<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาเซียนหารืองดเชิญ&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;ร่วมซัมมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชักเหลืออด ผู้แทนพิเศษของอาเซียนและรัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อาเซียนจะไม่เชิญพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนปลายปีนี้ เหตุจากกระบวนการโรดแม็ป 5 ข้อที่ทำไว้กับอาเซียนไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2564 ว่าชาติสมาชิกในกลุ่มอาเซียนกำลังหารือกันถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว หลังจากอาเซียนมีความผิดหวังที่กระบวนการฟื้นฟูสันติภาพในเมียนมาตามแผน 5 ข้อ ที่ผู้นำสภาบริหารแห่งรัฐ (เอสเอซี) หรือรัฐบาลเมียนมาเคยตกลงไว้กับอาเซียนในการประชุมเมื่อเดือนเมษายน ไม่มีความคืบหน้า และดูเหมือนรัฐบาลเมียนมาไม่ให้ความร่วมมือกับเอรีวัน ยูซอฟ ผู้แทนพิเศษของอาเซียน ที่ต้องการพบนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่โดนกองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอรีวันกล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า การนิ่งเฉยของเมียนมาต่อแผน 5 ข้อที่ตกลงกันไว้เทียบเท่ากับการถอยสู่จุดเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า มีการหารือกันอย่างลึกซึ้งในอาเซียนเกี่ยวกับการไม่เชิญรัฐบาลเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแบบทางไกลระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ หลังจากรัฐบาลมาเลเซียและชาติสมาชิกบางประเทศ หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามฉันทมติ 5 ข้อ และสิ่งนี้ก่อให้เกิดความกังวล&amp;quot; ยูซอฟ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 ของบรูไนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอาเซียนประชุมทางไกลแสดงความผิดหวังกับเมียนมา โดยไซฟุดดิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีของมาเลเซีย เผยผ่านทวิตเตอร์ว่า เมื่อไม่มีความคืบหน้า &amp;quot;ก็เป็นเรื่องยากที่ประธานเอสเอซีจะเข้าร่วมซัมมิตอาเซียนด้วย&amp;quot; เขาย้ำท่าทีนี้อีกครั้งต่อสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียเมื่อวันพุธ และว่า ทูตพิเศษของอาเซียนกำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้โรดแม็ปคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอรีวันเปิดเผยว่า รัฐบาลเมียนมายังไม่ตอบรับคำร้องขอของเขาเพื่อขอพบนางซูจี ตามกำหนดการที่เขาเสนอต่อวันนา หม่อง ลวิน รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลมาเลเซียรายหนึ่งกล่าวว่า ผู้แทนของอาเซียนน่าจะไม่ได้เยือนเมียนมาก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนตามเป้าหมายที่อาเซียนวางไว้แต่แรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118966</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดเชิญเมียนมาร่วมซัมมิต, ซัมมิตอาเซียน, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, อาเซียน, เอรีวัน ยูซอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d5dda68020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาชุมนุมท้าทายคำเตือนกองทัพ ตำรวจเนปยีดอใช้กระสุนยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเมียนมาออกมาประท้วงเป็นวันที่ 4 เมื่อวันอังคาร ไม่ระย่อต่อคำเตือนของกองทัพที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ตำรวจเนปยีดอฉีดน้ำสลายม็อบอีกวัน ก่อนอัพเลเวลใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม ผู้นำกองทัพยืนกรานต้องยึดอำนาจเพราะเลือกตั้งทุจริต แต่ย้ำรัฐบาลทหารมาคราวนี้จะแตกต่างจากเดิม&amp;nbsp; นิวซีแลนด์นำร่องชาติแรกระงับการติดต่อทางทหารและการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่่นครย่างกุ้งเมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 โดยไม่ยำเกรงคำเตือนของกองทัพและคำชี้แจงเหตุผลของการยึดอำนาจจากผู้นำทหาร (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมาจากหลากหลายภาคส่วนยังคงออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านการรัฐประหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้นำทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในหลายเมืองเมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ โดยไม่นำพาคำเตือนของทหารที่ออกคำสั่งห้ามการชุมนุมเกิน 5 คนในหลายพื้นที่ของนครย่างกุ้ง, กรุงเนปยีดอ และอีกหลายเมืองทั่วประเทศที่เกิดการชุมนุมประท้วงของคนจำนวนมาก รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลระหว่างเวลา 20.00 น. ถึง 04.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เป็นผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้ แถลงต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนับแต่ทหารก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพื่ออ้างเหตุผลความชอบธรรมของการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน แต่ยังคงไม่สามารถบรรเทากระแสต่อต้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เช้าวันอังคาร ชาวเมียนมากลับมารวมตัวกันประท้วงอีกครั้งในหลายพื้นที่ของย่างกุ้ง รวมถึงบริเวณใกล้กับที่ทำการใหญ่ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ผู้ประท้วงถือป้ายต่อต้านรัฐประหาร อาทิ &amp;quot;เราต้องการผู้นำของเรา&amp;quot; โดยหมายถึงนางอองซาน ซูจี และ &amp;quot;ไม่เอาเผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กรุงเนปยีดอ เหนือขึ้นไปหลายร้อยกิโลเมตร ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดขับไล่ผู้ประท้วงกลุ่มเล็กๆ ที่ยืนหยัดต้านทานไม่ยอมล่าถอย &amp;quot;หยุดระบอบเผด็จการทหาร&amp;quot; เสียงฝูงชนร้องตะโกนสู้กับแรงดันน้ำ เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีและผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ตำรวจปราบจลาจลที่นี่ใช้กระสุนยางกับผู้ชุมนุมเป็นครั้งแรก &amp;quot;พวกเขายิงปืนขึ้นฟ้าก่อน 2 ครั้ง จากนั้นก็ยิง (ผู้ประท้วง) ด้วยกระสุนยาง&amp;quot; ชาวเมียนมาในพื้นที่นั่นบอกกับเอเอฟพี และอ้างด้วยว่าเห็นคนเจ็บหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงทางโทรทัศน์ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ยืนกรานว่าการยึดอำนาจของทหารมีความชอบธรรมเพราะเกิดการทุจริตเลือกตั้ง และยังยืนยันว่าทหารจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมาเพิ่งจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเอ็นแอลดีของนางซูจีกวาดที่นั่งอย่างถล่มทลายอีกครั้ง แต่กองทัพไม่เคยยอมรับผลการเลือกตั้งโดยอ้างว่ามีความผิดปกติของผู้ลงคะแนน พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จนกระทั่งทหารใช้เป็นข้ออ้างยึดอำนาจและจับกุมนางซูจี พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคและนักเคลื่อนไหวหลายราย และประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลง ผู้นำทหารยังประกาศด้วยว่า สิ่งต่างๆ จะ &amp;quot;แตกต่าง&amp;quot; จากการปกครองระบอบทหารของเมียนมาแต่ก่อน ที่ครองอำนาจ 49 ปีจนถึงปี 2554 &amp;quot;หลังจากภารกิจของช่วงเวลาฉุกเฉินเสร็จสมบูรณ์ การเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคที่เสรีและยุติธรรมจะถูกจัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot; พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ให้คำมั่น &amp;quot;พรรคที่ชนะจะได้รับการส่งผ่านหน้าที่ของรัฐตามมาตรฐานระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ กองทัพเมียนมาเพิ่งออกประกาศเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ของทางการว่า การต่อต้านการยึดอำนาจนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายด้วยขั้นตอนที่มีประสิทธิผลต่อความผิดที่รบกวน, ป้องกัน และทำลายเสถียรภาพของรัฐ, ความปลอดภัยของประชาชนและหลักนิติธรรม&amp;quot; ผู้ประกาศของสถานีเอ็มอาร์ทีวีอ่านแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกเมียนมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงที่กรุงวอชิงตันภายหลังกองทัพเมียนมามีคำเตือนผู้ประท้วง ว่าสหรัฐยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวพม่า และสนับสนุนสิทธิในการรวมตัวอย่างสงบของพวกเขา รวมถึงการประท้วงอย่างสงบเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร นิวซีแลนด์เป็นประเทศแรกที่ดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคัดค้านการรัฐประหารของเมียนมา นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศว่า นิวซีแลนด์ระงับการติดต่อระดับสูงทางทหารและการเมืองกับเมียนมา และเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศ &amp;quot;ประณามอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่พวกเราเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในเมียนมา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงเผด็จการทหาร, พม่า, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, ม็อบต้านเผด็จการ, ย่างกุ้ง, รัฐประหาร, เนปยีดอ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_602231282edc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีรัฐประหาร ผบ.สส.เมียนมาเปรยเรื่องฉีกรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.เมียนมา เตือนว่าในสภาพการณ์บางอย่างอาจจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2551 ที่เป็นมารดาของกฎหมายทั้งปวง หลังจากโฆษกกองทัพเพิ่งก่อความวิตกเรื่องการก่อรัฐประหารท่ามกลางครหาการทุจริตเลือกตั้งที่พรรคนางอองซาน ซูจี ชนะถล่มทลายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา (Sefa Karacan/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนเพิ่งเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งที่ 2 ของเมียนมานับแต่สิ้นสุดการปกครองโดยระบอบทหารเมื่อปี 2554 โดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจีกวาดที่นั่งถล่มทลายอีกครั้ง สมาชิกสภาชุดใหม่กำลังจะเริ่มทำหน้าที่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพกล่าวหาว่ามีความผิดปกติอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิที่มาลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอังคารที่ผ่านมา พลตรีซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา ปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ของการก่อรัฐประหารยึดอำนาจเพื่อจัดการกับสิ่งที่เขาเรียกว่าวิกฤติทางการเมือง หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ทำตามเสียงเรียกร้องของกองทัพเพื่อให้เปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีคะแนนทุจริตถึง 8.6 ล้านเสียงทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันพฤหัสบดี พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ ก็ตอกย้ำความวิตกกังวลเรื่องการก่อรัฐประหารซ้ำอีก ผ่านสุนทรพจน์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์เมียวดีของกองทัพ ซึ่งเขากล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 นั้นเป็น &amp;quot;กฎหมายแม่ของกฎหมายทั้งปวง&amp;quot; และควรได้รับการเคารพ แต่อีกทาง นายพลผู้นี้เตือนว่า ภายใต้สภาพการณ์บางอย่างก็อาจ &amp;quot;จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ปฏิเสธเรื่องการโกงชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่ามีจุดอ่อนในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการฉ้อโกงบัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวนางซูจีไม่เคยให้ทัศนะอย่างเปิดเผยต่อคำกล่าวหาของกองทัพเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ทั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่เมียนมาฉีกรัฐธรรมนูญคือเมื่อปี 2503 และ 2531 ทั้งสองครั้งเป็นการยึดอำนาจโดยกองทัพและแต่งตั้งรัฐบาลทหารขึ้นมาแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเลือกตั้ง, ผบ.สส.เมียนมา, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, รัฐประหาร, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012e0deb36e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าร่วมฝึกทหารสหรัฐ-อาเซียน ไม่เกี่ยวแซงก์ชันนายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือเมียนมาจะเข้าร่วมในการฝึกทางทะเลสหรัฐ-อาเซียนในอ่าวไทยต้นเดือน ก.ย.ด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคนี้ ถึงแม้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารของเมียนมาไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ตาม ขณะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิโรฮีนจาติติง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วมในครั้งนี้จะไม่เป็นการละเมิดคำสั่งห้ามพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาอีก 3 นาย เดินทางเข้าสหรัฐ อันสืบเนื่องจากการมีส่วนรับผิดชอบต่อการปราบปรามอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกทางทะเลร่วมกันครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่สหรัฐเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและหลายชาติอาเซียน เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของซอ มิน ทุต โฆษกสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเมียนมาได้รับเชิญเข้าร่วมการฝึกด้วยในฐานะสมาชิกของอาเซียน การฝึกซึ่งจะเริ่มในวันที่ 2 กันยายนที่อ่าวไทย จะเน้นด้านอาชญากรรม, โจรสลัด และความมั่นคง ส่วนคำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐนั้นเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแซงก์ชันเป็นเรื่องของบุคคล การฝึกครั้งนี้เป็นการประสานกันระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยในหมายข่าวว่า การฝึกร่วมกับ 10 ชาติอาเซียนเปิดโอกาสให้สหรัฐได้ทำงานร่วมกับสมาชิกของอาเซียนทุกประเทศด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลที่มีความสำคัญร่วมกันในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติต้องการให้ตั้งข้อหาพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากมีเอกสารบันทึกยืนยันการวางเพลิง, ฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม และข่มขืนที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ระหว่างการปรามปรามของกองทัพเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองจากการโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์น ควินลีย์ จากองค์กรเอกชน ฟอร์ทิฟายไรต์ส กล่าวว่า สหรัฐควรร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา ไม่ใช่เข้าร่วมการฝึกทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ขิ่น นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจาคนดัง กล่าวถึงการฝึกร่วมนี้ว่า &amp;quot;น่าตกใจ&amp;quot; ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แต่ตอนนี้กลับกำลังร่วมมือกับกองทัพเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, คว่ำบาตร, ฝึกทางทะเล, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐ-อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d667ffa99ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
