุกจังหวัดดำเนินการ &amp;ldquo;ขุดดินแลกน้ำ&amp;rdquo; ใช้วัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และเป็นการขุดบ่อเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ศึกษาแนวทางการดำเนินการตามนโยบายการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะเร่งด่วน คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยขณะนี้ได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องมือและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยทหารและฝ่ายพลเรือน อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถผลิตน้ำ เครื่องจักรและเครื่องขุด เครื่องเจาะบ่อและสูบน้ำ รวมกว่า 4,200 รายการ โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 แห่งทั่วประเทศ เป็นจุดระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระดับภาคและเขตจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมเครื่องจักรกลให้พร้อมออกปฏิบัติงานทันทีที่ได้รับการร้องขอจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ หากมีพื้นที่เสี่ยงเกิดสาธารณภัยให้ปฏิบัติการเชิงรุก นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้จังหวัดสร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำ เพื่อมิให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 20 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 599 ตำบล 5,125 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ รวม 35 อำเภอ 166 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา และบุรีรัมย์ รวม 44 อำเภอ 284 ตำบล 2,722 หมู่บ้าน ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 30 อำเภอ 149 ตำบล 1,203 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุใช้การได้ 279 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 23 ของความจุใช้การของอ่างรวมกัน (ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์รวมกันประมาณ 295.39 ล้าน ลบ.ม.) จากปริมาณน้ำใช้การได้ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนน้ำเพื่อผลิตประปา จำเป็นต้องหาแนวทางในการสำรองน้ำไว้เพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปริมาณน้ำอ่างห้วยจระเข้มากและอ่างห้วยตลาด จังหวัดบุรีรัมย์ มีน้ำรวม 2.028 ล้าน ลบ.ม. และจากการประชุมร่วมพิจารณาสถานการณ์น้ำในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ระหว่างสำนักชลประทานที่ 8 และการประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคยืนยันว่า น้ำในอ่างทั้ง 2 แห่งจะสามารถรองรับการผลิตประปาได้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมที่จะดูแลเกษตรกร เช่น พื้นที่ที่มีน้ำเหลือจะมีการส่งเสริมปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย การเจาะบ่อบาดาล ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ ส่วนด้านการปศุสัตว์จะมีโครงการเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ โดยหาแหล่งทุนและรับประกันราคาขาย ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ก็จะมีนโยบายการจ้างแรงงานภาคเกษตรกรรมประมาณกว่า 40,000 คน ในระยะเวลา 2-6 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติในช่วงแล้งนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักชลประทานที่ 8 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ประชุมหัวหน้าส่วน ผู้อำนวยการอ่างเก็บน้ำ/เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งของ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมประชุมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำอย่างพร้อมเพียง พร้อมแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 8 ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 71 แห่ง โดยแผนการจัดสรรน้ำในปี 2562/2563 ขณะนี้ในพื้นที่มีปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำรวมทั้งหมด 601 ล้าน ลบ.ม. และมีความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศตลอดทั้งฤดูแล้ง 412 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังถือว่ามีปริมาณน้ำใช้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานต้องงดทำนาปรังทั้งหมด และสามารถเพียงแค่ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ระบุว่า ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน 8 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประกอบด้วย โนนสูง จักราช ปักธงชัย เทพารักษ์ โชคชัย โนนไทย แก้งสนามนาง และสีคิ้ว มีพื้นที่ประสบภัย 54 ตำบล 547 หมู่บ้าน โดยทางชลประทานคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนเมษายน 2563 จังหวัดนครราชสีมาจะมีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ 129 ตำบล 541 หมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพน กิตติอำพน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e3035fb9dd39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรงไปตรงมา!องคมนตรีไพบูลย์ โพล่งกลางงานรำคาญจะสัมมนาอะไรกันนักหนา ปราบโกงลงมือทำได้เลย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - ศูนย์นิทรรศการแลการประชุมหบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2562 &amp;ldquo;รวมพลัง อาสาสู้โกง&amp;rdquo; จัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย(ACT) โดยมีหน่วยงานจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ปฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;รวมพลังคนไทย อาสาสู้โกง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งว่า ตนเป็นทหารคนหนึ่งที่มองว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน เพราะเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากมาก อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตนได้ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้ทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน ก่อนจะได้เรียนรู้ว่า การทุจริตในภาครัฐนั้นทำกันอย่างไร ทำไมจึงไม่มีการลงโทษ &amp;nbsp;จนมีการออก พ.ร.บ.การจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งระหว่างนั้น ก็ถูกต่อต้านเต็มไปหมด เช่นเดียวกับการตั้งคระกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(คตช.) มีการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แล้วก็ตาม แต่มันยังคงมีอยู่ ซึ่งตนอยากถามว่า ทำไมเมื่อคิด เมื่อทำ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้มีการเชิญทั้งภาคประชาชน หน่วยงานอิสระ ข้าราชการ และผู้แทนพรรคการเมืองหลายๆพรรคมา แต่สิ่งที่ผมรำคาญคือ จะสัมมนาหรือคุยอะไรกันหนักหนา หลับตาก็รู้แล้วว่าจะสรปุอย่างไร แต่เมื่อได้แนวทาง ทำไมไม่เอาแนวทางนี้ไปปฏิบัติ ไม่ต้องสัมมนาแล้ว ไปทำเลย เราขาดคนที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบจับต้องได้ เรื่องที่ติดขัดทำไมไม่แก้ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่จะเอาใครมาทำ ทำอย่างไร จะปกป้องคนให้ข้อมูลอย่างไร และจะสร้างความมั่นใจต่อความก้าวหน้าให้คนเหล่านี้อย่างไร&amp;rdquo; พล.อ.ไพบูลย์ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านคอร์รัปชัน, บิ๊กต็อก, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d7241eb5be8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;กลับถิ่นเก่าเป็นประธานวันสถาปนาทภ.1ครบ109ปี&#039;บิ๊กโชย-บิ๊กต๊อก&#039;องคมนตรีร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ม.ค.62 -เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองทัพภาคที่1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานวันสถาปนากองทัพภาคที่&amp;nbsp; 1&amp;nbsp; ครบรอบ 109 ปี&amp;nbsp; โดยมีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานมีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมถึงอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 อาทิ&amp;nbsp; พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี พล.อ.ไพศาล กตัญญู พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมงานเพื่อแสดงความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 1 ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2453 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดกองพลเป็นกองทัพภาคที่ 1 ประกอบด้วยกองพลที่ 1 มณฑลทหารกรุงเทพ กองพลที่ 2 มณฑลนครไชยศรี และกองพลที่ 3 มณฑลกรุงเก่า มีที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพอยู่ในกระทรวงกลาโหม โดยมีพลตรีพระเจ้าน้องยาเธอ&amp;nbsp; กรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพพระองค์แรก ซึ่งกองทัพภาคที่ 1&amp;nbsp; รับผิดชอบในพื้นที่ภาคกลาง 26 จังหวัด และมีหน่วยขึ้นตรง คือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ รับผิดชอบในพื้นที่กทม. กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ดูแลในพื้นที่ฝั่งตะวันออก และกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ฝั่งตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับทำเนียบรัฐบาลทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธิน, กองทัพภาคทีี1, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c3802067d9ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยพสกนิกรประสบภัยพายุ&#039;ปาบึก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบภัยพายุปาปึก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช 7 ม.ค.นี้ เยี่ยมประชาชนและตรวจระบบเตือนภัย &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; จัดงาน &amp;quot;รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้&amp;quot; รับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัย &amp;quot;พาณิชย์-อุตฯ&amp;quot; ออกมาตรการเยียวยาอื้อ &amp;quot;กรมประมง&amp;quot; เคาะค่าชดเชยผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;โดยองคมนตรีรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับวาตภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ราย มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบวาตภัย จำนวน 900 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร ต่อมาได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 300 ชุด มอบแก่ผู้ประสบวาตภัย ถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ณ ศูนย์อพยพ วัดรัตนาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อำเภอปากพนังได้เกิดลมพัดแรงและฝนตกหนักติดต่อกันเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน ปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2562 ส่งผลทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยในพื้นที่จำนวน 17 ตำบล 133 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 80,000 คน 18,750 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหายบางส่วนในทุกตำบล สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนเกิดความเสียหายหลายแห่ง มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 1,100 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมืองฯ &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย ที่หอประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากนคร &amp;nbsp;ต่อจากนั้นองคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 700 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2562 จำนวน 13 ตำบล 115 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 63 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 178,095 คน 87,295 ครัวเรือน บ้านเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์ เสาไฟฟ้าหักโค่น/ล้ม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ สำหรับการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่สภาพเดิม
ทรงห่วงใยผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 4 พื้นที่ที่มอบสิ่งของพระราชทาน องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อประกอบเลี้ยงผู้ประสบภัย และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จ.สุราษฎร์ธานี รับผิดชอบ จ.นครศรีธรรมราช ชุมพร พัทลุง สุราษฎร์ธานี และ ปภ.เขต 12 จ.สงขลา รับผิดชอบจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา รวมทั้ง ปภ.เขต 18 จ.ภูเก็ต รับผิดชอบ จ.ตรัง กระบี่ ระนอง ภูเก็ต รวมจำนวน 16,000 ชุด เพื่อเตรียมเชิญไปมอบแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและได้รับผลกระทบพายุปาบึก
.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยจังหวัดสงขลา ในวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ และที่ว่าการอำเภอระโนด แห่งละ 1,000 ชุด รวมจำนวน 2,000 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบในพื้นที่จังหวัดชุมพร 1 แห่ง เพื่อผลิตอาหารส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โรงครัวพระราชทานแห่งนี้สามารถผลิตอาหารได้วันละ 4,000 &amp;nbsp;ชุด ทยอยส่งไปตามความต้องการของผู้ประสบภัย และยังได้มีโรงครัวจิตอาสาอีก 14 แห่ง ในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ พร้อมกับระดมทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซร้อนปาบึก ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.2562 โดยเวลา 07.00 น. นายกฯ และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช และเวลา 09.00 น. นายกฯ และคณะจะออกเดินทางไปยังริมน้ำเมืองเก่าปากพนัง อ.ปากพนัง เพื่อพบปะจิตอาสาและปล่อยแถวจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ &amp;ldquo;Big Cleaning Day&amp;rdquo; ก่อนจะเดินทางไปสามแยกเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะผู้ประสบภัยจำนวน 2,000 คน พร้อมกับตรวจระบบเตือนภัยของกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าและเดินทางไปตรวจสภาพความเสียหายบริเวณแหลมตะลุมพุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียน และรับประทานอาหารที่โรงเรียนดังกล่าว และในช่วงบ่าย นายกฯ และคณะออกเดินทางไปยังหมู่ที่ 1 ต.ปากนคร เทศบาล ต.ปากนคร เพื่อตรวจเยี่ยมพบปะการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมกันนี้ นายกฯ และคณะจะลงเรือข้ามฟากไปยังหมู่ที่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยริมคลองปากนคร ก่อนที่ในช่วงเย็น เวลา 16.50 น. นายกฯ และคณะจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าช่วงที่ผ่านมาหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุปาบึก สิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่การเกษตร ถนนถูกตัดขาด และประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก จึงได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามสภาพความเป็นอยู่ และเร่งสำรวจประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการ
จัดรับบริจาคช่วยใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.62 รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ จะจัดกิจกรรมรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้จากพายุปาบึก โดยใช้ชื่องาน &amp;ldquo;รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้&amp;rdquo; ตั้งแต่เวลา 20.20-22.00 น. และถ่ายทอดสดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมกิจกรรมรับบริจาคด้วย จึงขอชวนเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทย หน่วยราชการ บริษัท ห้างร้าน ทุกภาคส่วน ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยภาคใต้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคสามารถบริจาคได้ที่บัญชี &amp;ldquo;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี PM. Disaster Relief Fund.&amp;rdquo; ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 067-006-8950 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา และเวชภัณฑ์ สามารถบริจาคได้โดยตรงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เรียกประชุมด่วนผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาปึกในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวหลังการหารือว่า มาตรการช่วยเหลือที่จะดำเนินการในทันทีนั้น ได้ประสานไปยังผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้ช่วยบริจาคสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมแล้ว คาดว่าจะจัดส่งถึงพื้นที่ได้ในวันที่ 8 ม.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้านการเยียวยาได้ประสานงานไปยังผู้ผลิต ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ให้เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าราคาพิเศษ และประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้จำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษกว่าปกติมากๆ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประสบภัยที่จะซื้อสินค้าไปดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งล่าสุดยังได้ได้รับความร่วมมือจากเครือบริษัท SCG ที่จะจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาให้ราคาพิเศษ และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าร่วมต่อไป&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ระยะยาวจะประสานภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ โดยได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดใน 4 จังหวัดข้างต้น ไปทำการสำรวจว่ามีอะไรที่ได้รับความเสียหายมาก และต้องการความช่วยเหลือ ก็จะให้จัดทำรายละเอียดมา และกระทรวงจะประสานภาคเอกชนเข้าไปช่วย ซึ่งคงไม่ใช่วิธีปกติ แต่จะใช้วิธีพิเศษ กระบวนการดำเนินการพิเศษ มีเป้าหมายทำต่อเนื่อง 3 เดือน 6 เดือน จนถึง 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถลุกขึ้นยืนได้
ร่วมใจฟื้นฟูเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตฯ ได้ทำแพ็กเกจเยียวยาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเพื่อซ่อมสร้างฟื้นฟูพลิกฟื้นความเป็นอยู่ของพี่น้องและผู้ประกอบการภาคใต้ทุกกลุ่มโดยเร็วที่สุด ประกอบด้วยมาตรการเริ่มทำทันที ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปีให้กับโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะออกประกาศได้ทันทีในสัปดาห์หน้า การร่วมกับบิ๊กบราเธอร์นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดสถานประกอบการ ซึ่งได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว การร่วมมือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ทุกค่ายเปิดศูนย์บริการซ่อมแซมตรวจเช็กเครื่องยนต์ให้กับเจ้าของรถยนต์/รถจักรยานยนต์ของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่ เป็นต้น มาตรการทางการเงิน ได้แก่ ธพว.ประกาศพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย วงเงินประมาณ 3,200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้มีวงเงินเพิ่มให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก รายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.415% ต่อเดือน ส่วนของเงินกู้ยืมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ถึง 200,000 บาท ปรับลดดอกเบี้ยจาก 4% เหลือ 1% ต่อปี เตรียมวงเงินไว้ 30 ล้านบาท &amp;nbsp;ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีจาก สสว. มีมาตรการยืดชำระหนี้ออกไปนาน 6 เดือน เป็นต้น&amp;quot; รมว.อุตสาหกรรมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้รับรายงานมีชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และสตูล จำนวน 5,668 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 20,805 ไร่ 4,625 ตารางเมตร เรือประมง 64 ลำ ซึ่งในส่วนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยใช้อัตราการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ 2556 ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล และหอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 2.ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น นอกจากข้อ 1 ในบ่อดิน ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 3.สัตว์น้ำตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือเรือประมง ประกอบด้วย 1.การช่วยเหลือตามระเบียบกรมประมงฯ 2541 อัตรา ดังนี้ เรือความยาวไม่เกิน 10 เมตร ค่ากู้ ไม่เกิน 10,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 20,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 66,000 บาท/ลำ เรือความยาวเกิน 10 เมตร ค่ากู้ไม่เกิน 25,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 70,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 200,000 บาท/ลำ และ 2.การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 ด้านการดำรงชีพ ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุน ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ภาคใต้แนะนำ 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเยียวยาฟื้นฟูธุรกิจของ ธพว. และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน พักชำระดอกเบี้ย 6 เดือน และมาตรการวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ ระยะเวลากู้สูงสุด &amp;nbsp;5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.415 ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้เสริมศักยภาพธุรกิจ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.42 ต่อเดือน และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 (กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ) อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1 ต่อปี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางมาที่ จ.นครศรีธรรมราช นำถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด ที่รวบรวมจากศูนย์รับบริจาคของพรรคเพื่อไทย 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ มามอบแก่ผู้ประสบภัยที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ และเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่ศูนย์อนามัย 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวบ้านหลายคนเครียดและความดันขึ้น จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและเข้าช่วยเหลือทุกชุมชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งจิตแพทย์เข้ามาเยียวยาความรู้สึกของประชาชน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ที่ อ.ปากพนัง และที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25892</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศร พร้อมเทพ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c320a9ed7eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4องคมนตรีร่วมเกาะติดสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 องคมนตรีร่วมตามสถานการณ์พายุปาบึก &amp;quot;พลากร&amp;quot; เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ถึงแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยงานเกาะติด พร้อมเตรียมการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันที่ 4 ม.ค.62 นายพลากร สุวรรณรัฐ, &amp;nbsp;พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพลากรเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งหลายประการ โดยเฉพาะการเตรียมแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ จากการพยากรณ์ของหลายหน่วยงานพบว่า พายุลูกนี้น่าจะมีความรุนแรงไม่แพ้พายุแฮเรียตที่เข้าถล่มแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 ที่ส่งผลให้แหลมตะลุมพุกได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เป็นพายุที่ร้ายแรงที่สุดที่ประเทศไทยเคยประสบมา ต่อจากนั้นเป็นพายุเกย์ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านกิจการประมงมาก รวมถึงบนบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การมาวันนี้เพื่อมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ และทีมงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยคณะองคมนตรีมีความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการฯ เพื่อให้กำลังใจ ติดตามการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละจังหวัด โดยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ และขอให้กำลังใจกับผู้รับผิดชอบทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์พายุปาบึก ว่า พายุปาบึก ส่วนหน้าขึ้นฝั่งแล้วที่นครศรีธรรมราชครับ ขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือด้วยสติ ขณะนี้ศูนย์ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก 24 ชม. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า กำลังทำงานอย่างเต็มที่และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมสั่งการและประสานให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ที่สำคัญก็คือผมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางการ หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ผมขอส่งแรงใจให้ทุกคนปลอดภัย
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;สั่งเกาะติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; คืนวันศุกร์ว่า&amp;nbsp;
กองบัญชาการป้องกันแลบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวัง, ติดตามสภาพ
อากาศ-ปริมาณฝน-ระดับน้ำ, ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เตรียมการเผชิญเหตุ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการรับมือ ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน อาทิ ด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ทั้งอาหาร เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค ชุดเคลื่อนที่เร็ว รถและเรือกู้ภัย ระบบไฟฟ้าสำรอง และการสื่อสาร ที่ต้องมีความพร้อม 100% นะครับ ไปจนถึงเตรียมแผนการเผชิญเหตุ แผนอพยพ และแผนการฟื้นฟูภายหลังการเกิดเหตุให้ครอบคลุม รวดเร็วทั้งระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อฟังคำสั่ง-คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยธรรมชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ขอให้ทุกคนปลอดภัยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับมือว่า ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนมาก โดยสถานการณ์ฝนจะกระทบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงอีก 2 จังหวัดคือ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมีฝนมาก ก็จะต้องหาวิธีระบายน้ำ แม้จะทำได้ยาก เนื่องจากมีพายุเข้ามา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามหาวิธีดำเนินการทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือไว้หมดแล้ว โดยใน จ.นครศรีธรรมราช มีที่พักพิงกว่า 100 จุด เฉลี่ยตำบลละ 2-4 แห่ง ขณะนี้อพยพประชาชนประมาณ 10,000 คน จากเป้าหมายที่เตรียมไว้กว่า 20,000 คน โดยต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เบื้องต้น เพราะหากสถานการณ์แรงขึ้น จะทำให้การเคลื่อนย้ายลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มท.1 คาดว่า 5-6 วันพายุจะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เบื้องต้นหอกระจายข่าวในแต่ละพื้นที่ใช้ได้เกือบทั้งหมด และยังมีการเตรียมระบบสำรองในการสื่อสาร โดยนำของกองทัพเข้ามาเสริม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และรายงานนายกฯ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงว่าสถานการณ์จะกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน โดยสั่งการให้เร่งเยียวยาประชาชนทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ชาวบ้านประกอบอาชีพได้โดยเร็ว&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และรับมือพายุโซร้อนปาบึก ที่ห้องชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด นายกฯ ได้สั่งให้ตั้งศูนย์ติดตาสถานการณ์ที่ห้องดังกล่าว โดยจะมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และหากนายกฯ ต้องการเรียกประชุมเป็นการด่วน ต้องเตรียมพร้อมภายใน 30 นาที ทั้งนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ นายกฯ อาจจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยจะรอดูสถานการณ์คืนนี้ก่อน
&amp;quot;ปชป.-รปช.&amp;quot;ตั้งศูนย์ช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมรับมือกู้ภัยจากภัยภิบัติ กองทัพเรือ โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมายเลข 911 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ ที่จอดเทียบท่าการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ดำเนินการลำเลียงเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ น้ำดื่ม และอาหารแห้ง ขึ้นสู่ลำเรือ พร้อมออกเดินทางสู่ภารกิจการช่วยเหลือประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติจาก &amp;ldquo;พายุปลาบึก ในพื้นที่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราชแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เป็นการเตรียมการขั้นสูงสุด มีกำลังพล และยุทโธปกรณ์ จากหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติการกองทัพเรือ 4 ลำ, ชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (Maritime Aquatic Life Support Team: MAL), ชุดสำรวจและประเมินความเสียหาย ทร. (Naval Disaster Assessment Team:NDAT), ชุดค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนบก และชุดปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งเรือจะใช้เวลาในการเดินทางถึงที่หมายประมาณ 15 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์มีอดีต ส.ส.อยู่ และอาจถูกมองว่าเป็นการหาเสียง ว่า คงไม่มีปัญหาเรื่องการถูกมองว่าเป็นการไปหาเสียง เพราะตัวเองได้กำชับอดีต ส.ส. ให้ช่วยติดตามประชาสัมพันธ์และประสานงานกับส่วนราชการก่อนเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทางพรรคก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องหมายเลขโทรศัพท์ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ก็เป็นห่วงอยู่บ้าง เพราะการเข้าไปให้ความช่วยเหลือยังมีน้อย เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าไม่มีอะไร ดังนั้นอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารและทำตามคำแนะนำของราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเองได้รับรายงานที่จังหวัดสงขลาว่า มีบางพื้นที่คลื่นลมแรงและน้ำท่วมบางจุด แต่ความสูญเสียชีวิตยังไม่มี ส่วนหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ในนามมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พรรคได้ประสานงานกับหน่วยจัดตั้งและบุคลากรของพรรคเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน โดยในเบื้องต้นทางพรรคได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 9 ศูนย์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25785</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลากร สุวรรณรัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78b0766ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงห่วง ราษฎรถูกน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีนำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ราษฎร 2 หมู่บ้านใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ประสบอุทกภัย กรมอุตุฯ แจ้งเตือนพายุดีเปรสชันในอ่าวตังเกี๋ยส่งผลมีฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุฯ แจ้งเตือนพายุดีเปรสชันในอ่าวตังเกี๋ยส่งผลมีฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสาน ขณะที่ฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีฝนและคลื่นลมแรง ที่น่าน น้ำป่าพัดชาวบ้านสูญหาย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุดีเปรสชัน&amp;quot; ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 22 ก.ค.61 พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวตังเกี๋ย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 ส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งต่อไปอีก 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดน่าน อิทธิพลพายุเซินติญส่งผลให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องกระจายทุกอำเภอ นอกจากนี้ น้ำป่ายังหลากพัดชาวบ้านขุนกูน ต.ภูคา อ.ปัว ขณะเดินกลับจากไร่ 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ซึ่งสามารถช่วยได้ 1 คน ส่วนนางเฟือย อินปา อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 2 ต.ภูคา อ.ปัว ขณะนี้ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้เร่งออกค้นหายังไม่พบตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยศิริ ผูกใจเพื่อน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 2 แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ให้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีฝนตกหนัก และดินอุ้มน้ำไม่ไหว เกิดการสไลด์ตัวปิดเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคา-บ่อเกลือ ที่ กม.31 ต.ภูคา อ.ปัว รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่นำกรวยยางพร้อมป้ายเตือนระวังดินร่วงทับทาง ติดตั้งแจ้งเตือนป้องกันอุบัติเหตุไว้แล้ว พร้อมกับเร่งนำกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาก คนงานก่อสร้างสะพานกว่า 300 ชีวิต ที่อาศัยอยู่ในแคมป์ที่พักริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด ต่างช่วยกันขนทรัพย์สินหนีน้ำ หลังมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้แม่น้ำเมยทะลักเข้าท่วมเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาฉับพลัน บางคนใช้ถังน้ำดื่มมัดติดกับตัวเด็กและคนผู้หญิง บางคนใช้กะละมังซักผ้าและถังผสมปูนขนาดสองเมตรใช้เป็นเรือชั่วคราว ลำเลียงเด็กและผู้หญิงออกจากบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา ล่าสุดทางการเปิดศูนย์พักพิงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉุกเฉินชั่วคราว 2 จุด พร้อมแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เซินติญ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 17-22 กรกฎาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 13 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ระนอง เพชรบุรี และประจบคีรีขันธ์ รวม 2,369 ครัวเรือน 6,935 คน 23 อำเภอ 34 ตำบล 106 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 10 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.สังขละบุรี รวม 2 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 400 ครัวเรือน 1,042 คน วัด 1 แห่ง ถนน 2 สาย สถานที่ราชการ 7 แห่ง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 300 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ตาก เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่ระมาด อ.พบพระ อ.ท่าสองยาง และ อ.อุ้มผาง รวม 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 80 ครัวเรือน 271 คน ถนน 18 สาย ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ประจวบคีรีขันธ์ เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.หัวหิน รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 80 ครัวเรือน 248 คน ฝาย 3 แห่ง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงห่วงใยราษฎร อ.สังขละบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมามอบให้ประชาชน ต.ไล่โว่ ในหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 600 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านกว่า 500 คน ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผวจ.ได้บรรยายสรุปสถานการณ์เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ของ อ.สังขละบุรี โดยเฉพาะ 4 หมู่บ้านของ ต.ไล่โว่ ซึ่งหลังจากองคมนตรีได้มอบสิ่งของพระราชทานแก่ราษฎรบ้านสะเน่พ่อง ที่ อบต.ไล่โว่แล้ว ได้เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านกองม่องทะ มอบสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ พล.อ.ไพบูลย์ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยทั้งสองแห่งได้รับทราบ ซึ่งต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาสุดมิได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13887</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์, ชยพล ธิติศักดิ์, ชัยศิริ ผูกใจเพื่อน, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548ae16e5de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
