<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กกพ.หนุน77รพ.ทั่วประเทศ ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (&amp;nbsp;กกพ.) ให้การสนันสนุนเทลสกอร์ และภาคีจากภาครัฐและเอกชนรวม 25 องค์กร จัดทำโครงการด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด 26 โครงการ &amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด Clean Energy for Life ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้สังคมและประชาชนมีความรู้ ตระหนัก มีส่วนร่วมด้านไฟฟ้า เข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานสะอาด (Clean Energy) โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้โรงพยาบาล 77 แห่งทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อไฟจากฟ้า&amp;rdquo;

ดร.บัณฑูร &amp;nbsp;เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations) ดังนั้น กกพ. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงานด้านกิจการไฟฟ้าและกิจการก๊าซธรรมชาติ จึงต้องการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ผ่านการสื่อสาร จากความสำเร็จของโครงการในปีที่แล้ว ที่สามารถสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ &amp;nbsp;ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมทางสังคม สู่การปรับใช้จริงในชีวิตประจำวัน โดยในปี 2563-2564 จึงเดินหน้าต่อยอดไปสู่กลยุทธ์การสื่อสารอย่างเต็มรูปแบบ &amp;nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และเกิดการสร้างเครือข่ายใหม่ด้านพลังงานหมุนเวียน &amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด Clean Energy for Life ที่เป็นพลังงานสะอาด หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของโครงการสื่อสารในปีนี้คือการดึงอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายวงการเข้ามาช่วยเผยแพร่เนื้อหาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โครงการ &amp;nbsp;Clean Energy for Life &amp;nbsp;จะสร้างประโยชน์เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;นำไปสู่การเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่เข้าถึงได้ &amp;nbsp;ท้ายสุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกนี้ จะช่วยพัฒนาสังคมให้เกิดสมดุลในทุกมิติ เชื่อมโยงไปถึงทุกระดับ จากครัวเรือนสู่ชุมชน สู่สังคมประเทศ และสู่ระดับโลก &amp;quot;
&amp;nbsp;
โครงการ &amp;nbsp;Clean Energy for Life ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกคน ได้ดำเนินการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ให้โรงพยาบาล 77 แห่งทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อไฟจากฟ้า&amp;rdquo; ซึ่งต้นทุนสำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์กำลังผลิต 100 กิโลวัตต์นั้น สามารถช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลได้เดือนละประมาณ 60,000 บาท หรือในระยะเวลา 1 ปี โรงพยาบาล จะลดภาระค่าไฟฟ้าได้ราว 720,000 บาท ต่อ 1 โรงพยาบาล และใช้งบประมาณไม่เกิน 4 ล้านบาทในการติดตั้ง เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งาน 25 ปี หรือช่วยโรงพยาบาลลดภาระค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 18 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาการใช้งาน &amp;nbsp;โดยส่วนต่างจากการจ่ายค่าไฟที่น้อยลง สามารถนำไปจัดหาอุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้เพิ่มมากขึ้น นับเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ทางกกพ.ได้เลือกเทลสกอร์ (Tellscore) หนึ่งในผู้นำด้านอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์ม ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) &amp;nbsp;มาดำเนินการ สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore กล่าวว่า แคมเปญการสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ดังกล่าวมี 3 ระยะด้วยกัน คือ &amp;nbsp;1 การสร้างการตระหนักรู้เบื้องต้นด้านพลังงานสะอาด และแนะนำภาพรวมแนวคิด Clean Energy for Life &amp;nbsp;ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่จะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ระยะที่ 2 เน้นการสื่อสารเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ซึ่งจะถูกจะถ่ายทอดผ่านโครงการ &amp;ldquo;สร้างการตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในเรื่องของการใช้พลังงานสะอาด&amp;rdquo; เพื่อ 77 โรงพยาบาลทั่วไทย ผ่าน &amp;ldquo;มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อไฟจากฟ้า&amp;rdquo; และระยะที่ 3 &amp;ldquo;Waste Journey การเดินทางของขยะ ที่ทุกคนต้องรู้&amp;rdquo; เป็นการสื่อสารเกี่ยวกับพลังงานขยะ (Waste to Energy) &amp;nbsp;เพื่อสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีลดการสร้างขยะด้วยแนวคิด 3R และการแยกขยะอย่างถูกวิธี เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าร่วมสร้างพลังด้านการสื่อสาร อาทิ อเล็กซ์ เรนเดลล์, เรย์ แมคโดนัล, แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์, ศรราม น้ำเพชร, โต้ง Twopee, โตโน่ ภาคิน, สิงห์ วรรณสิงห์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น เป็นต้น โดยอินลูเอนเซอร์แต่ละท่านจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาดตามแนวทางการสร้างคอนเทนต์ของตน &amp;quot;สุวิตา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90931</URL_LINK>
                <HASHTAG>77โรงพยาบาล, Clean Energy for Life, กกพ., บัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์, พลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e506b427f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน! กอ.รมน. เต้นผาง แจงปมติดตั้งโซล่าเซลล์ ที่อมก๋อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) &amp;nbsp;แถลงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการจัดทำโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ของ กอ.รมน.ภาค 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่าการแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่ได้เป็นการตอบโต้โดยยึดจากข้อมูลที่มีอยู่และย้ำว่าเอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้เป็นของกอ.รมน.จริง แต่ขอชี้แจงว่าการจัดทำโครงการฯ เดิมมีการเสนอราคาไปจำนวน 54 ล้านบาท แต่จากการลงพื้นที่ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2562 ได้ปรับลดงบประมาณเหลือ 45,100,000 บาท เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 215 กิโลวัตต์ พร้อมติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่ลิเธียม) ขนาดความจุ 998 กิโลวัตต์ &amp;ndash; ชั่วโมง พร้อมติดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าชุมชนระยะทาง &amp;nbsp;5,409 &amp;nbsp;เมตร ติดตั้งเสาไฟฟ้าแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 120 ชุด และโรงคลุมแบตเตอรี่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านพะอัน ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 30.72 กิโลวัตต์ หมู่บ้านจกปก ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20 กิโลวัตต์ หมู่บ้านห้วยไก่ป่า ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20 กิโลวัตต์ หมู่บ้านมูเซอหลังเมือง ต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20 กิโลวัตต์ และศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 30.72 กิโลวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต. ธนาธิป กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2561 ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่สำรวจ ความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ทำการประชุมประชาคมของประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ของ 3 อบต. ได้แก่ อบต.สบโขง อบต.แม่ตื่น และอบต.ม่อนจอง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการติดตั้งระบบฯ กอ.รมน.ภาค 3 จึงได้เสนอโครงการเข้ารับการสนับสนุนงบประมาณในกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2562 ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างได้ดำเนินการตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยกำหนดราคากลางของโครงการตามบัญชีราคามาตรฐานของกรมบัญชีกลาง และการสืบราคาจากท้องตลาด โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ถือเป็นวิธีที่แฟร์เกมที่สุด ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการทั่วไปยื่นข้อเสนอที่ผ่านมามีผู้สนใจยื่นรับเอกสารผ่านระบบฯ จำนวน 4 ราย และมีผู้ยื่นเสนอราคา จำนวน 3 ราย เมื่อตรวจสอบเอกสาร ตามเงื่อนไขปรากฏว่ามีผู้ยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จำนวน 2 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ บ.ทีซัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บ.บี.เอ็น.โซล่าร์ เพาเวอร์ จำกัด ส่วนกิจการร่วมค้า เอ็ม เอ็ม ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง และไม่ครบถ้วน จำนวน 11 รายการ ซึ่งเป็นเอกสารที่เป็นสาระสำคัญต่อผลสำเร็จของโครงการจึงไม่ผ่านการคัดเลือกสำหรับบ.บี.เอ็น.โซล่าร์ เพาเวอร์ จำกัด ที่เป็นผู้ชนะการประกวดราคาในราคา 45,100,000 บาทที่ได้จดทะเบียนตั้ง บริษัทในปี 2557 วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการด้านพลังงานทดแทนอย่างชัดเจน ประกอบกับมีผลงานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานวงเงินไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาทตามเงื่อนไข ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ชนะการประกวดราคามีนามสกุลเดียวกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยนั้น เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ แต่การดำเนินการกอ.รมน.ใช้วิธีการประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาประกวดราคา เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาประกวดราคาจะนามสกุลใดก็แล้วแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ขอให้มีรายละเอียดตรงตามที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กอ.รมน. &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า การดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักไปยังพื้นที่สาธารณะประโยชน์ และพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ได้แก่ อาคารเรียน ศาลาประชาคมประจำพื้นที่ และเสาไฟส่องสว่างตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน ส่วนโครงข่ายไฟฟ้าชุมชนที่ให้ประชาชนใช้งานภายในบ้านจะดำเนินการต่อไป &amp;nbsp;ที่ผ่านมา กอ.รมน. ได้ดำเนินการตรวจรับงานแล้ว เมื่อเดือนก.ย. 63 ระบบสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมจัดทำบัญชีคุมอุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการโอน/ส่งมอบระบบให้ทั้ง 3 อบต. ใช้งาน โดยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 63 กอ.รมน. ได้ส่งหนังสือการพิจารณายืนยันการรับมอบระบบฯ ไปยัง 3 อบต. ภายหลังจากอบต. ตอบหนังสือยืนยันกลับมาแล้วจึงจะทำการโอนระบบให้อบต. แล้วจึงจะบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน โดยการเชื่อมสายไฟเข้าไปในตัวบ้านเพื่อใช้งานต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเปรียบเทียบราคาว่าทำไมของกอ.รมน. แพงกว่าของน.ส.พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ หรือพิมรี่พาย เน็ตไอดอลชื่อดัง ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่หมู่บ้านแม่เกิบนั้น พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า จะถูกหรือแพงสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งต้องไปดูบัญชีราคามาตรฐานของกรมบัญชีกลาง ระเบียบกระทรวงการคลังตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุปี 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเหตุราคาของกอ.รมน.ที่สูงกว่า เพราะมีอุปกรณ์ส่วนควบหลายส่วน มีโรงเก็บแบตเตอรี่ การลากสายไฟฟ้าไปยังครัวเรือนต่างๆ รวมถึงเสาไฟฟ้าในพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในโครงการที่กอ.รมน.ดำเนินการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้อยู่ดีกินดีที่เป็นปัญหาความมั่นคง ทั้งหมดสามารถตรวจได้ และกอ.รมน.ภาค 3 ยินดีให้ความร่วมมือ หากใครต้องการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการฟ้องกลับกับคนที่โจมตีพาดพิงกอ.รมน. เพราะถือเป็นเรื่องดีที่มีการช่วยตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกอ.รมน.ไม่ทำโครงการดังกล่าวในหมู่บ้านแม่เกิบที่ตกเป็นข่าวนั้น ก็เพราะว่าหมู่บ้านแม่เกิบอยู่ไกลจาก 4 หมู่บ้านในกลุ่มเดียวกันนี้ &amp;nbsp;ซึ่งปกติแล้วการจัดทำโครงการจะเลือกหมู่บ้านใกล้เคียงกัน ไม่กระโดดออกไปในระยะที่ห่างไกลกันมากนัก หากไม่มีกรณีที่เกิดขึ้นทางกอ.รมน.ก็จะทำแผนโครงการติดตั้งพลังงานทดแทนให้อยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่ทุรกันดารและไม่มีไฟฟ้าใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีเพจดังรายงานข้อมูลโครงการจัดทำแผงโซล่าเซลล์ของกอ.รมน. 20 จุดในพื้นที่จ.ตาก และจ.แม่ฮ่องสอน เมื่อปี 2561 รวม 45,590,000 บาท ไม่มีจุดไหนใช้งานได้สักจุดนั้น พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบกับกอ.รมน.ภาค 3 พบว่าเมื่อเดือนก.ค. 63 ได้มีการเข้าไปแก้ไขตรวจสอบทั้ง 20 จุดตามวงรอบปกติของประกันบริษัทที่ดูแล แต่เชื่อว่ามีบางจุดอาจต้องซ่อมแซมหรือใช้ไม่ได้ แต่เชื่อว่าคงไม่ถึง 20 จุด ทั้งนี้ขอให้ไปตรวจสอบกับประชาชนในหมู่บ้านว่าใช้งานและได้ใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามการใช้งานในภาพรวมคงต้องใช้ไปก่อน ถึงจะรู้ว่าต้องปรับปรุงส่วนใดหรือไม่ แต่ยืนยันการดำเนินงานมีประกันอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองโจมตีบทบาทหน้าที่กอ.รมน. และเสนอยุบหน่วยงานนี้ พล.ต.ธนาธิป กล่าวยืนยันว่า กอ.รมน. มีบทบาทประสานงานกับหลายภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เร็วขึ้น พร้อมทั้งให้ความสำคัญในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. เพราะการอยู่ดีมีสุขเป็นเรื่องของความมั่นคง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., พลังงานแสงอาทิตย์, แม่เกิบ, โซล่าเซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60015093dc087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เผยโครงการสูบน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ โปร่งใสทุกขั้นตอน ทั้งการเผยแพร่ร่างขอบเขตของงานและระเบียบกระทรวงการคลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 พ.ค.นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับโครงการสูบน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการดังกล่าว เมื่อกลางเดือนเมษายน 2563&amp;nbsp; ซึ่งทางกรมทรัพยกรน้ำบาดาลได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้วิธีเชิญชวนทั่วไป ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e &amp;ndash; bidding) ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่มีผู้วิจารณ์ในขั้นตอนการเผยแพร่ร่างขอบเขตของงานแต่อย่างใด โดยมีผู้ดาวน์โหลดเอกสาร จำนวน 29 ราย และมีผู้ยื่นข้อเสนอ จำนวน 4 ราย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวต่อว่า เรื่องการส่งตัวอย่างสินค้า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าเทียบเท่าไปใช้ในโครงการ การกำหนดให้ส่งตัวอย่างภายใน 3 วันทำการถัดจากวันยื่นราคานั้น มีความจำเป็นเพื่อเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ทันต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ได้รับจัดสรรจากงบกลางโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตรสำหรับแก้ปัญหาภัยแล้งให้แก่ประชาชน ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 44 วรรค 3 ได้ระบุให้กำหนดส่งตัวอย่างได้เป็นวันใดวันหนึ่งภายใน 5 วันทำการ ซึ่งการจะกำหนดให้ส่งตัวอย่างภายใน 1 วันก็สามารถทำได้ นอกจากนั้น สำหรับการกำหนดครุภัณฑ์ของโครงการฯล้วเป็นครุภัณฑ์ที่สามารถหาได้ในท้องตลาด ซึ่งกรมฯมิได้มีเจตนากีดกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ครุภัณฑ์ใดที่ไม่มีในรายการครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็จะใช้วิธีสืบราคาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ดา กล่าวอีกว่า โครงการนี้มีเป้าหมายโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2563 ซึ่งถ้าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2563 เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างเพียง 30 วัน เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ นั้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการลงนามในสัญญาได้ประมาณสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ขยายระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างเป็นเวลา 75 วัน เกินเป้าหมายไป 45 วัน ส่วนในเรื่องการดำเนินการทดสอบดินที่ผู้วิจารณ์กล่าวอ้างว่าต้องใช้ระยะเวลากว่า 20 วันก่อนที่จะสร้างหอถังนั้น ซึ่งในการดำเนินการทดสอบดินในข้อเท็จจริงสามารถทำได้ในเวลาเพียง 1 - 2 วันเท่านั้น&amp;nbsp; กว่าจะได้บ่อบาดาลแต่ละแห่งนั้น ประชาชนต้องรวมกลุ่มกันเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณในแต่ละโครงการต้องใช้เวลาหลายปี เพราะฉะนั้นการก่อสร้างบ่อบาดาลจะมีประชาชนมาร่วมตรวจสอบดูแลแต่ละโครงการและทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมพยายามเร่งรัดงานให้รวดเร็วเพื่อให้ทันเวลากับการแก้ปัญหาภัยแล้ง เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีน้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ใช้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo; นายศักดิ์ดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66173</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, พลังงานแสงอาทิตย์, ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec11380cc0c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ปลื้มคว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีประกาศขยายลงทุนเจาะมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
BGRIM ปลื้มคว้ารางวัล ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ฟุ้งปี 2567 มีกำลังการผลิตรวมถึง 5,000เมก ประกาศเตรียมขยายลงทุนบุกมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ต.ค. 62 &amp;nbsp;-บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ &amp;nbsp;หรือ BGRIM &amp;nbsp;รายงานว่า บริษัท ฟูเยี้ยน ทีทีพีจ็อยสต๊อก คอมพานี ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และเป็น ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ยอดเยี่ยมแห่งปี &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;จาก International Finance ในสาขา Utility / Energy จัดขึ้นโดยนิตยสารธุรกิจและการเงินระดับพรีเมียม &amp;ldquo;International Finance&amp;rdquo;ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้รางวัลแก่ บริษัทที่ริเริ่มดำเนินงานด้วยความเชี่ยวชาญและล้ำสมัย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม บี.กริม เพาเวอร์ &amp;nbsp;ถือเป็นบริษัทเอกชนจากประเทศไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา โครงการหลายโครงการของ BGRIM รวมถึงผู้บริหารได้รับรางวัลจากหลากสถาบัน ถือเป็นเครื่องการันตีความสามารถและศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจพลังงานได้อย่างดี ดังนั้นทาง BGRIM จะเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 &amp;nbsp;จากที่ปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวมจากโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา 3,245 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์Phu Yen TTP ตั้งอยู่ในจังหวัดฟูเยี่ยน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีกำลังการผลิต 257 เมกะวัตต์ เปิดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่ Electricity of Vietnam (EVN) แล้วเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทั้งเริ่มรับรู้รายได้แล้วภายใต้สัญญาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา Feed-in-Tariff (FiT) 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในนอนาคต BGRIM ยังมีแผนลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งปัจจุบันที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา เช่น Wind / Solar เวียดนาม, Solar มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา รวมกันประมาณ 300-400 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าน่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47758</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, บริษัท ฟูเยี้ยน ทีทีพีจ็อยสต๊อก คอมพานี, พลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ee08220f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนลุ้นพีดีพีใหม่ดันลงทุนโซลาร์รูฟฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชนเผยเทคโนโลยีเปลี่ยนกดแผงโซลาร์ต่ำลงต่อเนื่อง ส่งผลโซลาร์รูฟท็อปมาแรง แถมแบตเตอรี่เริ่มถูก ทำให้เกิดความมั่นคงมากขึ้น พร้อมร่วมประสานเสียงหนุนกระทรวงพลังงานขับเคลื่อนพีดีพีใหม่ที่สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อปเต็มพิกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดุสิต เครืองาม ประธานอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทยและกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน &amp;nbsp; เปิดเผยว่า ขณะนี้การลงทุนผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย(โซลาร์รูฟท็อป)ลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000-300,000 บาทเท่านั้นและมีความคุ้มทุนภายใน 6-7 ปีจึงถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงครัวเรือนแล้ว และทำให้เอกชนรายใหญ่หันมาผลิตเองใช้เอง(IPS)มากขึ้นดังนั้นหากกระทรวงพลังงานทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า(PDP 2018) ปี 2561-80 ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้และเกิดความชัดเจนนโยบายโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนก็เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนติดตั้งมีมากขึ้นในปี2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การปฏิรูปพลังงานมุ่งเน้นการเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อปที่ให้ผลิตเองใช้เองเป็นหลักหากเหลือขายก็จะเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะเป็นประโยชน์กับประเทศเพราะราคารับซื้อสามารถกำหนดเท่ากับราคาขายส่งได้และอนาคตเชื่อว่าจะต่ำกว่าราคาขายปลีก ซึ่งกระทรวงฯเองมีแนวทางทำโซลาร์ภาคประชาชนที่จะมีการรับซื้อส่วนที่เหลือก็ถือว่าจะทำให้ประชาชนที่คิดจะติดตั้งไม่ต้องกังวลว่าถ้าไฟเหลือแล้วจะไหลเข้าระบบไม่ได้แต่หากระบบสายส่งรองรับไม่ได้มากก็สามารถจำกัดการรับซื้อช่วงแรกที่อาจกำหนดว่าปีละเท่าใด&amp;rdquo;นายดุสิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีก่อนหน้านี้รัฐมีแนวคิดที่จะเก็บค่าสำรองไฟฟ้า(Backup Rate)สำหรับโซลาร์รูฟท็อปล่าสุดนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงานเองระบุชัดเจนว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว ซึ่งจากการ ศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานคาดว่าใน 20 ปีข้างหน้าไทยจะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟได้รวมประมาณ 10,000 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ ธรณินทร์พานิช เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า การลงทุนผลิตไฟพลังงานแสงอาทิตย์เดิม 1 เมกะวัตต์ลงทุนสูงถึง 125 ล้านบาทแต่ขณะนี้เหลือ 25 ล้านบาท แบตเตอรี่อดีต1,000เหรียญฯต่อกิโลวัติชั่วโมงเหลือ 250-300 เหรียญฯขณะที่รอบแบตเตอรี่ก็ใช้ได้มากขึ้น หากราคาแบตเตอรี่อาจลดลงเหลือระดับ 100 เหรียญฯคาดว่าจะทำให้การผลิตไฟจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลำบากแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โซลาร์ฯเริ่มตอบโจทย์ความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นจากนวัตกรรมเรื่องแบตเตอรี่ที่คิดว่าจะยังไม่หยุดแค่นี้ทำให้วันนี้การติดตั้งมีมากโดยเป็น 2 รูปแบบหลักคือ 1.ลงทุนผลิตเองใช้เอง 2.มีบริษัทมาลงทุนติดตั้งให้แล้วจำหน่ายไฟให้ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่เริ่มทำมากขึ้นในเรื่องนี้และมีการแข่งขันสูงในการเสนอขายไฟที่ต่ำ&amp;rdquo;นายสุวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ สุทธภักติ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนส.อ.ท. กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยไฟฟ้าปรับเฉลี่ย ( LCOE) ของไฟฟ้าจากกังหันลมและเซลล์แสงอาทิตย์ในสหภาพยุโรปใกล้เคียงกันมากและอยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับเชื้อเพลิงจากฟอสซิลแต่สำหรับไทยยอมรับว่าพลังงานลมLCOE ยังอยู่ระดับ 4บาทกว่าต่อหน่วยแต่หากมองความคุ้มค่าในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาวสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP)ที่ต้องปรับปรุงใหม่ให้สอดรับกับแผนดีพีพีฉบับใหม่จะคงสัดส่วนการผลิตไว้ที่ 3,002 เมกะวัตต์เมื่อสิ้นสุดปลายแผนปี 2580&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การมองเรื่อง Disruptive ต้องถามว่าเรามองไปไกลแค่ไหน สมาร์ทซิตี้จะเป็นทั้งเมืองหรือว่าจะเป็นเฉพาะที่จะเป็น Energy 4.0 ฯลฯ วันนี้เราต้องยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เราเองยังไม่รองรับจึงเห็นว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าทั้งหมดรัฐต้องมุ่งสิ่งนี้ส่วนเรื่องนวัตกรรมและ Disruptive เป็นเรื่องที่เอกชนจะเข้ามาทำ&amp;quot;นายสุเมธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19927</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังงานแสงอาทิตย์, พีดีพีใหม่, แบตเตอรี่เริ่มถูก, โซลาร์รูฟท็อป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc3fd85dcdd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่าเฉย&#039;เจอคู่แข่ง! ทางหลวงชนบทสร้าง &#039;จ่าไหว&#039; เตือนให้ชะลอรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน เขตบ้านพระบาท ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทกำลังเร่งปรับพื้นที่ ผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ผ่านจุดดังกล่าวเป็นอันต้องรีบชะลอรถทันที เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบคล้ายตำรวจจราจรโบกมืออยู่ไหวๆข้างถนน แต่เมื่อขับรถเข้าไปใกล้ๆ จึงรู้ว่าผู้ที่โบกมือไหวๆแบบไม่รู้จักเหน็ดเหยื่อยนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนที่แท้ก็คือ &amp;ldquo;จ่าเฉย&amp;rdquo; คล้ายกับหุ่นจำลองตำรวจทั่วไป แต่กรมทางหลวงชนบทผุดไอเดียนำต้นแบบจ่าเฉยมาทำให้เคลื่อนไหวได้โดยการติดตั้งระบบยกแขนด้วยวงจรอิเล็คทรอนิกส์และควบคุมด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เรียกได้ว่าสามารถยกไปตั้งทำงานได้ทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรินทร์ ชัยวงศ์ล้วน อายุ 57 ปี หัวหน้าคุมงานของกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่าการนำหุ่น ซึ่งตนเองเรียกว่า &amp;ldquo;จ่าไหว&amp;rdquo; จำนวนสองตัว มาติดตั้งไว้บริเวณข้างถนนซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังทำงานปรับปรุงทางอยู่ทั้งสองฝั่งนั้น เพื่อเตือนประชาชนที่ขับขี่รถผ่านจุดดังกล่าวเพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษและให้ชะลอรถโดยให้ใช้เส้นทางตามที่บอกไว้เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ่นที่ตนเรียกว่า &amp;ldquo;จ่าไหว&amp;rdquo; ตัวนี้เพิ่งนำมาตั้งเป็นวันแรก หลังจากจังหวัดลำปางได้รับมอบจากศูนย์ฯเชียงใหม่จำนวน 8 ตัว ซึ่งทำทั้งหมดประมาณ 13 ตัว โดยพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจและบางคนที่ขับรถมาเร็วเมื่อเห็นก็รีบชะลอรถทันที ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นอย่างมาก นอกจากจะสามารถใช้เตือนให้ประชาชนที่ขับรถผ่านจุดที่เจ้าหน้าที่ทำงานให้ระวังได้แล้ว สามารถลดการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ในการทำงานโบกรถได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ จ่าไหวสามารถทำงานโบกมือเป็นสัญลักษณ์ว่าให้ชะลอรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากใช้พลังงานจากแผงโซล่าเซลล์พลังงานจากแสงอาทิตย์นั่นเอง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, จ่าเฉย, จ่าไหว, ตำรวจจราจร, พลังงานแสงอาทิตย์, ลำปาง, หุ่นตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62c501366d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนจี้กกพ.ออกกฎคุมโซลาร์รูฟฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชนแนะ กกพ.เร่งออกกฎระเบียบโซลาร์รูฟฯ ภายในสิ้นปีนี้ หวั่นไม่ชัดเจน เกิดการลงทุนยาก ชี้ผลิตไฟใช้เองเกิดเยอะหลังต้นทุนถูกลงเรื่อย ๆ อาจส่งผลถึงความมั่นคงของไฟฟ้ารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย เปิดเผยว่า กกพ.ควรจะต้องเร่งออกระเบียบรองรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยแบบเสรี(โซลาร์รูฟท็อปเสรี) เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะระเบียบสำคัญ 2 ด้านได้แก่ 1.รองรับการผลิตโซลาร์รูฟท็อปที่เป็นการผลิตครัวเรือนใช้เองหรือ 2.รองรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนกับเอกชน(พีพีเอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในฐานะที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานในส่วนของโซลาร์รูฟเสรีนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการขายไฟเข้าระบบรัฐแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้แม้รัฐไม่ส่งเสริมมันก็เกิดอยู่แล้วแต่ กกพ.ต้องออกระเบียบมารองรับอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติชัดเจนไม่เช่นนั้น การลงทุนก็จะเกิดยากเพราะมีอุปสรรคต่าง ๆ เข้ามาทำให้การติดตั้งไม่ง่ายอย่างที่คิด&amp;quot;นายดุสิตอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้กกพ.เร่งรัดพิจารณาระเบียบและแนวทางการส่งเสริมการผลิตโซลาร์ภาคประชาชนที่จะยึดหลักการตามแนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานที่จะส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟใช้เอง หรือการผลิตไฟซื้อขายระหว่างเอกชนกันเองโดยไม่เข้าระบบรัฐ โดยต้องหาข้อสรุปร่วมกับ 3 การไฟฟ้าและกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เร่งด่วนภายในสิ้นปีนี้เนื่องจากขณะนี้แนวโน้มการผลิตไฟใช้เอง(ไอพีเอส)จากโซลาร์รูฟท็อปสูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้การผลิตไฟใช้เอง และบริษัทใหม่ๆที่มารับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแล้วทำพีพีเอมีมากขึ้น แม้ว่ารัฐจะไม่สนับสนุนการรับซื้อก็ตามอย่างไรเสียสิ่งเหล่านี้ก็จะมาและอาจมาเร็ว เพราะขณะนี้ต้นทุนผลิตไฟโซลาร์รูฟฯไม่ถึง 3 บาทต่อหน่วยแล้วและหากปล่อยไว้สิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อรัฐเองโดยเฉพาะความมั่นคงไฟฟ้าเพราะกลางวันจะผลิตไฟใช้เองแต่กลางคืนจะไปพึ่งระบบไฟจากรัฐ ทั้งหมดจึงต้องหามาตรการรองรับที่ต้องศึกษาทั้งระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อการซื้อขายไฟกันเองของเอกชน ค่าไฟฟ้าสำรองและค่าบริการสายส่งและจำหน่าย(วีลลิ่งชาร์จ) จะต้องดำเนินการหรือไม่อย่างไร เป็นต้น&amp;quot;แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยอมรับว่าไอพีเอส มีมากกว่า 2,600 เมกะวัตต์ ทั้งในส่วนภาคประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตไฟจากโซลาร์รูฟท็อปซึ่งในขณะนี้ กกพ.ได้ทำโมเดลจำลองแผนเดินเครื่องพลังงานทดแทนและไอพีเอส เพื่อเตรียมแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในอนาคต ที่จะมีพลังงานทดแทนเข้าระบบเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะมีระบบสมาร์ทกริด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กฎระเบียบโซลาร์รูฟ, กระทรวงพลังงาน, การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18ac598a6b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
