<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานเพลิงศพ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ทหารพรานเสียชีวิตเหตุปะทะที่บาเจาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 - เวลา 16.00 น. พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทาน เพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 ณ วัดควนแสวง ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์การปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 จากการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเท และเสียสละ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดภายใต้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบกที่ต้องการให้เกียรติกำลังพล ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงความห่วงใย และให้กำลังใจแก่ครอบครัว ซึ่งกองทัพบกดำเนินการช่วยเหลือพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดการพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดย ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 9 ชั้น , ได้รับพระราชทานยศเป็น &amp;ldquo;พลโท&amp;rdquo; โดยในพิธีผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบธงไตรรงค์ ใบประกาศเกียรติบัตร เหรียญบางระจัน ให้แก่ครอบครัว และทายาท เพื่อเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล และแสดงถึงความหาญกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งมอบเงินสินไหมทดแทนมรณกรรมทหาร &amp;ldquo;กองทัพบก (ภัยสงคราม) เงินบำรุงขวัญ และเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัว และทายาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพบกได้ดูแลสิทธิและเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่นๆตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียบุคลากรอันมีค่าของกองทัพบก ซึ่ง ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ถือเป็นหนึ่งในกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, จังหวัดพัทลุง, ทหารพรานเสียชีวิต, พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_61618644d315d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯหักกทม.ยืดปิดร้าน3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอวัง! กทม.ออกมาตรการคุมโควิด ร้านอาหารทุกประเภทให้ลูกค้านั่งกินในร้านได้เฉพาะเวลา &amp;nbsp;06.00-19.00 น. พ้นจากนี้สั่งกลับบ้านอย่างเดียว คุมเข้มห้ามดวดเหล้าลดมั่วสุม สุดท้าย ศบค.ชุดใหญ่เบรก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยแก้มาตรการให้ขายถึง 3 ทุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง &amp;nbsp;โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เรื่องมาตรการเพิ่มเติมควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) โดยที่ประชุมมีคำสั่งให้ร้านอาหารทุกประเภทในทุกพื้นที่ กทม.สามารถให้ลูกค้านั่งทานในร้านได้เฉพาะเวลา &amp;nbsp;06.00-19.00 น.เท่านั้น โดยต้องมีมาตรการเข้มข้น คือ &amp;nbsp;ห้ามดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน เพื่อลดระยะเวลาการรวมกลุ่มกัน ต้องคัดกรองผู้ใช้บริการ เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมและรายละเอียดต่างๆ ในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหลังจากนั้นตั้งแต่เวลา 19.01-05.59 น.ให้ลูกค้าสั่งกลับบ้านเท่านั้น โดยมีผลบังคับใช้ 5 ม.ค.64 &amp;nbsp;จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดนั้น ขณะนี้ กทม.ยังไม่มีการบังคับกักตัว แต่เป็นการขอความร่วมมือสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อในวันนี้ กักตัว 14 วัน และทำแบบประเมินที่ BKKCovid-19 &amp;nbsp;และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เย็นวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ว่า คำสั่งกรุงเทพมหานครให้ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ปิดบริการเวลา &amp;nbsp;19.00 น. สิ่งสำคัญในเรื่องของร้านอาหาร ตนได้รับข้อเสนอจากสมาคมภัตตาคารต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบสูงเหมือนกัน ฉะนั้นวันนี้ในส่วนที่ กทม.ประกาศออกไป ตนให้ยกเลิกไปก่อน และให้มีการขายอาหารได้ถึงเวลา 21.00 น. &amp;nbsp;แต่ต้องมีมาตรการที่เราเคยทำไว้แล้วเดิม ทั้งการกำหนดจำนวนคน มาตรการระยะห่าง อะไรต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางนายกสมาคมฯ ที่ร้องเรียนมารับประกันว่าทำได้ &amp;nbsp;ถ้าใครทำไม่ได้ต้องถูกปิด ขอให้ทำได้ตามนั้น ต้องช่วยกันไป เพราะตนไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบมากในเรื่องของธุรกิจอีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของเงินที่ต้องจัดหาเพิ่มเติม หรือไม่ต้องจัดหาเพิ่มเติมก็แล้วแต่ ในงบประมาณที่มีอยู่ที่จะเตรียมการรับสถานการณ์ต่อไปด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่ 06.00 น. วันที่ 5 ม.ค. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ส่วนสตรีทฟู้ดหากอยู่ในพื้นที่ผ่อนผันต้องปฏิบัติตามกฎนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;(กทม.) พบผู้ติดเชื้อใหม่ประจำวัน 27 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ &amp;nbsp;สัญชาติไทย 25 ราย และสัญชาติลาว 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ่งเป็นเพศชาย 6 ราย อายุ 24, 26, 29, 30, 36, &amp;nbsp;และ 43 ปี เพศหญิง 21 ราย อายุ 18, 19, 22, 24, 25 (2 &amp;nbsp;ราย), 26, 27 (2 ราย), 29 (2 ราย), 30, 31 (2 ราย), 32, &amp;nbsp;33 (2 ราย), 42 และ 51 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีอาการป่วย 22 ราย และไม่มีอาการ 5 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 12 ราย, โรงพยาบาลศิริราช 4 &amp;nbsp;ราย, โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย, โรงพยาบาลกลาง 2 &amp;nbsp;ราย, โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 1 ราย, สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า 1 ราย &amp;nbsp;และโรงพยาบาลเอกชนใน กทม. 5 ราย ทำให้วันที่ 4 &amp;nbsp;มกราคม 2564 กทม.มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรวม 244 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก &amp;nbsp;เริ่มการปฏิบัติงานในปี 2564 ด้วยการประชุมกับหน่วยทหารทุกกองทัพภาคด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ระบุว่า ในปีนี้กองทัพบกมีหลากหลายภารกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนทุกภาคส่วนในการคลี่คลายสถานการณ์ COVID-19 &amp;nbsp;ย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการ ศบค.และมาตรการเฉพาะของแต่ละจังหวัด ครอบคลุมทั้งเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลเป็นส่วนรวมการดูแลหน่วยทหาร และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยในปัจจุบันให้หน่วยทหารและกำลังพลจิตอาสาเน้นการเข้าช่วยหน่วยงานต่างๆ ในการทำความสะอาดสถานที่สาธารณะที่มีประชาชนไปใช้บริการเป็นจำนวนมากเพื่อลดจำนวนเชื้อโรค เช่น สถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้า สถานีรถไฟใต้ดิน ป้ายรถประจำทาง &amp;nbsp;ศาลาพักคอย ท่าเรือ เป็นต้น ให้ประชาชนสบายใจในการใช้สถานที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้หน่วยทหารเดินหน้าการช่วยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากชุมชนรอบค่ายทหารเพื่อนำมาประกอบเลี้ยง เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดให้จัดกำลังพลเข้าสนับสนุนโครงการอาหารชุมชนโรงเรียนต้นแบบ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อเป็นคลังอาหารสำหรับชุมชนและเด็กนักเรียนในช่วงสถานการณ์ &amp;nbsp;COVID-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบกย้ำว่า การสนับสนุนภาคส่วนต่าง ๆ และการดูแลประชาชนในช่วงนี้ขอให้กำลังพลทุ่มเทอย่างเต็มที่ ถือเป็นการเสียสละทำหน้าที่ดูแลประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง โดยกองทัพบกจะสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือในการทำงานและจัดสวัสดิการให้อย่างเหมาะสม ในภารกิจเฝ้าตรวจคัดกรอง COVID-19 ระลอกใหม่ รวมทั้งการดูแลบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกให้มีความเข้มแข็ง มีกำลังใจในภารกิจด้านการรักษาพยาบาล และการเตรียมพร้อมดูแลผู้ติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะ COVID-19 &amp;nbsp;ระลอกใหม่ทำให้กำลังพลในสายแพทย์จะต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่หน่วยทหารจะต้องนำไปพิจารณาให้สอดคล้องกับมาตรการของ ศบค. เช่น &amp;nbsp;การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในสถาบันการศึกษาของกองทัพบก การทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม การเฝ้าระวังป้องกันโรคในค่ายทหาร การกำหนดแนวทางการลาพักของทหารกองประจำการ เป็นต้น เพื่อให้กำลังพลมีความปลอดภัยและสามารถปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88829</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff32a577f2db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
