<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จับมือ สช. สปสช. สสส. และเครือข่ายภาคประชาชน รวมพลังพลเมืองตื่นรู้  สู้ภัย COVID-19’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.จับมือ สช. สปสช. สสส. และเครือข่ายภาคประชาชน &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; อบต. เทศบาล รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมพลังระดมทรัพยากรหนุนรัฐสู้กับไวรัสร้าย&amp;nbsp; ใช้พื้นที่ระดับตำบลเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เชื่อมโยงกับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดย พอช.จะใช้พื้นที่ตำบล 1,300 ตำบลขับเคลื่อนทันที&amp;nbsp; ส่วนกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นมีการขับเคลื่อนป้องกันโรคและเฝ้าระวังแล้วกว่า 1,500 แห่ง&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมาย &amp;ldquo;ประเทศไทยจะต้องชนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก&amp;nbsp; ขณะที่ประเทศไทยพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุหลักพันราย&amp;nbsp; และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; เนื่องจากมีการปิดห้างร้าน&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่ตกงานเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหน่วยงานด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายหมออนามัย 7 องค์กร &amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันทางสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; และองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงรวมพลังกันจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; การจัดงาน &amp;lsquo;เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; พอช. และ สปสช.&amp;nbsp; ร่วมสืบสานแนวคิดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo; เมื่อวันที่ 9 มีนาคม&amp;nbsp; ที่สำนักงาน สปสช.&amp;nbsp; เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและภาคีต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการใช้เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าจำนวนกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีการจัดงานระดมความเห็น&amp;nbsp; &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทน สช.&amp;nbsp; สปสช. สสส.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประทีป&amp;nbsp; ธนกิจเจริญ&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19&amp;nbsp; ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในประเทศไทย&amp;nbsp; รัฐบาลจึงได้ประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp; โดยมีมาตรการที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป&amp;nbsp; เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี&amp;nbsp; และผู้ป่วยออกจากบ้าน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp; แต่จุดชี้ขาดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชน&amp;nbsp; และมาตรการการป้องกันในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่กำลังดำเนินการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีผลกระทบต่างๆ ที่จะติดตามมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านการแพทย์&amp;nbsp; การรักษาพยาบาลที่จะต้องเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ด้านสังคม&amp;nbsp; มีการปิดงาน&amp;nbsp; ทำให้มีประชาชนเดินทางกลับชนบทจำนวนมาก&amp;nbsp; ซึ่งมีโอกาสที่จะมีการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยเรื้อรัง&amp;nbsp; และเด็ก &amp;nbsp;ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ&amp;nbsp; ดังนั้นหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพในส่วนกลาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; จึงร่วมมือกับหน่วยงานด้านสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หน่วยงานปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานเหล่านี้จึงได้บูรณาการแผนงาน&amp;nbsp; เครื่องมือ&amp;nbsp; และงบประมาณ&amp;nbsp; เพื่อหนุนช่วยการทำงานในพื้นที่ให้เกิดการขับเคลื่อน&amp;nbsp; จากประชาชนที่ตกอยู่ในภาะที่ตื่นกลัว&amp;nbsp; ให้ปรับเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะใช้พื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เป็นพื้นที่และฐานดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; มีหน่วยงานต่างๆ จากส่วนกลางช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแล&amp;nbsp; และป้องกันตัวเองได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ป่วยเรื้อรัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ สช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.พร้อมใช้กลไกต่าง ๆ ขับเคลื่อน 1,300 ตำบลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp; เป็นโจทย์ของมนุษยชาติ&amp;nbsp; ทุกฝ่ายจึงต้องรวมพลังกัน&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของ พอช.ทำงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; 1,133&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และพื้นที่เศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 500 ตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้มีการประชุมผู้แทนเครือข่ายเหล่านี้ในการรับมือกับภัย COVID&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อร่วมกับ รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะนี้ทำไปแล้วใน 46 จังหวัด&amp;nbsp; ประมาณ 200&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; ผลิตได้แล้ว&amp;nbsp; 555,649&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ พอช.จะใช้กลไกต่างๆ เหล่านี้ที่มีอยู่ทั้ง 77 จังหวัดร่วมมือกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส. ลงไปทำงานในชุมชนในระดับตำบลร่วมกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; โดยมี 1.แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เป็นแผนเชิงรุก&amp;nbsp; เพื่อป้องกัน&amp;nbsp; ฟื้นฟู&amp;nbsp; และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID &amp;nbsp;และ 2.แผนรับมือผลกระทบจากผู้ตกงานที่กลับคืนสู่ชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; โดยในปีนี้ พอช.มีแผนการและงบประมาณที่จะดำเนินการได้เลยจำนวน 1,300 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านโครงการและกลไกที่ พอช.มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; พื้นที่ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2563 &amp;nbsp;พอช.ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,230.94 ล้านบาท ใน 6 โครงการ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน 1,250 ตำบล งบประมาณ 54.25 ล้านบาท เพื่อให้สามารถจัดทำแผนพัฒนาทางด้านต่างๆ ของตำบลตัวเองได้ แล้วนำแผนไปเชื่อมโยงกับท้องถิ่น เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;2.การพัฒนาและเชื่อมโยงธุรกิจชุมชนจำนวน 500 ตำบล งบประมาณ 69.77 ล้านบาท โดยสนับสนุนการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนระดับตำบล เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจชุมชนระดับจังหวัด เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; 3.การสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย แก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในเมืองและในชนบทให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน รวม 21,115 ครัวเรือน งบประมาณ 1,708.89 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;4.การสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนระดับตำบล โดยให้ชุมชนต่างๆ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน และสมาชิกออมเงินสมทบวันละ 1 บาท มีเป้าหมาย 2,289 กองทุน งบประมาณ 369.84 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เป้าหมาย&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยต้องชนะ&amp;nbsp; และฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนชัย&amp;nbsp; อาจหาญ&amp;nbsp; หัวหน้าสำนักสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการพูดคุยของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการใช้พลังชุมชนต่อสู้กับภัย COVID-19 เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาที่ สช.&amp;nbsp; มีประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการในระดับพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ 1. การสื่อสารข้อมูลจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่ตำบล&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดวงพูดคุยเพื่อสานพลังในระดับตำบลหรือเทศบาล&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมจากสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; กำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้า-ออกชุมชน&amp;nbsp; การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; การให้ความช่วยเหลือต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในระดับพื้นที่จะต้องนำข้อมูลจากการสำรวจมาวิเคราะห์ร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อแยกแยะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp; กลุ่มคนตกงาน&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การออกแบบการให้ความช่วยเหลือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; หรือออกมาตรการทางสังคมในพื้นที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การห้ามคนเข้า-ออก เข้ามาแล้วต้องเฝ้าระวังอย่างไร?&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นแผนปฏิบัติการร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานในระดับอำเภอ-จังหวัดให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เป็นการสานพลังของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ในขณะที่ พอช.จะมีส่วนในการสนับสนุนผ่านโครงการและงบประมาณที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใช้สภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; การสร้างอาชีพรองรับ&amp;nbsp; การสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนชัยยกตัวอย่างการรวมพลังของทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเกียรติ&amp;nbsp; พิทักษ์กมลพร&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ภาครัฐมีมาตรการจัดการกับปัญหาไวรัส COVID-19 เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; แต่หากภาคประชาชนปล่อยให้ภาครัฐดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวคงจะไม่สำเร็จ&amp;nbsp; จะต้องใช้พลังทางสังคมหรือภาคประชาชนเข้าไปหนุนเสริม&amp;nbsp; ซึ่งวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างพลเมืองตื่นรู้ในระดับพื้นที่&amp;nbsp; และจะต้องขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในระดับตำบล&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดพื้นที่ปฏิบัติงานในระดับตำบล&amp;nbsp; โดยมีภาครัฐช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp; คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; และภาคประชาชนสังคม&amp;nbsp; ประชาชนทั่วไปมาร่วมกันสานพลัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเกียรติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การจัดเวทีพูดคุยในระดับตำบลเพื่อแก้ไขปัญหา COVID จึงมีความสำคัญ&amp;nbsp; เพื่อให้รู้สถานการณ์ว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ในระดับพื้นที่ตำบลกำลังทำอะไร&amp;nbsp; และจะทำอย่างไร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเฝ้าระวังการติดเชื้อในระดับชุมชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; และบุคคล&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; และคนตกงานที่กลับสู่ชุมชนจะช่วยอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มใช้ธรรมนูญตำบลมาสู้กับภัย COVID แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ยโสธร&amp;nbsp; นครราชสีมา ฯลฯ&amp;nbsp; และสามารถใช้เงินจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลหรือท้องถิ่นมาใช้ขับเคลื่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) สปสช.&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีการจัดตั้งกองทุน กปท.ร่วมโครงการ &amp;lsquo;พลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา 2019&amp;rsquo; แล้ว 1,579&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; รวม 2,267 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม&amp;nbsp; 162.85 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อ 1.รณรงค์ให้ความรู้ &amp;nbsp;2.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ฯลฯ&amp;nbsp; 3.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; 4.ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp; ติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&amp;nbsp; 5.เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช. กล่าวย้ำว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ตอนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลคือพื้นที่สู้รบที่เราจะต้องเอาชนะ&amp;nbsp; และจะต้องปฏิบัติจริงและเริ่มทำทันทีตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp; โดยใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เพื่อผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้&amp;nbsp; ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพลังชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; และจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประทีป&amp;nbsp; ธนกิจเจริญ&amp;nbsp; เลขาธิการ สช. กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภาคประชาชนจะใช้ฐานในระดับตำบลเป็นพื้นที่ขับเคลื่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม. ฯลฯ&amp;nbsp; โดยระดมกำลังและทรัพยากรที่มีอยู่มาหนุนช่วยภาครัฐ&amp;nbsp; และประเทศไทยจะต้องชนะ&amp;nbsp; และฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ตำบลเป็นฐานยุทธศาสตร์&amp;nbsp; ประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; สู้กับ &amp;lsquo;COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยมีองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เทศบาลนคร&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; และ อบต. รวมทั้งหมด 7,774&amp;nbsp; แห่ง (ไม่รวม อบจ. กทม.และพัทยา) โดยมีการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 7,738&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล/เทศบาลทั่วประเทศ จำนวน 5,997 กองทุน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีสภาองค์กรชุมชนตำบลอีก 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งกองทุนต่างๆ เหล่านี้สามารถร่วมมือกับหน่วยงานด้านสุขภาพในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;rsquo; ป้องกัน COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น หรือ &amp;lsquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;rsquo; จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น&amp;nbsp; อบต. ร่วมมีบทบาทส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและฟื้นฟูสมรรถภาพประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดยเปิดให้ประชาชนและองค์กรภาคีต่าง ๆ ในพื้นที่มีส่วนร่วมบริหารจัดการระบบสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมีงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช. และ อปท.ที่เข้าร่วมจัดตั้งกองทุนร่วมจัดสรรงบประมาณสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;รวมพลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา (COVID-19)&amp;rsquo; ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยให้องค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแล้วเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp; และสามารถเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.รณรงค์ให้ความรู้ &amp;nbsp;2.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ฯลฯ&amp;nbsp; 3.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; 4.ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp; ติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&amp;nbsp; 5.เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น&amp;nbsp; โดยขณะนี้มี อปท.ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 1,579&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,267 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม&amp;nbsp; 162.85 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมพลังชุมชนสู้วิกฤตร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช. มีเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; 1,133&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และพื้นที่เศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 500 ตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายต่างๆ เหล่านี้จะร่วมกับผู้นำชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; กำหนดมาตรการในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสร่วมกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าเพื่อใช้ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในพื้นที่&amp;nbsp; 46&amp;nbsp; จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 200 กลุ่ม&amp;nbsp; ขณะนี้ (31 มีนาคม)&amp;nbsp; ผลิตได้แล้วประมาณ&amp;nbsp; 555,649 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเป้าหมายทั้งหมด&amp;nbsp; 1,482,500 ชิ้น&amp;nbsp; และแจกจ่ายให้แก่ประชาชนแล้ว&amp;nbsp; 239,767&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคอีสาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง อ.กุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; ร่วมกับ อบต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; กลุ่มสตรี&amp;nbsp; และกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า&amp;nbsp; ใช้ผ้าที่ไม่ระคายเคืองต่อใบหน้าและจมูก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้ามัสลิน&amp;nbsp; ผ้าสาลู (ใช้ทำผ้าอ้อมเด็ก) และผ้าสำลี&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสวัสดิการฯ จำนวน 15,000 บาท&amp;nbsp; งบ อบต.ประมาณ 20,000 บาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 10,000 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดมาให้ความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp; วันหนึ่งผลิตได้ประมาณ 700-800 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้จักรเย็บผ้า&amp;nbsp; 30 เครื่อง&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือเย็บด้วยมือ&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; นักเรียนและนักศึกษามาช่วยกันผลิตประมาณวันละ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลผาปัง&amp;nbsp; อ.แม่พริก&amp;nbsp; จ.ลำปาง&amp;nbsp; มีมาตรการป้องกันไวรัส COVID โดยแจ้งให้แต่ละครอบครัวทราบว่า&amp;nbsp; หากมีญาติพี่น้องเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมจะต้องปฏิบัติตนเองอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วันเพื่อรอดูอาการ&amp;nbsp; ไม่ออกไปพบปะเพื่อนบ้าน หรือไปในแหล่งชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเตรียมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; จัดตั้งคณะกรรมการดูแลประจำซอยและกลุ่มบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กรณีพบผู้ติดเชื้อให้รีบแจ้งสาธารณสุขอำเภอและจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; และเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า&amp;nbsp; มีเป้าหมายแห่งละ 1,000-10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชิ้น (ตามสถานะและความพร้อมของแต่ละพื้นที่)&amp;nbsp; รวมทั้งมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp; (สภาองค์กรชุมชนตำบล-กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุด&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ ตำบลโพธิ์งาม) ใช้วิทยากรจากชุมชนจำนวน 15 คนสอนการผลิตหน้ากากอนามัยในตำบลต่างๆ&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนผ้าและวัสดุจาก อบจ.ชัยนาท&amp;nbsp; มีเป้าหมายการผลิต 100,000 ชิ้น&amp;nbsp; ขณะนี้ผลิตได้แล้ว 50,000&amp;nbsp; ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน (สายน้ำชะอวด)&amp;nbsp; อ.ชะอวด&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; ซึ่งมีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน 11 ตำบล&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 87 หมู่บ้าน&amp;nbsp; พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัส COCID ในตำบลนาหลง&amp;nbsp; จำนวน 2 ราย&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจึงมีมาตรการต่างๆ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีจุดบริการเจลล้างมือ&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากอนามัยและรณรงค์ให้ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลชะอวด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แอลกอฮอล์&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย N95&amp;nbsp; และปรอทวัดไข้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;วิกฤต COVID-19 ครั้งนี้&amp;nbsp; ไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง&amp;nbsp; แต่จะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน&amp;nbsp; โดยใช้พลังของชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศร่วมมือกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะในระดับตำบล&amp;nbsp; เชื่อมโยงกับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดยมีแผนงานในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp; ป้องกัน&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งแผนงานในการรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องคนตกงานที่จะกลับสู่ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้คนเหล่านี้มีรายได้&amp;nbsp; โดยชุมชนช่วยกันดูแล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน พอช.และภาคีเครือข่ายจะร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; ซึ่งผมเชื่อว่าชุมชนมีพลังที่จะต่อสู้กับปัญหานี้&amp;nbsp; และประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61965</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเมืองตื่นรู้ สู้ภัย COVID-19, สู้ภัย COVID-19, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e880da425293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
