<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พลทหารดับอีก พ่อแม่ร้องมีพิรุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลทหารเสียชีวิตในค่ายอีกราย เจ้าหน้าที่แจ้งใช้มีดแทงข้อมือตัวเองก่อนผูกคอตาย แต่ทางครอบครัวไม่เชื่อ พ่อแม่เข้าแจ้งตำรวจให้ฟื้นคดี ชี้พบพิรุธหลายอย่าง อีกทั้งลูกเป็นคนร่าเริง สมัครเป็นทหารเพราะใจรัก ทำไมจะฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ที่ สภ.ย่อยศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสุรชัย เสนาสนิท อายุ 43 ปี และ น.ส.อุลัย เตื่อยมา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 บ้านโนนสวรรค์ หมู่ 1 ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พ่อและแม่ของพลทหารรชฏ เสนาสนิท อายุ 21 ปี สังกัด มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งแช้ตพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน รวมถึงใบรับรองการเสียชีวิตเดินทางเข้าให้ปากคำ พ.ต.ท.อนุชิต ผดุงชาติ หน.สภ.ย่อยศิลา ตามการนัดให้ปากคำของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยเปิดเผยว่า ครอบครัวมีลูกเพียงคนเดียวคือนายรชฏ ซึ่งลูกชายได้สมัครใจเข้าเป็นทหาร โดยได้เข้าฝึกเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อฝึกทหารครบเรียบร้อยก็มีการลาพัก จึงมารับลูกชายกลับไปพักที่บ้าน แล้วพาลูกชายมาส่งที่ค่ายทหารด้วยตัวเอง แต่ต่อมาวันที่ 1 พ.ย. ทางค่ายได้โทรศัพท์แจ้งว่าลูกผูกคอตายในกระท่อมกลางน้ำที่อยู่ในเรือนจำของค่าย จึงรีบไปดูศพลูกที่ห้องเก็บศพ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เห็นเลือดที่หน้าผาก ที่แขน และมีผ้าขาวม้าที่ผูกคอลูกชาย ซึ่งไม่ใช่ของลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากภาพที่เห็นทำให้สงสัยการตายอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริง เพื่อความเป็นธรรมกับครอบครัว ลูกเป็นคนร่าเริง กลัวเจ็บ เป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าทำตัวเอง และไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า ผมไม่คิดว่าลูกจะทำตัวเองและฆ่าตัวเองตายตามที่ทางค่ายทหารแจ้งมา เพราะก่อนจะเสียชีวิตลูกชายได้ฝึกเสร็จก็ลากลับบ้าน 10 กว่าวัน โดยผมมารับลูกชายที่ค่าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. และเป็นคนมาส่งลูกเอง ในวันที่ 31ต.ค.ยังได้คุยแช้ตกับลูกอยู่ ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงไม่มีความเป็นไปได้เลยว่าลูกจะเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยกล่าวว่า หากลูกชายมีปัญหาอะไรก็เชื่อว่าลูกต้องคุยกับพ่อแม่ โทรศัพท์ก็มีการแช้ตคุยกันบ่อยๆ อีกทั้งก่อนตายลูกชายไม่มีอะไรบ่งบอกที่เป็นลางสังหรณ์ว่าจะลาตาย จนกระทั่งค่ายแจ้งมาว่าลูกชายเสียชีวิต และนำศพไปส่งผ่าพิสูจน์ โดยที่ครอบครัวยังไม่ได้ยินยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าลูกไม่อยากเป็นทหาร ลูกคงไม่สมัครใจเข้ามาเป็นทหาร แต่นี่ลูกสมัครเข้ามาเป็นทหารเอง จึงไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยเปิดเผยด้วยว่า กรณีที่ลูกชายคุยแช้ตกับเพื่อนรุ่นพี่คนสุดท้ายนั้น ขณะนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนคนดังกล่าวแล้ว ทราบว่าในคืนก่อนที่จะพบศพลูกชายนั้น เพื่อนบอกว่าคืนดังกล่าวตัวเองปวดท้องจึงเดินเข้าห้องน้ำ มองเห็นลูกชายยืนอยู่ที่ศาลาจุดเกิดเหตุ เมื่อเข้าห้องน้ำเรียบร้อยจึงเดินไปดู ก็พบว่าลูกชายผูกคอตายแล้ว จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวได้เผาศพลูกไปแล้ว เพราะเชื่อมั่นในความเที่ยงตรงของแพทย์สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ที่ชันสูตรศพ ขณะนี้ครอบครัวรอเพียงผลพิสูจน์ ทั้งอาวุธมีด รอยเลือดและดีเอ็นเอในผ้าขาวม้า รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักของพลทหารรชฏ ที่ อ.บ้านไผ่ พบตายายและญาติพี่น้องอยู่ภายในบ้าน โดยนางรำไพ เตื่อยมา อายุ 71 ปี ยายของผู้ตาย กล่าวว่า ครอบครัวทุกคนไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าหลานชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหลานมีนิสัยร่าเริง อัธยาศัยดี พูดคุยหยอกล้อเล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้านมาตลอด ไม่เคยเห็นเก็บตัวเงียบคนเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการนำศพส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์เพื่อผ่าพิสูจน์โดยไม่แจ้งญาติให้รับทราบก่อน และพบรอยแผลถูกของมีคมที่ข้อมือซ้าย เจ้าหน้าที่บอกว่าหลานเอามีดปอกผลไม้จิ้มข้อมือตัวเอง ซึ่งยิ่งทำให้ไม่เชื่อ เพราะมั่นใจว่าหลานไม่กล้าทำร้ายตัวเองอย่างแน่นอน อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียดชัดเจนกว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผูกคอตาย, พลทหารเสียชีวิต, พลทหารเสียชีวิตในค่าย, พิรุธหลายอย่าง, มีดแทงข้อมือตัวเอง, สมัครเป็นทหาร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad2d5180734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพไทยแจงเหตุ &#039;พลทหาร&#039; ดับปริศนาในค่าย แพทย์สันนิษฐานหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไร้ประทุษร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 - จากกรณีพลทหารเสรี บุตรวงค์ ทหารกองประจำการ รุ่นปี 2563 ผลัดที่ 1 เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 เวลาประมาณ 02.45 น. ณ โรงพยาบาลทหารอากาศ สีกัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งการให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยเน้นย้ำให้ต้นสังกัดดูแล จัดงานศพอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนข้อเท็จจริงและจากผลการสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตโดยแพทย์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 เวลาประมาณ 12.00 น .สันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ลักษณะไหลตาย โดยไม่ได้เกิดจากการถูกประทุษร้าย) ทั้งนี้ นายสมทรง บุตรวงค์ (บิดา พลทหาร เสรีฯ) ได้รับทราบสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์และได้ร่วมขอดูศพแล้ว ซึ่งไม่ติดใจและมีความเข้าใจดีถึงสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเบื้องต้น กรมการสื่อสารทหารซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด ได้จัดผู้แทนหน่วย ได้แก่ ผู้บังคับกองพัน กรมการสื่อสารทหาร และผู้แทนหน่วยฝึกฯ จำนวน 7 นาย ร่วมเดินทางนำศพกลับภูมิลำเนา และจะอยู่ร่วมในงานสวดพระอภิธรรมศพทุกวัน จนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน่วยต้นสังกัดได้ดำเนินการออกค่าใช้จ่ายในการนำศพ พลทหาร เสรีฯ กลับภูมิลำเนา รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายในพิธีสวดพระอภิธรรมทุกคืน ตลอดจนออกค่าใช้จ่ายในงานฌาปนกิจศพ และเก็บอัฐิ กับทั้งยินดีมอบทุนทรัพย์ให้แก่บิดา พลทหาร เสรีฯ เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระความเป็นอยู่ของครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77501</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, พลทหารเสียชีวิต, โรคไหลตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f604f302c112.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
