<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มกุฏ อรฤดี&#039; ผู้ยืนหยัดสู้ให้ไทยมีระบบหนังสือแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 40 ปีที่ มกุฏ อรฤดี ทุ่มเทสร้างงานวรรณกรรม และยังเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่จัดพิมพ์หนังสือคุณภาพมาต่อเนื่องยาวนาน โดยหนังสือหลายเล่มได้ไปอยู่ในความทรงจำของผู้อ่าน เช่นเดียวกับงานเขียนทุกเรื่องที่อาจารย์มกุฏเขียนขึ้น ทั้งในนามปากกา &amp;quot;นิพพานฯ&amp;quot; &amp;quot;วาวแพร&amp;quot; ที่มุ่งกระตุ้นสำนึกด้านดีของมนุษย์ อีกทั้งมีแนวคิดเสนอรัฐบาลจัดตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ หวังพัฒนาระบบหนังสือทั้งระบบ อีกทั้งเป็นผู้สร้างหลักสูตรบรรณาธิการศึกษาและวิชาหนังสือขึ้นในมหาวิทยาลัย รวมถึงโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนและมัสยิด, โครงการห้องสมุดหนังสือดี, โครงการสมุดบันทึกวัยเยาว์ และโครงการฝึกฝนผู้มีดวงตาพิการให้เขียนหนังสือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานและจิตวิญญาณที่อยู่กับหนังสือทั้งหมดนี้ ทำให้คณะกรรมการตัดสินรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี 2561 มีมติมอบรางวัลแด่ มกุฏ อรฤดี นักเขียนผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานประกาศผลและมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 ณ ห้อง Convention Hall บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อน มีคนทำหนังสือ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ต่างๆ นักอ่าน และลูกศิษย์ที่ร่ำเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษา นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีต่อนักเขียนผู้นี้อย่างอบอุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมตตา อุทกะพันธุ์ ผู้บริหาร บ.อมรินทร์ฯ มอบรางวัลชูเกียรติฯ ให้มกุฏ อรฤดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งฯ กล่าวว่า คุณมกุฏ &amp;nbsp;อรฤดี เป็นเพื่อนร่วมอาชีพธุรกิจสิ่งพิมพ์กับคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และมีหลักคิดแนวทางใกล้เคียงกัน คุณชูเกียรติเคยกล่าวไว้ว่า คนไทยมีศักยภาพในการเรียนรู้ไม่แพ้คนชาติอื่น ขอเพียงให้มีสื่อหนังสือที่เขาพอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณมกุฏ อรฤดี ให้ความสำคัญกับการอ่านสูง เพราะถ้ารักการอ่านแล้วจะพัฒนาสิ่งใดก็จะเป็นเรื่องง่าย สิ่งดีงามจะตามมาเอง เพราะหนังสือเป็นสื่ออย่างเดียวที่ถ่ายทอดความคิดความรู้ได้อย่างสุขุม ซึมซับเข้าในสมอง ในหัวใจ คุณมกุฏอยากให้คนไทยได้อ่านหนังสือดีเสมอกัน พยายามปลูกฝังหว่านเมล็ดพันธุ์การอ่านลงไปที่เยาวชนตลอด ยิ่งปัจจุบันพฤติกรรมคนอ่านเปลี่ยนเพราะโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสูง เกิดวิกฤติสิ่งพิมพ์ คนอ่านหนังสือน้อยลง หนังสือ นิตยสาร และสำนักพิมพ์บางแห่งปิดตัวลง &amp;nbsp;แม้บริษัทอมรินทร์ฯ ก็ได้รับผลกระทบนี้รุนแรง แต่ดิฉันเชื่อว่าหนังสือดีจะไม่มีวันหมดไปจากโลก เช่นเดียวกับคุณมกุฏเป็นแบบอย่างคนทำหนังสือที่เพียรพยายามสู้ไม่ถอย&amp;quot; เมตตากล่าวพร้อมแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพิธีมอบรางวัล ทุกคนใจจดจ่อรอช่วงปาฐกถาพิเศษของมกุฏ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือมายาวนาน ซึ่งนักเขียนชั้นครูบอกเล่าความในใจและความเชื่อของเขาที่มีต่อการเขียน การอ่าน และการทำหนังสือ เผยให้เห็นตัวตนอย่างแจ่มชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฏ อรฤดี ปาฐกถาพิเศษในงานมอบรางวัลชูเกียรติฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มกุฏกล่าวว่า หนังสือเป็นมากกว่าเครื่องมือถ่ายทอดความคิดและความบันเทิงเริงรมย์ หนังสือคือผลก้อนใหญ่จากการอ่าน การเขียน และความคิด แต่ประเทศไทยขาดความสนใจเรื่องหนังสือ และไม่พยายามจัดการระบบหนังสือของตนเอง ท้ายสุดเราตามคนอื่นไม่ทัน การพัฒนาชาติต้องใช้ความรู้ในตัวคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเขียนวัย 68 ปีประกาศชัดว่า หน้าที่ในการจัดการเรื่องความรู้ ภาคเอกชนอาจทำได้เพียงจัดกิจกรรม แต่โครงสร้างเป็นหน้าที่รัฐบาลจะต้องทำ โรงเรียนประถมในไทยมีเกือบ 4 หมื่นแห่ง คนที่พูด ถ้ารัฐบาลไม่ทำ เราทำเอง จะมีเงินไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดได้สักกี่ปี อุปสรรคในการแก้ปัญหาคือ รัฐบาลไม่ทำอะไร เพราะเอกชนบอกว่าเรามีโครงการ สังคมไทยเสียเวลามา 15 ปีแล้ว นับแต่รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติว่าด้วยการก่อตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ แล้วก็เปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า &amp;nbsp;ซึ่งประชาชน 80% ในต่างจังหวัดไม่มีโอกาสอ่านหนังสือดีหรือสื่อกระดาษ ชาวบ้านยังเฝ้ารอรัฐบาลเอาเครื่องมือความรู้ไปให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกอีกว่าไม่มีแม้สักคนในรัฐบาลคิดจัดการหนังสือเป็นระบบ จึงมีแต่กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน &amp;nbsp;เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ก็นับหนึ่งใหม่ปีละพันล้าน แต่ไม่เคยติดตามหรือประเมินผล สังคมไทยไม่ได้อะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงสร้างระบบหนังสือชาติจำเป็นสำหรับเรา แม้เรามีฐานะดี ความรู้ดี แต่อีก 80% ไม่มีเลย เราอาจเดือดร้อนจากความไม่รู้ของเพื่อนร่วมชาติ อนาคตลูกหลานจะลำบาก ขณะที่เราเปิดประตูอ้าซ่ารับเออีซี แต่คนของเรามีความรู้เฉลี่ยน้อยมากเทียบกับเพื่อนบ้าน นี่คืออันตรายในอีก 30 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นที่ตักตวงผลประโยชน์ จากนั้นเหลือแค่ซากให้คนไทยเก็บกวาด&amp;quot; มกุฏย้ำชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่คนพูดถึงยุคโซเชียลมีเดียเข้ามาแทนหนังสือ มกุฎบอกว่าเราพูดถึงสื่อออนไลน์เหมือนคนไทยอยู่ในนครนิวยอร์ก หรือชาวบ้าน 90% เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งหมด แต่ไม่ได้พูดถึงหนังสือสื่อกระดาษที่เป็นพื้นฐานความรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากพูดถึงชาวไทยมุสลิม จ.ยะลา ได้ไปทำโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในมัสยิด บังคนนี้จบ ป.6 เป็นกรรมกรรับจ้างรายวัน หลังอ่านหนังสือได้ 1 ปี โดยเฉพาะหนังสือดอกเตอร์ดูลิตเติล เกิดความคิดตั้งกองทุนหมู่บ้าน เก็บเงินสมาชิกวันละบาท ปีละ 365 บาท สร้างสวัสดิการ อีกเล่มอ่านเรื่องยุงลาย จากที่รัฐรณรงค์คว่ำกะลาไม่ให้น้ำขัง กำจัดที่เพาะยุง บังให้ชาวบ้านเก็บกะลามาขายเพื่อเผาเป็นถ่าน รายได้เดือนละ 4 หมื่นบาท ทุกวันนี้มีกิจการนับสิบ นี่คือผลจากการอ่านที่รัฐบาลยังไม่ทำ ห้องสมุดที่รัฐทำไม่มีหนังสือให้ชาวบ้าน ชาวประมง ชาวนาอ่าน จะทำอะไรให้จับปลามากขึ้น ทำนาได้ผลผลิตมากขึ้น&amp;quot; มกุฏกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มกุฏบอกด้วยว่า ขณะที่คนวิตกว่าหนังสือขายไม่ได้ คนไทยไม่อ่านหนังสือ มีภาพตลาดอยู่แค่เมืองกรุง แต่เราลืมตลาดชนบทที่เป็นตลาดใหญ่ของประเทศ ถ้าเปิดตลาดนี้ได้ธุรกิจหนังสือจะยืดอายุไปได้อีก 25 ปี ผลประโยชน์จะตกกับคนในวงการหนังสือเพิ่มขึ้นถึง 80 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ในปีนี้ &amp;quot;มกุฏ&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ บอกว่า ตนรับรางวัลในฐานะคนทำหนังสือในยุคสมัยนี้ ขอขอบคุณผู้ร่วมทำงานตั้งแต่ต้น ทำให้สำนักพิมพ์ผีเสื้อโบยบินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุณผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้อุปถัมภ์สำนักพิมพ์ผีเสื้อมากว่า 30 ปี การทำงานหนังสือไม่ได้คิดแค่ธุรกิจ แต่ลมหายใจต้องอยู่กับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้จะเรียกว่าอาจารย์มกุฏ ครูมกุฏ หรือ &amp;quot;คุณตามกุฎ&amp;quot; ของเด็กๆ นักเขียนผีเสื้อ บุคคลผู้นี้ก็คือนักเขียนที่รังสรรค์วรรณกรรมจนเป็นที่ยอมรับ งานมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือเรื่อง &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; ซึ่งเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กับอาจารย์มกุฏ มาร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้นี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเล่าว่าวิชานี้แตกต่างจากวิชาอื่นๆ นอกจากอาจารย์มกุฏสอนให้ทำหนังสือแล้ว ยังสอนให้เขียนหนังสือ การบ้านคือการเขียนบันทึกประจำวัน สังเกตประโยคที่เขียนผิดและหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง การเขียนหนังสือยากมาก ต้องนึกภาพรอบตัว เราไม่เห็นจะเขียนได้อย่างไร แต่ครูแนะและสอนให้เขียนจากสิ่งที่อยู่ในตัวเรา แล้วสื่อสารให้คนอื่นรับรู้ จนกลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; &amp;nbsp;รวบรวมบันทึกประจำวันของตน สิ่งที่พิเศษมากคือ วิชานี้นิสิตมีสิทธิ์ออกแบบข้อสอบตามความสนใจของตนเองและไปค้นหาคำตอบมานำเสนอ ซึ่งตนทำ 2 หัวข้อ คือ คนมองไม่เห็นเข้าถึงหนังสือสิ่งพิมพ์ได้ และการจัดระบบหนังสือเสียง จากการศึกษาได้ข้อค้นพบไม่ต่างจากที่อาจารย์บอก คือหนังสือต้องเลือกให้เหมาะกับคนกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังเรียนจบได้เข้ามาในสำนักพิมพ์ผีเสื้อกับอาจารย์มกุฏ นอกจากฝึกฝนเขียนหนังสือ ก็ฝึกวาดภาพประกอบและเขียนลายมือ แล้วก็ศึกษาปริญญาโทจิตวิทยาการปรึกษาควบคู่ไปด้วย การร่วมงานกับอาจารย์เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อก่อนไม่เชื่อมั่นตัวเอง ไม่เห็นกลัวทำไม่ได้ ไม่กล้าทำ กลัวทำผิดแล้วตลก ก็กลับมามองตัวเอง เริ่มจากสิ่งที่มี เรามีความรู้สึก นำประสาทสัมผัสมาใช้ให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เต็มศักยภาพ ตอนนี้ก็ยังมีความกลัวอยู่ แต่ไม่ได้ปิดกั้น อาจารย์มกุฏให้พลอยเดินทางเอง เป็นอีกจุดเปลี่ยนเราได้ข้อมูลในการเขียนมากขึ้นจากสิ่งที่ได้ยินและรับรู้ รู้สึกว่าเห็น ซึ่งการเดินทางทำให้เห็นความยากลำบากของคนอื่น เป็นที่มาของหนังสือเล่มที่ 3 เรื่อง &amp;#39;เห็น&amp;#39; จะตีพิมพ์เร็วๆ นี้&amp;quot; พลอย-สโรชากล่าวขอบคุณและระลึกถึงคุณครูในงานครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีกับคุณตามกุฏ&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ กำเนิดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างการทำงานสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและพัฒนาให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีเงินรางวัล 5 แสนบาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ย้อนไปบุคคลที่ได้รับรางวัลปีที่ผ่านมา ได้แก่ อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์, นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร, ดร.สาทิศ อินทรกำแหง, นางรตยา จันทรเทียร, นายเดชา ศิริภัทร, พระราชสุทธิประชานาถ, นายเอนก &amp;nbsp;นาวิกมูล, ศ.สุทธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และล่าสุดคือ มกุฏ อรฤดี บุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18835</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์, มกุฏ อรฤดี, ระบบหนังสือแห่งชาติ, รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, เมตตา อุทกะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb204fb3ece4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
