<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุเทน” ว่าที่ผู้สมัครชิงพ่อเมืองมหานคร  บินดูงานญี่ปุ่น “จราจร-ขยะ” ปรับใช้ กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยเต็มตัว หลังมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อกลางปี 62 หลังถูกแช่แข็งมานาน ต่อไปถึงคิวการเลือกตั้งท้องถิ่น อีกสนามที่น่าสนใจคือการเลือกตั้ง &amp;ldquo;ผู้ว่าฯ กทม.&amp;rdquo; ครั้งที่ 11 หลังจากห่างหายการเลือกตั้งมาหลายปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดย้อนไปตั้งแต่ปี 2556 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ เฉือนชนะ พล.ต.อ.ดร.พงศพัศ พงษ์เจริญ คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย แต่ต้องถูกให้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 59 และแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ จวบจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามกำหนดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ 11 ยังไม่ได้กำหนดวัน แต่คร่าวๆ น่าจะมีขึ้นปลายปีนี้แน่นอน พรรคการเมืองใหญ่เริ่มขยับกำหนดตัวผู้ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ เมืองหลวงกันแล้ว เช่นเดียวกันกับนายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย ได้เสนอตัวชิงชัย &amp;ldquo;พ่อเมืองมหานคร&amp;rdquo; ในนามอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ด้วยที่เจ้าตัวมั่นใจประสบการณ์ทางการเมืองที่เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลมาหลายรัฐบาล และด้วยความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมศาสตร์จะสามารถแก้ปัญหาให้กับชาวกรุง โดยเฉพาะการจราจร ปัญหาขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเน่าเสีย และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาด้านการจราจร ปัญหาขยะ ที่ กทม.แก้ไม่ตก &amp;ldquo;อุเทน&amp;rdquo; มองข้ามช็อต ใช้นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เป็นโมเดลในการแก้ปัญหา ด้วยนครโอซากามีหลายอย่างที่คล้ายกับกรุงเทพมหานคร ทั้งจำนวนประชากร รถยนต์ ผังเมือง จึงบินตรงสู่นครโอซากาเพื่อศึกษาดูงานนำทฤษฎีมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะ &amp;ldquo;การจราจร&amp;rdquo; กรุงเทพมหานครถูกจัดอันดับเป็นมหานครที่รถติดอันดับต้นๆ ของโลก ได้เข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์จราจรกลางโอซากา ที่รวบรวมข้อมูลการจราจรทั้งหมด ที่ห้องควบคุมมีแผนผังแสดงการจราจรทุกเส้นทาง ความหนาแน่นของรถยนต์ รวมทั้งจอแสดงการจราจรแต่ละจุดแบบเรียลไทม์ ควบคุมสั่งการสัญญาณไฟโดยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือถ้ามีการปิดการจราจร การก่อสร้าง จะมีเจ้าหน้าที่เทคนิคคอยคีย์ข้อมูลปรับสัญญาณไฟเพื่อเร่งระบายรถได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันได้ใช้ช่องทางสื่อสารกับประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนให้ทราบทางสถานีวิทยุ ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้รถบนถนนทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นไปใช้เส้นทางอื่น เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เหมาะสมที่จะนำมาปรับใช้กับเมืองหลวงของประเทศไทย ที่ไม่ว่าผู้ว่าฯ กทม.คนไหน หรือรัฐบาลใดยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีกปัญหาที่ชาวกรุงประสบคือปัญหาขยะ ที่ปัจจุบัน กทม.มีขยะกว่า 10,000 ตันต่อวัน ต้องเสียค่าฝังกลบตันละ 900 บาท แต่ละปีเสียงบประมาณไปมหาศาล คณะนายอุเทนได้เข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะของนครโอซากา ที่โรงเผาขยะ Maishima Plant Incineration Plant ของบริษัท Hitachi Zosen เป็น 1 ใน 6 โรงเผาขยะที่มีอยู่ในนครโอซากา ซึ่งเป็นโรงกำจัดขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ทุกขั้นตอนเป็นระบบปิด ขยะทุกอย่างที่เผาได้จะกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเริ่มตั้งแต่นำขยะจากบ้านเรือนประชาชน โรงเผาขยะสามารถเผาได้ทั้งขยะเปียกและขยะแห้ง ถ้าเป็นขยะเปียกกระบวนการทำงานขยะจะถูกอบให้แห้งก่อนเผา ส่วนขยะที่เป็นเหล็ก หรืออะลูมิเนียม จะถูกคัดแยกเพื่อนำไปจำหน่ายเป็นรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำงานของโรงเผาขยะ เมื่อขยะเข้าสู่เตาเผาจะใช้อุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียสขึ้นไป ความร้อนจะไปที่หม้อต้มน้ำเกิดเป็นไอเข้าสู่กังหันไอน้ำฉุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า&amp;nbsp; แต่ละวันสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 40 กิโลวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ได้จะถูกนำไปใช้ในโรงงานส่วนที่เหลือ นำไปขายให้กับการไฟฟ้า ขยะ 100 ตันจะสามารถแปลงเป็นพลังงานได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 เปอร์เซ็นต์เป็นขี้เถ้าเพื่อนำไปฝังกลับหรือนำไปผสมซีเมนซ์ผลิตเป็นอิฐหนอนปูทางได้อีกโดยที่ไม่เสียเปล่า ส่วนก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้จะถูกทำความสะอาดก่อนโดยเครื่องดักกรองฝุ่นและกำจัดสารเคมี เหลือค่าไมโครไฟเบอร์เพียง 0.01 มาตรฐานเทียบเท่ายุโรป ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการเยี่ยมชมโรงบำบัดน้ำเสียเอบีเอะ นครโอซากา มีโรงบำบัดน้ำเสียทั้งหมด 12 แห่ง โดยโรงบำบัดน้ำเสียดังกล่าวจะรับน้ำเสียจากบ้านเรือนประชาชน โรงงานอุตสาหกรรม เข้ามาเก็บพักไว้ในบ่อบำบัดขนาดใหญ่แล้วกำจัดขยะสิ่งสกปรกก่อน ทำให้ตกตะกอน แล้วเพิ่มอากาศทำให้น้ำที่เน่าเสียกลับมาเป็นน้ำดีตามกระบวนการ ขั้นตอนสุดท้ายใส่คลอรีนจนน้ำสะอาดก่อนที่จะปล่อยลงทะเล หรือแม่น้ำลำคลอง เพื่อให้ถูกสุขลักษณะ ไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุเทน ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดเผยว่า จากการที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมทั้งหลายทั้งมวล เพื่อที่จะได้เห็นวิวัฒนาการและวิธีคิดของคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะชาวโอซากา ตั้งแต่การสร้างระเบียบวินัย การที่คนจะมีระเบียบวินัยไม่ใช่อยู่ๆ จะมีได้ จะต้องมีการสร้างกฎข้อบังคับและมีการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างจริงจังด้วยกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ มีศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนของเขานอกจากมีระเบียบวินัย ยังมีวิวัฒนาการทางความคิด กรอบแนวคิดกระบวนการจัดการตั้งแต่ระบบการจราจรกระทั่งจัดเก็บขยะและนำขยะไปสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้า และเรื่องการบำบัดน้ำสามารถที่จะนำไปใช้ในบ้านเมืองเราได้หลายๆ อย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ต่อไปเป็นหน้าที่ของผม จะทำอย่างไรให้กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวแล้ว จะต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยด้วย โดยรถต้องไม่ติด ค่าโดยสารต้องถูกลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับคนในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เรื่องไฟฟ้า การจัดเก็บขยะ เผาขยะ จนกระทั่งถึงการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำไปปฏิบัติให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการลดค่าใช้จ่ายที่สามารถทำได้คือ เมื่อรถไม่ติดค่าโดยสารก็จะลดลง ค่าไฟฟ้าถูกลงได้โดยการเปลี่ยนพลังงานขยะมาเป็นพลังงานไฟฟ้า ที่ผ่านมาที่ กทม.ทำคือการฝังกลบ สร้างมลพิษให้กับดินมากมายมหาศาล น้ำใต้ดินก็มีปัญหา ถ้าเราทำเป็นระบบเชื่อว่ากรุงเทพฯ จะน่าอยู่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ อันดับแรกคือลดการเลี้ยวขวา ลดจุดตัดยูเทิร์น ลดจุดจอดป้ายรถเมล์ ต้องเปลี่ยนใหม่หมด แต่ต้องไม่ฝืนธรรมชาติ ประชาชนของเรา ทราบดีว่าถ้าหักพร้าทีเดียวจะมีปัญหา เพราะคนของเรามีความเคยชิน ต้องค่อยๆ ทำ แต่ผมมั่นใจว่า 100 วันจะแก้ไขปัญหาจราจรได้ หรือถ้าทำได้ไม่ดี ทำดีไม่ได้เพียงพอ อยู่ไม่เกิน 500 วัน ลาออกแน่นอน&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งว่าที่ผู้ลงชิงชัยผู้ว่าฯ กทม.ที่น่าจับตา ด้วยประสบการณ์และผลงานที่ประจักษ์ ที่ได้รับการกล่าวขานเมื่อครั้งร่วมคณะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 อาจจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คนกรุงเทพฯ สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;พลาญชัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พลาญชัย, เกษมราษฎร์, “อุเทน” ว่าที่ผู้สมัครชิงพ่อเมืองมหานคร  บินดูงานญี่ปุ่น “จราจร-ขยะ” ปรับใช้ กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5916ec2d8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธงชาติคลุมร่างพลีชีพสยบจ่าคลั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองย่าโมโคราช เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ถึงแม้เหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา หรือจ่าจักร คลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนสงครามไล่กราดยิงผู้บริสุทธิ์ล้มตายเป็นผักเป็นปลา เย็นวันที่ 8 ต่อเนื่องวันที่ 9 ก.พ. เมืองโคราชเหมือนถูกสะกด ทุกหัวใจเฝ้าคอยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสกัดกั้น ไม่ให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าคลั่งใช้ห้างเทอร์มินอล 21 เป็นสมรภูมิสงคราม กราดยิงไม่เลือกหน้า คนแก่ ผู้หญิง แม้แต่เด็กก็ไม่เว้น หลายชีวิตตกเป็นตัวประกันสนองอารมณ์บ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องถึงความเจ็บปวดบาดระงม ญาติพี่น้องเหมือนกับตายทั้งเป็น &amp;nbsp;เป็นคืนที่แสนทรมาน ทั้งผู้ที่ตกอยู่ในห้วงอันตรายและคนที่รออยู่ทางบ้าน ความกดดันยิ่งเพิ่มเป็นทวี เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 18 ชม. ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเข็มนาฬิกาหยุดที่เวลา 09.02 น.ของเช้าวันที่ 9 ก.พ. คนร้ายถูกวิสามัญ โศกนาฏกรรมครั้งนี้มีผู้สังเวยชีวิตไป 30 ศพ บาดเจ็บอีก 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะผู้นำผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บินด่วนลงพื้นที่ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. &amp;nbsp;ภาพที่ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ สวมเสื้อแขนยาว &amp;nbsp;กางเกงขายาวรัดรูปสีดำ สวมเสื้อเกราะสะพายปืน MP 5 &amp;nbsp;พร้อมเผชิญเหตุ เข้าบัญชาการเหตุการณ์ตลอดทั้งคืน เคียงบ่าเคียงไล่กับผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อภารกิจลุล่วงถึงยอมเดินทางกลับ เป็นภาพลักษณ์ที่ดี สังคมยกย่องเชิดชูถึงความกล้าหาญ นั้นคือผู้นำองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การปฏิบัติภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบกความหวังของคนทั้งประเทศ คือ &amp;ldquo;หน่วยปฏิบัติการพิเศษผสม&amp;rdquo; ประกอบไปด้วย หน่วยคอมมานโด กองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904, หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม, หน่วยอรินทราช 26 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยนเรศวร 261 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน &amp;nbsp;ถึงแม้จะเป็นหน้าที่หลักได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่ชีวิตก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อคนร้ายก็ได้รับการฝึกฝนจากหน่วยทหาร มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธสงครามเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติภารกิจ &amp;ldquo;หน่วยปฏิบัติการผสม&amp;rdquo; ทุกหน่วยมีความสำคัญ &amp;ldquo;หน่วยหนุมาน&amp;rdquo; เป็นหน่วยใหม่สังกัดกองปราบปราม (บก.ป.) ที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อทดแทนหน่วยคอมมานโดกองปราบ ที่ย้ายไปสังกัดกองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ซึ่งภารกิจหลักสนับสนุนเมื่อมีเหตุการณ์ต้องใช้กำลัง มาตรฐานเดียวกันกับสากล ได้รับการฝึกฝนหลักสูตรต่างๆ มีความเชี่ยวชาญการเผชิญเหตุ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการแรกที่เข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างออกจากห้างก่อนเข้าปฏิบัติการ ล่าสุดปฏิบัติการจัมกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ ที่ก่อเหตุชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดลพบุรี ก่อเหตุสังหารผู้บริสุทธิ์ 3 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วย &amp;ldquo;อรินทราช 26&amp;rdquo; สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นอีกหน่วยหน้าที่เข้าเผชิญเหตุเคลียร์พื้นที่ ตามชั้นต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนและตัวประกัน ส่งต่อให้กับหน่วยหนุมานพาออกนอกพื้นที่รัศมีอันตราย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธและยุทธวิธีในการคลี่คลายสถานการณ์ ต่อต้านภัยคุกคามที่เป็นการก่อการร้าย ช่วยเหลือตัวประกัน ควบคุมการก่อจลาจล ปราบปรามอาชญากรรม หน่วยอรินทราช 26 มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะหลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หลักสูตรการทำลายระเบิด หลักสูตรพลแม่นปืน หลักสูตรผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกันกับหน่วย &amp;ldquo;นเรศวร 261&amp;rdquo; สังกัดกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เป็นหน่วยตำรวจที่มีขีดความสามารถในการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การยุทธส่งทางอากาศการรบพิเศษ และการปฏิบัติการพิเศษเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามพิเศษและการแก้ปัญหาก่อความไม่สงบ การก่อการร้ายทุกรูปแบบ รับผิดชอบปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยการนำของ &amp;ldquo;สารวัตรฮัท&amp;rdquo; หรือ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา สารวัตรกำกับการ 3 &amp;nbsp;กองบังคับการสนับสุนทางอากาศ บช.ตชด. บุตรชายคนโตของ ผบ.ตร. ปฏิบัติภารกิจร่วมรบกับผู้เป็นพ่อจนลุล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะคลี่คลายต้องแลกมาด้วยชีวิตของเจ้าหน้าที่ถึง 2 นาย จากหน่วยอรินทราช 26 จากการปะทะอย่างดุเดือดเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ทำให้ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ.1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) และ ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ถูกคนร้ายยิงด้วยกระสุนเจาะเกราะทะลุเสื้อเกราะเสียชีวิต ซึ่งเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญของหน่วยที่มากความสามารถถึง 2 นายในคราเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา จบหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. จบหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย (นเรศวร 261) รุ่นที่ 14 บก.อส.บช.ตชด., หลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดกองสรรพาวุธ รุ่น 13, หลักสูตรการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง บก.สอ.บช.ตชด. ส่วน ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย จบหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นที่ 1, หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายนเรศวร 261 รุ่นที่ 12, หลักสูตรการทำลายวัตถุระเบิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรุ่นที่ 14, หลักสูตรการกระโดร่มแบบกระตุกเอง 1/2562, หลักสูตรกระโดดร่วมกองทัพเรือปี 2562 ล้วนแต่เป็นหลักสูตรที่หินใช่ว่าใครจะผ่านได้ง่ายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจทั้ง 2 นายเหลือแต่ความดีที่ฝากไว้ ร่างถูกคลุมด้วยธงชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 2 วีรบุรุษ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สร้างความปีติให้กับครอบครัวของ 2 วีระบุรุษอย่างที่หาสุดมิได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังภารกิจลุล่วง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร.ด่วนที่สุดที่ 0051/4 ลงวันที่ 10 ก.พ.ถึงรอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. ผบก. และตำแหน่งเทียบเท่าใจความว่า &amp;ldquo;ตามที่เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.2563 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดที่ จ.นครราชสีมา โดยทันทีที่ทราบเหตุ ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย ทุกระดับชั้นได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความกล้าหาญ เสียสละอุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตรายแม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;rdquo; อย่างแท้จริง จึงขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายมา ณ โอกาสนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนฝากไว้กับตำรวจ &amp;nbsp;ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ที่สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้ดวงวิญญานไปสู่สุคติ มีความสุขในสัมปรายภพภายภาคหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พลาญชัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56924</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พลาญชัย, เกษมราษฎร์, เทอร์มินอล 21</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42b8e82f2ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้าม “บิ๊กโจ๊ก” ประพฤติชั่วร้ายแรง  ปิดประตูเกมล้มเก้าอี้ “ผบ.แป๊ะ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดียิงรถ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เหมือนจะค่อยๆ เงียบไป แต่อยู่ๆ ก็มีรายงานข่าว &amp;ldquo;ตำรวจสามารถสืบทราบจนรู้ตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว โดยส่งทีมสืบสวนเฝ้าติดตามประกบการเคลื่อนไหว เพื่อรอรวบรวมพยานหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับ หากพยานหลักฐานเรียบร้อยจะบุกเข้าจับกุมตัวทันที และมีรายงานพบหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กอู๊ด&amp;rdquo; พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ต้องรีบออกมาปฏิเสธข่าวทันที ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ แต่มีความคืบหน้าในการติดตามตัว ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการสืบสวน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาประกอบสำนวนทางคดี ซึ่งต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานต่อไป ข่าวนี้เป็นอันจบไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคดีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องไบโอเมทริกซ์ ที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อดีต ผบช.สตม. ระบุว่าเป็นสาเหตุที่คนร้ายประสงค์เอาชีวิต เนื่องจากความขัดแย้งกับผู้มีอำนาจและไปเป็นพยานให้กับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ยื่นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบการทุจริตวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท และผู้ถูกร้องให้ตรวจสอบคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมพวก ซึ่ง &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&amp;nbsp; ได้เข้าให้การกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว และยังคงต้องสอบกันอีกนาน ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่จบแล้วคือ คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2563 เตือน &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ให้รักษาวินัยราชการ อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง เนื้อหาคำสั่งระบุ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชีห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง จึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ออกหลังจากคำสั่งเด้ง&amp;nbsp; พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.ไปประจำที่ ศปก.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ให้ไปประจำที่สำนักนายกฯ เซ่นคดีแอบบันทึกคลิปเสียงสนทนากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เบรกไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดียิงรถ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ออกมาเผยแพร่ทางโซเชียล ชี้มีพฤติการณ์และการกระทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่งเตือน &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ครั้งนี้ มาจากที่เจ้าตัวออกมาแอคชั่นเปิดหน้าฟัด &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. หลังถูกคนร้ายลอบยิงรถยนต์ เดินสายให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนักระบุ &amp;ldquo;ผู้มีอำนาจ&amp;rdquo; เป็นผู้บงการ เกี่ยวข้องกับคดีไบโอเมทริกซ์ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาเตือน &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ให้รักษาองค์กรอย่าจ้อผ่านสื่อจนเสียหาย ขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกให้พี่น้องคุยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่งในลักษณะแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีพฤติกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือถูกร้องเรียน จะมีขั้นตอนในการตรวจสอบ แต่คำสั่งนายกฯ ครั้งนี้จี้ตัว &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; สั่งปรามห้ามประพฤติชั่วร้ายแรง โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดี สมัยที่ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ยังสวมเครื่องแบบตำรวจ เป็นคนใกล้ชิด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร ที่สามารถเข้านอกออกในบ้านได้ตลอด นายพลหนุ่มผู้มากบารมี ว่าที่ &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; ตำรวจทุกระดับชั้นต้องยำเกรง แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบางคนต้องสวามิภักดิ์ยอมก้มหัวให้ สายชั้นระบบการปกครองถูกทำลายจนเป็นที่มา &amp;ldquo;พล.ต.ท.&amp;rdquo; ใหญ่กว่า &amp;ldquo;พล.ต.อ.&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าถ้า &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร ยังกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วิระชัย คือเบอร์ 1 ว่าที่ &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; คนต่อไปอย่างแน่นอน ต่อด้วยการอุ้ม &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; กลับไปสวมเครื่องแบบตำรวจอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เกมนี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาด้วยโดดลงกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน จึงต้องแก้เกมด้วยการยื่นตรวจสอบจัดซื้อเครื่องไอโบเมทริกซ์ แอบบันทึกเสียงดิสเครดิต ผบ.ตร. จนเป็นที่มาของคำสั่งล้างบางครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ คำสั่งเตือน &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; อย่าประพฤติชั่วร้ายแรงครั้งนี้ ต้องมองไปถึงความสัมพันธ์ของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; กับ &amp;rdquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยังแน่นปึ๊กเหมือนเดิมหรือไม่ ถึงแม้นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมีวันนี้ได้ก็เพราะ &amp;ldquo;ลงุป้อม&amp;rdquo; เพราะทั้งคำสั่งเด้ง-คำสั่งเตือน ล้วนเป็นคนของ &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; เป็นมือเป็นไม้ค้ำรัฐบาล &amp;ldquo;ประยุทธ์ 1&amp;rdquo; เรียกคะแนนเสียงจากประชาชน ลุยจับนายทุนดอกเบี้ยโหด คืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นที่น่าจับตาเมื่อ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นั่งเป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงการบริหารกิจการภายในของตำรวจว่า &amp;ldquo;คนไม่ดีต้องขจัดออกไป&amp;rdquo; ถึงแม้จะไม่ได้ระบุถึงใคร ต้องจับตาดูต่อไปว่า &amp;ldquo;พี่ป้อม&amp;rdquo; กับ &amp;rdquo;น้องตู่&amp;rdquo; มีอะไรต้องเคลียร์กันหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ ขบวนการโค่นล้ม &amp;ldquo;ผบ.แป๊ะ&amp;rdquo; ประตูปิดตายแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลาญชัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55843</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พลาญชัย, ห้าม “บิ๊กโจ๊ก” ประพฤติชั่วร้ายแรง  ปิดประตูเกมล้มเก้าอี้ “ผบ.แป๊ะ”, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e319e9e3bd05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ “บิ๊กโจ๊ก” เปิดหน้าฟัด “บิ๊กแป๊ะ”  เปิดแผลรอยร้าวสะเทือนกรมปทุมวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กรมปทุมวัน&amp;rdquo; ร้อนระอุตั้งแต่เริ่มศักราชปีหนู เมื่อ 2 ไอ้โม่งควบ จยย.กระหน่ำยิงรถยนต์หรู เลกซัส อาร์เอ็กซ์ 270 ทะเบียน 9 กจ 351 กรุงเทพ ของ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) อดีตนายตำรวจชื่อดัง ย่านสุรวงศ์ รถยนต์ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห่ากระสุนสะเทือนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ซัดชนวนการลอบยิงครั้งนี้มาจากความขัดแย้งกับผู้มีอำนาจสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือเครื่องไบโอเมทริกซ์ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มีงบสูงถึง 2,000 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าอัฉริยะ ทำให้ผู้มีอำนาจและพวกฟ้องเสียผลประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปรากฏตัวคราวนี้ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; เปิดหน้าสู้หลังเก็บตัวนานอยู่นับปี ที่ถูก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เซ็นต์คำสั่งเด้งขณะดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. มาประจำที่ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ให้หลังเพียง 3 วัน มีคำสั่งให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครคาดคิดว่าฟ้าจะผ่ากรมปทุมวัน เมื่อ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ลูกรัก &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ถูกถอดเครื่องแบบตำรวจ ชีวิตราชการตำรวจกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด มีสิทธิ์คว้าเก้าอี้ &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; อีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีต ผบช.สตม.ฟันธงคนร้ายหวัง &amp;ldquo;เอาชีวิต&amp;rdquo; จนเกิดคำถามในสังคมว่าใครจะกล้าดีกับอดีตนายพลที่ใหญ่คับประเทศ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันคนสั่งการเป็นผู้มีอำนาจ พร้อมแจงความขัดแย้งมาจากที่ตนเองเซ็นยกเลิกโครงการไบโอเมทริกซ์ ขณะดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. เพราะพบการทุจริตจากวงเงินตอนแรกเพียง 1,000 ล้าน กลายเป็น 2,000 ล้าน มีการขยายสัญญาเอื้อเอกชน และเครื่องไบโอเมทริกซ์ไม่สามารถใช้ได้จริงตามมาตรฐานสากล จนเกิดความเสียหายต่อรัฐ จนต้องทำหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. 2 ฉบับเพื่อยุติโครงการ&amp;nbsp; แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงต้องเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญา กลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งภายในองค์กร โดยเจ้าตัวอ้างเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม ได้ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบการทุจริตตั้งแต่กลางปี 62 โดยมีชื่อของ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. และนายพลระดับบิ๊กของ ตร.อีก 3 คน ในฐานะผู้ตรวจรับงานและขยายสัญญาให้กับเอกชนถูกตรวจสอบ พร้อมยื่น &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 13 คนที่เป็น คณะกรรมการไม่เซ็นตรวจรับงานไอโอเมทริกซ์เข้าให้การกับ ป.ป.ช.ในฐานะพยานในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลอบยิงรถอดีต ผบช.สตม. เป็นการเปิดแผลรอยร้าวระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ - &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ซึ่งทั้ง 2 ผู้ยิ่งใหญ่ต่างเป็นลูกรักของ &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; เมื่ออดีต ผบช.สตม.เดินหน้าแฉออกสื่อรายวัน ถึงแม้ไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่รู้กัน เป้าหมายคือ &amp;ldquo;ผบ.แป๊ะ&amp;rdquo; ผู้นำองค์กรสีกากี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอกย้ำด้วยคลิปเสียงปริศนา ที่มาเฉลยทีหลังเป็นการสนทนาระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ กับ &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ขณะรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปต่างประเทศ ต่อสายตรงถึง &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดียิงรถ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; เนื้อหาบางการสนทนาบางส่วนระบุ.. &amp;ldquo;ห้ามออกไปแถลงข่าว สั่งการไปแล้วรอรายงานก็พอ เหมือนเตี๊ยมกันมา ..นึกว่ามีวุฒิภาวะพอไม่ไปเอาเรื่องส่วนตัว 2 คนมาร่วมด้วย..รู้ว่าคิดอะไรอยู่..โตป่านนี้อายุขนาดนี้แล้ว ให้ &amp;ldquo;พล.ต.ท.&amp;rdquo; มาสั่ง &amp;ldquo;พล.ต.อ.&amp;rdquo; อยู่สำนักนายกฯ อยู่คนละที่กัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางโฆษก ตร.ออกมาแก้ต่างภายหลังคลิปเสียงหลุดออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ระดับ ตร.ตามปกติ แต่ท้ายของถ้อยคำแถลงของทีมโฆษก ตร.ให้ความเห็นเรื่องการอัดคลิปเสียง &amp;ldquo;ไม่ทราบว่าใครอัด และอยากรู้เหมือนกันว่าใครทำ เพราะโดยมารยาทแล้วการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างบุคคลนั้น ไม่ควรอัดบทสนทนาเอาไว้ ยกเว้นคู่สนทนาจะมีเจตนารมณ์แอบแฝงในทางที่ไม่ดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวิเคราะห์ถ้อยคำการสนทนาระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; หลายถ้อยคำเป็นการส่งซิกให้ &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; รู้ว่า &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; รู้กำลังทำอะไรอยู่ คิดอะไรอยู่ บอกนัยๆ ให้หยุดการกระทำ พลัน &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ออกมาให้สัมภาษณ์ ไม่มีความสนิทส่วนตัวใดๆ กับ พล.ต.อ.วิระชัย รู้จักกันในฐานะผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น ซ้ำยังออกมาฉะ ผบ.ตร. &amp;ldquo;เป็นผู้บังคับบัญชาแล้วมาสั่งแบบนี้ลูกน้องจะรู้สึกอย่างไร ถ้าผมเป็นผู้นำองค์กรแล้วสั่งแบบนี้ สังคมรู้แบบนี้ อยู่ไม่ได้ลาออกดีกว่า ผมมีสปิริต เรื่องนี้เป็นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ผมถามว่าวันนี้จะให้สังคมมั่นใจได้ยังไง จะอยู่ยังไง องค์กรจะอยู่ยังไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โจ๊ก&amp;rdquo; ไม่หวานเจี๊ยบเหมือนที่ผ่านมา เข้มขรึม ดุดัน ชกกล่องดวงใจ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; ร้อนถึง &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ลูกพี่ใหญ่ต้องเข้ามาอย่าศึกเตรียมเรียกทั้ง 2 มาพูดคุยเพื่อไม่ให้บานปลายไปกว่านี้&amp;nbsp; คดีไบโอเมทริกซ์ศึก &amp;ldquo;ช้างชนช้าง&amp;rdquo; อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.ต้องดูกันอีกยาวๆ ทั้งคดีลอบยิงรถก็ดูเหมือนว่าจะค่อยๆ เงียบไป ที่เจ้าตัวออกมาเปรยไม่หวังตำรวจจะจับคนร้ายได้ เมื่อระดับผู้นำองค์กรออกมาสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศึกระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; ไม่ทันจาง ต้องจับตาไปที่ &amp;ldquo;กรมปทุมวัน&amp;rdquo; จะมีรอยร้าวเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. กับ &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วิระชัย รอง ผบ.ตร. หลังจากที่ถูกเบรกไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคดียิงรถอดีต ผบช.สตม. ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร.&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.อ.วิระชัย ได้ลงไปกำกับดูแลควบคุมสั่งการติดตามตัวคนร้ายคดีสะเทือนขวัญปล้นร้านทองที่จังหวัดลพบุรี ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กลับจากต่างประเทศนั่งเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังจังหวัดลพบุรีทันที พร้อมระดมนักสืบมือดีจากนครบาลลงพื้นที่ไล่ล่าคนร้าย พร้อมหนีบนักสืบมือฉมัง ทั้ง &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; พล.ต.อ.ชัยวุฒน์ เกตุรวชัย &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กใหม่&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนลงพื้นที่ไปก่อนหน้านั้น พร้อมมอบหมายให้ &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งไร้เงา พล.ต.อ.วิระชัย ที่ลงไปกำกับดูแลก่อนหน้านั้น ที่เจ้าตัวระบุว่า ถ้า ผบ.ตร.มาถึงจะได้มอบงานที่ทำมาก่อนให้กับทาง ผบ.ตร.เพื่อดำเนินการต่อ แต่ปรากฏว่า ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมาไม่ถึงชั่วโมง พล.ต.อ.วิระชัย แถลงข่าวเสร็จก็รีบกลับกรุงเทพฯ ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฤาศึกช้างชนช้าง &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; จะลามไปยังถึง&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กต้อย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหนึ่งในไทม์ไลน์ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ขององค์กรได้ เพราะยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ส่วน ผบ.ตร.จะเกษียณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถึงแม้แคนดิเดต &amp;ldquo;ผบ.ตร.คนต่อไปกูรูสีกากีฟันธงน่าจะยังอยู่ที่ นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่น &amp;ldquo;ผบ.แป๊ะ&amp;rdquo; ทั้ง &amp;ldquo;บิ๊กใหม่&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุชาติ และ &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ ที่เกษียนปี 65 แต่เก้าอี้ &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; มีตัวเดียวใครก็อยากได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉกเช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ออกมาให้ความเห็นเคสยิงรถ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; เป็นแค่การจัดฉากเลื่อยขาเก้าอี้ &amp;ldquo;ผบ.แป๊ะ&amp;rdquo; ให้กระเด็นก่อนเกษียณ เพื่อหวังกลับมาสวมเครื่องแบบตำรวจอีกครั้ง ซึ่ง &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; เองก็เปรยอยากกลับเข้ารับราชการตำรวจอีกครั้งเช่นเดียวกัน ถ้ามีการเปลี่ยนหัวผู้นำสีกากี &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; รีเทิร์น ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน ต้องจับตาดูกันยาวๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;*พลาญชัย**&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พลาญชัย, ระอุ “บิ๊กโจ๊ก” เปิดหน้าฟัด “บิ๊กแป๊ะ”  เปิดแผลรอยร้าวสะเทือนกรมปทุมวัน, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e207e7dbd279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
