<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถลงการณ์รัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบการอนุวัต อนุสัญญาไซเตส และการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่า ให้การรับรอง “แถลงการณ์เชียงใหม่ ว่าด้วยการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รัฐมนตรีอาเซียน ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และการบังคับใช้สัตว์ป่า พร้อมด้วยผู้แทนจาก 10 ประเทศ เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีอาเซียนพิเศษ ด้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทางรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ ณ โรงแรมฮอลิเดย์อิน จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม 2562 การประชุมรัฐมนตรีครั้งนี้ ส่งผลให้มีการรับรองคำแถลงของรัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับอนุสัญญาไซเตส และการค้าสัตว์ป่าพืชป่าอย่างผิดกฎหมาย โดยมีแถลงการณ์ร่วมที่แสดงให้เห็นว่าประเทศภาคีสมาชิกอาเซียน มีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ตามนโยบายการค้าสัตว์ป่าโลก และในระดับภูมิภาค ต่อความพยายามที่จะลดอุปสงค์ความต้องการบริโภคสัตว์ป่า การบังคับใช้กฎหมาย และลดอาชญากรรมไซเบอร์ที่ข้องกับสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอนุภูมิภาคที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การขจัดความยากจนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายยังคงเป็นปัญหาของอาเซียน และมีส่วนทำให้ประชากรสัตว์ป่าและพืชป่าลดลงอย่างมาก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการบริโภคสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก มลภาวะและขยายเมือง ล่าสุดได้มีมติ จากสมาพันธ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ (UNEA1) สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติอาเซียน และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) เกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งได้ยกระดับปัญหา ขึ้นสู่วาระสำคัญสูงสุดร่วมกันในระดับประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การใช้สัตว์ป่าอย่างไม่ยั่งยืน และการค้าที่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นรุนแรงและเป็นวงกว้าง เราจะต้องเพิ่มความพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าในอาเซียน ในการบรรลุเป้าหมายนี้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างกว้างขวางกับหน่วยงานระหว่างประเทศระดับภูมิภาคระดับชาติ ระดับจังหวัด ไปถึงระดับท้องถิ่น ซึ่งจะมีความสำคัญเท่ากับการกระทำของภาคส่วนต่าง ๆ เช่นรัฐบาลองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐภาคเอกชนสถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม&amp;rdquo; พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรไทยกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ในการแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในประเทศของตน และยังเปิดโอกาสให้กับพันธมิตรในระดับประเทศ เช่น CITES, UNODC, INTERPOL, IUCN และองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ ได้ให้คำแนะนำที่สร้างสรรค์และความร่วมมือเพื่อสนับสนุนความร่วมมือของอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเราสามารถบรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมได้ ครั้งนี้มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิเศษ ซึ่งประเทศสมาชิกรับรองแถลงการณ์ โดยให้คำมั่นสัญญาในการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่า ผิดกฎหมาย จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความมั่นใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ ระหว่างความพยายามในการอนุรักษ์และการใช้สัตว์ป่าอย่างยั่งยืนผ่านกฎระเบียบทางการค้าทางกฎหมายในภูมิภาคอาเซียนสนับสนุนแนวคิดของการเป็นภาคีร่วม ที่ก้าวหน้าเพื่อความยั่งยืนของประธานอาเซียนในปี 2562 พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรวบรวมผู้ที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ด้วยการรณรงค์ลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่า การสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และการปฏิรูปนโยบาย เพื่อป้องกันการสูญหายซึ่งชนิดพันธุ์ที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วจากป่าธรรมชาติ ตลอดจน ทุ่งหญ้าและท้องทะเล&amp;nbsp; การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและทิศทาง ในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศต้นทางทางผ่านและปลายทาง ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ ผู้บริจาคและองค์กรพัฒนาเอกชนที่สนับสนุนภาคีอาเซียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32788</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เชียงใหม่-น่าน&quot;, ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน, พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, อนุสัญญาไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2ebea1a30b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การไฟฟ้า ยกทีม รับรางวัล G-Green ดีเยี่ยม  30 แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ประจำปี 2561 โดยมี นายมนูญ จันทรักษา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำคณะผู้บริหารเข้ารับรางวัล ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายมนูญ จันทรักษา รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับโล่ตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ประจำปี 2561 ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) จำนวน 30 แห่ง และ ระดับดีมาก (G เงิน) จำนวน 2 แห่ง พิธีมอบโล่รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2557-2560 สำนักงาน PEA ได้รับการรับรองนำสักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) จำนวน 69 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจัยที่ทำให้ PEA ได้รับการรับรองให้เป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) จากการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2557-ปัจจุบัน เกิดจากการบูรณาการสำนักงาน PEA ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การพัฒนาองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงการลดการกปล่อยก๊าซเรือนกระจก ( Green House Gases : GHG) จากทุกกิจกรรมในสำนักงานสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน พร้อมทั้งริเริ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เช่น รณรงค์การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดและเลิกใช้สารเคมี การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคต PEA มีแผนงานขยายผลโครงการสำนักงานสีเขียวให้ครอบคลุมทุกสำนักงานทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 946 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, มนูญ จันทรักษา, รับรางวัล G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c540c889c25a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันทะเลโลกยกบทเรียนวาฬกินพลาสติกตาย ปลุกสำนึกลดขยะทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะพลาสติกในทะเลไทย ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 มิ.ย.พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือ World Oceans Day ปีนี้เป็นปีที่ 27 ที่ทั่วโลกจัดกิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์ทะเล ซึ่งหัวข้อหลักปีนี้ คือ &amp;ldquo;Clean Our Ocean&amp;rdquo; สะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน สำหรับวันทะเลโลก &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข&amp;rdquo; หวังกระตุ้นกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในประเทศไทย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของนักท่องเที่ยว พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมี &amp;nbsp;ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน  สถานการณ์ปัจจุบันปัญหาจากขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงกระทบภาพลักษณ์ต่อชายหาดและการท่องเที่ยวทางทะเล นอกจากนี้ ขยะทะเลยังอาจส่งผลในระยะยาวในรูปแบบของไมโครพลาสติกที่อาจเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอมในห่วงโซ่อาหารและส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกสุรศักดิ์ กล่าว การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการต่าง ๆ ตามแนวทาง 3R ทั้งการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เช่น เลิกการใช้ Cap Seal การนำขยะไปเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า การใช้ไบโอพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก รณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ไทยเริ่มใช้กลไกทางการคลังส่งเสริมผู้ผลิตให้ผลิตผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเอาวันทะเลโลกเป็นจุดเริ่มต้นอนุรักษ์และดูแลท้องทะเลไทยให้สวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกกรณีวาฬนำร่องครีบสั้นกินพลาสติกตายจัดนิทรรศการปลุกสำนึกในวันทะเลโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันทะเลโลกในครั้งนี้มีความมุ่งหวังให้เกิดกระแสการรักษ์โลก โดยการลด ละ เลิกผลิตขยะที่ไม่จำเป็น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยใช้เหตุการณ์วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย ที่ จ.สงขลา สาเหตุกินขยะพลาสติกจำนวนมากเข้าไป&amp;nbsp;เป็นบทเรียนให้เห็นถึงโทษทัณฑ์ของขยะจึงกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกรมฯ ได้ดำเนินการและมีแผนงานรองรับ3 ระยะ คือ แผนระยะสั้น ทช. จัดประชุมระดับอาเซียน เรื่องการลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จ.ภูเก็ต 
ผลประชุมนำไปสู่การสร้างความร่วมมือจัดการปัญหาขยะทะเลในอาเซียน และนำเสนอต่อ ครม. เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา  พร้อมทั้งได้ดำเนินการจัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศชายฝั่งแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครือข่ายภาคประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะใต้ทะเลส่งผลกระทบระบบนิเวศทะเลไทย เร่งจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแผนระยะกลาง &amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวต่อว่า มีโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และไร้ขยะ
ในพื้นที่ชายหาดสำคัญ 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 กำหนดห้ามการสูบบุหรี่และการทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียทุกประเภทในพื้นที่ประกาศกำหนด เว้นแต่ในที่ที่จัดไว้เท่านั้น อีกทั้งยังมีโครงการบริหารจัดการขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะหรือ Boom ช่วยลดการพัดพาของมวลขยะบริเวณปากแม่น้ำก่อนออกสู่ทะเล ปัจจุบันทำไปแล้วในพื้นที่นำร่องบริเวณปากแม่น้ำสายหลักในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน  2 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน และถ้าเกิดผลสัมฤทธิ์จะมีการขยายผลในแม่น้ำสายอื่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตว์ทะเลหายากได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo; สุดท้ายแผนระยะยาวได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการภาครัฐภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อจัดการปัญหาขยะและการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลก  5 มิถุนายนที่ผ่านมา แสดงถึงเจตนารมณ์ให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างรับผิดชอบ นำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนใช้จัดการปัญหาขยะและทรัพยากรพลาสติกที่ใช้แล้ว &amp;nbsp;สนับสนุนระบบการจัดการขยะและคัดแยกขยะที่ดี ร่วมกันจัดทำแผนธุรกิจเพื่อการจัดการขยะและพลาสติกเหลือใช้อย่างครบวงจร ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570 &amp;lsquo; อธิบดี ทช . กล่าวในท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, วันทะเลโลก, วันสิ่งแวดล้อมโลก, วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a546d096d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
