<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล แจงปมคืน 4 กรมใน ก.เกษตรฯ ไม่เกี่ยวกลัว &#039;ประชาธิปัตย์&#039; ถอนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยกเลิกคำสั่ง ฯ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 254/2564 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 ว่า ไม่ใช่กลัวพรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ได้มีการหารือกันในรายละเอียดแล้ว ถึงการบริหารงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยเป็นการเห็นชอบร่วมกันระหว่างพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้การบริหารงานของกระทรวงเกษตรฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร&amp;nbsp;ยังกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลย้ำมาตลอดว่า รัฐบาลทำงานเป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมรัฐบาลของประเทศไทย รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะและตัดสินใจร่วมกันในทุกเรื่อง การทำงานที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีให้เกียรติทุกพรรค ทุกคน และหารือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานการเมืองมาตลอด ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้ทำงานร่วมกันมาตลอด 2 ปี 3 เดือน ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118859</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเมือง, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ถกความก้าวหน้า &#039;อีอีซี&#039; ย้ำดึงนักลงทุนต่างประเทศให้มากขึ้น เน้นกลุ่มอียู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 13.30 น. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ครั้งที่ 3/2564&amp;nbsp; ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยที่ประชุมมีการพิจารณาประเด็นที่สำคัญ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในพื้นที่ EEC การพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ EEC การพัฒนาพื้นที่และชุมชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในพื้นที่ EEC &amp;nbsp;โดยเน้นดึงดูดกลุ่ม EU และประเทศที่มีศักยภาพให้มาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายรวมทั้งการศึกษา การวิจัยและการพัฒนาต่าง ๆ &amp;nbsp;พร้อมเร่งรัดดำเนินการเรื่องที่ยังติดค้างให้อยู่ให้สำเร็จภายในไตรมาส 4 &amp;nbsp;ของปีนี้ &amp;nbsp;เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์การยกระดับเศรษฐกิจของต่างประเทศในปี 25665 &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน โยยังเร่งรัดฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายและยืนยันวัคซีนมีเพียงพอสำหรับฉีดให้กับประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งในกลุ่มแรงงานซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังเน้นการใช้ศักยภาพทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยกรทางพืชเกษตรที่ไทยมีอยู่จำนวนมาก ให้มอบ อว. กับหน่วยงานวิจัย ช่วยวิจัยพัฒนาแปรรูปพืชผลทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าพืชเกษตรให้สูงขึ้น แก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดและตกต่ำรวมทั้งให้ขยายโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EEC) ไปสู่ทางด้านธุรกิจประมง ทั้งการจัดห้องเย็นให้เพียงพอและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของสิ้นค้าต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรับทราบและเห็นชอบวาระสำคัญ อาทิ &amp;nbsp;โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F &amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนท่ีผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด ของโครงการพัฒนา ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะท่ี 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาการเกษตรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พ.ศ. 2566 - 2570) ในส่วน โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EEC) ที่ประชุมเห็นชอบให้ สกพอ.ศึกษาการจดตั้งบริษัทเพื่อบริหารโครงการ EFC เพื่อขับเคลื่อนโครงการ &amp;nbsp;ฯ ตามเป้าหมายที่กำหนด &amp;nbsp;และเห็นชอบ แผนพัฒนาเมืองพัทยาตามแนวทาง NEO PATTAYA &amp;nbsp;เพื่อขยายผลสู่การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษรองรับอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว กลุ่มรายได้ดีและการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ &amp;nbsp;และเห็นชอบ ให้ &amp;ldquo;โครงการการยกระดับโรงพยาบาลปลวกแดง2 ฯ เป็น 1 ในโครงการ EEC Project List มอบหมายให้ สธ.และ สกพอ.ร่วมกันเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรียังชื่นชม ม.บูรพาพัฒนา ที่มีศูนย์การผลิตยาจากสารสกัดพืชสมุนไพร วิเคราะห์ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร &amp;nbsp;โดยขอให้มีการวิจัยพัฒนาแปรรูปพืชสมุนไพรให้มากขึ้น กำหนดเป้าหมายและโจทน์ให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่มีมูลค่าสูงเช่นเดียวกับที่ต่างประเทศดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ย้ำทุกคนดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยในช่วงนี้ซึ่งอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และช่วยกันดูแลประชาชน ทำงานทุกอย่างด้วยความระมัดระวังรอบคอบเพราะหลายเรื่องเป็นที่จับตามองและสังคมให้ความสนใจ &amp;nbsp;รวมถึงโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F ให้รับข้อสังเกตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบการดำเนินการ และให้ดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎระเบียบและข้อกฏหมายที่มีอยู่อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118758</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615af3a5462cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลื้ม &#039;ภูธเรศ คงรักษ์&#039; คว้าเหรียญทองแดง วีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก กองประชาสัมพันธ์ กกท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามผลการแข่งขันของทัพนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง และยินดีกับ ภูธเรศ คงรักษ์ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงที่ 3 ให้กับประเทศไทย และขอบคุณ ประวัติ วะโฮรัมย์ ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยินดีกับนักกีฬา และชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง ประเภท 5,000 เมตร ชาย คลาส ที54(T54) ทีมชาติไทยผ่านเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ถึง 2 คน และภาคภูมิใจกับผลงานของนักกีฬาทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง โดยภูธเรศ สามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้สำเร็จ และขอให้ประวัติอย่าเสียใจ เพราะการเข้าร่วมแข่งขันในนามประเทศไทยถึงสองคนก็เป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนร่วมส่งกำลังใจ แรงใจ ให้ทัพนักกีฬาไทยและทีมงาน ที่ทำหน้าที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ตลอดอีก 8 วันที่เหลือ ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก ครั้งที่ &amp;nbsp;16 &amp;ldquo;Tokyo 2020 Paralympics&amp;rdquo; ได้ทางช่องทีสปอร์ต 7 (T Sports 7) ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในระบบทีวีดิจิทัล ช่องทีสปอร์ต (T Sports ) หมายเลข 91 ในระบบทีวีดาวเทียม และช่องทางอื่นๆ ตลอดจน สามารถติดตามตารางการแข่งขัน และผลการแข่งขันประจำวันของทัพนักกีฬาไทย ได้ทางเฟสบุ๊ก &amp;ldquo;กองประชาสัมพันธ์ กกท&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมชาติไทย, นักกีฬาไทย, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พาราลิมปิกเกมส์ 2020, ภูธเรศ คงรักษ์, วีลแชร์เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a2a7f4d7c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณดี &#039;นายกฯ&#039; ขอทุกภาคส่วนยึด 10 ข้อปฏิบัติควบคุมโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) มีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีการประเมินผลของมาตรการล็อกดาวน์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอผู้ติดเชื้อที่เริ่มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ผลจากการล็อกดาวน์ได้ 25% ทำให้คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า เราสามารถปรับมาตรการควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงช่วงก่อนหน้านี้ รวมถึงลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม ในการอนุญาตให้จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเปิดกิจการหรือดำเนินกิจกรรมบางอย่าง หรือการเดินทางข้ามจังหวัด ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ด้วยเงื่อนไขที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ทั่วโลกต่างยอมรับว่า เชื้อโควิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนกลายเป็นโรคประจำถิ่น เป้าหมายที่อยู่บนพื้นฐานความจริง จึงไม่ใช่การกำจัดโรคนี้ให้หมดไป แต่ต้องแลกกับความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่เป็นการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้อย่างปลอดภัยและสมดุล ซึ่งวันนี้ ศบค. ได้เห็นชอบกับแผนการที่เรียกว่า &amp;ldquo;Smart Control and Living with COVID-19&amp;rdquo; หรือ การควบคุมโรคแนวใหม่ที่สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด-19 โดยมีมาตรการ 10 ข้อดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การยกระดับมาตรการ DMHT (อยู่ห่าง-ใส่แมสก์-ล้างมือ-วัดอุณหภูมิ) เป็นมาตรการ Universal Prevention (การป้องกันแบบครอบจักรวาล) นั่นคือการระมัดระวังตัวเองอย่างสูงสุด โดยคิดเสมือนว่าทุกคนที่พบปะนั้นมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น ซึ่งรายละเอียดในมาตรการนี้นั้น ผมได้เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การจัดหาวัคซีนและฉีดให้ได้มากและเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยง โดยรัฐบาล ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้วัคซีนมามากและเร็วที่สุด และถึงวันนี้เรามั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนได้อย่างน้อย 120 ล้านโดส ซึ่งขยายเพิ่มจากเป้าหมายเดิม 100 ล้านโดส ซึ่งเมื่อรวมกับวัคซีนทางเลือกของเอกชน เราจะมีวัคซีนรวมอย่างน้อย 130 ล้านโดส ทำให้เราจะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนในประเทศไทยได้กว่า 65 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การจัดหาชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง (ATK &amp;ndash; Antigen Test Kit) ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและราคาถูก ซึ่งทาง สปสช. ได้สั่งซื้อหาและจะแจกจ่ายให้ประชาชนจำนวน 8.5 ล้านโดส โดยเร็วที่สุด และจะจัดหามาเพิ่มอีกในอนาคต และรัฐบาลได้ดำเนินการให้มีชุดตรวจราคาถูกที่ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงได้อย่างสะดวกและราคาถูกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การจัดทำมาตรการ Bubble &amp;amp; Seal กับโรงงาน สถานประกอบการ และแคมป์ก่อสร้าง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นให้อยู่ในวงจำกัดที่สุด และดูแลจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การแยกกัก และการรักษาผู้ป่วย ที่จะทำให้เราไม่ต้องปิดทั้งโรงงาน และสามารถดำเนินการผลิตในบางส่วนของโรงงานหรือการก่อสร้างไปได้โดยไม่สะดุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การจัดการสภาพแวดล้อมและการคัดกรองการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ในสถานที่เสี่ยง คือตลาด และชุมชนแออัด ที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดและเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โดยจะต้องมีการจัดสภาพแวดล้อมตามมาตรการอย่างเข้มงวด และมีการตรวจคัดกรองเป็นประจำเพื่อหยุดการระบาดตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การจัดสภาพแวดล้อมของกิจการที่มีความเสี่ยงเป็นแบบปราศจากโควิด (COVID-Free Setting) เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ ซึ่งมี 3 องค์ประกอบสำคัญคือ 1. COVID-Free Environment (สภาพแวดล้อมปราศจากโควิด) เช่นระบบระบายอากาศ การจัดสถานที่ให้ไม่แออัด 2. COVID-Free Personnel (พนักงานปราศจากโควิด) เช่นการฉีดวัคซีนและตรวจ ATK 3. COVID-Free Customer (ลูกค้าปราศจากโควิด) เช่นการแสดงผลฉีดวัคซีนหรือการตรวจ ATK&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การจัดสภาพการทำงานและการเดินทางที่ปลอดภัย ไม่แออัด รวมถึงการคัดกรองโรคด้วยชุดตรวจ ATK สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการระบาดในสถานที่ทำงาน และติดเชื้อต่อไปยังครอบครัวที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูง และเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การจัดกิจกรรม สถานที่ และบริการสาธารณะต่างๆ ภายใต้มาตรการ 3C คือ การไม่จัดให้เกิดพื้นที่เสี่ยง 3 ประการ คือ &amp;ldquo;แออัด-ใกล้ชิด-ปิดอับ&amp;rdquo; (Crowded Places Close-Contact Setting, Confined &amp;amp; Enclosed Spaces) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดได้สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. การจัดการบริการควบคุมโรคเชิงรุก เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่และชุมชนระบาด ด้วยหน่วยเคลื่อนที่ CCRT (Comprehensive COVID-19 Response Team) ทั้งการตรวจคัดกรอง การนำผู้ป่วยออกมารักษา การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกับผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ตรวจคัดกรองเชิงรุกให้รวดเร็ว รู้ผลให้เร็ว แยกกักผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้เร็ว ด้วยชุดตรวจ ATK และระบบแยกกักที่บ้านและที่ชุมชน Home Isolation &amp;amp; Community Isolation สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรง ที่ช่วยบรรเทาภาระของการครองเตียง และการต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้มีอาการหนักหรือปานกลาง สามารถเข้ารับการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีโอกาสรักษาหายดีมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบาย &amp;ldquo;Smart Control and Living with COVID-19&amp;rdquo; ทั้ง 10 ข้อนี้ ได้มีการดำเนินการมาแล้วในหลายข้อ และได้ผลดีที่เป็นปัจจัยสำคัญในการลดยอดผู้ติดเชื้อได้ ส่วนบางข้อนั้นจะมีการยกระดับและดำเนินการไปพร้อมกับการปรับมาตรการที่จะเริ่มในวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นหนทางที่ช่วยให้ประเทศไทยจะก้าวไปสู่อนาคตร่วมกันอย่างปลอดภัยและมั่นคง สามารถฟื้นเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของเราได้ ผมจึงขอให้พวกเราทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน ได้นำหลักการและแนวคิด Smart Control and Living with COVID-19 นี้ไปปรับใช้กับองค์กรของท่าน ชุมชนของท่าน ครอบครัวของท่าน และตัวท่านเอง เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตสู่อนาคตของประเทศไทยร่วมกันครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114803</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ล็อกดาวน์, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108b93a1f2c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังแน่นปึ้ก &#039;บิ๊กตู่&#039; ยืนคุย 3 แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ นายอิกนาซิโอ กัสซิส รองประธานาธิบดีและรมว.ต่างประเทศ สมาพันธรัฐสวิส ที่เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาภายหลังการหารือเสร็จสิ้น ได้ปรากฎภาพของ พล.อ. ประยุทธ์ นายอนุทิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายวราวุธ ศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ยื่นพูดคุยเรื่องการทำงาน บริเวณห้องโถง ตึกไทยคู่ฟ้า อย่างเป็นกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของรัฐบาล ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และกระแสข่าวความขัดแย้งเรื่องการทำงานแก้โควิด รวมทั้งยังมีการเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107cf33308ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งเอาผิดตัวการใหญ่ปล่อยข่าวปลอมทั้งสื่อ คนดัง เพจ ไม่ใช่แค่จับชาวบ้านทั่วไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการเรื่องข่าวปลอม&amp;quot; ขณะที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาโควิด และหน่วยงานรัฐกำลังแก้ไขสถานการณ์กันอย่างเต็มที่ แต่เรากลับต้องเผชิญกับปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ที่กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในสังคมเป็นอย่างมาก มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือการจงใจตัดต่อบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดเป็นจำนวนมากทั้งจากสื่อมวลชน ผู้มีชื่อเสียง และผู้ใช้สื่อทั่วไป ทั้งที่ในขณะนี้ประเทศไทยอยู่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนให้ทราบว่า ผมให้ความสำคัญกับการจัดการข่าวปลอมที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างยิ่ง และได้สั่งการโดยตรงให้แต่ละกระทรวง ดำเนินการแก้ปัญหาข่าวปลอมอย่างจริงจังและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 ขอให้แต่ละกระทรวง จัดตั้งฝ่ายที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและแก้ไขข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกระทรวงทันที และให้เป็นตัวแทนหน่วยงานแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ศูนย์ข่าวปลอมของกระทรวงและจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและประกาศ
ลงสื่อของกระทรวงและหน่วยงานภายใน 24 ชั่วโมง ให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด หลังจากได้รับการแจ้งจากประชาชน หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และส่งข้อมูลหรือประกาศชี้แจงแก้ไขข่าวปลอมให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และ กสทช. ทันทีที่ลงสื่อของกระทรวงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;ปอท. &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ศปก.ศบค. ร่วมปรึกษาหารือกันอย่างเร่งด่วน ในการนำเอาข้อกำหนดข้อที่ 11 จากประกาศฉบับที่ 27 ของ พรก.ฉุกเฉิน ว่าด้วยเรื่องการห้ามบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร มาเป็นแนวปฏิบัติของมาตรการที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.4 ให้กรมประชาสัมพันธ์ โฆษกทุกกระทรวง และกสทช. สื่อสารให้ทุกหน่วยงานและประชาชนได้รับทราบถึงมาตรการนี้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.5 ให้กระทรวง DES, ปอท. สตช. ดำเนินการในแนวปฏิบัติจากมาตรการนี้อย่างจริงจังและรวดเร็วยิ่งขึ้น ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม ดำเนินคดีกับคนผิดได้จริงๆโดยเฉพาะผู้ปล่อยรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน คนดัง หรือเพจต่างๆ ไม่ใช่จับแค่ชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อสั่งการทั้งหมดนี้ ผมจะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด และขอให้รายงานความคืบหน้าต่อผมก่อนการประชุม ครม. ครั้งหน้า และรายงานต่อเนื่องก่อนการประชุม ครม. ทุกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ข่าวปลอมโควิด, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffedfab5c09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; สั่งให้เอาอย่าง &#039;ผอ.วัคซีนฯ&#039; ต้องพูดข้อเท็จจริงทุกเรื่องกับประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯกำชับในที่ประชุมศบศ. จะต้องไม่มีภาพประชาชนมานอนรอความช่วยเหลือ ต้องไม่ให้มีภาพประชาชนนอนเสียชีวิตริมถนนอีก กทม.ทุกหน่วยที่รับผิดชอบต้องช่วยกันทำงานเชิงรุก ต้องบูรณาการ ต้องไม่โทษกันอีก ต้องนำผู้ป่วยออกจากบ้านไปยังศูนย์พักคอย เร่งจัดหาเตียง ส่งโรงพยาบาลสนามหรือนำส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกฯยังกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ. อบต. เทศบาล สื่อสารประชาชนให้ทั่วถึงสร้างความเข้าใจ อย่างเช่นที่ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ชี้แจงการจัดหาวัคซีน รวมถึงมีการขอโทษประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ดีพูดข้อเท็จจริงกับประชาชน อยากให้พูดข้อเท็จจริงแบบนี้ทุกเรื่องกับประชาชน เพราะเวลานี้หลายเรื่องถูกนำไปบิดเบือนเมื่อไม่มีความชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110809</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
