<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัวพลทหารจี้ร้านทองหาดใหญ่ทำแผนสารภาพหาเงินใช้หนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.64-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9(ผบช.ภ.9) พร้อมด้วย พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รองผบช.ภ.9,พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 &amp;nbsp;,พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนภาค 9 พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.จ.สงขลา นำตัวพลทหารอุกฤษณ์ ทองสมสี อายุ 24 ปีซึ่ งเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสงขลา โจรบุกเดี่ยวชิงทองในร้านทองห้างทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุที่ร้านทองเกิดเหตุในห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ โดยมีการจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบจุดทำแผน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากจุดที่ พลทหารอุกฤษณ์ ขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่ลานจอดรถ เดินเข้าห้างทางประตูหน้า ลงชื่อจุดคัดกรองโควิด ผ่านจุดตรวจค้นของ รภป.ซึ่งค้นเฉพาะกระเป๋าสะพายแต่ไม่ได้ค้นตัวซึ่งพกอาวุธปืนไว้ที่เอว จากนั้นขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ร้านทองห้างทองเยาวราชกรุงเทพ แต่มีลูกค้าอยู่จึงเดินวนไปก่อน โดยไปเข้าห้องน้ำและเดินวนมาขึ้นบันใดเลื่อนอีกรอบและลงมือก่อเหตุตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเหตุ จากนั้นจึงออกจากห้างไปขึ้นรถเก๋งที่จอดไว้ที่ลานจอดรถขับหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวว่า จากการสอบถามพลทหารอุกฤษณ์ อ้างว่าเป็นหนี้และเงินเดือนไม่พอใช้จ่าย โดยก่อนหน้านี้ได้ไปขับรถชนคนและต้องจ่ายเงินให้คู่กรณี 2 แสนบาท และทยอยจ่ายมาเรื่อย แต่พักหลังขาดส่งไปหลายเดือนเพราะเงินเดือนไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงลงมือก่อเหตุ &amp;nbsp;โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปเช่ารถเก๋งคันนี้มาก่อเหตุ ขณะลงมือไม่ได้มีการวางแผนหรือดูลาดเลามาก่อนเพราะเคยมาใช้บริการที่ร้านทองแห่งนี้อยู่แล้ว เมื่อสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุ &amp;nbsp;ส่วนสร้อยคอทองคำที่ได้ไปคนร้ายบอกว่าไม่ได้นับว่ามีกี่เส้นและได้นำไปขายและจำนำไปบางส่วน ซึ่งจำนวนทองที่ทางร้านทองแจ้งไว้จำนวน 14 เส้น หนัก 3 บาท 9 เส้น และ 4 บาท 5 เส้น รวมน้ำหนักทอง 47 บาท หลังจากนี้ก็จะต้องไปสอบสวนขยายผลทองที่เหลือเพราะตำรวจยึดคืนมาได้แค่ 10 เส้นเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนของกลางที่ก่อเหตุตำรวจก็ยึดได้ทั้งหมดทั้งอาวุธปืนขนาด.38 และเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และจากการตรวจสอบประวัติพลทหารอุกฤษณ์ พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีทรัพย์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อปี 2558 มาแล้ว 1 ครั้งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทำแผนตำรวจได้ควบคุมตัว พลทหารอุกฤษณ์ ไปควบคุมตัวที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมและเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99842</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้ร้านทอง, ตำรวจ, พลทหาร, อ.หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bf65ccaa70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; สะเทือนใจ สัปดาห์เดียว 3 พลทหารเสียชีวิตในค่ายทหาร วอนกองทัพเปิดทาง &#039;ยกเลิกเกณฑ์ทหาร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 63 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ &amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;quot;ไอติม&amp;quot; อดีตผู้สมัครส.ส.กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu&amp;nbsp;ถึงกระแส รณรงค์เรียกร้อง ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกกี่ชีวิตต้องสูญเสีย อีกนานแค่ไหนกว่ากองทัพจะเปิดทาง #ยกเลิกเกณฑ์ทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำพังการสูญเสียบุคลากรของประเทศ แม้เพียงคนเดียว ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การเสียชีวิตภายในค่ายทหารของพลทหารถึง 3 นาย ที่มีอายุเพียง 21-22 ปี ซึ่งปรากฏเป็นข่าวภายในสัปดาห์เดียว เป็นเรื่องที่สะเทือนจิตใจของคนในสังคมอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ภายหลังมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ทำให้ร่างกฎหมายนี้ไม่มีโอกาสได้รับการพิจารณาในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมติดตามเรื่องนี้พร้อมกับคำถามที่ว่า จะมีประชาชนอีกกี่คนที่ต้องสูญเสียอนาคตของเขาหลังจากถูกบังคับเข้าไปเป็นทหาร ประเทศนี้จะพัฒนาได้อีกมากแค่ไหน หากพลทหารเหล่านี้ได้มีโอกาสเลือกทำงานที่เขารัก และ กองทัพบกในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง จึงจะเริ่มแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ อย่างจริงจังและจริงใจเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอหนึ่งที่ผมพูดมาตลอด คือการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนไปใช้ระบบสมัครใจทั้งหมดอย่างเดียว โดยมี 3 เหตุผลรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;การเกณฑ์ทหาร ไม่จำเป็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอย้ำว่าความหมายของ &amp;ldquo;การเกณฑ์ทหารไม่จำเป็น&amp;rdquo; ไม่เท่ากับ &amp;ldquo;ทหารไม่จำเป็น&amp;rdquo; - การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ก็ไม่เท่ากับการที่ประเทศจะไม่มีกองทัพ ทหารเป็นอาชีพที่มีคุณค่าและสำคัญต่อประเทศ หากทหารได้ทำหน้าที่ของทหารจริง ๆ
&amp;nbsp;
แต่สิ่งที่ผมกำลังหมายถึง คือไม่จำเป็นต้อง &amp;ldquo;เกณฑ์&amp;rdquo; หรือบังคับ แต่ให้รับเฉพาะคนที่สมัครใจ
&amp;nbsp;
ผมพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่ด้วยอคติ แต่ด้วยข้อมูล เพราะเมื่อวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์จากอุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) แล้ว จะเห็นว่าการเกณฑ์ทหารในไทยไม่มีความจำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากอุปสงค์ (Demand) หรือความต้องการของกองทัพ การขอกำลังพล 100,000 ต่อปี ถือว่า &amp;ldquo;สูงกว่าความจำเป็น&amp;rdquo; ในการรักษาความมั่นคง เมื่อเปรียบเทียบขนาดของกองทัพและยอดกำลังพลต่อประชากรกับต่างประเทศ จะพบว่าประเทศไทยน่าจะสามารถลดยอดพลทหารได้ถึง 30-40%
&amp;nbsp;
โดยปัจจุบัน ประเทศที่มีกองทัพขนาดใหญ่กว่าเรา และ กองทัพต่อประชากรสูงกว่าเรา มีเพียงเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ เมียนมาร์ อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งจะเห็นว่าประเทศเหล่านี้ หากไม่เป็นประเทศมหาอำนาจ ก็เป็นประเทศที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนั้น จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อครั้งเป็นพลทหาร และจากการพูดคุยกับพลทหารและนายทหารจากค่ายอื่นๆ ผมได้เห็นว่าในจำนวน 100,000 คนนั้น หลายคนไม่ได้ทำงานที่จำเป็นต่อความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(i) บางคนเป็น &amp;ldquo;ยอดผี&amp;rdquo; ที่มีชื่ออยู่ใน 100,000 คน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นทหารด้วยซ้ำ เพราะอาจมีการมอบเงินเดือนตัวเองไปแลกกับการได้ออกมาจากค่ายก่อนเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ii) บางคนทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ประจำบ้านของนายทหาร เพื่อทำหน้าที่ซักผ้า ตัดหญ้า ขับรถ ให้นายทหารโดยไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(iii) บางคนทำงานที่ดูผิวเผินเหมือนจะยุ่ง แต่ในความเป็นจริง อาจเป็นการสร้าง &amp;ldquo;งานปลอม&amp;rdquo; ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง (เช่น การใช้เวลาทั้งวันทำความสะอาดกองร้อย &amp;ndash; วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ค่ายทหารสะอาด คือการไม่ต้องเกณฑ์ทหารหลายคนไปอยู่ในค่ายทหารตั้งแต่ต้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(iv) งานบางอย่างอาจใช้คนเยอะไป หรือเป็นงานที่เทคโนโลยีทำแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(v) ภัยคุกคามต่อประเทศได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นประเภทที่ขนาดของกำลังพลไม่สามารถช่วยอะไรได้ เช่น ภัยของอาวุธนิวเคลียร์ ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์
&amp;nbsp;
เมื่อวิเคราะห์จากด้านอุปสงค์ (Supply) หรือจำนวนคนสมัครเป็นทหาร จะพบว่าตัวเลข &amp;ldquo;สูงกว่านี้ได้&amp;rdquo; หากประชาชนเห็นว่าพลทหารมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะได้มาจาก 3 ทาง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(i) รายได้ ที่สูงขึ้น (จากอัตราปัจจุบันที่ 10,000 บาท) และที่ไม่ถูกหักค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าชุดที่ถูกบังคับให้ต้องซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ii) สวัสดิการที่กว้างขวางขึ้น เช่น ด้านการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัวพลทหาร หรือ การสนับสนุนทุนการศึกษาให้ทหารหรือบุตรหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(iii) ความก้าวหน้าทางอาชีพ ที่มีทางเลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะลดเกณฑ์เรื่องวุฒิการศึกษาในการสมัครต่อนายสิบ หรือการสร้างความเท่าเทียมระหว่างพลทหารที่ต้องการเติบโตในกองทัพ กับนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อย
&amp;nbsp;
สิ่งที่เป็นรูปธรรมของความไม่มั่นใจว่าการเป็นพลทหารจะมาพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดี คือภาพความผิดหวัง-เสียใจของชายไทยหลายคนที่ปรากฏอยู่ทุกปี เมื่อรู้ว่าตัวเองจับได้ใบแดง
&amp;nbsp;
ผมเชื่อว่าความรู้สึกนั้นไม่ได้เกิดจากความไม่กล้าหาญ หรือไม่ต้องการ &amp;ldquo;รับใช้ชาติ&amp;rdquo; แต่เพราะเขารู้ว่าเวลาที่ต้องอยู่ในกองทัพ คือค่าเสียโอกาสที่ประเมินไม่ได้ บางคนสูญเสียรายได้ บางคนต้องออกจากงานที่กำลังไปได้ดี บางคนต้องแยกจากครอบครัว ภรรยา และลูกที่ยังเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากกองทัพทราบว่าไม่จำเป็นต้องมีกำลังพลมากขนาดนั้น หากทราบว่าเศรษฐกิจไทยต้องเสียแรงงานไปถึง 100,000 คนต่อปี เหตุใดจึงยังสมควรต้องมีการเกณฑ์ทหารอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;ระบบเกณฑ์ทหารปัจจุบัน นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นตั้งแต่กระบวนการคัดเลือก เพราะคนที่เกิดในครอบครัวที่พอมีฐานะ สามารถเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย เลือกเรียนวิชารักษาดินแดน (รด.) ได้ หรือบางคนที่จับได้ใบดำ ก็อาจไม่ใช่เพราะมีโชคช่วย
&amp;nbsp;
กลายเป็นว่าคนที่ต้องแบกรับภาระนี้ คือคนที่มีโอกาสทางสังคมน้อย ส่วนคนรวย มีเส้นสาย มีโอกาสรอดมากกว่า
&amp;nbsp;
ความเหลื่อมล้ำอีกส่วนเกิดขึ้นในค่ายทหาร ซึ่งกลับไปที่เรื่องความก้าวหน้าทางอาชีพ เพราะพลทหารยศล่างสุดต้องใช้เวลานานมากเพื่อจะไต่ลำดับขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคุณเริ่มต้นจากการเป็นทหารเกณฑ์ เวลาในการไต่ลำดับจะมีไม่เพียงพอ ดังนั้น ตำแหน่งนายพลหรือผู้บัญชาการทหารบก จึงเป็นโอกาสของคนที่จบจากโรงเรียนนายร้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;
3. &amp;ldquo;การเกณฑ์ทหาร ทำให้กองทัพไม่เอาจริงกับเรื่องความรุนแรง และ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในค่าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้ว กองทัพต้องเอาจริงเอาจังกับความรุนแรง ไม่ว่าจะต่อทหารที่ถูกเกณฑ์ หรือ ทหารที่สมัครใจเข้าไป (เช่น กรณีข่าวการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ &amp;ldquo;น้องเมย&amp;rdquo; ที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 &amp;nbsp;ที่สมัครใจเข้าไปเป็นทหาร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงในค่าย และเพื่อแสดงความจริงใจในความต้องการแก้ไขปัญหานี้ กองทัพควรมี &amp;ldquo;ความโปร่งใส&amp;rdquo; มากกว่านี้ ผ่านกลไกต่างๆ ที่เราเคยเห็นว่ามีการใช้อย่างประสบความสําเร็จในต่างประเทศ เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(i) จัดตั้งผู้ตรวจการกองทัพ (Military ombudsman) ทำหน้าที่ตรวจสอบกองทัพแทนรัฐสภา ดำเนินการสืบสวนข้อค้นพบเกี่ยวกับกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทหาร และรับเรื่องร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ii) ปฏิรูปหลักสูตร จปร. และ จัดหลักสูตรอบรมและฝึกฝนบุคลากรทหารเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อลดความรุนแรงทั้งทางร่างกาย (เช่น การธำรงวินัยที่นำมาสู่อันตรายต่อร่างกาย) และ ทางจิตใจ (เช่น การโจมตีทางวาจากับบุคคลเพศทางเลือก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การยกเลิกการเกณฑ์ทหารยังคงเป็นอีกกลไกสำคัญในการแก้ปัญหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตราบใดที่ยังมีการเกณฑ์อยู่ กองทัพก็อาจปล่อยให้ปัญหาคงอยู่ต่อไปได้ (เช่นเดียวกับที่เราเห็นในวันนี้) เพราะหากจำนวนคนสมัครมีน้อย ก็สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายมาบังคับให้ตัวเองมีคนเข้ามาทำงานตามยอดที่เรียกได้
&amp;nbsp;
แต่ถ้าไม่มีการเกณฑ์ และยอดสมัครไม่ถึงจำนวนที่ตั้งไว้ กองทัพก็จะมีคนไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปตัวเองจากภายใน เพื่อให้มียอดสมัครที่สูงขึ้น ด้วยการทำให้การเป็นทหารมิใช่เพียง &amp;ldquo;หน้าที่ของชายไทย&amp;rdquo; แต่ต้องเป็นอาชีพที่น่าดึงดูดและปราศจากความรุนแรงจากภายในค่ายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีใครพอใจที่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แบบปีต่อปี หากชาติคือประชาชน ผมหวังว่ากองทัพบกในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่ใช้เงินภาษี จะได้แสดง &amp;ldquo;ความรักชาติ&amp;rdquo; นั้น ผ่านการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าการ #ยกเลิกเกณฑ์ทหาร จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
&amp;nbsp;
ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ที่ต้องการเป็นทหาร ที่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยและดีขึ้นในค่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่ต้องการประกอบอาชีพอื่น ที่สามารถเลือกเดินตามความฝันของตัวเอง สร้างรายได้ให้ครอบครัว และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;ประเทศ&amp;rdquo; ที่ยังคงมั่นคงเหมือนเดิมและสามารถรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตได้อย่างเท่าทัน แต่มีการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรมนุษย์ที่เหมาะสมขึ้นกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;กองทัพ&amp;rdquo; เอง ที่จะหลุดพ้นข้อครหา &amp;ldquo;สถาบันอำนาจนิยม&amp;rdquo; ไปสู่ &amp;ldquo;กองทัพยุคใหม่&amp;rdquo; ที่แม้เล็กลงด้วยขนาด แต่แข็งแกร่งด้วยประสิทธิภาพ และเต็มไปด้วยบุคลากรที่สมัครใจทำงานและพร้อมทุ่มเทให้องค์กรอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. สามารถรับฟังความเห็นของผมเรื่องการเกณฑ์ทหารได้เต็มๆ ผ่านรายการ Pro &amp;amp; Constitution ที่ผมได้พูดถึงเรื่องนี้ในแง่มุมของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่าการรับราชการทหาร เป็นหน้าที่ของชายไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83605</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, พริษฐ์ วัชรสินธุ, พลทหาร, ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6aa6eac7f0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลทหารได้เฮ!ทบ.ให้ลาพักกลับบ้านได้ หลังรัฐบาลคลายล็อกเฟส 3 กำชับ &#039;การ์ดอย่าตก&#039; คงวินัยทหารต้านโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น กองทัพบกได้มีมาตรการพิทักษ์กำลังพลและกำหนดแนวทางป้องกันการติดเชื้อ สำหรับทหารกองประจำการโดยให้ชะลอการลาพัก และให้ประจำอยู่ในหน่วยทหาร ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา เพื่อป้องกันการติดเชื้อในหมู่ทหาร เป็นผลให้ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาไม่พบการติดเชื้อในค่ายทหาร และกำลังพลมีสุขภาพแข็งแรงสามารถออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอดเวลาที่ชะลอการลาพักของทหารกองประจำการ หน่วยทหารได้มีการสร้างการตระหนักรู้ในการป้องกัน COVID-19 เสริมสร้างทักษะทางทหารพร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการผ่อนคลาย อาทิ ออกกำลังกาย, เล่นกีฬา, ชมภาพยนตร์/แสดงดนตรี จัดเลี้ยงอาหารภายใต้มาตรฐานด้านสาธารณสุข จัดโครงการพาทหารเยี่ยมบ้าน เป็นต้น ซึ่งทหารกองประจำการได้ปฏิบัติตามวินัยทหารต้าน COVID-19 อย่างเคร่งครัด ถือเป็นวิถีปฏิบัติใหม่(New Normal) ที่กองทัพบกได้ปลูกฝังให้กับกำลังพลในช่วงเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า หลังรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ประกอบกับทหารกองประจำการมีพื้นความรู้ความเข้าใจและมีวินัยในการปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกในการป้องกัน COVID-19 สามารถดูแลตนเองได้ ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 63 เป็นต้นไป ทหารกองประจำการที่ไม่ติดภารกิจก็จะทยอยลาพักกลับบ้านได้ตามปกติ โดยกองทัพบกได้กำหนดแนวทางการลาพักที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกัน COVID-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ หน่วยต้นสังกัดออกหนังสือการเดินทางข้ามเขตจังหวัด มีการตรวจสอบการแพร่ระบาดของพื้นที่ปลายทาง การตรวจไข้คัดกรองก่อนและหลังการลาพัก ตลอดจนการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังหลังจากกลับลาพัก พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทางและการพักอยู่กับครอบครัว สำหรับกำลังพลของกองทัพบกในส่วนอื่นยังคงปฏิบัติตามแนวคู่มือทหารต้าน COVID-19 และตามกรอบที่กองทัพบกกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทบ, ทหารเกณฑ์, พลทหาร, ศิริจันทร์ งาทอง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1ce2a42b9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;สั่งห้ามทำร้ายทหารใหม่ต้องดูแลให้ดีที่สุดเหมือนน้องชายคนเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.61 - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)กล่าวถึงนโยบายการดูแลพลทหารใหม่ที่เข้ารายงานตัวประจำการระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย. 2561 ว่า ตนมีนโยบายสร้างทหารต้นแบบ จึงให้ความสำคัญกับพลทหาร ซึ่งถือเป็นน้องชายคนเล็กหรือน้องชายคนสุดท้องของหน่วยทหารซึ่งการจะดูแลให้หน่วยฝึกทหารใหม่ดีได้ กำลังพลก็ต้องอยู่ดี กินดี ดังนั้น พลทหาร ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือทหารที่สมัครเข้ามาประจำการ กองทัพจะต้องดูแลให้ดีที่สุด จึงได้ออกระเบียบใหม่ ดูแลเรื่องอาหาร และความเป็นอยู่ที่ต้องถูกสุขลักษณะและที่อยู่อาศัยต้องพอเพียง ไม่แออัด นอกจากนี้ สิ่งที่พยายามเน้นมากคือ ความเสียสละของผู้บังคับหน่วยฝึกฯ ที่ต้องเสียสละ ดูแลรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งบางเรื่องต้องแก้ปัญหาและดำเนินการไปก่อน&amp;nbsp; เพราะหากรองบประมาณประจำปีอาจจะล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทบ.กล่าวว่า กองทัพได้จัดกิจกรรมต้อนรับครอบครัวและญาติทหารใหม่ เปิดให้ครอบครัวของทหารใหม่ได้เข้ามาดูหน่วยฝึก โรงนอน ตั้งแต่วันแรกที่รายงานตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพบกที่จะให้การดูแลสมาชิกใหม่ในทุกด้านอย่างดีที่สุด ที่สำคัญคือเรื่องสิทธิประโยชน์ ครอบครัวของพลทหารต้องรับทราบว่า ลูกหลานจะได้รับอะไร เบี้ยเลี้ยงเท่าไร และหลังฝึกแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่พ่อแม่ของทหารใหม่เป็นห่วงมากคือยาเสพติดอยากให้กองทัพช่วยลูกหลานที่อาจเคยติดยา เลิกยาให้ได้ เรื่องนี้เป็นปัญหาสังคม ซึ่งนโยบายของกองทัพ ชัดเจนในเรื่องปราบปรามยาเสพติดที่ต้องเดินหน้าเต็มที่ ผมได้ให้นโยบายไปแล้วว่า ต้องหยุดยาเสพติดตามแนวชายแดนโดยใช้กฎอัยการศึกอย่างเต็มที่ ใครที่ติดยาเข้ามาในกองทัพ เราจะบำบัดและดูแล ไม่ใช่แบบคนป่วย แต่คือคนที่หลงผิด สิ่งหนึ่งที่จะเห็นชัดหลังปลดประจำการคือทุกคนมีระเบียบวินัยกลับไป การให้พลทหารทำงานต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่การใช้งานกำลังพล แต่เป็นการปลูกจิตสำนึกให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง ซึ่งการฝึกทหารยุคต้นแบบ ต้องมีลักษณะท่าทาง สมาร์ท ผึ่งผาย มีระเบียบวินัย เพื่อเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานอื่น ๆ ได้ เมื่อทหารมีวินัย กองทัพเข็งแกร่ง ประเทศชาติก็เข้มแข็ง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงการลงโทษพลทหารที่รุนแรงเกินกว่าเหตุว่า เป็นความผิดร้ายแรง หากยังมีอีกถือว่า ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ไม่ใส่ใจดูแล ซึ่งเป็นนโยบายที่เข้มงวด และตนได้สั่งการด้วยตัวเองไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลทหารเหมือนน้องชายใครทำร้ายน้องชายคุณ คุณก็ไม่พอใจ ที่สำคัญต้องให้ความรู้กับครูฝึก ผู้ช่วยครูฝึก การจะซ่อมรับพี่ หรือรับน้องอย่างไร ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของนายทหาร และต้องมีช่วงเวลา ไม่ใช่ใครอยากทำอะไรก็ทำ เป็นเรื่องที่กองทัพเน้นย้ำมาตลอด ต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ซึ่งบางครั้งในสื่อโซเชียลออนไลน์มีการนำภาพเก่า ๆ มาส่งต่อกัน พยายามจะทำร้ายหรือดิสเครดิตทหาร เรื่องนี้เน้นย้ำไปไม่รู้กี่รอบ และครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติและลงโทษอย่างจริงจัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอนาคตจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ล้วนมีทหาร อยากให้มองว่าการที่ลูกหลานมาเป็นทหาร คือการมีอาชีพ การอยากให้ยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นเพียงการมองของคนกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีทหาร ประเทศที่ไม่มีทหาร คือประเทศที่อ่อนแอ ผู้ที่นำเสนอความคิดดังกล่าว ไปจับเอาความเห็นคนส่วนน้อยขึ้นมา บางทีเป็นเรื่องการเมืองไป แต่ให้เชื่อมั่นเถอะว่า ไม่มีประเทศใดไม่มีทหาร การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเป็นไปไม่ได้ ทหารต้องมีทั้งระบบเกณฑ์ ระบบคัดเลือก และสมัครใจเข้ามา ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ที่เป็นพ่อแม่ของทหารกองประจำการ ขอให้สบายใจว่ากองทัพจะดูแลลูกท่านให้ดี ในวันที่ฝึกจนจบและกลับไปกราบตัก กราบเท้าพ่อและแม่ ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เรายืนยันว่า จะทำให้ลูกของท่านเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกณฑ์, ทหารใหม่, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พลทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc74c6793cab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ไม่เชื่อลงโทษนายทหารสั่งเลี้ยงไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ไม่เชื่อลงโทษนายทหารสั่งเลี้ยงไก่จริง &amp;nbsp;17 ก.ค.เดินหน้าร้อง3องค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.ค.61-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏในสื่อและโซเชียลมีเดียว่า มีพลทหารประจำการจากกองพันทหารราบที่ 2 ศูนย์การทหาร ค่ายธนะรัชต์ อัดคลิปความยาว 11 นาที เปิดเผยชีวิตความเป็นอยู่ หลังสมัครมาเป็นทหารเกณฑ์หวังรับใช้ชาติ แต่ถูกผู้บังคับบัญชาส่งมาให้เลี้ยงไก่นับร้อย และเป็นที่ระบายอารมณ์ของผู้บังคับบัญชาสารพัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ออกไป &amp;nbsp;โฆษก ทบ.กลับออกมาแก้ต่างให้อย่างน้ำขุ่นๆ ว่าเป็นแค่การไหว้วานและเป็นเรื่องของน้ำใจและความสมัครใจ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างแพร่หลาย แต่ต่อมาได้ออกมาแถลงพลิกลิ้นว่า กรณีดังกล่าวได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายทหารซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพลทหารคนดังกล่าวแล้ว ส่วนพลทหารที่เลี้ยงไก่ปัจจุบันได้ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่กองร้อยโดยไม่มีการลงโทษแต่อย่างใดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาระบุว่า การกระทำดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่เชื่อว่าจะได้มีการลงโทษนายทหารดังกล่าว เหมาะสมตามความผิดจริง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ประกอบมาตรา 15 แห่ง พรบ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ.2521 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม พ.ศ.2551 เพราะการพลิกลิ้นของโฆษก ทบ. เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า อาจมีการให้ความช่วยเหลือนายทหารคนดังกล่าว และเมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่องดังกล่าวก็จะเงียบหายไปเอง และไม่สามารถนำไปสู่การปฏิรูปกองทัพได้ โดยเฉพาะอาจยังคงมีการนำทหารเกณฑ์ไปรับใช้นายทหารระดับสูงในบ้านพักส่วนตัวต่อไปได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นสมาคมฯ จึงจำต้องนำความไปร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระเพื่อดำเนินการเอาผิดและลงโทษนายทหารดังกล่าวและผู้บังคับบัญชาเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดยในวันอังคารที่ 17 ก.ค. 2561 สมาคมฯจะไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี และเวลา 10.00 น. จะเดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เวลา 11.00 น. และร้องเรียนต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เวลา 11.30 น. บริเวณศูนย์ราชการ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13482</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลทหาร, ลงโทษทางวินัย, ศรีสุวรรณ จรรยา, องค์กรอิสระ, เลี้่ยงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad96807d845d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มจับใบแดงร่ำไห้ไม่ต้องห่วง!ทบ.สัญญาจะดูแลยายให้อย่างดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.61 - สืบเนื่องจากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการแชร์คลิปวิดีโอ &amp;ldquo;เรื่องเล่าจากเกณฑ์ทหาร หนุ่มน้ำตาตก หลังได้ใบแดง ไม่มีคนดูแลยาย&amp;rdquo;นั้น ล่าสุดพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า มีพบอยู่บ่อยครั้งที่น้องทหารใหม่แสดงออกถึงความกังวล เนื่องจากตนเองจะต้องเข้ามารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ส่วนใหญ่มักเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆ เท่านั้น เพราะยังไม่มีข้อมูลเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารปัจจุบัน ยืนยันว่าในรั้วครอบครัวทหารยุคปัจจุบัน&amp;nbsp; ทุกหน่วยจะมีการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกมิติ โดยเฉพาะการให้ความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายนอกรั้วทหาร และให้ความสำคัญกับทหารทุกคนเสมือนเป็นญาติพี่น้องและคนในครอบครัวในทำนองที่ว่าญาติเขาก็เหมือนญาติเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาความกังวลในลักษณะนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดจะมีวิธีช่วยบริหารจัดการให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เชื่อว่าเมื่อทางหน่วยได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยแล้วสุดท้ายอาจไม่ถึงกับต้องเสียภารกิจในทางใดทางหนึ่งไป ไม่ว่าจะภาระทางราชการ หรือภาระทางครอบครัวที่จะมีเพื่อนทหาร และผู้บังคับบัญชาไปร่วมกันดูแล หรือบางกรณีทางหน่วย สามารถพิจารณาเสนอขอใช้ระเบียบการขอลาดูแลบุพการีได้ถ้าจำเป็นจริงๆ&amp;rdquo;โฆษกกองทัพบกระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7408</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, กองทัพบก, ทหารเกณฑ์, พ.อ.วินธัย สุวารี, พลทหาร, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0d11e66811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
