<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผนึกพลังสร้างอากาศบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พันธมิตรในการติดตั้งเซ็นเซอร์ (Sensor) ตรวจวัด PM2.5 เพิ่มทั่วประเทศ ขานรับนโยบายกระทรวงพลังงาน เดินหน้าสร้างอากาศบริสุทธิ์ ซึ่ง นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ.ได้ประสานงานกับสำนักงานพลังงานจังหวัด (สพจ.) หน่วยงานเจ้าของสถานที่ต่างๆ ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เร่งติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์ ภายใต้โครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน Sensor for All ซึ่ง กฟผ.ได้ร่วมมือกับจุฬาฯ และพันธมิตรพัฒนาขึ้น โดยมุ่งหวังให้เกิดการขยายผลการนำแอปพลิเคชันดังกล่าวไปใช้งานในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเทศสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้พิจารณาให้ติดตั้งเซ็นเซอร์เพิ่มอีกจังหวัดละ 3 จุด รวมทั้ง 76 จังหวัด เป็น 228 จุด โดยมุ่งให้ติดตั้งในบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าหรือโรงงานขนาดใหญ่ สี่แยกไฟแดง หรือเขตถนนที่มีการจราจรหนาแน่น และสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด โดย กฟผ.จะร่วมสนับสนุนงบประมาณค่าเครื่องเซ็นเซอร์ พร้อมค่า Sim card และค่าบำรุงรักษาเซ็นเซอร์ตลอดระยะเวลา 3 ปีแรก รวมถึงสนับสนุนการติดตั้งเซ็นเซอร์ตามจุดเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งหากเป็นบริเวณที่เป็นแหล่งชุมชนก็จะเพิ่มการติดตั้งจอแสดงผลข้อมูลคุณภาพอากาศ (Display Billboard) เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้ข้อมูลประชาชนเพิ่มเติมจากการติดตามผ่านทางแอปพลิเคชัน Sensor for All ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนับตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กฟผ.ได้ร่วมกับจุฬาฯ และพันธมิตร ในการพัฒนาแอปพลิเคชันและติดตั้งเซ็นเซอร์แล้วประมาณ 200 จุดทั่วประเทศ และในอนาคต กฟผ.ยังเตรียมขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านข้อมูลคุณภาพอากาศร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อให้เกิดเป็น Big Data ปรากฏอยู่ภายในแอปพลิเคชัน Sensor for All เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันประชาชนสามารถติดตามข้อมูลรายงานผลคุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ตลอด 24 ชม. ผ่านแอปพลิเคชัน Sensor for All โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Play Store และผ่านทาง website &amp;nbsp;https://sensorforall.eng.chula.ac.th/ เพื่อเฝ้าระวังและวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea9e827eede.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานถก&#039;กฟผ.-ปตท.&#039; คลอดมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2564 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่านายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งหามาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานและกระทรวงต่างๆเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชนเพื่อรองรับผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งกระทรวงพลังงานอยู่ระห่วางการพิจารณาทั้งเรื่องแนวทางการลดค่าไฟฟ้า และอื่นๆ โดยได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมพิจารณาทั้งการช่วยเหลือประชาชน และเร่งลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาต่ออายุ การขยายมาตรการผ่อนผันยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (มินิมัม ชาร์จ) เป็นการชั่วคราวให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ หรือครอบคลุมประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทที่ 3-7 จากเดิมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวต้องเสียค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ซึ่งคิดจากค่าไฟฟ้าในอัตราขั้นต่ำในช่วงภาวะเศรษฐกิจปกติ มาเป็นการเสียค่าไฟฟ้าตามจริงในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง ซี่งมาตรการนี้ สิ้นสุดการช่วยเหลือ เดือน เม.ย. 64 ซึ่งคาดว่าน่าจะต่ออายุอย่างน้อย 3 เดือน ไปถึง ก.ค. 64 ซึ่งกรณีนี้ก็จะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรมที่ได้รับผลกระทบอีกระลอกหนึ่งจากการระบาดรอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าการพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2564 วงเงิน 6,500 ล้านบาท ขณะนี้ ได้มีผู้เสนอขอใช้เงินมาร่วมถึง 15,000 ล้านบาท ในส่วนของ 7 กลุ่ม งาน ซึ่ง กลุ่ม งานที่ 1-6 เห็นชอบเรียบร้อยแล้ว ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่ม ที่ 7 กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก วงเงินสนับสนุน 2,400 ล้านบาท เนื่องจากปิดข้อเสนอ ช้าที่สุด คือ วันที่ 31 มี.ค. จึงอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยภาพรวมจะอนุมัติเสร็จสิ้นในเดือนพ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยอมรับว่า โควิด-19 อาจจะกระทบ ถึงการรับเหมาก่อสร้างในส่วนที่หน่วยงานต่างๆได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอนุกรักษ์ฯปี 64 บ้าง ซึ่งคงจะมาพิจาณณาขยายเวลาในภายหลัง โดยในส่วนของการอนุมัติ โครงการได้มีการประชุมออนไลฯและจะอนุมัติเสร็จสิ้นทุกกลุ่มในเดือนพ.ค.นี้และเร่งลงนามในสัญญา โดยก็หวังว่า เม็ดเงิน 6,500 ล้านบาทจะมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่ง&amp;rdquo; นายกุลิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังประเมินความต้องการพลังงานโดยรวมในช่วงนี้ก็มีโอกาสที่จะชะลอลง และอาจส่งผลไปยังการใช้ก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตไฟฟ้า และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ในส่วนของรายใหม่ โดยยอมรับว่ายังไม่ได้พิจารณาเรื่องปริมาณนำเข้าแอลเอ็นจีในส่วนของรายใหม่ในช่วงนี้ ซึ่งกระทรวงฯจำเป็นต้องเน้นย้ำเรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยและรับมือสถานการณ์โควิด-19 ร่วมกับรัฐบาลก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลิศ สมบัติศิริ, พลังงาน, มาตรการลดค่าครองชีพ, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609126dc24182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัครฟรี! MEA เปิดรับสมัครอาคารประหยัดพลังงาน  MEA ENERGY AWARDS พร้อมรับชมสัมมนาออนไลน์ “การใช้พลังงานดีมีประสิทธิภาพ คุณภาพอากาศได้มาตรฐาน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ขอเชิญสัมมนาออนไลน์ MEA ENERGY AWARDS เพื่อรับฟังการชี้แจงหลักเกณฑ์การเข้าร่วม &amp;ldquo;โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานปีที่ 6&amp;rdquo; และเงื่อนไขในการขอรับการสนับสนุนการลงทุนปรับปรุงการใช้พลังงานในอาคาร พร้อมด้วยบรรยายพิเศษ&amp;ldquo;การปรับตัวของอาคารเพื่อรับ New Normal&amp;rdquo; โดย อาจารย์เกชา ธีระโกเมน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564 เวลา 13.00-15.30 น. ผ่านทางระบบ Zoom Cloud Meeting Application ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ได้ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;https://forms.gle/QwGVtqv2pkUdLddF6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาสามารถเข้าร่วมการสัมมนาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมกิจกรรมมีสิทธิ์รับของที่ระลึก ลุ้นรับรางวัล iPad และ Gift voucher ล้างแอร์ฟรี สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ส่งก่อนมีสิทธิ์ก่อน (รับจำนวนจำกัด) ผ่าน ระบบ Zoom Application โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับรหัส Zoom Meeting ID ทาง Email ที่ท่านลงทะเบียนไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนสัมมนาแบบออนไลน์ และจะปิดรับลงทะเบียน วันที่ 26 เมษายน 2564 ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาโครงการฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โทร 089 167 1222 หรือ 096 883 8827&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำหรับผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการประเมิน MEA ENERGY AWARDS สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ เพื่อขอรับการประเมิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สามารถส่งใบสมัครพร้อมลงนามรับรองข้อมูลได้ที่อีเมล meaaward@gmail.com และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่www.meaenergyawards.info สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาโครงการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ผู้ประสานงาน คุณณัฐวุฒิ เลาหะกาญจนศิริ และ คุณณัฐวุฒิ ทันหิกรณ์ ได้ที่หมายเลข 09 5775 7972, 08 9167 1222 หรือ โทรศัพท์ 0 2470 9604-8 ต่อ 1202,1302 (วันและเวลาราชการ) โดยสามารถเปิดรับสมัครอาคารในเขตพื้นที่ให้บริการของ MEA คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้แล้ววันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100386</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA ENERGY AWARDS, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ประหยัดพลังงาน, พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608196147b6b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันวิทยาการพลังงาน เปิดรับสมัครนักศึกษาร่วมหลักสูตรวิทยาการพลังงาน จัดหนัก 6 วันเต็ม! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถาบันวิทยาการพลังงาน ในความร่วมมือของกระทรวงพลังงาน กลุ่ม ปตท. และภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ปี 2-4 ทั่วประเทศ เข้าร่วมหลักสูตรวิทยาการพลังงานสำหรับนักศึกษา รุ่นที่ 5 (วพศ. 5) ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อจุดประกายความคิด เสริมสร้างความเข้าใจ ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า พร้อมพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 รับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 มีนาคม 2564 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 30 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 1 กำหนดการอบรม 30 พฤษภาคม &amp;ndash; 4 มิถุนายน 2564 ณ จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2 กำหนดการอบรม 6 &amp;ndash; 11 มิถุนายน 2564 ณ จ.ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามรายละเอียเพิ่มเติมได้ที่ www.thailand-energy-academy.org หรือ 02 &amp;ndash; 537 &amp;ndash; 3787 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., พลังงาน, ภาคีเครือข่าย, วพศ. 5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037494e8c027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 05:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ในพื้นที่ขาดแคลน  เพื่อโอกาสการใช้พลังงานอย่างทั่วถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งแสงสี เป็นเมืองที่มีผู้คน การเดินทาง การใช้ชีวิตถือได้ว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และยังเป็นเมืองในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ไม่เว้นแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยกให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมเยือนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทุกอย่างเริ่มต้นจากการอัธยาศัยของคนไทยที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนจะรู้สึกอุ่นใจเสมอ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้รองรับความต้องการของคนในพื้นที่ได้ หนึ่งในนั้นคือ &amp;ldquo;ไฟฟ้า&amp;rdquo; ที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเดินหน้าของเมือง จึงพูดได้ว่ากรุงเทพคือแดนศิวิไลซ์ ความเพรียบพร้อมทั้งที่อยู่อาศัย น้ำ ไฟ การเดินทางไปไหนมาไหน มีรถไฟฟ้า รถประจำทาง หรือเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้แทบจะทุกจุดของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่ใครจะไปคิดว่าในทุกวันที่เมืองหลวงมีไฟฟ้าใช้อย่างไม่ขาดตลอด 24 ชั่วโมง แสงไฟส่องสว่างไปเกือบทุกพื้นที่ตลอดเวลา ทุกคนไม่ต้องเดือนร้อนในเรื่องดังกล่าว แต่ในประเทศเดียวกัน ในพื้นที่ที่ไกลออกไปจากเมืองหลวง ผู้คนในพื้นที่เหล่านั้นอาจจะไม่เคยมีแสงจากหลอดไฟฟ้าส่องสว่างเลยก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทุกอย่างอาจจะดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย ท่ามกลางความเงียบสงบและมืดมิด หรือมีเพียงแสงไฟจากการผลิตไฟขึ้นมากันเอง ไม่สามารถส่องสว่างได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ที่ใช้ชีวิต เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและยังเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ 100% แต่ก็มีทิศทางดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนลึกในเขตอุทยาน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่เรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;ชุมชนบ้านน้อยกาฬสินธุ์&amp;rdquo; ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หุบเขาล้อมรอบ เส้นทางคดเคี้ยวเป็นหลุมบ่อ แต่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcac7ff80yiv1783404014&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอำพร คาดีวี ผู้นำชุมชนบ้านน้อยกาฬสินธุ์ เล่าว่า ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตทำไร่ทำนาหาเลี้ยงครอบครัวกันแบบตามมีตามเกิด แม้จะมีความรู้สึกลึกๆ อยู่ในใจว่าอยากมีไฟฟ้าใช้เหมือนกับที่อื่น แต่ก็เข้าใจว่าการติดตั้งสายส่งต่างๆ ในพื้นที่เขตอุทยานนั้น เป็นเรื่องยากและละเอียดอ่อน เป็นห่วงก็แต่เด็กๆ เวลาจะทำการบ้านช่วงค่ำ หรืออ่านหนังสือก็ต้องใช้แสงไฟจากตะเกียงไปก่อน บางวันฝนตก ลมแรง แสงไฟจากตะเกียงหรือเทียนก็ไม่สามารถพึ่งพาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากเสียงเล็กๆ ที่ดังพอ ผนวกกับปัญหาที่คิดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชุมชนแบบนี้จึงทำให้ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ก่อตั้งโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้เกิดโครงการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ในพื้นที่ที่ขาดแคลน รวมถึงโครงการยกระดับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งเป็นการเข้าไปสำรวจความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความต้องการการใช้ไฟฟ้าอยู่ แต่ไม่สามารถติดตั้งสายส่งไฟฟ้าจากส่วนกลางในพื้นที่นั้น ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยโครงการดังกล่าวได้ริเริ่มไปในหลายพื้นที่แล้ว ทั้งโครงการยกระดับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ณ ชุมชนบ้านนาปอ ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ได้ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรร่วมกันลงพื้นที่ติดตั้งระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ คือ ระบบตะบันน้ำ ระบบสูบน้ำจากเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 5.2 กิโลวัตต์ และไฟส่องสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับ วัด อาคารอเนกประสงค์ โรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ระบบสเปรย์หมอกพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบกรองน้ำช่วยยกระดับและพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ณ กลุ่มส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชน ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ที่ได้ติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 16 แผง ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 5 กิโลวัตต์ ในรูปแบบ On-Grid Connection สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไฟ้ฟ้าได้มากกว่า 90 % รวมทั้งยังเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับชุมชนอย่างรู้คุณค่าและเกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการดังกล่าวของมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน อย่างเช่น ชุมชนบ้านมะค่า ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา , โรงเรียนบ้านยุบตาเหน่ง ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อให้มีพลังงานทดแทน ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่พื้นที่ชุมชนบ้านน้อยกาฬสินธุ์ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับสูบน้ำ ขนาด 2.56 กิโลวัตต์ (โซล่าร์เซลล์ 8 แผ่น) และ สำนักสงฆ์ และอาคารอเนกประสงค์ของชุมชน โดยมูลนิธิได้ตั้ง ชุดส่องไฟสว่างเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับครัวเรือน สำหรับบ้านในพื้นที่ จำนวน 30 ชุด นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ชำรุดให้กับกองร้อยทหารพรานที่ 1405 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และส่งเสริมให้ชาวบ้านได้นำความรู้และประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอำพร กล่าวว่า ชุมชนมีแสงสว่างใช้ในช่วงเวลากลางคืน มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และยังลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟได้ 114,975 บาท/ปี ซึ่งในวันนี้พวกเรามีไฟฟ้าใช้ มีทีวี มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีน้ำเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเด็กนักเรียนสามารถทำการบ้านได้ตอนกลางคืนไม่ต้องเสียตังค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟ คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., พลังงาน, โซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6d48489cb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039; แรงปลาย-รมว.พลังงาน ในสัมพันธ์ลึก &#039;บิ๊กตู่- 2 เสธ.&#039; ตึกไทยคู่ฟ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 - โผครม.ประยุทธ์ 2/2 เริ่มลงตัวเกือบหมดทุกตำแหน่งแล้ว อย่างเก้าอี้ &amp;quot;รมว.พลังงาน&amp;rdquo; เก้าอี้รัฐมนตรีที่ร้อนแรงที่สุดในการปรับคณะรัฐมนตรี &amp;rdquo;ประยุทธ์ 2/2&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่เดิม แคนดิเดท คู่ชิงตอนต้นสัปดาห์ คู่ชิงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กับไพบูลย์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม อดีตบิ๊กปตท. ทว่าสุดท้าย ชื่อมาแรง เอาตอนปลายสัปดาห์และเข้าวินแบบม้วนเดียวจบ กลายเป็น &amp;quot;สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์&amp;quot; ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจพลังงานมาค่อนชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ว่าชื่อนี้ น่าจะลงตัว โผไม่พลิก ก็เพราะ การที่ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ลาออกจากทั้งบอร์ดบริษัท ปตท.และประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร&amp;nbsp;บริษัทปตท.รวมถึง ลาออกจากกรรมการ และกรรมการกำกับกดูแลกิจการ บริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือPPTGC ในเครือปตท.ที่ทำธุรกิจด้าน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทใหญ่ยักษ์ทั้งสองแห่ง ที่มีเงินเดือน-เบี้ยประชุมรวมกันหลายแสนบาทต่อเดือน แล้ว สุพัฒนพงษ์ มาลาออก ในช่วงที่ใกล้จะมีการนำรายชื่อโผครม.ประยุทธ์ 2/2 ขึ้นทูลเกล้าฯ ในเร็ววันนี้ โดยตอนนี้ ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดง ต้องไปส่งประวัติให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนทำโผส่งให้ นายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า การลาออกจากบริษัทขนาดใหญ่ระดับทวีปอย่าง ปตท. ในช่วงเวลานี้แบบนี้ สอดรับกับกระแสข่าว &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ทำใจ อดนั่งรมว.พลังงานและ &amp;quot;ไพรินทร์&amp;quot;&amp;nbsp;ไม่มีชื่อในโผครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยไม่น่าพลาด &amp;nbsp;รมว.พลังงาน คงไม่พลิกไปจากชื่อของ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ &amp;nbsp;ซึ่งแวดวงธุรกิจและเครือข่ายการเมืองในรัฐบาล รู้กันดีว่า ชื่อนี้ เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับพลเอกประยุทธ์ เป็นการส่วนตัวมานานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดึง สุพัฒนพงษ์ มาเสริมทัพ ครม. ประยุทธ์ 2/2 หากถาม คนในวงการธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน คาดว่าส่วนใหญ่คงขานรับ เพราะด้วยโปร์ไฟล์การทำงาน เอาแค่ 5 ปีย้อนหลัง ก็ผ่านตำแหน่งระดับท็อป ในเครือข่าย ธุรกิจ-ปตท. &amp;nbsp;ที่มีสินทรัพย์-มูลค่าทางธุรกิจหลายแสนล้านบาท จึงถือว่าผ่านงานใหญ่มาแล้ว การมานั่งเป็น รมว.พลังงาน คุมเรื่องนโยบาย เลยน่าจะทำได้ไม่ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลัง สุพัฒนพงษ์ ผ่านเก้าอี้สำคัญๆ อย่างเช่น อดีตประธานกรรมการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิ คอล จำกัด (มหาชน) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สุพัฒนพงษ์ นอกจากมีความคุ้นเคยกับพลเอกประยุทธ์แล้ว ในฐานะที่ปรึกษานายกฯส่วนตัวด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวหลายกระแสอ้างว่า เขามีสายสัมพันธ์อันดีกับ &amp;quot;staff-ตึกไทยคู่ฟ้า&amp;quot; ทีมงานหน้าห้อง -เสนาธิการส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ในตึกไทยคู่ฟ้าอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกับ &amp;quot;2เสธ.-ตึกไทยฯ&amp;quot; นั่นก็คือ &amp;quot;เสธ.นิมิตต์ -พลตรี นิมิตต์ สุวรรณรัฐ&amp;quot;นายทหารเสนาธิการประจำรมว.กลาโหม ที่เป็นเสมือน &amp;quot;หัวหน้าสำนักงาน พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม&amp;quot; และ &amp;quot;เสธนิว- พลตรี นิธิ จึงเจริญ&amp;quot; เตรียมทหาร 29 นายทหารเสือราชินี ซึ่งปัจจุบันทั้งสองคน ก็ยังรับราชการทหารอยู่ แต่มาช่วยงาน พลเอกประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ยุคยังเป็นนายกฯควบหัวหน้าคสช.จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ สุพัฒนพงษ์ &amp;nbsp;มีความคุ้นเคยกับ 2 เสธ.ข้างกายบิ๊กตู่ ก็คงเพราะด้วยการที่ สุพัฒนพงษ์ เป็นผู้บริหารใน ปตท.และบริษัทพีทีที โกลบอลฯ มาหลายปี ผ่านตำแหน่งหลักในเครือปตท.มาแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยมีการมองกันว่า เลยเกิดการเชื่อม &amp;quot;คอนเน็คชั่น&amp;quot; กันขึ้นในช่วงยุคคสช. ที่ตอนนั้น มีการส่งชื่อ พลตรีนิมิตต์ สุวรรณรัฐ ไปนั่งเป็น&amp;quot;บอร์ดปตท.สผ.&amp;quot;บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเคมี ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในเครือปตท.ที่เสธนิมิตต์ เป็นบอร์ดมาตั้งแต่ยุคคสช.จนถึงปัจจุบัน ขณะที่ เสธนิว &amp;nbsp;พลตรี นิธิ &amp;nbsp;ก็เป็นบอร์ดบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิ คอล จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือปตท.อีกแห่งหนึ่ง ที่ สุพัฒนพงษ์ เคยเป็นประธานบริษัท ฯผลก็เลยทำให้ สุพัฒนพงษ์ จึงไม่ใช่ &amp;quot;คนแปลกหน้า&amp;quot; ของ ทีมงานตึกไทยคู่ฟ้าของบิ๊กตู่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เรียกได้ว่าเป็น &amp;nbsp;คนคุ้นเคย -คุ้นหน้ากันทั้งนั้น เพราะเวลา 2 เสธ &amp;quot;เสธ.นิมิตต์-เสธ.นิว&amp;quot; ไปร่วมประชุมบอร์ดปตท.สผ.กับบอร์ด บริษัท พีทีที โกลบอลฯ ก็จะต้องเจอกับ สุพัฒนพงษ์ ด้วยแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จุดนี้เลยมีการมองกันว่า ที่ผ่านมา อาจทำให้ สองเสธ ข้างกายบิ๊กตู่ อาจเสริฟข้อมูล ให้พลเอกประยุทธ์ฟังว่า การบริหารงานของ &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; ในเรื่อง พลังงานเป็นอย่างไร จนสุดท้าย ชื่อของ สุพัฒนพงษ์ ที่คือ &amp;quot;ตัวจริง&amp;quot; มาตลอด ไม่ใช่ &amp;quot;สุริยะ-ไพรินทร์&amp;quot; เลยมาแบบเงียบๆ แต่ม้วนเดียวจบ เตรียมกลับไปนั่งทำงานที่ตึกศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ถนนวิภาวดีรังสิต &amp;nbsp; ศูนย์บัญชาการใหญ่ของ บริษัทในเครือ ปตท. อีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่าไม่ได้กลับไปในฐานะผู้บริหารเครือปตท. แต่จะกลับไปในฐานะ รมว.พลังงาน ที่ห้องทำงาน ก็อยู่ในตึกศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72848</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิธิ จึงเจริญ, นิมิตต์ สุวรรณรัฐ, พลังงาน, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2153ee270c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 06:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 06:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควตารมต.แทน 4 กุมาร &#039;บิ๊กตู่&#039; จัดเอง ลงตัว &#039;ปรีดี&#039; คุมคลัง คาด &#039;ไพรินทร์&#039; ดูพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรีดี ดาวฉาย,ไพรินทร์ ชูโชติถาวร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.63 - รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคในวันที่ 21 ก.ค. จะมีการพิจารณาเสนอชื่อรัฐมนตรีโควตาของพรรคให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พิจารณา เนื่องจากมีรัฐมนตรีที่เคยอยู่ในส่วนของพรรคลาออก ทำให้มีเก้าอี้ว่างลง 4 ตำแหน่งคือ รองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง รมว.พลังงาน และรมว.การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับ รมว.คลัง และรมว.พลังงานนั้น แม้แกนนำบางคนใน พปชร.อยากจะมานั่ง และแม้นายกฯจะเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองดี แต่โจทย์สำคัญที่นายกฯมองคือ ต้องแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชนในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง และรมว.พลังงาน จะเป็นโควตาคนนอกที่เป็นมืออาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งความตั้งใจนายกฯต้องการปรับ ครม.ให้น้อยที่สุดเพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น และให้เกิดแรงกระเพื่อมน้อยที่สุด โดยสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วน รมว.คลัง รอเพียงการตอบรับจากนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทยเท่านั้น ส่วน รมว.พลังงาน มีความเป็นไปได้สูงที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม จะมารับตำแหน่งนี้ เพราะมีประสบการณ์บริหารด้านพลังงาน และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ 3 ป. และเชื่อว่า ทั้งสองคนจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน รวมถึงจะเป็นบทพิสูจน์ความเป็นภาวะผู้นำของนายกฯในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่เอาการเมืองมาเล่น เพราะสถานการณ์วันนี้แม้การเอาคนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยแก้ปัญหาก็ยังมั่นใจได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ ดังนั้น หากนายกฯพูดคุยทำความเข้าใจด้วยเหตุด้วยผล ทุกคนจะเข้าใจ เพราะถ้าการเมืองตีรวนจนอยู่ไม่ได้ บ้านเมืองจะยิ่งอยู่ไม่ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71783</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คลัง, ประยุทธ์2/2, ปรับครม., ปรีดี ดาวฉาย, พลังงาน, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f123147c7ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
