<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งเรือหลวงนราธิวาสช่วยนักท่องเที่ยว 200 คนติดเกาะกลับฝั่งปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.61 - พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า&amp;nbsp;เมื่อ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากจังหวัดภูเก็ตและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ว่า&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวประมาณ 200 คน ติดอยู่บนเกาะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้เนื่องจากคลื่นลมแรงมาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนประสบปัญหาการเดินทางกลับประเทศ และ ประชาชนบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องขึ้นฝั่งไม่สามารถขึ้นฝั่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงสั่งการให้เรือหลวงนราธิวาสเดินทางไปรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่บนเกาะราชาใหญ่ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับเข้าฝั่ง โดยเรือหลวงนราธิวาส เดินทางถึงบริเวณเกาะราชาใหญ่ในเวลาประมาณ 6 โมงเย็น&amp;nbsp;จากนั้นทยอยลำเลียงนักท่องเที่ยวขึ้นเรือ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะนำมาส่งขึ้นฝั่งที่บริเวณท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ถึงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตในเวลา 4 ทุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติการช่วยเหลือตามนโยบายของพลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือที่สั่งการให้หน่วยต่างๆเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา ตามคำกล่าวที่ว่า ทหารเรือจะอยู่เคียงข้างประชาชน จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของทัพเรือภาคที่ 3ที่จะดำเนินการอย่างเต็มขีดความสามารถ&amp;quot; พลเรือโทสมนึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นลมทางด้านฝั่งทะเลอันดามันจะค่อนข้างแรง ดังนั้น ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวทางทะเลหรือเกาะต่างๆจะต้องตรวจสอบสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง หากมีเหตุการณ์ทางทะเลหรือต้องการความช่วยเหลือกรณีประสบเหตุ แจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3&amp;nbsp;ตลอด 24 ชั่วโมงทางหมายเลขโทรศัพท์ 076-391598 หรือ สายด่วน ทร.1696&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15035</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จังหวัดภูเก็ต, นักท่องเที่ยวติดเกาะ, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์, เกาะราชาใหญ่, เรือหลวงนราธิวาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bae295c290.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอ้เคี่ยมยะนุ้ยจนมุม พบเป็นจระเข้เลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุดไกรทองตามจับจระเข้หาดยะนุ้ยได้แล้ว หลังออกล่า 12 วันเต็ม ไปจนมุมที่ปลายแหลมเกาะทะ ตัวยาว 2.50 เมตร เป็นจระเข้น้ำเค็มที่คนเลี้ยงไว้ เตือนถ้าไม่ขออนุญาตทางการมีความผิดทั้งจำและปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคม สุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ที่พบบริเวณชายหาดแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรภัทรกล่าวว่า ตามที่มีผู้พบเห็นจระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชน และจัดเจ้าหน้าลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอด 12 วันที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ทีมค้นหาจระเข้เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน ถึงบริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน เวลาประมาณค่อนรุ่งที่ผ่านมา เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น ก่อนที่จะจับตัวไว้ได้ และนำขึ้นฝั่ง มัดและเคลื่อนย้ายมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้วัดขนาดจระเข้ มีความยาว 2.50 เมตร น้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม เป็นเพศเมีย ไม่มีไมโครชิปติดที่ลำตัว จึงสันนิษฐานว่าเป็นจระเข้ที่มีคนลักลอบเลี้ยงและไม่ได้จดแจ้งกับทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต สภาพทางกายภาพเบื้องต้นเป็นจระเข้น้ำเค็ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ภูเก็ตกล่าวว่า มาตรการป้องกันการลักลอบเลี้ยงจระเข้ที่อาจก่อปัญหาดังเช่นครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความปลอดภัยของประชาชน ทางจังหวัดได้แจ้งให้ผู้ที่ครอบครองจระเข้และยังไม่ได้ขออนุญาต ให้มาขออนุญาตจากจังหวัดให้ถูกต้องภายในวันที่ 10 ส.ค.61 ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด ขณะเดียวกันประชาชนที่พบเห็นผู้ใดซื้ออาหารประเภทปลาดสดหรือไก่จำนวนมากเป็นประจำ ให้แจ้งข่าวสารต่อทางการเมื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ได้มีการตั้งรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การพบเห็นจระเข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เลี้ยงจระเข้ที่ไม่ได้จดแจ้งกับทางราชการ จะมีความผิดปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14316</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, นิคม สุขสวัสดิ์, พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกวิทย์ เก้าเอี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dc2572db5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
