<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเช็กเรตติ้ง‘บิ๊กตู่’ยังนำ! จับตา‘พลังเงียบ’ปล่อยของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อีก 1 เดือนเลือกตั้ง โพลระบุพลังเงียบเกินครึ่งของผู้ใช้สิทธิยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่เพื่อไทยยังนำ แต่ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐหายใจรดต้นคอ ส่วนนายกฯ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ได้รับความนิยมมากสุด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พุ่งพรวด! จับตาคนชอบกับไม่ชอบรัฐบาล คสช.เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;นับถอยหลัง 28 วัน สู่การเลือกตั้ง&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,506 คน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.6 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค.62 ที่จะถึงนี้ ขณะที่ร้อยละ 2.1 ตั้งใจว่าจะไม่ไป ส่วนที่เหลือร้อยละ 2.3 ยังไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สโลแกนนโยบายพรรคที่เห็นหรือได้ยินแล้วสนใจมากที่สุด คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส (พรรคเพื่อไทย) คิดเป็นร้อยละ 37.4 รองลงมาคือ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ (พรรคประชาธิปัตย์) คิดเป็นร้อยละ 34.1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน (พรรคภูมิใจไทย) คิดเป็นร้อยละ 23.1, 7:7:7 สวัสดิการ สังคม เศรษฐกิจประชารัฐ (พรรคพลังประชารัฐ) คิดเป็นร้อยละ 21.5 และเพิ่มคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมสานต่อปฏิรูปจริงจัง (พรรคชาติไทยพัฒนา) คิดเป็นร้อยละ 20.7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 11.7 ตั้งใจจะเลือกพรรคเพื่อไทย (เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อน ร้อยละ 2.4) รองลงมาร้อยละ 10.6 ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3) และร้อยละ 10.2 ตั้งใจจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2) ขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.7 ยังไม่ตัดสินใจ (ลดลงร้อยละ 14.5)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเมื่อถามว่า &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 15.1 จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1) รองลงมาร้อยละ 11.0 จะสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9) และร้อยละ 9.0 จะสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4) ขณะที่ร้อยละ 47.2 ยังไม่ตัดสินใจ (ลดลงร้อยละ 12.2)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง อยากเห็นอะไรหลังเลือกตั้ง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,326 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 17-22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงการติดตามข่าวสารการเมือง พบว่า ประชาชนเริ่มติดตามข่าวการเมืองเข้มข้นลดลงจากต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากร้อยละ 66.4 ในช่วงวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 55.4 ในช่วง 17- 22 กุมภาพันธ์ ที่ระบุว่า ติดตามบ่อยๆ แต่มาเพิ่มจำนวนคนที่ติดตามข่าวสารการเมืองไม่บ่อย จากร้อยละ 30.5 เป็นร้อยละ 39.7 ในขณะที่คนไม่ได้ติดตามเลยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 3.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 4.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมือง พบว่า กลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีจำนวนมากพอๆ กัน คือ ร้อยละ 17.6 สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 17.7 ไม่สนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุเป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากเห็นหลังชัยชนะของนักการเมืองหลังเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.1 อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย รองลงมาคือ ร้อยละ 9.8 ระบุชนะแล้วคนไทยมีงานทำ ไม่อดอยาก แก้ปัญหาปากท้อง ทำตามนโยบาย ช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น, ร้อยละ 4.7 ระบุผู้ชนะมีอำนาจตั้งพวกพ้องสู่ตำแหน่ง ในขณะที่ร้อยละ 2.0 ระบุผู้ชนะร่ำรวย พวกพ้องรวยตาม และร้อยละ 1.4 ระบุชนะแล้วบ้านเมืองแตกแยก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวิเคราะห์สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น หลังชัยชนะของนักการเมือง จำแนกตามจุดยืนทางการเมือง พบว่า ทุกกลุ่มส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย หลังชัยชนะของนักการเมือง แต่กลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนที่อยากเห็นความสงบ ไม่วุ่นวายน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 68.8 เปรียบเทียบกับกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มพลังเงียบ ที่อยากเห็นความสงบของบ้านเมือง ไม่วุ่นวาย หลังชัยชนะของนักการเมือง คือร้อยละ 85.1 และร้อยละ 84.9 ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29793</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังเงียบเกินครึ่งของผู้ใช้สิทธิยังไม่ตัดสินใจ, หนังสือพิมพ์, เพื่อไทยยังนำ, เลือกตั้ง, โพลเช็กเรตติ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c71368215936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
