<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA เปิดรับสมัครผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้ง Solar Rooftop ช่องทางออนไลน์ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัย COVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (3 สิงหาคม 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า MEA พัฒนาระบบเปิดรับสมัครผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้ง Solar Rooftop ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://myenergy.mea.or.th เพื่อยกระดับการให้บริการที่ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ COVID-19&amp;nbsp; พร้อมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐบาลด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในบ้านอยู่อาศัย อาคารหรือสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่ให้บริการของ MEA คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งหากต้องการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้านั้น ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงป้องกันเหตุอันตรายกับเจ้าหน้าที่ MEA ที่ปฏิบัติงาน อีกทั้งไม่ให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้า ปัจจุบันผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเชื่อมต่อกับ MEA ได้ 2 รูปแบบ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ภายในอาคาร ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนานกับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ MEA เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในบ้านอยู่อาศัย อาคารหรือสถานประกอบการเป็นหลัก โดยไม่ขายไฟฟ้าให้กับ MEA โดยการยื่นแบบคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ MEA เพื่อให้พิจารณาตามระเบียบ MEA ว่าด้วย ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า การใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการปฏิบัติการระบบโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งประกาศใช้ ณ ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ภายในอาคาร และขายส่วนที่เหลือให้ MEA ประกอบด้วย 2 โครงการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 โครงการ Solar ภาคประชาชน การจัดหาไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 ตามประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ MEA ที่ติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยติดตั้งเพื่อใช้เองเป็นหลักและขาย ส่วนที่เหลือให้กับ MEA ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาท/หน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 โครงการ Solar กลุ่มโรงเรียน สถานศึกษา โรงพยาบาล การจัดหาไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับกลุ่มโรงเรียน สถานศึกษา โรงพยาบาล และสูบน้ำเพื่อการเกษตร (โครงการนำร่อง) พ.ศ. 2564 ที่ติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยติดตั้งเพื่อใช้เองเป็นหลักและขายส่วนที่เหลือให้กับ MEA ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า 1 บาท/หน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สนใจจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://myenergy.mea.or.th/&amp;nbsp; หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112081</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, MEA, การไฟฟ้านครหลวง, ติดตั้ง Solar Rooftop, นายจุมภฎ หิมะเจริญ, พลังงานหมุนเวียน, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา, เปิดรับสมัครผู้ใช้ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109099243938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ คิดให้เร็ว คิดให้เป็นระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ในยุคสมัยปัจจุบัน เมื่อพูดถึง &amp;ldquo;แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้&amp;rdquo; หรือ ACE ที่ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาด้านพันธุ์พืชพลังงาน ไม่มีใครไม่รู้จัก ที่ผู้บริหาร (CEO) มีวิสัยทัศน์ที่เด่นชัด คือ จะเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด รับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและสังคม หลักๆ ที่ดำเนินธุรกิจเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดมาตั้งแต่แรกๆ เกือบ 10 ปีที่แล้ว สมัยคนที่ยังไม่ค่อยพูดกันในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันนี้ &amp;ldquo;อาทิตย์เอกเขนก&amp;rdquo; ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (​มหาชน) หรือ ACE ที่เล่าว่า สมัยก่อนคนยังคิดว่าพลังงานหมุนเวียนเป็นของแพง หากจำกันได้สมัยก่อนมีข้อถกเถียงกันเรื่อง Fossil Fuels หรือพลังงานที่มาจากปิโตรเลียมถูกสุดแล้ว คุณอย่าไปทำเลยพลังงานหมุนเวียน มันแพง เพราะสมัยนั้นถ้าจำกันได้โซลาร์ลงทุนเมกะวัตต์หนึ่งประมาณ 120 ล้าน วันนี้เหลือประมาณ 20 ล้าน ลงเร็วมาก ในขณะที่ชีวมวลสมัยก่อนบ้านเรายังแทบไม่มีคนทำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าทางเจ้าของและผู้ก่อตั้ง เนื่องจากท่านทำเกษตรอุตสาหกรรมมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนะชัย เล่าว่า ได้เข้ามาร่วมงานที่บริษัทเกือบๆ 4 ปีที่แล้ว สิ่งที่เลือกก่อนคือ แน่นอนนอกจากนายเลือกเรา เราก็เลือกนายเหมือนกันเป็นธรรมดา ต้องดูว่าปรัชญาในการทำธุรกิจคืออะไร ซึ่งสิ่งที่เห็นอย่างแรกคือ ทั้ง &amp;ldquo;คุณจิรฐา-ท่านวิระชัย ทรงเมตตา&amp;rdquo; เป็นคนที่ทำงานจริงจัง เป็นนักอุตสาหกรรมมาก่อน เป็นนักเกษตรอุตสาหกรรมมาก่อน ตรงไปตรงมา ทำอะไรด้วยความตั้งใจ พร้อมตั้งเป้าว่าจะเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในเรื่องของพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดว่า จริงๆ พลังงานหมุนเวียนสมัยก่อน แม้กระทั่งโรงไฟฟ้าธรรมดามันดูว่าจะเป็นยาขมสำหรับชาวบ้าน มันเหมือนกับว่าคุณไปอยู่ที่ไหนชาวบ้านเดือดร้อน ก็เลยมองว่า จริงๆ มันไม่ใช่ ถ้าทำให้ดี นอกจากไม่สร้างความเดือดร้อนแล้ว &amp;ldquo;ชาวบ้านได้ประโยชน์ ประเทศได้ประโยชน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนะชัย เล่าอีกว่า สมัยก่อนตอนที่เริ่มกิจการเรายังต้องพึ่งพิงน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ นั่นหมายถึงอนาคตความเสี่ยงของประเทศคือการพึ่งพิงพลังงานภายนอกมหาศาล หากวันหนึ่งถูกตัดตอน ตัดท่อส่ง คือประเทศไฟดับ (back out) จะเกิดปัญหาตามมา เงินก็ออกไปต่างประเทศทุกวันๆ เพราะฉะนั้นหากสามารถทำได้เองและพึ่งพิงตัวเองได้มากที่สุด คือใช้พลังงานที่มีอยู่ในประเทศ อันนี้มันก็น่าจะเป็นการตอบโจทย์ และเป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงได้ทำโรงไฟฟ้า ที่อยู่ข้างชุมชนแล้ว นอกจากไม่สร้างปัญหายังช่วยแก้ปัญหาให้ชุมชนด้านมลพิษที่เคยมีจากการเผา โดยประชาสัมพันธ์และเชิญชวนชาวบ้านว่าไม่ต้องเผา ให้มาเผาที่เรา ชาวบ้านก็มีงานทำ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าก้าวมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตที่ต้องการแล้วหรือยัง ธนะชัย เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาไม่เคยกำหนดจุดสูงสุดในชีวิตของตัวเอง บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะสูงสุดตรงไหน ถามว่าเป็นคนที่ชอบความท้าทายไหม ก็ใช่ ถ้าอยู่ในกรอบที่เรียกว่า Comfort Zone นานๆ จะรู้สึกเบื่อ พยายามขยายขอบเขตให้มากขึ้น ลองทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่ยากขึ้น มองว่าคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีสีสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็ไม่เคยกำหนดตัวเองว่า ต้องทำให้ถึงจุดไหนจึงจะถึงจุดสูงสุดของเราแล้ว เช่น ต้องมีเงินเท่านี้ ซึ่งเงินก็ไม่ใช่คำตอบของชีวิต ถ้าเลือกเงิน คงทำธุรกิจส่วนตัวไปแล้ว แต่ด้วยส่วนตัวไม่ชอบจุกจิก ไม่ชอบเครียด สมมุติการมีเงิน 1 ล้าน กับการมีเงิน 10 ล้านแล้วความสุขมันจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น สำหรับตนแล้วถ้าเทียบกัน เรื่องเวลากับเรื่องเงิน จะให้คุณค่ากับเวลามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องแบ่งเวลาให้ครอบครัวนั้น ธนะชัย บอกว่า ตั้งแต่เริ่มทำงาน ตั้งโจทย์กับตัวเองว่า จะไม่เอางานกลับไปที่บ้าน เพราะเชื่อว่าสมัยทำงานแรกๆ ตอนจบใหม่ๆ ไปทำงานรู้สึกว่าทำเยอะๆ ไม่มีเวลา ดูเครียดๆ ดูเท่ ดูคูล จริงๆ ไม่ใช่เลย ถ้าเรารู้จักจัดการเวลา ทำให้เร็ว คิดให้เร็ว คิดให้เป็นระบบ จริงๆ เราไม่ต้องใช้เวลาไปกับงาน จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเสมอ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การที่เรารู้จักคิด รู้จักมีระบบ ที่ผ่านมาใช้วิธีนี้ตลอด โดยส่วนตัวเป็นคนทำงานเร็ว คิดเร็ว จะพยายามทำงานให้มันจบในเวลา พอกลับบ้านก็ไม่มีการเอางานกลับไปอีก กลับบ้านก็อยู่กับลูก เล่นกับสุนัข ก็จะเป็นแบบนั้น ชีวิตผมก็จะง่ายๆ ไม่ได้หรูหรา รถยนต์ก็ใช้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้เป็นสปอร์ตคาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนะชัย เล่าต่อว่า มีบุตร 2 คน สิ่งที่ให้เขาได้เต็มที่คือ &amp;ldquo;เรื่องการศึกษา&amp;rdquo; รู้สึกว่าโลกอนาคตน่ากลัวสำหรับเด็ก จริงๆ โลกมันเปลี่ยนเร็วมาก มองว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ผ่านมาบอกลูกเสมอว่าไม่ได้เป็นคนร่ำรวยนะ ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติมากมาย เราเกิดมาจากครอบครัวที่ไม่ได้มีอะไร แต่วันนี้สิ่งที่ให้ได้ก็คือเรื่องการศึกษา ซึ่งให้ได้เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะโลกมันไม่ได้อยู่แค่เมืองไทยแล้ว มันไปทั่วโลก แข่งกันทั่วโลก ถ้าไม่ให้อาวุธเขาไว้ก็เป็นห่วงเขาอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ, พลังงานหมุนเวียน, แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086650772121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เปิดตัวธุรกิจให้บริการซื้อ - ขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียนครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 พ.ย.2563 นายวรวัฒน์ พิทยศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับการรับรองจาก The International REC Standard (I-REC Standard) ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาให้เป็นตัวแทนให้บริการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนทั้งในส่วนของการขอใบรับรองฯ และการซื้อขายใบรับรองฯ ในรูปแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว (One Stop Service) รายแรกของประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทผู้ประกอบการในประเทศไทยและบริษัทต่างประเทศที่มีโรงงานหรือสถานประกอบการในประเทศไทยและ/หรือภูมิภาคอาเซียน รวมถึงบริษัทที่มีความสนใจมีส่วนร่วมในการเข้าถึงพลังงานสะอาดในชุมชน เช่น โซลาร์ชุมชน (community solar) เป็นต้น โดยได้เริ่มมีลูกค้าใช้บริการการซื้อ &amp;ndash; ขายพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปตท. ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ReAcc (Renewable Energy Acceleration Platform) ผ่านการใช้ระบบบล็อกเชนที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน รองรับการซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate หรือ REC) การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Corporate Power Purchase Agreement หรือ CPPA) และการใช้พลังงานหมุนเวียนกับรถยนต์ไฟฟ้า &amp;nbsp;ซึ่งการพัฒนาธุรกิจดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ปตท. ในการนำเทคโนโลยีที่เกิดจากการผสมผสานด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และดิจิทัล ในทุกมิติของกระบวนการดำเนินงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือ Technology for All&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์ม ReAcc ริเริ่มโดยทีมนวัตกรรมของปตท. (PTT ExpresSo) และเป็นฝีมือของนักพัฒนา software คนไทยร่วมกับ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านบล็อกเชนในภาคพลังงานระดับโลก โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้พลังงานหมุนเวียนให้บรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดของประเทศไทศไทยในอนาคต &amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในแง่ของการเชื่อมต่อสองทิศทางระหว่างบริษัทผู้ซื้อและบริษัทผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดโอกาสในการลงทุนธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นใหม่ภายในประเทศ เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายวรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารธุรกิจ ReAcc ดำเนินการภายใต้ บริษัท อัลฟ่าคอม จำกัด ซึ่ง ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ดังกล่าวในอัตราร้อยละ 100 โดยได้เปิดให้บริการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนเพื่อขอใบรับรองฯ และซื้อขายใบรับรองฯ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการประกาศรับรองการใช้พลังงานทดแทนระดับนานาชาติ หรือ The International REC Standard (I-REC Standard) แบบครบวงจรแล้ว และจะเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม ReAcc อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2021 โดยสามารถดูข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.reacc.io&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84869</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), พลังงานหมุนเวียน, วรวัฒน์ พิทยศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcb70f51f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTT - GPSC ร่วมมือรุกตลาดพลังงานหมุนเวียนต่างประเทศเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย. 63 &amp;nbsp; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. ได้มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด หรือ GRP (บริษัทย่อยที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ถือหุ้น 100%) จาก GPSC จำนวนประมาณ 4.655 ล้านหุ้น คิดเป็น 50% ของทุนจดทะเบียน โดยดำเนินการผ่านบริษัทย่อยของ ปตท. คือ บริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือ PTTGM &amp;nbsp;มูลค่ารายการรวมทั้งสิ้นประมาณ 693 ล้านบาท โดยการร่วมทุนดังกล่าวเป็นอีกก้าวของการยกระดับความร่วมมือตามกลยุทธ์ Powering Thailand&amp;rsquo;s Transformation &amp;nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. รวมถึงสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่ม ปตท. ในการเป็นผู้นำในด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาด อีกทั้งเพื่อให้กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 8,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 และเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนของกลุ่ม ปตท. ในอนาคต นับเป็นการรวบรวมบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน จากทั้ง ปตท. และ GPSC มาดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ รวมไปถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท &amp;nbsp;โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน ที่จะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และโอกาสในการขยายโครงการใหม่ๆ ในระดับสากล รวมทั้งส่งผลให้ GPSC สามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเงินทุนเพื่อใช้ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ตามเป้าหมายการเติบโตของบริษัท ที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหลัก และพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง GPSC ยังคงเป็นแกนนำนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืนของของกลุ่ม ปตท. โดยปัจจุบัน GRP ลงทุนในธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และดำเนินธุรกิจบริหารและการบำรุงโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) จำนวน &amp;nbsp;9 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี สุพรรณบุรี พิจิตร และ ขอนแก่น มีกำลังการผลิต 39.5 เมกะวัตต์ โดยมีสัญญาการซื้อขายไฟเป็นระยะเวลา 25 ปี แบ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย (สำหรับช่วง 10 ปีแรกของสัญญา) ในสัดส่วน 3.6 เมกะวัตต์ และ สัญญาในรูปแบบ Feed-in Tariff หรือ FiT อัตรา 5.66 บาทต่อหน่วย ในสัดส่วน 35.9 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าทั้งหมดมีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 &amp;ndash; 2558
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84374</URL_LINK>
                <HASHTAG>GPSC, GRP, ปตท., พลังงานหมุนเวียน, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5607ee5952c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;บี้รมว.พลังงานเปลี่ยนนโยบายก้าวสู่ยุคปฏิรูปเดินหน้า&#039;1 โรงพยาบาลชุมชน 1 Solar Rooftop&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ต.ค.62-นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เสนอต่อที่ประชุมมรมต. และทุกอธิบดีของกระทรวงพลังงาน ให้ผลักดันโครงการ &amp;quot;1 โรงพยาบาลชุมชน 1 Solar Rooftop&amp;quot; ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ Solar Rooftop ซึ่งมีผลดีต่อการลดการใช้พลังงานจากปิโตรเลียมมาเป็นการใช้พลังงานหมุนเวียน ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ปัจจุบันนโยบายกระทรวงพลังงานจะมีแผนขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นแต่ก็น้อยมาก โดยมีอัตราเพิ่มเพียงน้อยกว่า 1 % ต่อปี คือเพิ่มขึ้นเพียง 16 % ใน 17 ปีข้างหน้า จึงเห็นว่ากระทรวงพลังงานควรปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ ด้วยการตั้งเป้าเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอย่างน้อย 2-3 % ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงเสนอให้เริ่มต้นที่โรงพยาบาลชุมชนด้วยโครงการ 1 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 1 Solar Rooftop โดยใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาสนับสนุนด้านงบประมาณ เพราะ รพช.เกือบทุกแห่งมีอาคารที่มีดาดฟ้า หรือมีที่ว่างสามารถติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Solar Farm ได้โดยหากดำเนินการได้ตามข้อเสนอนี้จะทำให้ทุก รพช.ประหยัดเงินค่าไฟฟ้าราว 50,000-100,000 บาทต่อเดือน สามารถนำเงินดังกล่าวไปสนับสนุนโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณได้ ถือเป็นผลดีสี่เด้ง คือได้ประโยชน์ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน การแก้ปัญหาโลกร้อน ประหยัดงบประมาณให้รพช.และเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพประชาชน&amp;quot; นพ. ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า แต่การติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับ รพช. รัฐบาลต้องลงทุน 10-20 ล้านบาทต่อ รพช. ซึ่งในปัจจุบันกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ) มีโครงการ Matching fund ให้การสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน อยู่ที่อัตรา 70:30 ทำให้ทุก รพช ที่ร่วมโครงการต้องจัดหางบประมาณ 30 % เป็นเงินราว 3-6 ล้านบาท กลายเป็นอุปสรรคที่โครงการทำได้ยาก ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงต้องปรับเปลี่ยนนโยบายก้าวสู่ยุคปฏิรูปพลังงานของประเทศด้วย Solar Rooftop ซึ่งถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน การติดตั้ง Solar Rooftop ทุก รพช.ให้ได้ 100 % ภายใน 5 ปี โดยปีแรกจะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับ 70 รพช จากเงินในกองทุนฯปี 63 ซึ่งมีอยู่กว่าหมื่นล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานต้องแก้เงื่อนไขการสนับสนุนโครงการ Solar Rooftop จาก 70:30 เป็นรัฐสนับสนุนทั้ง 100 % หากทำไม่ทันในปีงบประมาณ 2563 ก็ขอให้ทดลองทำโครงการนำร่องจำนวน 30 รพช.ก่อน ซึ่งสามารถทำได้ทันทีตามโครงการ Matching fund ที่มีการเตรียมการไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47813</URL_LINK>
                <HASHTAG>1โรงพยาบาลชุมชน1Solar Rooftop, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, ปฏิรูปพลังงาน, ปัญหาโลกร้อน, พลังงานหมุนเวียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชู‘พลังงานสะอาด’ จับมืออาเซียนร่วมพัฒนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เปิดเวทีถก รมต.อาเซียนพลังงาน จับมือทุกประเทศหนุนพลังงานหมุนเวียน &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; เผยไทย-ลาว-มาเลย์เคาะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟเฟส 2 เป็น 300 เมกะวัตต์ สิงคโปร์จ่อสมทบในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 &amp;ldquo;Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation&amp;rdquo; และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา รองเลขาธิการอาเซียน ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ ตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในช่วงที่กระแสของโลกมีการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลมาเป็นพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ที่เป็นปัจจัยในการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไทยขอยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรมพลังงานอาเซียนไปด้วยกัน ผลักดันให้เกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้มีการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานออย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านความร่วมมือองค์กรระดับประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสัญญาว่าจะก้าวไปด้วยกัน โดยสนับสนุนความร่วมมือให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดแผนการทำงานร่วมกัน โดยไทยได้มีการลงทุนในด้านของพลังงานสะอาดไปอย่างมาก รวมทั้งยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะ ที่เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นคงและสร้างความสำคัญด้านพลังงานของภูมิภาค เพื่อเดินหน้าสู่ความร่วมมือสมาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน โดยจะมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน หรือแบบพหุภาคีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของอาเซียน&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในฐานะเจ้าภาพอาเซียน ไทยได้ผลักดัน Key Deliverables ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยผลการศึกษาที่เกิดขึ้น จะเป็นข้อมูลและแนวทางสำหรับการวางนโยบายและกรอบความร่วมมือของอาเซียนต่อไปในอนาคต อาทิ ในด้านไฟฟ้ามีการยืนยันการเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากลาว ผ่านไทย ไปยังมาเลเซีย ซึ่งจะสามารถสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อการขยายความร่วมมือสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้าในอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะต่างๆ อาทิ ข้อเสนอแนะเรื่องการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กเพื่อรองรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) &amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน จะช่วยกำหนดทิศทางและกิจกรรมที่ควรจะดำเนินการในอนาคต เพื่อให้อาเซียนสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน ในด้านการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายและตลาดการซื้อขายก๊าซธรรมชาติในอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดพลังงานแห่งโลกอนาคต นั่นคือพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนโดยระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ การผลิตพลังงานในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสมัยใหม่โดยมีพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลัก จึงไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังพัฒนาความเป็นอยู่และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนชน และยังช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขในระหว่างที่พำนักในประเทศไทย ประเทศไทยยินดีต้อนรับทุกท่านเสมอ และขอให้จดจำรอยยิ้มสยามของผมไว้ด้วย เพราะคนไทยชอบยิ้ม ต่อให้งานหนักแค่ไหนอย่างไร ก็ยิ้มไปก่อน เพราะจะได้มีกำลังใจในการทำงาน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในตอนท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ไทย ลาว มาเลเซีย เห็นชอบขยายโครงการด้านไฟฟ้า ระยะที่ 2 (Lao PDR, Thailand, Malaysia - Power Integration Project : LTM) เพิ่มอีก 2 ปี เพิ่มปริมาณการซื้อขายสูงสุด จาก 100 เมกะวัตต์เป็น 300 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในเดือน ม.ค.2563 รวมถึงร่วมจัดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับเพิ่มเติมของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า energy Purchase and Wheeling Agreement ทั้งนี้ อนาคตประเทศสิงคโปร์แสดงความสนใจในการเข้าร่วมด้วย ภายใต้ความร่วมมือ LTMS ซึ่งความร่วมมือโครงการเหล่านี้จะเป็นรากฐานโอกาสการซื้อขายไฟฟ้าระดับพหุภาคีระดับภูมิภาค สำหรับประเด็นการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนกัมพูชานั้น จะมีการหารือกับรัฐมนตรีพลังงานกัมพูชาในวันที่ 5 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายไฟครั้งนี้ เพราะมาเลเซียมองว่าของเดิมที่มีอยู่ 100 เมกะวัตต์นั้นอาจจะน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ที่ 24,000 เมกะวัตต์ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ส่งสัญญาณการร่วมมืออย่างเข้มข้นในอนาคต โดยคาดว่าจะมีการพัฒนาเป็นกริดอาเซียนแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าร่วมกัน&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดที่นายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญถึงนโยบายพลังงานสะอาด ซึ่งอาเซียนได้เห็นชอบร่วมกันในการผลักดันเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนให้ถึง 23% ในปี 2025 และการปรับมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะส่งให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการผลิตและใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เราต้องทำงานอย่างหนัก เช่นเดียวกับไทยที่มีแผนการพัฒนาในเรื่องของพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นไบโอเเมส โซลาร์เซลล์ และพลังงานเพื่อชุมชน 1 ชุมชน 1 พลังงานทางเลือก โดยกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างทำแผนนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. ซึ่งแน่นอนว่าทุกประเทศภูมิภาคมีการผลักดันนโยบายเหล่านี้ทุกประเทศเช่นกัน เนื่องจากเป็นทิศทางในการสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจ&amp;quot; รมว.พลังงานระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45034</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับมืออาเซียน, พลังงานสะอาด, พลังงานหมุนเวียน, ร่วมพัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6fca700682e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
