<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จังหวัดกำแพงเพชร ต้นแบบคนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา เดินทางไปติดตามการดำเนินงานของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการฯ จำนวน 300 ชุด โอกาสนี้ได้พบปะเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขา บ้านป่าคา บ้านโละโคะ และบ้านป่าหมาก เพื่อรับทราบชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สูงฯ แห่งสุดท้าย หลังจากนั้นไม่มีพื้นที่ใดที่ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการมีการดำเนินงานแบบบูรณา โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับผิดชอบหลัก นับเป็นโครงการที่มีความสำเร็จจากการพัฒนาที่บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยคุณภาพชีวิตของราษฎรมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พร้อมการฟื้นฟูทรัพยากรป่าประสบความสำเร็จสามารถกลับมาสมบูรณ์ได้อย่างเห็นได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเยี่ยมชมภายในพื้นที่โครงการฯ องคมนตรีและคณะ ฯ พบว่าราษฎรส่วนใหญ่ได้ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกพืชผักเมืองหนาวหลากหลายชนิดทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว อาทิ ผักกาดขาวใหญ่ คะน้าฮ่องเต้ ซาโยเต้ สตอเบอรี่ เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค ซึ่งพืชที่ให้ผลผลิตที่ดีคือ ซาโยเต้ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 96 กิโลกรัม/ไร่ นอกจากนี่ยังมีสตอเบอรี่ ผลผลิตเป็นที่ยอมรับถึงความปลอดภัยจากสารเคมี จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้ชุมชนชาวไทยภูเขาบ้านป่าคา มีรายได้พอเพียงต่อการดำรงชีพ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทำให้ปัญหายาเสพติด และการบุกรุกพื้นที่ป่าลดน้อยลง โดยในช่วงปี 2559-2562 พบว่าไม่มีการบุกรุกพื้นป่าในเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าเพิ่มเติม ส่วนที่เป็นป่าเสื่อมโทรมและที่ราษฎรเคยใช้ทำไร่เลื่อนลอยจะมีการพื้นผืนป่ากลับคืนมา โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพด้านการทำเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ให้กับราษฎร ชาวไทยภูเขาบ้านป่าคาและหมู่บ้านบริวาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้องคมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าและร่วมสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นในพื้นที่อีกด้วยและเยี่ยมชมแปลงเกษตรตัวอย่างของนายจักรพงษ์ ม้าเจริญตระกูล เกษตรกรบ้านป่าคา คลองลานที่ได้เรียนรู้การทำการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตรจากโครงการและนำมาปรับใช้ในแปลงปลูกของตนเองเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี บนพื้นที่ 6 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น อะโวคาโด แมคคาดีเมีย กาแฟ มะขามป้อม ส่วนที่เหลือปลูกพืชล้มลุก เช่น มันญี่ปุ่น สตอเบอรี่ มีรายได้จากจำหน่ายกาแฟ ชาเปลือกกาแฟ อาโวคาโด ซาโยเต้ และพืชผักสวนครัวปลอดสาร อาทิ พริก มะเขือ มะเขือเทศ อื่นๆ หักค่าใช้จ่ายแล้วยังมีเงินเหลือเก็บแสนกว่าบาทต่อปี และคาดว่าหากอาโวคาโดให้ผลผลิตในอีก 2 ปี ข้างหน้า ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง นับว่าสถานีพัฒนาการเกษตรแห่งนี้เป็นสิ่งที่มีค่าอันประเสริฐ ที่ทำให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในโอกาสนี้องคมนตรีและคณะ ได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งการเตรียมการและแนวทางเพื่อการส่งเสริมสนับสนุนให้โครงการฯ ได้สนองพระราชดำริเพิ่มมากขึ้น โดยกรมชลประทานได้รายงานถึงความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมการเพื่อจัดสร้างแหล่งเก็บกักน้ำและฝายทดน้ำเพื่อเก็บกักน้ำและส่งน้ำสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการฯ และการทำการเกษตรของราษฎรในพื้นที่เป็นการเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงเพชร, พลากร สุวรรณรัฐ, สถานีพัฒนาการเกษตร, องคมนตรี, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42318f77f85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 06:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณ เครื่องเป่าลมพระราชทานใช้ได้ดี ป้องกันและสกัดไฟป่าได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา เดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปมอบให้กับราษฎรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านธารทอง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นโครงการฯ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี 2546 เพื่อหยุดยั้งการทำลายป่า โดยให้สถานีเป็นแหล่งจ้างงานผลิตอาหารที่ปลอดภัยและในขณะเดียวกันให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การเกษตรที่ถูกวิธี โดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ให้การสนับสนุนในงานด้านการขยายผลในทุกปี เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติในพื้นทีทำกินของตนเองได้เพื่อการดำรงชีพภายใต้แนวทางคนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนที่พึงประจักษ์ต่อประสิทธิผลในทุกวันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่ที่เคยเสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกหลักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและป่าไม้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 โดยมีพื้นที่เป้าหมายจํานวน 7,000 ไร่ ปัจจุบัน ดําเนินการไปแล้ว 4,330 ไร่ ส่งผลให้สภาพป่าคืนความสมบูรณ์มาเป็นลําดับ เป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำจํานวน 3 สาย มีน้ำไหลตลอดทั้งปี คือ ลุ่มน้ำยาบ ที่มีลําห้วยผาแตก&amp;nbsp; ห้วยขุนน้ำคํา&amp;nbsp; และห้วยน้ำยาบแง่ซ้าย ในเขตอําเภอเชียงแสน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงลุ่มน้ำห้วยเม็งและลุ่มน้ำห้วยน้ำส้ม ในเขตอําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งทั้ง 3 ลุ่มน้ำนี้ ได้ไหลผ่านแหล่งทำประโยชน์ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของราษฎรก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ส่งผลให้ผืนแผ่นดินไทยริมฝั่งแม่น้ำโขงมีความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า&amp;nbsp; เอื้อต่อการทำกินของราษฎรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&amp;nbsp; จากประโยชน์ที่ได้รับดังกล่าวราษฎรในพื้นที่จึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จากส่วนงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลผืนป่าอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งมีการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าไม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่นอกเหนือจากการลดละเลิกการเผาวัสดุเหลือใช้จากงานด้านการเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ องคมนตรีและคณะ ได้ชมการสาธิตการทำแนวกันไฟ โดยใช้เครื่องเป่าลมที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทธยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องเป่าลมให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกรมป่าไม้ จำนวน 200 เครื่อง&amp;nbsp; ซึ่งเครื่องเป่าลมนี้จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำแนวกันไฟป่า รวมไปถึงการดับไฟป่าที่ยังไม่รุนแรงมากนัก&amp;nbsp; ที่สำคัญเครื่องนี้มีน้ำหนักเบาเจ้าหน้าที่สามารถพกพาเข้าพื้นที่ที่ทุรกันดารในป่าได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ทำแนวกันไฟ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่อยู่ใกล้ หรืออยู่ติดกับพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟที่เกิดจากการเผาเพื่อทำลายวัสดุการเกษตรของราษฎรลุกลามเข้ามายังพื้นที่ป่า ก็ได้รับผลดีอย่างเป็นที่น่าพึงพอใจยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครื่องเป่าลมพระราชทานเหล่านี้ทางหน่วยงานของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงรายได้รับพระราชทานมาจำนวน 12 เครื่อง ได้แจกจายไปใช้งานใน 16 สถานี สถานีละ 2 เครื่อง ขณะนี้ได้นำไปใช้ในทุกพื้นที่ที่รับผิดชอบแล้ว และหลังจากเจ้าหน้าที่นำไปใช้พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่สูงเจ้าหน้าที่สามารถนำเครื่องเป่านี้ไปใช้งานในพื้นที่ได้ ซึ่งเครื่องเป่าลมจะช่วยเป่าเอาใบไม้หรือเศษกิ่งไม้เล็กๆ ที่เป็นเชื้อไฟอย่างดีไปอยู่ในแนวเดียวกันหากเกิดไฟป่าขึ้นมาก็จะไม่ลุกลาม&amp;nbsp; หรือขณะที่เกิดไฟกำลังเผาไหม้อยู่เครื่องเป่านี้ก็จะช่วยเป่าเอาใบไม้เข้าไปสุ่มในกองไฟที่กำลังลุกไหม้ไฟก็จะเผาหมดโดยไม่เกิดการลุกลามขยายวงออกมา คือสามารถกำจัดวงการเกิดไฟป่าได้และลดการสูญเสียได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้องคมนตรีและคณะยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและราษฎรในพื้นที่สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นและร่วมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดที่เป็นปลาท้องถิ่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนให้กับราษฎรในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54845</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลากร สุวรรณรัฐ, ภาคเหนือ, เครื่องเป่าลมพระราชทาน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21cd992fdb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะองคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่ชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นต้น ณ ห้องธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานการประชุม กล่าวเปิดการประชุม และกล่าวถึงความห่วงใยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอธิบดีกรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำ ปัจจุบันทั้งประเทศ (28 พฤศจิกายน 2562) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมประมาณ 49,558 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,548 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 มีอยู่ด้วยกัน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว บริมาณน้ำที่มีอยู่เขื่อนเหล่านี้สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฯ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,700 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีบริมาณน้ำใช้การได้ 5,004 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผล ไม้ยืนต้น เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ไว้อย่างรัดกุม โดยภาพรวมทั่วประเทศจัดสรรไว้ปริมาณ 29,039 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2562 - เมษายน 2563 ได้จัดสรรน้ำไว้ 17,699 ล้าน ล.บม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของปริมานน้ำตันทุน ซึ่งจะเน้นสนัสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ก่อนเป็นหลัก ส่วนที่เหลืออีกระมาณ 11,340 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัดพร้อมกับจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ ที่สามารถข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, น้ำ, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พลากร สุวรรณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de266d589488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงรัฐบาลแห่งชาติ &#039;เทพไท&#039;จุดพลุอยู่2ปี ชู‘พลากร’นั่งนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เทพไท&amp;quot; จุดพลุรัฐบาลแห่ชาติ เผยคุยกับเพื่อนหลายคนเห็นตรงกัน &amp;quot;พลากร สุวรรณรัฐ&amp;quot; &amp;nbsp;เหมาะเป็นนายกฯ มากที่สุด เพราะเป็นคนกลาง ไม่สืบทอดอำนาจ วาระ 2 ปี แก้รัฐธรรมนูญแล้วคืนอำนาจให้ประชาชน &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; เชื่อหลังวันที่ 9 พ.ค.จัดตั้งรัฐบาลได้แน่ พยายามทุกทางเพื่อให้เสียงเกิน 251 เสียง &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันประชาธิปัตย์ไม่ตาย ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ส่วนพรรคที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารไม่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของประเทศ &amp;nbsp;โดยย้ำว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และแก้รัฐธรรมนูญให้มีวาระเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายเทพไทยังกล่าวถึงบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางของรัฐบาลแห่งชาติ ว่า เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมถอยคนละก้าว แต่พรรคที่มีปัญหาและข้อจำกัดมากที่สุดคือ พรรคอนาคตใหม่ เพราะมีจุดยืนชัดเจน คือ 1.ไม่สืบทอดอำนาจ และ 2.ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่ตนเสนอไม่ขัดกับจุดยืนนี้แน่นอน เนื่องจากมีการตัดตอนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพราะนายกฯ คนกลางไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งรัฐบาลดังกล่าวจะมีภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ขัดจุดยืนของอนาคตใหม่ ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงสามารถเข้าร่วมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับนายกฯ คนกลางต้องเป็นคนที่เข้าได้กับทุกฝาย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มีอยู่ด้วยกัน 4 คน &amp;nbsp;โดยสองคนเป็นองคมนตรีที่มีความสามารถเพียงพอ ได้แก่ 1.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีต ผบ.ทบ. แม้จะเป็นทหาร แต่มีหลักประชาธิปไตยค่อนข้างชัดเจน 2.นายพลากร สุวรรณรัฐ ที่ผ่านมาเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง มีประสบการณ์การปกครองค่อนข้างสูง เชื่อว่าจะนำพาประเทศชาติได้ 3.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) โดยออกจากการเมืองไปแล้ว และมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงกับภารกิจของรัฐบาลแห่งชาติที่ต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;และ4.นายชวน หลีกภัย ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และถือเป็นบุคคลที่ทำงานภายในสภามานาน ทุกฝ่ายพอยอมรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากรายชื่อคนที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเมืองคือ พล.อ.เฉลิมชัยและท่านพลากร ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ หลายคน เขาบอกว่าอยากได้นายกฯ คนกลางที่มาจากพลเรือน แต่ไม่ได้แปลว่ารังเกียจ พล.อ.เฉลิมชัย แต่กังวลถึงภาพลักษณ์ว่าจะเป็นการนำภายใต้ทหารอีกหรือไม่ แต่หากเป็นพลเรือนจะอธิบายกับสังคมและสังคมโลกได้ว่าเป็นรัฐบาลเป็นกลางจริงๆและนำโดยพลเรือน ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเอนไปทางท่านพลากรมากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า เรายังมีเวลาอีกพอสมควรให้ถกเถียงจนตกผลึก บ้านเมืองต้องมีทางออก ไม่เจอทางตัน เพราะหากใช้ ม.44 ยกเลิกการเลือกตั้ง หรือศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ เมื่อบรรยากาศการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว และเห็นว่าทางออกของบ้านเมืองยังมีทางออกได้ นั่นก็คือเรามาจับมือกันร่วมกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ความหลากหลายเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ในพรรคที่มีความเห็นต่างในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายทางความคิด และปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดมาหลายครั้งเหมือนกับพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกก็เป็นอย่างนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจะมีกลไกตัดสิน ซึ่งพรรคมีที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเป็นที่ประชุมเพื่อหาข้อยุติ และเมื่อมีมติเป็นอย่างไร ตนมั่นใจว่าทุกคนในพรรคจะเคารพมตินี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า สำหรับความพยายามที่จะขอเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของโหวตเตอร์ในการเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคในที่ประชุมใหญ่พรรค โดยเสนอให้อดีต ส.ส.ปี 2554 มีสัดส่วนโหวตที่ 70% เท่ากับว่าที่ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เห็นว่าจะต้องมีหารือกับ กก.บห.รักษาการ เพื่อตั้งคณะทำงานหนึ่งชุด เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ในการที่จะจัดการเลือก กก.บห. โดยยึดข้อบังคับพรรคเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์อะไรหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ แต่โดยหลักทุกครั้งพรรคจะมีคณะทำงานตามข้อบังคับพรรคกำหนดว่า จะต้องมีการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 60 วัน นับจากวันพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันที่ 24 มี.ค. ในการประชุมกก.บห.พรรคครั้งล่าสุด พิจารณาแล้วว่าจะต้องเลือก กก.บห.ชุดใหม่ และหัวหน้าพรรคคนใหม่ ให้เสร็จสิ้นภายในวันสุดท้ายคือ 23 พ.ค.นี้ ตามข้อบังคับพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเสนอเพื่อให้เลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ นายจุรินทร์ตอบว่า &amp;nbsp;วันที่ 24 เม.ย. จะเป็นการรับรองงบดุลประจำปีของพรรค ที่จำเป็นต้องทำตามกำหนดเวลาและข้อบังคับพรรค ส่วนจะมีใครเสนอวาระอื่นอีกหรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา ระบุว่าทุกอย่างควรเสร็จก่อน 9 พ.ค. ขอย้ำว่า เรื่องการเลือก กก.บห.พรรคใหม่เป็นหน้าที่ของคณะทำงาน หากจะมีการเสนอให้พิจารณาวาระเลือกหัวหน้าพรรคในวันที่ 24 เม.ย.นี้เลยหรือไม่ มันไม่ยากที่จะตอบ แต่ถ้าตอบไปแล้วมันกระทบกระทั่งโดยไม่จำเป็น ยังมองในแง่ดีว่าทุกคนในพรรคมีวุฒิภาวะและทราบดีว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ขอพูดเรื่องตัวบุคคล และไม่ขอพูดเรื่องปรากฏการณ์ใดๆ ในขณะนี้ เพียงแต่ว่ายังมั่นใจว่ามันเป็นขั้นตอนกระบวนของความหลากหลายทางความคิดของพรรค เมื่อถึงเวลากลุ่มที่มีหน้าที่ตามข้อบังคับพรรคได้พิจารณาตัดสินแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนจะเคารพมติพรรค&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่บนทางสองแพร่ง ระหว่างจะไปร่วมรัฐบาล หนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ ต่างฝ่ายต่างอ้างอุดมการณ์พรรค จะบอกสังคมอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า อุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ตนมั่นใจว่าทุกคนยึดถือและไม่ได้มีข้อสงสัยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าพรรค จะฟื้นความเชื่อมั่นและศรัทธาของสมาชิกพรรคที่เลือกคนของพรรค 3.9 ล้านเสียงให้เพิ่มขึ้นอย่างไร นายจุรินทร์ตอบว่า วันนี้ตนยังไม่ได้เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค จึงยังไม่ควรจะพูดอะไร และเมื่อถึงเวลา จะพูดแน่นอน ที่สำคัญเชื่อมั่นและมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถกลับไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งแน่นอน เพราะเรามีจุดแข็งมากมาย ทั้งบุคลากรที่มีศักยภาพ ความหลากหลายทางความคิดสร้างสรรค์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การเป็นพรรคการเมืองที่ประกอบด้วยคนทุกรุ่น โดยเฉพาะเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน ที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปัตย์ ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีอุดมการณ์การทำหน้าที่เพื่อประชาชนเป็นหลักอย่างมุ่งมั่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ที่สำคัญอีกสิ่งคือ เราเป็นพรรคการเมืองที่มีอดีต ปัจจุบัน และมีอนาคต วันเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ในยามที่เราตกต่ำในบางยุคบางสมัย แต่สุดท้ายเราก็สามารถลุกขึ้นยืนและพลิกฟื้นให้กลับมาเป็นที่ยอมรับ หรือเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจประชาชนได้อีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาไม่ไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เงื่อนไขและปัจจัยทางการเมืองต่างจากอดีต เพราะฐานเสียงของพรรคแตก &amp;nbsp;ทหารกลับเข้ามาเป็นผู้เล่นเอง จะทำอย่างไรให้สังคมเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์คือทางเลือกหลัก นายจุรินทร์ตอบว่า ขอแยกทหารกับ คสช.ออกจากกันเสียก่อน เพื่อความชัดเจน ถ้าเราย้อนไปดูทั่วโลกหลายประเทศ พรรคการเมืองที่ตั้งมาโดยคณะรัฐประหารแล้ว ลงมาแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถอยู่ได้ยั่งยืนตลอดไป ตนคิดว่าประเทศไทยก็หนีไม่พ้นบทพิสูจน์นี้ พรรคการเมืองที่จะยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับใช้ประชาชนในทางการเมือง และต้องการพัฒนาตัวเองไปสู่สถาบันทางการเมือง สถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะอยู่ยั้งยืนยง และทุกพรรคการเมืองในโลกก็มีแพ้มีชนะตามยุคสมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราผ่านการพิสูจน์แล้วว่าประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เราทำงานรับใช้ประชาชนและประเทศชาติมาต่อเนื่อง มีหัวหน้าพรรคมา 7 คน และยังต้องมีต่อไปอีกในอนาคต โดยยึดเหนี่ยวอุดมการณ์ของพรรค สำคัญที่สุดที่สะท้อนความเป็นเราคือ ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะอยู่ในฐานะไหน เราทำหน้าที่ของเราแทนประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริต&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
สถานการณ์ยังไม่นิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรื่องความขัดแย้งและทิศทางของพรรค ตนทราบดีว่ามีสมาชิกออกมาพูดเรื่องนี้เยอะแล้ว จึงไม่อยากพูดอะไรให้เป็นเรื่องสับสนต่อสังคมอีกต่อไป เนื่องจากเวลานี้สถานการณ์ทุกอย่างยังไม่นิ่ง กกต.ก็ยังไม่มีการรับรอง ส.ส. อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.ที่ยังวุ่นวาย ถึงขั้นต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ดังนั้นตอนนี้หากพูดอะไรไป คนก็จะสับสนเปล่าๆ ทั้งนี้ ในเวลานี้ยังไม่มีใครทราบชัดเจนว่าฝ่ายใดจะได้จัดตั้งรัฐบาลตนจึงมองว่าต้องรอคะแนนอย่างเป็นทางการเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็อ้างจำนวน ส.ส. เยอะที่สุดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็อ้างว่ามีคะแนนนิยมเยอะที่สุด ทุกคนพูดได้ แต่สถานการณ์ยังไม่จบ ดังนั้นทุกคนจึงมีสิทธิ แต่ใครจะตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องรอความชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เห็นด้วยกับการสร้างวาทกรรมในขณะนี้ในเรื่องของคำว่าเผด็จการ หรือประชาธิปไตย ผมอยากบอกว่าคำว่าเผด็จการจบลงแล้วตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ผมสังเกตเห็นฝ่ายที่สนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร พยายามใช้วาทกรรมเผด็จการเพื่อโจมตีให้คนเข้าใจผิดในกระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ จึงอยากบอกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งมองว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้รอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์เผยว่า ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; ต้องรอสถานการณ์ในการที่จะให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาตัดสินจนเป็นมติ และสมาชิกทุกคนก็ต้องยอมรับมติของ กก.บห. ตนไม่อยากให้คนมอง ปชป.ว่ามีความขัดแย้งกันในพรรค เพราะเราทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นต่าง เนื่องจากพรรคเราไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากให้มีคนมาพูดว่าเลือกตั้งแพ้แล้วยังมาทะเลาะกันอีก เพราะเราไม่ได้ทะเลาะกัน เราเป็นเพียงพรรคที่สามารถ หรือต้องการแสดงความเห็นต่างต่อกันได้ทุกเมื่อ ก็เท่านั้นเอง&amp;quot; ว่าที่ ส.ส.ตรังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ว่าที่ ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางของพรรคต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่าจะเป็นฝ่านค้านอิสระ หรือไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งความเห็นส่วนตัวอยากเห็น ปชป.ร่วมรัฐบาลกับ พปชร. เพราะจะได้ขับเคลื่อนนโยบายให้ประชาชนได้ แต่ทั้งหมดต้องรอมติพรรคเท่านั้น โดยจะมีการประชุม กก.บห.รักษาการอีกครั้งในวันที่ 18 เมษายนนี้ ก็ต้องรอดูความคืบหน้าอีกครั้ง ถ้ามติพรรคออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง
ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้สังคมมองว่า ปชป.พรรคแตก มีทั้งงูเห่าและแบ่งขั้วเป็น 2 ฝ่าย เธอตอบว่า เรื่องนี้จริงๆปชป.ตกลงกันไม่ยาก และอยากบอกว่าคน ปชป.ทะเลาะกันเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เพราะเราเป็นประชาธิปไตย ถ้าสังเกตจะเห็นว่าพรรคเราไม่ว่าจะทำอะไรจะมีเรื่องเสียงแตก เสียงไม่ตรงกันทุกครั้ง แต่เมื่อมติพรรคออกมาแล้วทุกคนต้องปฏิบัติตาม แม้แต่หัวหน้าพรรคก็จะมาชี้นำให้ไปทางไหนก็ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมากล่าวว่า ตอนนี้ทำได้แค่รอคอย เพราะจะมีเลือกตั้งซ่อมอีก 6 เขต และเชื่อว่าอาจจะต้องมีการแจกใบแดงใบส้มอะไรกันอีก เชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนหลังวันที่ 9 เมษายน ส่วนเรื่องพรรคเราเถียงกัน เราเถียงกันมาตลอด เช่นตอนที่เรามีมติไม่ส่ง ส.ส.ลงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคชาติไทยและพรรคมหาชน ตอนนั้นเราประชุมถกเถียงกันนาน 3 วัน 3 คืนก็ยังไม่จบ แต่พอทุกอย่างลงตัวแล้วว่าเราจะไม่ส่ง ส.ส.ลงเลือกตั้ง ทุกอย่างก็จบ และทุกคนก็ต้องเคารพมตินี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีการหารือตั้งรัฐบาล และไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง น่าจะเป็นข่าวปล่อยมากกว่า เพราะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ย้ำกับสมาชิกพรรคทุกคนให้งดการให้ความเห็นเรื่องการเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด เพราะต้องรอการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่และมติของพรรค ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งที่จะเป็นผู้ที่ลงมติอย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในฐานะสมาชิกพรรค เมื่อนายชวน ได้บอกกับสมาชิกพรรคแบบนี้แล้ว เราทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามอุดมการณ์และมารยาททางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีผู้อาวุโสอยู่เป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากให้บรรดาคนที่อยากเป็นรัฐมนตรีทั้งหลาย อย่าเพิ่งใจร้อนหรือไปแอบอ้างโมเม นำชื่อพรรคไปต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระแม่ธรณีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรค ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดคิดคดทรยศต่อพรรคประชาธิปัตย์ มักจะมีจุดจบทางการเมืองที่ไม่น่าพิสมัย ผมจึงต้องการให้ทุกคนปฏิบัติตามที่นายชวนได้พูดไว้ เพื่อความเป็นเอกภาพและความสามัคคีของสมาชิกพรรค&amp;rdquo; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้แล้วว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่คงต้องรอ กกต.ประกาศรับรองหลังวันที่ 9 พ.ค.ก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเจรจาพูดคุยนั้น เป็นเรื่องปกติที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะมีการพูดคุยกันบ้างกับพรรคเล็กๆ นั้นตนก็เจอกันบ้าง เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักมักคุ้นกัน มีการแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวอีกว่า สำหรับกระแสข่าวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อยู่ระหว่างเจรจากับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายมิ่งขวัญได้ออกแถลงการณ์แล้วว่าไม่เคยเจรจากับพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเรื่องแปลกว่าคนที่กระสับกระส่ายมากกว่านายมิ่งขวัญ กลับเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่กุลีกุจอออกมาพูดแทนทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคของตัวเองเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เข้าใจว่าคุณหญิงสุดารัตน์ทำไมจึงยังใช้วาทกรรมสืบทอดอำนาจเผด็จการอยู่อีก อย่าพยายามสร้างความขัดแย้งหรือแบ่งข้างประชาชนอีกเลย เมื่อเลือกตั้งจบแล้วก็รอจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างก็จบ&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot;ยันเกิน 251 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายมิ่งขวัญเป็นหัวหน้า จะจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.หรือไม่ ว่าตนได้ทราบเรื่องนี้จากข่าว แต่ทุกอย่างต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ตอนนี้หลายฝ่ายต่างก็คาดการณ์กันไป ขอให้ใจเย็นๆ เนื่องจากตัวเลขเก้าอี้ ส.ส.บางพรรคอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง 1-2 ที่นั่ง จึงต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งและชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะคุยกันยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวร่วมของพรรคพอมีบ้าง เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ส.ส.เกิน 251 เสียง เพื่อให้สามารถทำงานในสภาได้ เรามั่นใจว่าจะมีเสียงเกินนั้น แต่จะมีใครร่วมงานบ้าง ขอรอความชัดเจนหลังวันที่ 9 พ.ค.นี้ ก่อน&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนำว่าที่ ส.ส.ของพรรคกว่า 30 คน มาร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.นั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคนที่มีความชัดเจน แต่เราต้องเคารพและให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีกระบวนการพิจารณาและตัดสินใจเรื่องดังกล่าว ว่าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ปชป.จะมีมติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @phumtham ระบุว่า &amp;ldquo;วันนี้&amp;hellip;เราควรจะปล่อยให้พวกนักการเมืองที่ไร้จรรยาบรรณ สร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ที่เอาแต่ประโยชน์ตน พยายาม โยนหินถาม เพื่อหว่านล้อมให้ยอมรับการแย่งชิงอำนาจเพื่อยึดครองอำนาจและสืบต่ออำนาจหรือครับ&amp;hellip;ใครตระบัดสัตย์ &amp;ldquo;ครั้งหน้าอย่าเลือก&amp;rdquo;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของ กกต.นั้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ​กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่ารับทราบ และเคารพในทุกความเห็นของทุกคนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยพูดถึงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้จะพูดถึงความกล้าหาญที่จะถูกตรวจสอบ เราทำงานด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พิจารณาว่าจะเห็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่มีผู้ยื่นถอดถอนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ และขู่ว่าจะฟ้องตามมาตรา 157 นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นไม่ได้การขู่แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มีความเห็นต่างมีสิทธิตรวจสอบ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานทุกหน่วยหากเรียก กกต.เข้าชี้แจง ซึ่งผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวถึงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุความล่าช้าของการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ที่มาไม่ทันการนับคะแนนว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร และมีผู้ใดบ้างที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ ซึ่งการหาผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ และถ้ามีผู้ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;
หาคนรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นได้รับทราบว่าถุงเมล์ที่บรรจุบัตรเลือกตั้งจากเวลลิงตัน ต้องมาถึงให้ถึงแอร์นิวซีแลนด์ตามกำหนด แต่เกิดเหตุความล่าช้า ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงแล้ว มีเหตุอะไรที่ไม่สามารถนำไปส่งทัน ในสถานที่นับคะแนนกลางได้ ซึ่งจะรอความชัดเจนจากการดำเนินงาน ติดตามตรวจสอบจากสำนักงาน กกต. ให้หาข้อเท็จจริงถึงความผิดพลาด ขณะเดียวกันก็เป็นดุลพินิจของสำนักงาน กกต.ว่าหากพบผู้ที่ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น การเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายเรื่องการนับคะแนนว่า กกต. ต้องพิจารณาเองก่อนว่าสิ่งที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีความก้ำกึ่ง หรือข้อขัดแย้งในทางกฎหมายจนถึงขั้นที่จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือยัง หรือการที่ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น เพราะ กกต.ไม่มั่นใจในการตีความ และการทำงานของตนเองถึงส่งและโยนภาระหน้าที่ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะสิ่งที่มีปัญหาอยู่ในตอนนี้คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีสิ่งที่ขัดอยู่กับรัฐธรรมนูญ และถ้าทั้งสองอย่างขัดหรือแย้งกันเราสามารถส่งประเด็นนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่สิ่งที่ กกต.ส่งไปไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นความขัดหรือแย้งกันระหว่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญ แต่กลับส่งไปเป็นเรื่องของการนับคะแนนของพรรคการเมืองว่าแบบนี้จะทำได้หรือไม่ ซึ่งในที่สุดแล้วผมก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร แต่จะติดตามประเด็นนี้เพื่อความชัดเจนต่อไป&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โดยหลักการ ถ้าประเด็นใดเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญในเรื่องของเจตนารมณ์ แนวทาง หากยังมีข้อสงสัยหรือความเห็นต่างกัน ก็เป็นเรื่องดีที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็น จะได้เป็นที่ยอมรับ เพราะในหลักการแล้วคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันไปทุกองค์กร แม้จะเป็นอำนาจของ กกต.โดยตรงในการใช้สูตรคำนวณ และสูตรทั้งหลายก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่หากมีข้อสงสัย กังวลใจว่าองค์กรต่างๆ หรือประชาชนจะมองว่า กกต.ไม่เป็นกลาง ตนมองว่าควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นจะเป็นประโยชน์ให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้
ทำไมต้องตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ คงไม่มีใครไปเขียนรัฐธรรมนูญโดยไม่มีที่มาที่ไป ความชัดเจนมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้มันจะเอาความจริงมาพูดกันหรือเปล่าเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐธรรมนูญเขียนแล้วทำไมต้องตีความ โดยเฉพาะในเรื่องของสูตรคำนวณการคิดสัดส่วน มันมีความชัดเจนของมันอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรที่ต้องไปคิดเป็นอย่างอื่น แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ยังกล่าวว่า การคิดคำนวณ ส.ส.ไม่ให้เกิน ส.ส.พึงมีตามที่กฎหมายกำหนดนั้นมีหลักการอยู่แล้ว ไม่มีอะไรทำให้น่ากังวล แต่เนื่องจากมีความเห็นหลายแนวทาง หลายกลุ่ม หลายความคิด แต่ไม่ใช่คนที่จะชี้ว่าใช่หรือไม่ใช่ เป็นเพียงความเห็นแต่ละท่าน ความเห็นของผู้รู้ ซึ่งมีทั้งที่ถูกและอาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ตีความเป็นอย่างอื่น ส่วนจะทันก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคมหรือไม่นั้น เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าใจถึงเงื่อนไขเวลา อะไรที่จำเป็นต้องรีบให้ความเห็นก็ต้องเร่งให้ทันต่อเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ว่าที่ ส.ส.อุดรธานี &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกิดเรื่องประหลาดขึ้นในสังคมไทย​ คือรัฐธรรมนูญมาตรา​ 91 และกฎหมายลูกว่าด้วย กกต. มาตรา​ 128, 129 เขียนถ้อยคำไว้ชัดเจน ไม่มีความซับซ้อน เข้าใจง่าย นักกฎหมายโดยทั่วไปเข้าใจได้​ ประกอบกับ กกต.​ผู้ทรงเกียรติก็ล้วนเป็นนักกฎหมายใหญ่หลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แปลกใจทำไมต้องใช้ตรรกะตั้ง 3 แนวทางมาคำนวณ คือ​ ตรรกะคณิตศาสตร์ ตรรกะรัฐศาสตร์ และตรรกะกฎหมาย ทั้งที่เป็นตรรกะกฎหมายล้วนๆ สถานการณ์นี้อาจทำให้ประเทศตกสู่หลุมดำทางการเมืองทางการบริหาร ไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย คือต้องเอาจำนวนคะแนนทั่วประเทศ​ 35,532,647 คะแนน​หารด้วย 500 เขต ซึ่งก็คือตัวเลขที่จะกำหนด ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค หากพรรคใดมีคะแนนทั้งพรรคไม่ถึงจำนวนนี้ ย่อมไม่ใช่พรรคที่จะมี ส.ส.ได้เล​ย ง่ายๆ อธิบายได้ไม่ซับซ้อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพยายามคิดให้ซับซ้อนไปเพื่อเหตุผลใด หรือจะมีวาระซ่อนเร้นประการใดหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33634</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ทรงศักดิ์ ทองศรี, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลากร สุวรรณรัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, รังสิมา รอดรัศมี, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb34a5cb68d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เทพไท” ชง “พลากร” นั่งนายกคนกลาง 2 ปี แก้เศรษฐกิจปากท้อง-รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ส.ส.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์สดผ่านเฟสบุควิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของประเทศ โดยย้ำว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและแก้รัฐธรรมนูญ ให้มีวาระเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายเทพไท ยังกล่าวถึงบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางของรัฐบาลแห่งชาติ ว่า เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมถอยคนละก้าว แต่พรรคที่มีปัญหาและข้อจำกัดมากที่สุด คือ พรรคอนาคตใหม่ เพราะมีจุดยืนชัดเจน คือ 1.ไม่สืบทอดอำนาจ และ2.ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่ตนเสนอไม่ขัดกับจุดยืนนี้แน่นอน เนื่องจากมีการตัดตอนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพราะนายกคนกลางไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งรัฐบาลดังกล่าวจะมีภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ขัดจุดยืนของอนาคตใหม่ ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงสามารถเข้าร่วมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวอีกว่า สำหรับนายกคนกลางต้องเป็นคนที่เข้าได้กับทุกฝาย ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มีอยู่ด้วยกัน 4 คน &amp;nbsp;โดยสองคนเป็นองคมนตรีที่มีความสามารถเพียงพอ ได้แก่ 1.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผบ.ทบ. แม้จะเป็นทหารแต่มีหลักประชาธิปไตยค่อนข้างชัดเจน 2.นายพลากร สุวรรณรัฐ ที่ผ่านมาเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง มีประสบการณ์การปกครองค่อนข้างสูง เชื่อว่าจะนำพาประเทศชาติได้ 3.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด (UNCTAD) โดยออกจากการเมืองไปแล้วและมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงกับภารกิจของรัฐบาลแห่งชาติที่ต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;และ4.นายชวน หลีกภัย ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และถือเป็นบุคคลที่ทำงานภายในสภามานาน ทุกฝ่ายพอยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากรายชื่อคนที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการเมือง คือ พล.อ.เฉลิมชัย และนายพลากร ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อนๆหลายคน เขาบอกว่าอยากได้นายกคนกลางที่มาจากพลเรือน แต่ไม่ได้แปลว่ารังเกียจพล.อ.เฉลิมชัย แต่กังวลถึงภาพลักษณ์ว่าจะเป็นการนำภายใต้ทหารอีกหรือไม่ แต่หากเป็นพลเรือนจะอธิบายกับสังคมและสังคมโลกได้ว่าเป็นรัฐบาลเป็นกลางจริงๆและนำโดยพลเรือน ทำให้ตอนนี้น้ำหนักเอนไปทางนายพลากรมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เรายังมีเวลาอีกพอสมควรให้ถกเถียงจนตกผลึก บ้านเมืองต้องมีทางออก ไม่เจอทางตัน เพราะหากใช้ม.44ยกเลิกการเลือกตั้ง หรือศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจะต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ เมื่อบรรยากาศการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว และเห็นว่าทางออกของบ้านเมืองยังมีทางออกได้ นั่นก็คือเรามาจับมือกันร่วมกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติ&amp;rdquo; นายเทพไท กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33613</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกคนกลาง, พลากร สุวรรณรัฐ, เทพไท เสนพงศ์, เลือกหัวหน้าพรรคปชป., เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b99a2153f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4องคมนตรีร่วมเกาะติดสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 องคมนตรีร่วมตามสถานการณ์พายุปาบึก &amp;quot;พลากร&amp;quot; เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ถึงแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยงานเกาะติด พร้อมเตรียมการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันที่ 4 ม.ค.62 นายพลากร สุวรรณรัฐ, &amp;nbsp;พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพลากรเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งหลายประการ โดยเฉพาะการเตรียมแผนป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟู เผชิญเหตุ และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ จากการพยากรณ์ของหลายหน่วยงานพบว่า พายุลูกนี้น่าจะมีความรุนแรงไม่แพ้พายุแฮเรียตที่เข้าถล่มแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 ที่ส่งผลให้แหลมตะลุมพุกได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เป็นพายุที่ร้ายแรงที่สุดที่ประเทศไทยเคยประสบมา ต่อจากนั้นเป็นพายุเกย์ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านกิจการประมงมาก รวมถึงบนบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การมาวันนี้เพื่อมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ และทีมงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยคณะองคมนตรีมีความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการฯ เพื่อให้กำลังใจ ติดตามการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละจังหวัด โดยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ และขอให้กำลังใจกับผู้รับผิดชอบทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์พายุปาบึก ว่า พายุปาบึก ส่วนหน้าขึ้นฝั่งแล้วที่นครศรีธรรมราชครับ ขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือด้วยสติ ขณะนี้ศูนย์ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก 24 ชม. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า กำลังทำงานอย่างเต็มที่และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมสั่งการและประสานให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ที่สำคัญก็คือผมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางการ หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ผมขอส่งแรงใจให้ทุกคนปลอดภัย
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;สั่งเกาะติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; คืนวันศุกร์ว่า&amp;nbsp;
กองบัญชาการป้องกันแลบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวัง, ติดตามสภาพ
อากาศ-ปริมาณฝน-ระดับน้ำ, ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เตรียมการเผชิญเหตุ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการรับมือ ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน อาทิ ด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ทั้งอาหาร เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค ชุดเคลื่อนที่เร็ว รถและเรือกู้ภัย ระบบไฟฟ้าสำรอง และการสื่อสาร ที่ต้องมีความพร้อม 100% นะครับ ไปจนถึงเตรียมแผนการเผชิญเหตุ แผนอพยพ และแผนการฟื้นฟูภายหลังการเกิดเหตุให้ครอบคลุม รวดเร็วทั้งระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อฟังคำสั่ง-คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การบริหารจัดการภัยธรรมชาติในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ขอให้ทุกคนปลอดภัยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับมือว่า ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนมาก โดยสถานการณ์ฝนจะกระทบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงอีก 2 จังหวัดคือ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมีฝนมาก ก็จะต้องหาวิธีระบายน้ำ แม้จะทำได้ยาก เนื่องจากมีพายุเข้ามา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามหาวิธีดำเนินการทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือไว้หมดแล้ว โดยใน จ.นครศรีธรรมราช มีที่พักพิงกว่า 100 จุด เฉลี่ยตำบลละ 2-4 แห่ง ขณะนี้อพยพประชาชนประมาณ 10,000 คน จากเป้าหมายที่เตรียมไว้กว่า 20,000 คน โดยต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เบื้องต้น เพราะหากสถานการณ์แรงขึ้น จะทำให้การเคลื่อนย้ายลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มท.1 คาดว่า 5-6 วันพายุจะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เบื้องต้นหอกระจายข่าวในแต่ละพื้นที่ใช้ได้เกือบทั้งหมด และยังมีการเตรียมระบบสำรองในการสื่อสาร โดยนำของกองทัพเข้ามาเสริม และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และรายงานนายกฯ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงว่าสถานการณ์จะกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน โดยสั่งการให้เร่งเยียวยาประชาชนทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ชาวบ้านประกอบอาชีพได้โดยเร็ว&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และรับมือพายุโซร้อนปาบึก ที่ห้องชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด นายกฯ ได้สั่งให้ตั้งศูนย์ติดตาสถานการณ์ที่ห้องดังกล่าว โดยจะมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และหากนายกฯ ต้องการเรียกประชุมเป็นการด่วน ต้องเตรียมพร้อมภายใน 30 นาที ทั้งนี้ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ นายกฯ อาจจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยจะรอดูสถานการณ์คืนนี้ก่อน
&amp;quot;ปชป.-รปช.&amp;quot;ตั้งศูนย์ช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมรับมือกู้ภัยจากภัยภิบัติ กองทัพเรือ โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมายเลข 911 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ ที่จอดเทียบท่าการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ดำเนินการลำเลียงเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ น้ำดื่ม และอาหารแห้ง ขึ้นสู่ลำเรือ พร้อมออกเดินทางสู่ภารกิจการช่วยเหลือประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติจาก &amp;ldquo;พายุปลาบึก ในพื้นที่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราชแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เป็นการเตรียมการขั้นสูงสุด มีกำลังพล และยุทโธปกรณ์ จากหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติการกองทัพเรือ 4 ลำ, ชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (Maritime Aquatic Life Support Team: MAL), ชุดสำรวจและประเมินความเสียหาย ทร. (Naval Disaster Assessment Team:NDAT), ชุดค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนบก และชุดปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ ซึ่งเรือจะใช้เวลาในการเดินทางถึงที่หมายประมาณ 15 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์มีอดีต ส.ส.อยู่ และอาจถูกมองว่าเป็นการหาเสียง ว่า คงไม่มีปัญหาเรื่องการถูกมองว่าเป็นการไปหาเสียง เพราะตัวเองได้กำชับอดีต ส.ส. ให้ช่วยติดตามประชาสัมพันธ์และประสานงานกับส่วนราชการก่อนเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทางพรรคก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องหมายเลขโทรศัพท์ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ก็เป็นห่วงอยู่บ้าง เพราะการเข้าไปให้ความช่วยเหลือยังมีน้อย เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าไม่มีอะไร ดังนั้นอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารและทำตามคำแนะนำของราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเองได้รับรายงานที่จังหวัดสงขลาว่า มีบางพื้นที่คลื่นลมแรงและน้ำท่วมบางจุด แต่ความสูญเสียชีวิตยังไม่มี ส่วนหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ในนามมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พรรคได้ประสานงานกับหน่วยจัดตั้งและบุคลากรของพรรคเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน โดยในเบื้องต้นทางพรรคได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 9 ศูนย์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25785</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลากร สุวรรณรัฐ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78b0766ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
