<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดพีระพันธุ์พปชร.ให้นั่งตามคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยันเสียงค้าน &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; เข้าพรรคเป็นที่ตัวบุคคล แต่ &amp;quot;สิระ&amp;quot; รับน้องจัดหนัก เหมือนพระบวชใหม่เวลานั่งต้องเรียงตามลำดับพรรษา ส่วน ปชป.นัวเนีย &amp;quot;เทพไท&amp;quot; อัดกรรมการบริหารพรรค หลังก้าวไกลเป็นแชมป์รับเงินบริจาคจากภาษี &amp;nbsp;&amp;quot;ราเมศ&amp;quot; ตอกกลับพรรคทำงานจริง ไม่ฉาบฉวย พูดจาสนุกสะใจไปวันๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสภายในพรรคพลังประชารัฐที่ดูเหมือนจะคัดค้านตัวนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร.ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นที่ตัวบุคคล ส่วนจะต้องทำความเข้าใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรระบุ &amp;quot;เดี๋ยวบอกผม เป็นเรื่องของผม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐจะยังเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกฯ &amp;nbsp;เพียงคนเดียวหรือไม่ รองนายกฯ ส่ายหัวให้สื่อมวลชนและตอบเพียงว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ถามอยู่นั่นแหละ&amp;quot; แล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนายพีระพันธุ์ว่า ส่วนตัวเห็นว่านายพีระพันธุ์เป็นนักการเมืองอาวุโสจากพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยคือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในพรรคพลังประชารัฐยังไม่มีการหารือกัน และที่สำคัญยังไม่เคยเจอกันกับนายพีระพันธุ์ และเพิ่งจะเข้าเป็นสมาชิกพรรคเปรียบเสมือนพระบวชใหม่ เวลานั่งต้องเรียงตามลำดับพรรษาถึงจะถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเคยเล่นหมากรุก เวลาจะออกตัวเดินเบี้ย เดินขุน ผมต้องดูตาม้าตาเรือด้วย เชื่อว่าคุณพีระพันธุ์คงรู้จักหมากรุกดีพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐยังมีแค่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา คนเดียวใช่หรือไม่ เนื่องจากนายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ให้จับตา พปชร.เสนอชื่อนายกฯ 3 &amp;nbsp;คน โดยหนึ่งในนั้นมีนายพีระพันธุ์ด้วย นายสิระกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องใช้ความคิดเห็นคนทั้งพรรค ซึ่งการออกมาแสดงความเห็นของนายไพศาลที่ไม่ใช่คนในพรรค ไม่ใช่สมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ตนถือว่าเราคุยกันในสมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเหลืออีกปีกว่าถึงจะมีการเลือกตั้ง ไม่มีการยุบสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้คุณไพศาลไปดูว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงไม่ส่งชื่อคุณพีระพันธุ์เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่แล้ว หากมีความรู้ความสามารถอย่างที่คุณไพศาลพูด&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ภายในพลังประชารัฐมีกระแสต่อต้านนายพีระพันธุ์หรือไม่ นายสิระกล่าวว่ายังไม่ได้เจอกันเลย เพราะยังไม่มีการประชุมพรรค จึงยังไม่รู้ว่าใครจะต่อต้านหรือใครจะสนับสนุน แต่เท่าที่รู้นายพีระพันธุ์เพิ่งจ่ายเงินค่าสมาชิกรายปีและตลอดชีพ 1,000 และ 100 &amp;nbsp;บาทเท่านั้น ไม่มีอะไรเหนือกว่านี้ ตนก็จ่าย 1,000 บาทเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อปี 2562 ตนถือว่าตนอยู่พรรค 3 ปีแล้ว นายพีระพันธุ์เพิ่งเข้ามาสัปดาห์เดียว ถึงได้บอกว่าต้องดูพรรษาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำโพลให้คะแนนการทำงาน ส.ส.พรรค พปชร.ว่า​ ไม่ได้กังวลอะไร​เพราะรู้จุดประสงค์ของคน​ทำโพลนี้อยู่แล้ว​ โดยชาวบ้านก็รู้อยู่แล้วว่าตัวผู้แทนในพื้นที่เป็นอย่างไร​ เชื่อว่าสังคมมองออกว่าใครทำอะไรเพื่อวัตถุประสงค์​อะไร​ และตอนนี้ ส.ส.ภาคใต้เริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความสามัคคีกันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ พรรคได้แจ้งถึงรายละเอียดการให้คะแนนหรือไม่​ นายสัณหพจน์​ยืนยันว่า​ไม่มี​ แต่เชื่อว่า ส.ส.ใต้ไม่มีปัญหาสักคน​ เมื่อไหร่​ที่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์​ยังเป็น​นายกฯ ก็ไม่มีปัญหา​ เพราะคนใต้ยังรัก พล.อ.ประยุทธ์​ และ ส.ส.ใต้มีแต่เพิ่มไม่มีลด จาก 14 คนในตอนนี้ เลือกตั้งเที่ยวหน้าคาดว่า​จะได้ขั้นต่ำ 25 คน​ เนื่องจากกระแสของนายกฯ ทางภาคใต้ดีมาก​ เห็นได้จากล่าสุดที่นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช​เมื่อวันที่​ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ทุกโค้งที่วิ่งไปในเมืองมีแต่คนบอกรักลุงตู่​ ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่อยู่ต่อ​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;กรณีพรรคพลังประชารัฐจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ &amp;nbsp;เป็นเรื่องภายในของพรรคพลังประชารัฐ จะได้ชัดเจนเลย สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะตัดสินใจอย่างไร ขอให้พรรคพลังประชารัฐเสนอ พล.อ.ประยุทธ์จริงๆ อย่างที่พูดมา อย่าเปลี่ยนเป็นคนอื่นเมื่อสถานการณ์พลิกผัน เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนเมื่อมีการเลือกตั้ง &amp;nbsp;หากประชาชนชอบ พล.อ.ประยุทธ์ก็ให้เลือก พล.อ.ประยุทธ์และคณะ แต่ถ้าใครชอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันก็ให้เลือกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ผมได้ดูข้อมูลยอดเงินการบริจาคภาษีเงินได้ให้กับพรรคการเมืองต่างๆ ประจำปี &amp;nbsp;2563 พบว่า มีพรรคการเมืองที่ได้รับการบริจาคภาษี ยอดเกิน 1 &amp;nbsp;ล้านบาท มีจำนวน 5 พรรค คือ 1.พรรคก้าวไกล 12,695,739.77 บาท 2.พรรคประชาธิปัตย์ 3,241,639.30 บาท 3.พรรคกล้า 2,532,740.71 บาท 4.พรรคพลังประชารัฐ 2,032,004.08 บาท 5.พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;1,422,517.81 บาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทระบุอีกว่า &amp;quot;ซึ่งกลุ่มบุคคลที่บริจาคภาษีเงินได้ให้กับพรรคการเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นคนชั้นกลาง หรือเป็นคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ จากเมื่อก่อนพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแชมป์ในการได้รับบริจาคมาโดยตลอด แต่มาปีนี้พรรคที่เป็นแชมป์ได้รับการบริจาคสูงสุด คือพรรคก้าวไกล ที่มียอดการบริจาคทิ้งห่างพรรคการเมืองอื่นหลายเท่าตัว และที่น่าจับตามองอีกพรรคหนึ่งคือพรรคกล้า ที่มียอดการได้รับบริจาคภาษีสูงเป็นอันดับ 3 มากกว่าพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐอีก ทั้งที่เป็นพรรคการเมืองก่อตั้งใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากยอดเงินของการบริจาคภาษี น่าจะเป็นดัชนีหรือนัยทางการเมืองได้ระดับหนึ่ง ที่บ่งบอกว่าคนชั้นกลางที่มีการเสียภาษีเป็นส่วนใหญ่ &amp;nbsp;และคนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เป็นผู้เสียภาษีเงินได้ มีความสนใจและให้การสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นแชมป์การได้รับบริจาคมาโดยตลอดนั้น แต่กลับมียอดบริจาคลดลงอย่างน่าใจหาย น่าจะเป็นสัญญาณทางการเมืองบางอย่าง ที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องทบทวนการทำงานของพรรค ทั้งในเรื่องท่าที จุดยืน และอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค และจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ทำไมยอดการรับบริจาคของพรรคจากผู้เสียภาษีเงินได้ลดลงไปมากกว่าที่ผ่านมา เพราะข้อมูลจากการบริจาคภาษีเงินได้ของผู้เสียภาษีให้กับพรรคการเมือง จะเป็นผลโพลวัดความนิยมได้ชัดเจนกว่าผลโพลบางสำนักเสียด้วยซ้ำไป&amp;rdquo; นายเทพไท ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้นายเทพไทว่า ความนิยมในทางการเมืองคงจะนำมาประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แล้วมาตัดสินในทุกเรื่องคงไม่ได้ ส่วนของพรรคหากติดตามการทำงานด้วยใจที่เปิดกว้าง ท่าที จุดยืน และอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค &amp;nbsp;คือการทำงานให้ประชาชนและประเทศยึดมั่นผลสำเร็จของงานและความยั่งยืนในอนาคต ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่โกงกิน และไม่คิดล้มสถาบัน เชื่อว่าจะเห็นความจริง และประชาชนก็เห็นว่าพรรคทำงานจริง ไม่ทำงานฉาบฉวย หรือหวือหวา พูดจาให้สนุกสะใจไปวันๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคิดว่าสิ่งที่พรรคทำไม่ดี หรือไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนใดๆ เลย ก็ช่วยเสนอให้มีการยกเลิกประกันรายได้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ชาวนา มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ให้ยกเลิกที่ไปสร้างบ้านมั่นคงให้แก่ประชาชนที่ยากจน ให้ยกเลิกการส่งออกที่มียอดเพิ่มขึ้น ให้ยกเลิกพาณิชย์ลดราคาเพื่อประชาชน ให้ยกเลิกการพัฒนาระบบชลประทานทั้งหมดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำ และอีกมากมายสิ่งที่ดีที่พรรคทำก็ต้องยกเลิกให้หมด การที่นายเทพไทออกมากล่าวเช่นนี้ก็จะไม่เป็นธรรมต่อพรรค เหมือนพรรคไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่ดีเลย&amp;quot; โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119465</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b7036bab16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ดูน้ำอยุธยา เตรียมพร้อมพื้นที่รับน้ำหลากเข้าทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง 10 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - ที่บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะผู้บริหารพรรค ประกอบด้วย พลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคอาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายอธิรัช รมช.คมนาคม และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส&amp;nbsp;พร้อมด้วย ส.ส ในหลายพื้นที่ มาร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงเพื่อร่วมติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำรับน้ำหลากตามมาตรการ กอนช. และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอแนวทางการจัดการและเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประวิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ที่ในขณะนี้มีปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้เพิ่มอัตราการระบายของเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,481 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายเขื่อนบางแห่งที่ได้รับผลกระทบ จากมวลน้ำเข้าพื้นที่ เกษตร ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ&amp;nbsp;คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และแม่น้ำน้อยที่ ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีราษฎรประมาณ 602 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเหตุการณ์น้ำท่วมเช่นนี้เป็นเรื่องปกติที่ชาวบ้านในพื้นที่รับรู้ว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ซึ่ง กอนช.ได้ให้กรมชลประทานเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังยังจุดเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมทั้งประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความพร้อมของพื้นที่ในการรับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นด่านหน้าก่อนมวลน้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรับน้ำหลากและเตรียมแผนเผชิญเหตุให้พร้อม และให้จังหวัดร่วมบูรณาการกับกรมชลประทานพิจารณาความเหมาะการรับน้ำหลากเข้าทุ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้ง 10 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดให้ดำเนินการหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ประกอบด้วย ทุ่งเชียงราก ทุ่งท่าวุ้ง&amp;nbsp; ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท&amp;ndash;ป่าสัก ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด และทุ่งโครงการฯ โพธิ์พระยา รวมทั้งให้ปรับลดการระบายน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก พร้อมทั้งวางแผนเก็บน้ำสํารองทุกแหล่งทั้งผิวดินและใต้ดิน ไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็น 1 ใน 9 แผนหลักของการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2566 ขณะเดียวกัน จะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้และรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้การยอมรับและเกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนงานด้านน้ำระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ทุ่งบางบาลมีสภาพเป็นเกาะ มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มผืนใหญ่ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง (คลองบางหลวง)&amp;nbsp; ช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำลำคลองซึ่งล้อมรอบทุ่งบางบาล จะไหลบ่าเข้าไปในทุ่งเป็นประจำทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ทุ่งบางบาลที่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาหว่านที่ต้องอาศัยน้ำฝนไถหว่านตอนต้นฤดู กรมชลประทานจึงได้เข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการดำเนิน&amp;nbsp;โครงการสูบน้ำทุ่งบางบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp; บ้านมะขามเทศ หมู่ที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นโดยก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2513 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2525 ใช้งบประมาณ ประมาณ 450ล้านบาท&amp;nbsp;โครงการนี้จึงมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำหลากในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b1fb3ba839.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร. แจง&#039;บิ๊กป้อม&#039; ไม่ลาออกจากพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ นั้น ว่าเป็นเพียงข่าวลือ ที่ไม่มีมูลความจริง &amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐ ยังคงมีความพร้อมและยึดมั่นในการบริหารนโยบายผ่านรัฐมนตรีของพรรค ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันโอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ท่านหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ยังคงทำงานและหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแก้ปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ในการช่วยรัฐบาลเดินหน้ามาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงภัยแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญ ทั้งปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ &amp;nbsp;ปัญหาพืชผลทางการเกษตร และการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น&amp;quot; ดร.พัชรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค นั้น โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรก็ถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อความเหมาะสมในการขับเคลื่อนนโยบายพรรคต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116414</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลาออกจากพรรคพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d63076ed29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม” มอบ สทนช. เร่งบูรณาการภาครัฐ – ประชาชนในพื้นที่  คลอดแผนแก้ความเค็มลุ่มน้ำแม่กลองจุดเชื่อมต่อทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พลเอกประวิตร&amp;rdquo; ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองกระทบวิถีชีวิตประชาชน สั่ง สทนช. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ รับฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากประชาชน - ภาคส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมเร่งศึกษาจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ก่อนสรุปเสนอกรอบแนวทางแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยเสนอ กนช.ต้น ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในโอกาสลงติดตามความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย และความก้าวหน้าผลการศึกษาการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง บริเวณประตูระบายน้ำบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม สั่งการให้ สทนช.เร่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม น้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่สำคัญต้องเสนอแนวทางให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และองค์กรผู้ใช้น้ำในระดับพื้นที่ ได้รับทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติหลักให้สามารถขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน รวมถึง สทนช.จะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผนวกเพิ่มเติมกับการดำเนินโครงการศึกษาผังน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. พิจารณาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาลุ่มน้ำแม่กลองประสบปัญหาน้ำเค็มรุกจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดสรรน้ำจากเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และป้องกันน้ำเค็มตลอดฤดูแล้งให้สัมพันธ์กับการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในภาวะปกติ โดยมีจุดเฝ้าระวังที่สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำหน้าที่ว่าการ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้มีค่าความเค็มไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม มีการเฝ้าระวังควบคุมกับการผลิตน้ำประปาที่จ่ายในพื้นที่ทุกสถานี โดยควบคุมการผลิตที่โรงผลิตน้ำแพงพวย จ.ราชบุรีอย่างใกล้ชิด และเก็บตัวอย่างน้ำดิบในแม่น้ำตรวจคุณภาพทุกชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่จุด ปตร.บางนกแขวก มีความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเค็ม ท่วม แล้งและเสีย ควบคุมไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่สวนผลไม้ สวนพืชผัก บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 78,500 ไร่ โดยกรมชลประทานได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชลประทาน หรือ JMC ซึ่งมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตัวแทนเกษตรกรเพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทุกกิจกรรม โดยเกณฑ์กำหนดค่าความเค็มควบคุมที่สถานีวัดคุณภาพน้ำ ปตร.บางนกแขวก จะส่งน้ำให้เกษตรกรจะไม่เกิน 2.0 กรัมต่อลิต รวมถึงยังมีการพัฒนาปรับปรุงคลองสุนัขหอนที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร กับแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เพื่อรับรองการระบายน้ำจากคลองสาขาสายต่าง ๆ ช่วงปี 2563 &amp;ndash; 2565 ได้แก่ 1. ขุดลอกคลองสุนัขหอนในเขต จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 31 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตามแนวคันควบคุมน้ำทะเล จำนวน 6 แห่ง 3. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ กลางคลองสุนัขหอน และก่อสร้างประตูระบายน้ำปลายคลองนิคม 2 และ 4. ก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกในระยะเร่งด่วน ในระยะกลาง สทนช.มีนำผลการศึกษาจัดทำผังคุณภาพในลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ทะเล เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งในส่วนผังน้ำแม่กลองคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ โดยผลการศึกษาในการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกที่ใช้ระบบผังน้ำส่วนหนึ่ง คือ การบริหารจัดการน้ำจาก 2 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้ว ยังรวมถึงการก่อสร้างคันกั้นน้ำขนานกับชายทะเล ปตร.ปลายคลองต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นประกอบกับฝนตกหนักทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ช้า ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและน้ำขังหลายวัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบบผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง สทนช.ได้รับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนต่อโครงการฯ อาทิ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเกษตร สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำได้ในอนาคต ได้แก่ 1. พื้นที่ทางน้ำริมน้ำ (ลน.) 2. พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ (ลร.) 3. พื้นที่น้ำนอง (น.) และ 4. พื้นที่ลุ่มต่ำ (ต.) ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, น้ำทะเลหนุนสูง, ป้องกันน้ำเค็ม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, รักษาระบบนิเวศน์, ลุ่มน้ำแม่กลอง, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เกิดปัญหาน้ำท่วม, แก้ความเค็มลุ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f45e01d6d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม” หัวหน้า พปชร. มอบหมาย “อนุชา” เลขาธิการพรรค มอบกระเช้าดอกไม้อวยพรเนื่องในวันครบรอง 75 ปี ปชป.และอวยพรพรรคภูมิใจไทยมีอายุก้าวเข้าสู่ปีที่ 13</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 เม.ย.64 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นตัวแทนพรรค ร่วมงานและมอบกระเช้าผลไม้ให้กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอวยพร เนื่องในวันครบรอบ 75 ปี ของก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
จากนั้นนายอนุชา ได้เดินทางไปยังพรรคภูมิใจไทย มอบกระเช้าดอกไม้ให้กับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และนายทะเบียนพรรค เนื่องในโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยมีอายุก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 ในวันที่ 6 เมษายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98549</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังประชารัฐ, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c6484c0bed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; กวักมือเรียกชาว 3 นิ้ว อยากได้อะไรมาคุยกัน อย่าม็อบผิดฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.64 - &amp;nbsp;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุมชายที่พกพาระเบิดไปป์บอมบ์ ได้ที่สี่แยกปทุมวันเมื่อวานนี้ ว่า เป็นการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมตามปกติ ไม่ได้ไปตรวจเกี่ยวกับการชุมนุม โดยชายคนดังกล่าวแสดงพิรุธ ว่าพกพาอุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อตรวจเจอเข้าก็ไม่รู้ว่าคนนี้สติดีหรือไม่ดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการชุมนุมดาวกระจายหลายจุดในวันนี้ พลเอกประวิตร &amp;nbsp;กล่าวว่า ถ้าเขาจะเคลื่อนแล้วตนจะทำอย่างไร เราก็มีหน้าที่ป้องกันประชาชนให้ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากังวลว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ พลเอกประวิตร เชื่อว่าไม่รุนแรงตำรวจเขาจะทำอะไรได้ มีแต่ถูกกระทำอย่างเดียว ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยก็ทำทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งการดูแลความปลอดภัยก็ต้องดูแลทุกคนในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้นมีอะไรขอให้มาพูดจากัน อยากได้อะไรก็มาว่ากัน รัฐทำอะไรไม่ถูกก็มาว่ากัน เราทำทุกอย่างตามกฎหมายไม่มีละเมิดข้อกฎหมาย และทุกคนก็ต้องอยู่ใต้กฎหมายทั้งนั้น&amp;quot; พล.อ.ประวิตร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95174</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม็อบ6มีนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210306/image_big_6043010bd1c1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งชามข้าวฝุ่นตลบ 90 ส.ส.พปชร.ค้านคนนอก &#039;3 ช.&#039; เคลื่อนไหวหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​หลัง 3 รัฐมนตรี กปปส.ต้องพ้นจากตำแหน่ง และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ส่งสัญญาณชัดเจน ปรับครม.ตู่ 2/3 เร็วที่สุด ได้เกิดความเคลื่อนไหวทันทีสำหรับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่มีการเคลื่อนไหวหนักสุด โดยมีการล่ารายชื่อส่งผ่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. สื่อไปถึงนายกฯเพื่อคัดค้านการตั้งคนนอกเป็นรัฐมนตรี โดยส.ส.พรรคมอบอำนาจเด็ดขาดให้พล.อ.ประวิตร เลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง หากหัวหน้าพรรคเลือกแล้วถือเป็นเด็ดขาดและให้ถือส.ส.พรรคที่ร่วมลงชื่อเห็นชอบด้วย และแก้ปัญหาการต่อรองภายในพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.แกนนำพรรคได้นำรายชื่อส่งถึงพล.อ.ประวิตรแล้ว ซึ่งมีส.ส.ร่วมลงชื่อ 90 กว่าคน โดย มีส.ส.กลุ่มสามมิตรไม่ได้ร่วมลงชื่อ 9 คน จาก 18 คนในกลุ่ม ขณะที่ 6 ส.ส.กลุ่มดาวกฤษ์ร่วมลงชื่อเพียง 2 คน ที่เหลือ​ รวมถึงน.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้ลงชื่อ​ อย่างไรก็ตาม การลงชื่อครั้งนี้ไม่มีการลงชื่อของรัฐมนตรีพรรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดการล่าชื่อส.ส. ภายในพรรคได้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค แบ่งเป็น 2 ฝ่าย โดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการล่ารายชื่อครั้งนี้ และไม่ร่วมลงชื่อด้วย​ ระบุว่า ฝ่ายที่ทำการล่ารายชื่อได้อ้างชื่อหัวหน้าพรรคเป็นคนสั่ง โดยหัวหน้าพรรคไม่ได้รู้เรื่องด้วย จากเหตุดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับพล.อ. &amp;nbsp;ประยุทธ์ ขณะที่กลุ่มที่ล่ารายชื่อระบุว่า​ ที่ทำไม่ได้มีอะไรซ้ำซ้อนต้องการแสดงจุดยืนของพรรคในการค้านคนนอกมาเป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ทราบเรื่องแล้ว ไม่มีการตำหนิ ส.ส.แต่อย่างใด และสนับสนุนคนในพรรคเพื่อเอามาช่วยงาน หากตั้งคนนอกเข้ามา มีข้อเสียคือไม่ช่วยงานพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่วันที่ 2 มี.ค.พรรคพลังประชารัฐ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณารายชื่อรัฐมนตรีส่วนกระแสข่าวการปรับครม.นั้นในล่าสุด มีความพยายามของ &amp;ldquo;กลุ่ม 3 ช.&amp;rdquo; ซึ่งมีหลายโผที่น่าสนใจ โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;มีชื่อจะไปเป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และมีชื่อจะไปเป็นรมว.แรงงาน แทนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ส่วนนางนฤมล &amp;nbsp;ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน พยายามขอไปนั่งเป็น รมว.ศึกษาธิการ และอาจไปนั่งเป็นรมช.คลัง สลับกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง หรือขยับไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตำแหน่งคาดว่าจะว่างลง คือ รมช. 2 ตำแหน่ง มีแคนดิเดตที่แกนนำบางกลุ่มพยายามผลักดัน โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พลังประชารัฐ ต้องการให้นายชัยุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ส่วนร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;และนางนฤมล ผลักดันนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ขณะที่ 13ส.ส.ภาคใต้ เรียกร้อง 1 ตำแหน่งให้กับส.ส.ในกลุ่มด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94403</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปรับครม., พปชร., พลังประชารัฐ, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_603993617e59e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
