<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯ แจงติดปลอกคอ&#039;พลายดื้อ&#039;ไม่มีผลต่อพฤติกรรม น้ำหนักเบา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมปอง ทองสีเข้ม ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;รศ.ดร.รองลาภ สุขมาสรวง&amp;nbsp;คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.อนรรฆ พัฒนพิบูลย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS Thailand)&amp;nbsp;นางสาวดวงกมล วงศ์วรจรรย์&amp;nbsp;องค์กรกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF Thailand)&amp;nbsp;ดร.ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่านายสัตวแพทย์ เบญจรงค์ สังขรักษ์&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;นายอดิศักดิ์&amp;nbsp;ภูสิทธิ์วงศานุยุต&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีพลายดื้อ ทำร้ายนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ณ ห้องประชุม&amp;nbsp;ชั้น 4&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรณีเหตุการณ์ที่ช้างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ&amp;nbsp;ขอแสดงความเสียใจผู้เสียชีวิต และครอบครัวผู้เสียในครั้งนี้เป็นอย่างสูง ปัจจุบันช้างป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ มีประมาณ 551 ตัว&amp;nbsp;อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;จำนวน 250 ตัวอุทยานแห่งชาติทับลาน&amp;nbsp;และอุทยานแห่งชาติปางสีดา 251 ตัว&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติตาพระยา&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ 50 ตัว&amp;nbsp;สำหรับการใช้ประโยชน์พื้นที่ของช้างป่าบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น&amp;nbsp;ช้างป่าจะมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;ในช่วงตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูหนาว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์&amp;nbsp;โดยช้างป่าจะเข้ามาใช้ประโยชน์ในช่วงที่ลูกหวายสุก&amp;nbsp;และแตกยอดใหม่&amp;nbsp;โดยมากจะพบช้างป่าใช้เส้นทางบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นที่ 2&amp;nbsp;(ผากล้วยไม้&amp;nbsp;&amp;ndash;น้ำตกเหวสุวัต)&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่ช้างตกมันและมักพบว่ามีช้างป่ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้&amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ทางกรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;จึงได้มีการออกประกาศปิดให้บริการพักค้างแรมบริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้&amp;nbsp;และลำตะคองเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จนกว่าจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจากสัตว์ป่า&amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จองเข้าพักลานกางเต็นท์ดังกล่าวไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0-2579-6666&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1743&amp;nbsp;, 1744&amp;nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;08-6092-6529&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.รองลาภ สุขมาสรวง&amp;nbsp;คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับการติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้กับช้างป่า (พลายดื้อ)&amp;nbsp;เป็นโครงการศึกษาการติดตามการเคลื่อนที่ของช้างป่าโดยปลอกคอสัญญาณดาวเทียมเป็นแบบเรียลไทม์&amp;nbsp;จะระบุตำแหน่งของช้างป่า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลานั้นๆ&amp;nbsp;ได้เพียงไม่กี่วินาที&amp;nbsp;หลังปลอกคอบันทึกตำแหน่งพิกัดและส่งข้อมูลผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมมาอย่างผู้รับ&amp;nbsp;ทำให้ติดตามช้างป่าที่ติดปลอกคอได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวนี้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนทั้งงานวิจัยและการจัดการช้างป่า&amp;nbsp;โดยสัญญาณจะถูกส่งไปยังระบบดาวเทียมและส่งสัญญาณมายังภาคพื้นดิน&amp;nbsp;ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทำให้ทราบพิกัดที่แม่นยำสามารถติดตามพฤติกรรมของช้างป่า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่หากิน&amp;nbsp;เส้นทางการเดินของช้างป่าเพื่อนำไปสู่&amp;nbsp;การป้องกัน และเฝ้าระวังช้างป่ารวมถึงการฟื้นฟูถิ่นอาศัยในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ เบญจรงค์ สังขรักษ์ สัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ &amp;nbsp;กล่าวว่า การติดปลอกคอช้างป่านั้น ใช้การติดปลอกคอที่เป็นระบบมาตรฐานสากลที่มีใช้กันทั่วโลก โดยจะมีการตรวจหาตัวสัตว์ที่จะทำการติดปลอกคอก่อน จากนั้นจะทำการยิงยาซึม โดยช้างจะไม่ล้มลงเมื่อได้รับยา เมื่อผ่านไปสักระยะ เมื่อช้างเริ่มมีเสียงกรน เจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปดำเนินการติดปลอกคอ ทั้งนี้ การติดปลอกคอจะต้องมีการตรวจสุขภาพของสัตว์ก่อน&amp;nbsp;ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp;ในการดำเนินการติดปลอกคอ เมื่อดำเนินการเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะให้ยาแก้แก่ช้าง ประมาณ 4-5 นาที ช้างก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;กล่าวว่า การใช้อุปกรณ์ติดตามช้างป่า(collar)&amp;nbsp;มีการดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2561 มีเป้าหมายในการติดปลอกคอทั้งหมด 67 ตัว ปัจจุบันมีการดำเนินติดมาแล้ว 11 ตัว ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จำนวน&amp;nbsp;1 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (พื้นที่ป่ารอยต่อ&amp;nbsp;5 จังหวัด) จำนวน 7 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน 1 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จำนวน 1 ตัว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จำนวน 1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งอุปกรณ์ติดตามสัตว์มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คือ ไม่เกิน 0.2&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ของน้ำหนักตัว จึงไม่มีผลต่อพฤติกรรมของสัตว์ สำหรับช้างป่าเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมเรียนรู้ได้เร็ว ช้างบางตัวอาจรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอม แต่จะใช้ระยะเวลา 3 - 4 วัน จะคุ้นชิน เนื่องจากขนาดของปลอกคอมีน้ำหนักเบา ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรม คำนวณการใช้พื้นที่และการอพยพของช้างป่า ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวทางในการรักษาความเชื่อมต่อของผืนป่าเขาใหญ่&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;ดงพญาเย็น&amp;nbsp;และเป็นแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนกับช้างอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ภัทรพล มณีอ่อน&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากพื้นที่ป่าเขาใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ พฤติกรรมช้างป่าเขาใหญ่จะมีการเปลี่ยนในช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่วนอาการตกมันจะมีในช่วงที่ช้างมีความสมบูรณ์มาก&amp;nbsp;เมื่อช้างตกมันจะมีอาการขมับบวม และจะปวดขมับ ช้างจะรักษาตัวเองโดยการกินพืชสมุนไพรในป่า แต่ในกรณีที่ฮอร์โมนสูงขึ้น อาจมีน้ำมันไหลออกมาและไหลเข้าปาก ทำให้ช้างเมา ช้างจะมีอารมณ์ปรวนแปรมาก ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติได้มีมาตรการต่าง ๆ&amp;nbsp;เมื่อเจอช้างป่า เช่น การเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 50 เมตร เพราะปัจจัยสิ่งแวดล้อมมีผลต่อพฤติกรรมช้าง ซึ่งช้างป่าตกมัน ไม่น่ากลัวเท่าช้างตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดิศักดิ์&amp;nbsp;ภูสิทธิ์วงศานุยุต&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในจุดกางเต็นท์ ทางอุทยานฯ จะมีการติดตั้งแนววงจนสวิตซ์ โดยใช้เส้นเอ็น โยงกับสวิตซ์เพื่อเปิด-ปิดระบบ เมื่อมีสัตว์เข้ามาในพื้นที่ สวิตซ์จะเปิดและมีสัญญาณแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด จึงความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามมาตรการและนโยบายต่าง ๆ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดปลอกคอช้าง, นสพ.ไทยโพสต์, พลายดื้อ, เขาใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007f6aee1ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
