<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข่าวดี!!!อียูประกาศปลดใบเหลืองประมงไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลัง นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง (European Commissioner for Environment, Maritime Affairs, and Fisheries) ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมง ไอยูยูของประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยมว่า ถือเป็นความสำเร็จและน่ายินดีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตั้งแต่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 ก็ได้ได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อย่างเต็มที่ จนสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ ทั้งด้านกรอบกฎหมาย การบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย ความมุ่งมั่นทั้งหมดส่งผลให้สหภาพยุโรปปลดใบเหลืองให้กับไทย ทั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จที่ไทยได้ยกระดับของการทำประมงเชิงพาณิชย์ ทั้งในและนอกน่านน้ำเข้าสู่มาตรฐานสากล และพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการส่งเสริมการประมงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัยยังกล่าวด้วยว่า จากนี้ไปรัฐบาลไทยก็ยังมีความมุ่งมั่น ที่จะขจัดปัญหาการทำประมงไอยูยู&amp;nbsp;
เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง พร้อมกันนี้ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าไทยได้วางรากฐานระบบป้องกันการทำประมงไอยูยู ไว้อย่างสมบูรณ์ทั้ง6ด้านคือ 1. ด้านกฎหมาย 2. ด้านการบริหารจัดการประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ด้านการบริหารจัดการกองเรือ 4 ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) 5. ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ 6. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ส่วน การดำเนินการระยะต่อไปหลังการเจรจาระดับทวิภาคีร่วมกับนายเคอเมนู เวลลา แล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือในอนาคตกับสหภาพยุโรปเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือ ไอยูยูฟรีได้โดยสมบูรณ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับ พล.อ.ฉัตรชัย รองนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ที่มีมานานจะทำให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในการหารือร่วมกันของรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรปมีความยินดีที่จะประกาศให้ประเทศไทยปลดใบเหลือง ในกลุ่มประเทศที่ทำประมงผิดกฎหมาย และขอแสดงความยินดีกับรองนายกรัฐมนตรี สำหรับความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น ในการทำให้การปฏิรูปนี้เป็นไปได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26077</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม, กรุงบรัสเซลล์, ประมงไทย, ปลดธงเหลือง, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c349bec68c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งระบบเฝ้าระวังการใช้ยาปฎิชีวนะพร่ำเพรื่อ ไม่ถูกต้อง จนทำให้เกิดเชื้อดื้อยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ธ.ค.61- &amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติให้มีระบบการเฝ้าระวังการบริโภคยาต้านจุลชีพไม่ถูกต้อง จนเกิดเชื้อดื้อยาในประเทศไทย นำร่องรรพ.รัฐและเอกชน 50 แห่ง &amp;nbsp;รวมทั้งสั่งก.เกษตรฯ -อย.แก้ปัญหาการใช้ยาปฎิชีวนะในกลุ่มเกษตรกรปลูกส้ม
&amp;nbsp;
นพ.ธวัช &amp;nbsp;สุนทราจารย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจาก พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็น ประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ดำเนินการ 4 เรื่อง เพื่อประโยชน์ประชาชนใน 4 เรื่องเรื่องแรก ให้มีระบบเฝ้าระวังการบริโภคยาต้านจุลชีพในประเทศไทย (Thailand-SAC) เป็นเครื่องมือในการติดตามข้อมูลการบริโภคยาต้านจุลชีพของประเทศไทย เพื่อลดการบริโภคยาต้านจุลชีพ และรายงานผลต่อเนื่อง
ทุกปี 2.มอบคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านเชื้อดื้อยาและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมแก่ประชาชนเสนอนโยบายเสริมสร้างการสร้างความตระหนักรู้ด้านเชื้อดื้อยาและยาต้านจุลชีพแก่ประชาชน และให้ สสส. นำประเด็นเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพให้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เห็นชอบให้นำร่องระบบการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างบูรณาการในโรงพยาบาล (Integrated AMR Management: IAM) นำไปสู่ผลลัพธ์ของการลดการป่วยจากเชื้อดื้อยาในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐสังกัดต่างๆ และโรงพยาบาลเอกชน รวม 50 แห่ง และให้คณะอนุกรรมการลดผลกระทบจากปัญหาเชื้อดื้อยาในสถานพยาบาลติดตามและกำกับการดำเนินงานดังกล่าว&amp;nbsp;
และ 4. ให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรเพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพในการรักษาโรคกรีนนิ่งในส้ม และมอบหมายให้ อย.ควบคุมการกระจายยาด้านจุลชีพ ทั้งที่เป็นเคมีภัณฑ์และยาสำเร็จรูป รวมทั้งให้คณะอนุกรรมการ การจัดการ การดื้อยาต้านจุลชีพในภาคการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ จัดทำแนวทางการแก้ปัญหาการใช้ยาต้านจุลชีพในส้ม และรายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติในการประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24299</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งระบบเฝ้าระวังการใช้ยาปฎิชีวนะจนทำให้เกิดเชื้อดื้อยา, นพ.ธวัช  สุนทราจารย์, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, มคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14bb1d84ac0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดพัฒนาระบบยาเร่งปรับราคากลาง ผลักดันใช้ยาสามัญ ลดงบฯ 5 พันล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ &amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2561 ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2561 คณะกรรมการฯ มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน โดยดำเนินการปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติเพิ่มเติม ซึ่งมียาที่สำคัญ ได้แก่ วัคซีนฮิบ ในรูปแบบวัคซีนรวม 1 เข็ม ป้องกันได้ 5 โรค เพื่อลดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก ยาสำหรับป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ทารกในครรภ์ และยาสำหรับโรคหลอดเลือดดำในจอตาอุดตัน เป็นต้น &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการปรับปรุงราคากลางยาให้ทันสมัยเพิ่มเติม 179 รายการ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณเพิ่มเติมได้อีก 3,164 ล้านบาท ในปี 62 รวมทั้งผลักดันให้มียาสามัญทดแทนยาต้นแบบ ทำให้เพิ่มการเข้าถึงยาใน 6 กลุ่มโรคสำคัญ ซึ่งคาดการณ์ว่า จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,400 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอฉัตรชัย กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เร่งผลักดันนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและลดปัญหาเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข ทั้งส่วนผู้ประกอบวิชาชีพและประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การประกาศเป็นประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU country) ในปี 2565 ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมผู้ผลิตยาในประเทศผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย คณะกรรมการฯ จึงมีมติปรับปรุงแนวทางการจัดซื้อยาของรัฐเพื่อสนับสนุนยาในบัญชีนวัตกรรมไทย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ยาทั่วไป ยาชีววัตถุ และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา และใช้งบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 หวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาคุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้มีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์การเภสัชกรรมและผู้ผลิตภาคเอกชนเพื่อให้ประเทศเกิดความมั่นคงทางยาและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; จะเร่งผลักดันแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ 2560-2564 เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ให้ทันภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในปีงบฯ &amp;nbsp;2562 ต่อไป &amp;quot; รองนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ, ปรับราคากลางยา, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ 2560-2564, ใช้ยาสามัญแทนยาต้นแบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bfe9c2b605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
