<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าสร้างความเจ็บช้ำให้กองทัพเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำจำเป็นหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามก็คงคล้ายๆ ประกันอัคคีภัยบ้าน มีความจำเป็นหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะเอาเงินไปซื้อข้าวมากินก่อน เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้บ้านไม่ต้องกลัว เพราะคงไม่ไหม้ช่วงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าดันไหม้ขึ้นมาถือว่าโคตรซวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นมันก็ไม่จำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเห็นว่าจำเป็น มันก็จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องเรือดำน้ำมองได้หลายมิติ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือต้องการเรือดำน้ำมาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าประชาชนอดอยาก ยังไม่ควรซื้อเรือดำน้ำ เพราะงบประมาณมูลค่า ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท สามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้มหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหว ต่อต้านรัฐบาลขู่ว่า หากรัฐบาลดื้อดึง ประชาชนจะลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการกองทัพเรือ พ่วงตำแหน่งโฆษกกองทัพเรือ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวฟังแล้วนักการเมืองสะดุ้งกันพอควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การบอกว่ากองทัพเรือใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นข่าวเท็จที่มุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง เป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวที่สุด ถามว่าจะยอมให้นักการเมืองสร้างเรื่องที่ไม่เป็นจริงให้บ้านเมืองเดือดร้อนหรือ ถ้านักการเมืองหมดมุกแล้ว ก็หามุกอื่นเถอะ อย่าสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กองทัพเรือเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าให้สังคมตกเป็นเครื่องมือการเมืองในวิถีเก่าๆ และสกปรกแบบนี้อีกเลย อย่าดึงประชาชนมาเกลียดชังกองทัพเรือ ตอนนี้ปัญหาต่างๆ ถาโถมมาหลายเรื่อง การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน จะทำให้ประเทศชาติหยุดชะงัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือไม่ใช่จำเลย จึงวิงวอนว่าให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเห็นแก่ความสุขสงบของประเทศเป็นหลักด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล มูลค่า ๒๔ ล้านล้านบาท เงินค่าเรือดำน้ำที่จ่ายในปี ๖๔ นั้น เป็นมูลค่า ๓,๙๒๕ ล้านบาท หรือเป็น ๐.๐๙๔% เท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่บ่อยที่ทหารจะแถลงข่าวดุเดือดแบบนี้...แต่ก็ชัดเจนว่าส่งสัญญาณไปถึงนักการเมืองโดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้มาดูข้อเท็จจริงในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๒.๕ หมื่นล้านบาท ไม่ได้จ่ายงวดเดียว แต่แบ่งจ่ายตามงบฯ ผูกพันปี ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๔ จำนวน ๓,๙๒๕ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๕ จำนวน ๒,๖๔๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๖ จำนวน ๒,๕๐๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๗ จำนวน ๓,๐๖๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๘ จำนวน ๓,๕๐๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๙ จำนวน ๓,๕๐๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๗๐ จำนวน ๓,๓๗๕ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นหากเอาตามเสียงเรียกร้องให้เอางบฯ ซื้อเรือดำน้ำไปช่วยคนจน ก็ต้องดูเป็นรายปีงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๒๕๖๔ เอาไปช่วยคนจนได้ ๓,๙๒๕ ล้านบาท ไม่ใช่รวดเดียว ๒๒.๕ หมื่นล้านบาท อย่างที่นักการเมืองประโคมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้อยกว่างบฯ ที่ตั้งไว้ชดใช้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยปีละ ๕ หมื่นล้านบาท ติดต่อกัน ๑๖ ปี จากความฉิบหายในโครงการรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยชนิดเทียบกันไม่ติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควักเงินผ่อนจ่ายประกันอัคคีภัยบ้านไป แถมยังมีเงินพอใช้จ่ายได้กิน กับเอาเงินไปใช้ไปกินหมด เกิดไฟไหม้บ้านขึ้นมา หมดตูดเหลือแต่ที่ดิน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดดูจะเอาแบบไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกทร.โต้ข่าวมั่วกำลังพลติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แจงกักตัว 7 นาย 15 วันเป็นมาตรการเฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 63 - มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือว่า จากกรณี บุตรชายของ เรือเอกระพีพงษ์ สงวนศิลป์ ผู้บังคับการเรือหลวงวังใน ไปสัมผัสกับคนที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จนเป็นสาเหตุให้ถูกกักตัวพร้อมลูกเรือทั้ง 7 นาย ที่ปฎิบัติหน้าที่บนเรือหลวงวังในนั้น ล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แจ้งผลตรวจเลือดบุตรชาย ของ เรือเอกระพีพงษ์ ออกมาแล้วเป็นลบ ไม่ติดเชื้อโควิด 19 โดยทางกองทัพเรือ ได้ให้ เรือเอกระพีพงษ์ และกำลังพลทั้ง 7 นาย ออกจากการกักตัว 14 วัน และกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก บุตรชายของเรือเอก ระพีพงษ์ ไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เล่าประวัติไปสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด19 ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงจัดเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยง เข้ากักตัวตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ เรือเอก ระพีพงษ์ ทราบเรื่องภายหลังจากที่ตนปฏิบัติหน้าที่บนเรือหลวงวังใน พร้อมลูกเรือ 7 นาย จึงต้องกักตัวเองตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกระแสข่าว กองทัพเรือสั่งกักตัว เรือเอก ระพีพงษ์ สงวนศิลป์ ผู้บังคับการเรือหลวงวังใน พร้อมกำลังพล กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ 2 กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือทหารเรือ รวม 8 นาย เนื่องจากมีความเสี่ยงติดไวรัสโควิด-19 ว่า เป็นข่าวมั่วและเกินจริง กำลังพล 7 นายที่กักตัวอยู่ภายในที่พักเป็นเวลา 15 วัน เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังการติดเชื้อ เนื่องจากทั้งหมดกลับมาจากการไปราชการต่างประเทศ ซึ่งต้องกักตัวรอดูอาการเหมือนประชาชนทั่วไปที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อบนเรือหลวงวังใน ก็เป็นไปตามมาตรการป้องกัน เนื่องจากคนในครอบครัวผู้บังคับการเรือฯ มีอาการไข้ หลังไปใกล้ชิดกับคนต่างชาติ(เมียนมาร์) แต่เมื่อไปตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเรือตำหนิเพจดัง CSI LA ว่าไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน พร้อมขอร้องสื่อหลักว่าควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59646</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, เรือเอกระพีพงษ์ สงวนศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b0b7db24fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบัญชาการ ศูนย์แก้วิกฤติน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; เตรียมตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งคุมเอง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน น้ำโขงแห้งขอดวิกฤติหนัก ช่วงหนองคายพบตะไคร่ สาหร่ายขึ้นเขียวครึ้ม เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือน้ำต้นทุนไม่ถึง 25% แทบหยุดการระบายน้ำโดยสิ้นเชิง กรมชลฯ เร่งช่วย กปน.แก้ประปาเค็ม เตือน 8-9 ม.ค. น้ำทะเลหนุนสูง เปิดศูนย์แจกน้ำจืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มกราคมนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับทราบมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบกรอบรายละเอียดโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้บัญชาการอำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ และกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ทำหน้าที่ประสานงานการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มาตรา 24 เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราวจนกว่าปัญหาวิกฤติน้ำจะพ้นไป ซึ่งแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำจะแบ่งหน้าที่การปฏิบัติงานออกเป็นกลุ่มอำนวยการ กลุ่มคาดการณ์ กลุ่มบริหารจัดการ และกลุ่มแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยอีกว่า นายกฯ กล่าวว่าวิกฤติภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นมีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างเป็นระบบ เพราะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต แต่ยังส่งผลถึงภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม โดยที่ผ่านมามีการดำเนินงานผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขวิกฤติภัยแล้งปีนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงการวางแผนการใช้ทรัพยากรน้ำในระยะยาว ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ที่มีเป้าหมาย ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 7 มกราคมนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการน้ำเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณดำเนินการตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานดังกล่าวตามความจำเป็นต่อไป&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
น้ำโขงแห้งขอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ที่จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับต่ำ เปลี่ยนสี และเกิดตะไคร่น้ำ สาหร่ายใต้น้ำเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กระทบวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะชาวบ้านหาดทรายทอง ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย หาปลาได้น้อยลง หลายคนต้องหยุดจับปลาชั่วคราว หันไปรับจ้างทำงานอย่างอื่นแทน ทั้งนี้ ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดระดับน้ำอยู่ที่ 1.46 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 10.74 เมตร และยังเกิดปรากฏการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสีติดต่อกันหลายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม ระดับน้ำโขงบางจุดแห่งขอด มีระดับน้ำต่ำเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้หลายจุดในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และ อ.ธาตุพนม เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้าง ระยะทางยาวกว่า 1 กม. เริ่มกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงจับปลาน้ำโขง ต้องเดินเรืออ้อมไกลและหาปลายากมากขึ้น นอกจากนี้ยังกระทบชาวบ้านที่ทำการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง ต้องเพิ่มระยะทางการสูบน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ส่งผลให้มีต้นทุนสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ หลังจากน้ำในอ่างเก็บน้ำสนามบิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบเพียงแห่งเดียวที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปา มีสภาพตื้นเขิน บางจุดแห้งขอดจนมองเห็นเนินดินได้อย่างชัดเจน ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ทำให้หน่วยงานต่างๆ เร่งแก้ปัญหา โดยเบื้องต้นได้สูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย อ.ละหานทราย ผ่านคลองธรรมชาติ และร่องกลางถนน ไปเติมยังอ่างเก็บน้ำสนามบิน ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้สูบมาแล้วประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตร จากที่ตั้งเป้าจะสูบมาเติม 700,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสำรองไว้ผลิตประปา พร้อมทั้งปรับลดแรงดันน้ำเหลือเพียงวันละ 13 ชั่วโมง นอกจากนี้มีการระดมเครื่องจักรมาขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อดึงน้ำใต้ดินมาสำรองไว้ใช้ในการผลิตประปาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบลราชธานี ชาวนาใน อ.ดอนมดแดง หลังประสบภัยน้ำท่วมใหญ่จนนาข้าวเสียหาย ต้องมาปลูกนาปรังทดแทนหาข้าวไว้กิน แต่ก็มาประสบปัญหาน้ำแล้งอีก ต้องให้ชลประทานส่งน้ำเข้าช่วยเหลือเพื่อปลูกข้าวให้พอกิน นายสรายุทธ แสนทวีสุข เกษตรกรรายหนึ่ง เปิดเผยว่า จำเป็นต้องขอให้ชลประทานช่วยสูบน้ำจากแม่น้ำมูลช่วยเลี้ยงนาข้าว โดยเสียค่าสูบน้ำให้เป็นรายไร่ เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไว้กิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลพบุรี สถานการณ์น้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง น้ำต้นทุนเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุเขื่อน ทำให้ทางเขื่อนยังคงปรับลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพจากมุมสูงจะเห็นสภาพความตื้นเขินและสันดอนตามแนวเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน ด้านท้ายเขื่อน ปัจจุบันได้เปิดประตูระบายน้ำเพียงบานเดียวให้น้ำไหลผ่านเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำ ทำให้น้ำตื้นเขินเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ขึ้นป้ายข้อความขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าปากทางเข้าเขื่อน ว่า ปีนี้น้ำในเขื่อนมีน้อย ไม่เพียงพอสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง วอนเกษตรกร เสี่ยงการขาดแคลนน้ำในอนาคต ไม่ควรเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแจ้งให้เกษตรกรลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกตลอดฤดูกาล ซึ่งอาจทำให้นาข้าวเสียหายได้ โดยเกษตรกรควรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนเพื่อลดความเสี่ยงพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังเพื่อสำรองน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ใช้สำหรับเพื่อการอุปโภคและบริโภคไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้
เตือนน้ำทะเลหนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานโครงการชลประทานที่ 11 เตรียมแผนบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นเครื่องมือเสริมในการควบคุมค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและภาคการเกษตร เสริมจากการระบายน้ำจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และผันน้ำแม่น้ำแม่กลองมาผลักดันความเค็มในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งวันที่ 8-9 มกราคมนี้ โดยในช่วงน้ำทะเลลงจะเปิดประตูระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาออก ส่วนช่วงน้ำทะเลขึ้นจะปิดประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำทะเลไหลเข้ามาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ปัจจุบันระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอัตรา 85 ลบ.ม./วินาที โดยยังคงรักษาระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมไว้ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เพิ่มการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มาสำรองไว้ที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาไว้แล้ว ซึ่งจะระบายมาเจือจางค่าความเค็มด้านท้ายลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองทางคลองจระเข้สามพัน และคลองท่าสาร-บางปลา มายังแม่น้ำท่าจีนในอัตรา 25 ลบ.ม./นาที แล้วระบายผ่านคลองพระยาบันลือลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมั่นใจว่าจะควบคุมค่าความเค็มไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ และการทำการเกษตรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาด้านท้ายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองเปลวกล่าวว่า ค่าความเค็มอาจสูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังในช่วงที่น้ำทะเลขึ้น ซึ่งประสานกับการประปานครหลวง เพื่อให้งดสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี ในช่วงน้ำทะเลขึ้น เมื่อน้ำทะเลลงและตรวจวัดค่าความเค็มไม่เกิน 0.5 กรัม/ลิตร จึงสูบส่งต่อมายังโรงกรองน้ำบางเขนเพื่อผลิตน้ำประปาตามปกติ ส่วนที่เป็นห่วงว่าชาวนา 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาปลูกข้าวนาปรังถึง 1.58 ล้านไร่ อาจส่งผลให้มีการดึงน้ำที่สงวนไว้สำหรับอุปโภค-บริโภคไปใช้ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งล่วงหน้าว่าไม่มีแผนเพาะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากกรมชลประทานไม่มีน้ำเพียงพอสนับสนุน แต่เกษตรกรส่วนหนึ่งทำนาปรัง เนื่องจากมีแหล่งน้ำของตัวเอง เช่น บ่อบาดาล สระน้ำชุมชน อีกส่วนหนึ่งปลูกโดยรับทราบความเสี่ยงว่าอาจประสบภาวะขาดแคลนน้ำ ซึ่งได้แจ้งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเตือนโดยตลอด แต่ขณะนี้อัตราการปลูกเพิ่มลดลงแล้ว&amp;nbsp;
แจกน้ำประปาจืด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยภาพรวมน้ำประปาวันที่ 5 ม.ค. ว่า ค่าคลอไรด์น้อยกว่า 250 มิลลิกรัม/ลิตร ค่าความนำไฟฟ้าน้อยกว่า 1,200 ไมโครซีเมนต์/เซนติเมตร ไม่ส่งผลต่อการรับรู้รสชาติ พร้อมแนะนำประชาชนสำรองน้ำไว้บริโภค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ กปน.ได้จัดโครงการแจกน้ำประปาสำหรับดื่มฟรี โดยเป็นน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ที่รับน้ำจากเขื่อนแม่กลองและไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็ม แต่ขอให้ประชาชนนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านทั้ง 18 สาขา เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดรับน้ำฟรี ได้แก่ 1.สาขาสุขุมวิท บริเวณสถานีสูบน้ำจ่ายน้ำคลองเตย อาคารซอยสวัสดี ซอยสุขุมวิท 31 2.สาขาพระโขนง บริเวณสำนักงานประปาสาขาพระโขนง 3.สาขาสมุทรปราการ บริเวณสำนักงานประปาสาขาสมุทรปราการ/ถนนบางพลีน้อย-สีล้ง ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ 4.สาขาแม้นศรี บริเวณสำนักงานประปาสาขาแม้นศรี 5.สาขาพญาไท บริเวณสำนักงานประปาสาขาพญาไท 6.สาขาทุ่งมหาเมฆ บริเวณสำนักงานประปาสาขาทุ่งมหาเมฆ 7.สาขาลาดพร้าว บริเวณสำนักงานประปาสาขาลาดพร้าว 8.สาขามีนบุรี บริเวณสำนักงานประปาสาขามีนบุรี 9.สาขาสุวรรณภูมิ บริเวณสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ 10.สาขานนทบุรี บริเวณสำนักงานประปาสาขานนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.สาขาประชาชื่น บริเวณสำนักงานประปาสาขาประชาชื่น 12.สาขาบางเขน บริเวณสำนักงานประปาสาขาบางเขน 13.สาขาบางกอกน้อย บริเวณโรงผลิตน้ำธนบุรี 14.สาขาตากสิน บริเวณสำนักงานประปาสาขาตากสิน 15.สาขาภาษีเจริญ บริเวณสำนักงานประปาสาขาภาษีเจริญ 16.สาขาสุขสวัสดิ์ บริเวณหน้าโรงเรียนราชประชาสมาสัย (ฝ่ายมัธยม)/บริเวณก่อนขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ถนนเชิงสะพานภูมิพล 17.สาขามหาสวัสดิ์&amp;nbsp;บริเวณสำนักงานประปาสาขามหาสวัสดิ์/บริเวณแยกบางสีทอง ถนนนครอินทร์/บริเวณสะพานมหาเจษฎาบดินทร์ ถนนนนทบุรี 1 18.สาขาบางบัวทอง&amp;nbsp;บริเวณสำนักงานประปาสาขาบางบัวทอง/บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย/บริเวณเชิงสะพานลอย ใกล้ปากซอยท่าอิฐ ถนนรัตนาธิเบศร์/บริเวณหน้าปั๊มแก๊ส LPG ปตท. ถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษก ทร. กล่าวถึงปัญหาคนกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากน้ำประปากร่อยว่า กองทัพเรือ โดยกรมกิจการพลเรือน (กองบรรเทาสาธารณภัย) และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือกำลังเฝ้าติดตามข่าวสารนี้ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ตามขีดความสามารถ และรอรับการประสานเพื่อช่วยเหลือต่อไป แต่ขณะนี้จะรอให้หน่วยดำเนินการบริหารจัดการน้ำพิจารณาตรวจสอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นหากมีสิ่งใดที่กองทัพเรือสามารถให้การสนับสนุนได้ ก็จะร่วมกันดำเนินการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53862</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองเปลว กองจันทร์, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11e4e3e3335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
