<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลประกาศต่อสู้ปัญหาหนี้ครัวเรือน งัด 3 แนวทางช่วยประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ค.​ 2564 &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่เรื้อรังมายาวนาน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน และยิ่งทำให้ปัญหานี้ท้าทายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ รัฐบาลจึงเดินหน้าใน 3 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย​ 1.การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน​ 2.การกำกับดูแลเจ้าหนี้ให้ปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม​ 3.การปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินในครั้งนี้จะมีผลช่วยลดภาระของประชาชน และทำให้ประชาชนมีเงินเหลือไว้ใช้สอยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีประชาชนกลุ่มต่างๆหลายล้านคนได้รับประโยชน์จากมาตรการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยเห็นว่าระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย &amp;ldquo;การเป็นหนี้&amp;rdquo; ไม่มีทางที่จะยั่งยืน สุ่มเสี่ยงต่อปัญหาเสถียรภาพในระยะยาว ประชาชนที่มีหนี้มักจะมีความกังวลต่างๆมากมาย ไม่มีสมาธิ ทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งบั่นทอนศักยภาพของประเทศโดยรวม
&amp;nbsp;
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการผลักดันมาตรการแก้หนี้ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดมาตราการระยะสั้นและระยะยาวในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมาตรการระยะสั้นที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน อาทิ การลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน การแก้ไขการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้ที่ไม่เป็นธรรม การทบทวนเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียน การปรับลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและที่เรียกเก็บอย่างไม่สมควร โดยเร่งรัดให้คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประกาศกำหนดอัตราค่าทวงถามหนี้โดยเร็วที่สุด &amp;nbsp;การกำกับดูแลธนาคารเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions : SFIs) และสหกรณ์ออมทรัพย์ให้มีการบริหารความเสี่ยงการให้สินเชื่อที่เหมาะสม ลดการให้ลูกหนี้ซื้อประกันความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นและพิจารณายกเลิกการค้ำประกันด้วยบุคคล เน้นการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินเพื่อลดการดำเนินคดีกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เร่งไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้กับผู้กู้ที่คำพิพากษาถึงที่สุดแล้วกว่า 1.2 ล้านราย และกลุ่มที่ยังไม่ฟ้องอีก 1.1 ล้านราย และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพราะการที่ประชาชนรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้และต้องไปกู้นอกระบบเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเป็นหนี้ที่กติกาไม่เป็นธรรมและดอกเบี้ยสูงเกินเหตุ
&amp;nbsp;
สำหรับแนวทางในทางแก้ไขหนี้สินครู ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น ในปัจจุบันพบว่าครูและข้าราชการจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาเงินเดือนหลังหักจ่ายหนี้แล้วเหลือไม่พอดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากมีภาระหนี้รวมในปัจจุบันสูงกว่าศักยภาพของเงินเดือน ทั้งนี้แนวทางแก้ไขประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ คือ​1. การยุบยอดหนี้เงินต้นให้ลดลง ด้วยการนำรายได้ของข้าราชการเองในอนาคตมาลดภาระหนี้เงินกู้​ 2. การให้เจ้าหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ข้าราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับการเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำเพราะได้ตัดเงินหน้าซองเงินเดือนทุกเดือน​ 3. การปรับลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น เช่นการทำประกัน ฯลฯ​ 4. การปรับปรุงและยกระดับระบบการตัดเงินเดือนของข้าราชการ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาหนี้ในครั้งนี้แตกต่างจากการแก้ไขหนี้ครั้งก่อนๆ ซึ่งที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้และเน้นที่ลูกหนี้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ครั้งนี้จะให้ความสำคัญเรื่องการกำกับดูแลให้เจ้าหนี้ปล่อยสินเชื่ออย่างเป็นธรรมด้วย และยังเป็นการแก้ไขหนี้สินทั้งระบบ ไม่ใช่เป็นการแก้เฉพาะหนี้เสีย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาความเหมาะสมในเรื่องของกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆไปในคราวเดียวกันด้วย เพื่อให้เอื้อและไม่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินในครั้งนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109316</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e43e53578d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;อ้างโพลชื่นชมนายกฯทำงานดีมากขอการเมืองทุกฝ่ายไว้ใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63-นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมทั้งรัฐบาล ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อออกมาตรการต่างๆในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกๆกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย จึงได้ออกมาตรการเยียวยาเงิน 5,000 บาทสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังได้มีมาตรการเยียวยาสำหรับกลุ่มเปราะบางและเกษตรกร โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้ มีการโอนเงินงวดแรกถึงบัญชีเกษตรกรแล้ว 7.1 ล้านราย รวมเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้เร่งแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกร พร้อมกับอีกหลายๆมาตรการที่ช่วยเหลือเยียวยาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนายกฯยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานที่เป็นที่ต้องการในต่างประเทศหลังโควิดคลี่คลายจึงได้มอบหมายให้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานร่วมกับภาคเอกชน เร่งเตรียมความพร้อมเตรียมทักษะในการจัดส่งแรงงานไทยในชุดแรกนับแสนรายไปทำงานต่างประเทศซึ่งคาดว่าจะมีรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน ซึ่งจะเห็นได้ว่านายกฯมีความเป็นห่วงประชาชนในทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;และได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประเทศไทยลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปพร้อมๆกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจจนเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ และประชาชนคนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี ของนายกฯ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พบว่าการทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ดีมาก เพราะมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ พูดจริงทำจริง &amp;nbsp;ชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจ ตั้งใจจริง และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน&amp;quot;ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่า ประชาชนเห็นนายกฯตั้งใจทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่สุดความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน อีกทั้งเป็นผู้นำมือสะอาดไม่มีข้อกล่าวหาในใดๆในเรื่องการทุจริต นี่คือเสียงชื่นชมและยอมรับสูงสุดจากประชาชนคนไทยพูดเป็นเสียงเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า​ ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้ความเชื่อมั่นในตัวนายกฯและรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ดังนั้นก็ขอให้ฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวนายกฯด้วยเช่นกัน และมองว่าการแก้ไขปัญหาของประเทศนอกจากรัฐบาล ประชาชนแล้ว ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายค้านยังสามารถมาร่วมมือกันได้ เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68064</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, ฝ่ายการเมือง, พล.อ.​ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3aad0fc5dc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
