<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์จุฬาฯร่ายยาว อบรมตำรวจชุด &#039;คฝ.&#039; จุดเริ่มต้นของการปะทะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า ตำรวจทำให้ปฏิบัติการควบคุมการชุมนุมกลายเป็น &amp;ldquo;ปฏิบัติการทางทหาร&amp;rdquo; (militarization) ในเมืองไปแล้ว &amp;hellip; สร้างความชอบธรรมให้รัฐเพื่อนำไปสู่การปราบปรามขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่การประท้วงได้ก่อตัวขึ้นในปลายปี 2563 รัฐบาลประยุทธ์เลือกใช้หน่วยควบคุมฝูงชน (คฝ.) ของตำรวจเพื่อรับมือกับผู้ชุมนุมเป็นหลัก ด้านหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะบทเรียนจากกรณีปราบปรามคนเสื้อแดงในปี 2553 ที่กองทัพถูกวิจารณ์ว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อประชาชน เอา &amp;ldquo;ปฏิบัติการสงคราม&amp;rdquo; มาใช้กับประชาชนที่มีความคิดต่างกับตน ทำให้ผู้นำกองทัพที่ร่วมวางแผนปฏิบัติการดังกล่าวสุ่มเสี่ยงจะติดร่างแหไปกับนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกอัยการยื่นการฟ้องร้องคดีอาญา (แม้ว่าคดีนี้ระบบตุลาการช่วยกันทำให้แท้งก็ตาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่ง การใช้กำลังตำรวจทำให้รัฐบาลดูเหมือนใช้วิธีการแบบ &amp;ldquo;เบาๆ&amp;rdquo; รับมือกับผู้ชุมนุม ดูมีความอดทนอดกลั้นมากกว่า ประนีประนอมมากกว่า ไม่เอากันถึงตายอย่างที่ทหารเคยทำในปี 2535 และ 2553 ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง เครื่องมือของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นไม้กระบอง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง รถฉีดน้ำความดันสูง สามารถทำอันตรายร้ายแรงจนทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นี่เป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเบาๆ เท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ตำรวจมี mindset แบบเดียวกับทหาร &amp;nbsp;- mindset ที่ว่าก็คือ ทัศนคติที่เห็นว่าผู้ชุมนุมเป็นศัตรูของรัฐ/ระบอบ ที่ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการประนีประนอม ยิ่งนับวัน mindset นี้ก็ยิ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น ตำรวจตัดสินใจสลายการชุมนุมอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ในหลายกรณี ผู้ชุมนุมไม่ได้ทำอะไรมากกว่ายืนปราศรัยด้วยเครื่องเสียงขนาดเล็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการเช่นนี้ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบันดาลโทสะและต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่อย่างได้ผล แน่นอนว่าในกลุ่มผู้ชุมนุม มีพวกเลือดร้อนที่ยากจะควบคุมได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการชุมนุมระยะหลัง การตัดสินใจสลายการชุมนุมโดยไม่มีเหตุผลของ คฝ. เป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะ เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรอุบาทว์ &amp;lt;ชุมนุม-ปราบปราม-ตอบโต้-ถูกจับ/บาดเจ็บ-สลายตัว-ชุมนุม&amp;gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐได้ก็คือ ใช้เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำความเลวร้ายของผู้ชุมนุมผ่านสื่อของตน -- ผู้ชุมนุมที่ต้องการล้มล้างสถาบันหลักของชาติ &amp;nbsp;ใช้ความรุนแรง ก่อจลาจล เผยแพร่โรคโควิด ฯลฯ นี่คือกับดักที่รัฐวางไว้เพื่อสะสมความชอบธรรมในการปราบขนาดใหญ่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศนี้ได้เคยหยุดถามตนเองหรือไม่ว่า อะไรคือภารกิจของพวกท่านกันแน่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจยังเป็นผู้รักษากฎหมายหรือไม่ ตำรวจยังเป็นผู้พิทักษ์สันติสุขให้กับราษฎรหรือไม่ หรือตำรวจเป็นแค่ &amp;ldquo;ลูกน้องของทหาร&amp;rdquo; เป็นแค่หุ่นยนต์ที่รับคำสั่งจากทหาร/รัฐบาลทรราชย์ ไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี แยกไม่ออกว่าอะไรคือรัฐทรราชย์ อะไรคือรัฐที่ทำเพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตำรวจในประเทศนี้ยังเชื่อว่าตนมีหน้าที่รักษากฎหมายและพิทักษ์สันติราษฎร์ นั่นหมายความว่าพวกท่านต้องไม่ทำตามคำสั่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา พวกท่านต้องตระหนักว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนมีสิทธิในแสดงความคิดเห็น และจัดการชุมนุม &amp;ndash; พรก.ฉุกเฉินป้องกันการระบาดของโรคโควิด ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงได้ แบบเดียวกับที่พวกท่านไม่สามารถใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่เข้าคิวแออัดยัดเยียดเพื่อรอรับวัคซีนที่สถานรถไฟบางซื่อ ซึ่งเสี่ยงกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอย่างน่ากลัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต่อให้มี พรก.ฉุกเฉินคุ้มครองท่าน ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกท่านจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ &amp;nbsp;หากพิสูจน์ว่าจริง ภาพและคลิปข่าวจำนวนมากอาจชี้ว่า คฝ.ได้ละเมิดกฎการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจน เช่น ยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาจากที่สูงใส่ผู้ชุมนุมด้านล่าง, ยิงใส่พวกเขาโดยไม่มีเหตุอันควร, ขึ้นรถกระบะและยิงไล่ล่าผู้ชุมนุมที่ขับจักรยานยนต์หนีตาย, ใช้ไม้กระบองทุบตีรถยนต์ที่มีคนนั่งอยู่ภายในอย่างสงบ, รุมสกรัมผู้ชุมนุมที่มีเพียงมือเปล่า ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะต้องถูกนำมาฟ้องร้องพวกท่านในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน &amp;ndash; 10 ปีก็ไม่สายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การทำหน้าที่รักษากฎหมายและพิทักษ์สันติสุขของราษฎร ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเสมอไป ดิฉันเชื่อว่าตำรวจที่มีความรู้เรื่องจิตวิทยามีอยู่ไม่น้อย กรุณาหันมาใช้วิธีเจรจา ประนีประนอม อลุ้มอล่วยให้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุณาใช้เครื่องมือสลายการชุมนุมให้น้อยลง ช้าลงด้วยเถอะ &amp;ndash; &amp;nbsp;ปัญหาของเครื่องมือเหล่านี้คือ ในด้านหนึ่ง ทำให้ตำรวจรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะสามารถสร้างความเจ็บปวดต่อผู้ชุมนุมจากระยะไกลได้ จนเชื่อว่าจะจบเกมได้อย่างรวดเร็ว (หรืออย่างสะใจ?) จึงอาจทำให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มใช้กันอย่างไม่บันยะบันยัง และในอีกด้านหนึ่ง มันทำให้ปฏิบัติการของตำรวจกลายเป็น &amp;ldquo;ปฏิบัติการทางทหาร&amp;rdquo; มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่ละทิ้ง mindset แบบทหาร ตำรวจก็เป็นเพียงเครื่องมือคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นแค่ลูกน้องของทหาร ประการสำคัญ mindset เช่นนี้จะนำไปสู่การขนอาวุธร้ายแรงมากขึ้นออกมาจัดการกับผู้ชุมนุมในอนาคตอันใกล้ นี่หมายความว่าพวกคุณไม่ใช่ผู้รักษากฎหมายและพิทักษ์สันติราษฎร์อีกต่อไป แต่เป็นเพียง a killing machine ของรัฐทรราชย์เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก&amp;nbsp;Puangthong Pawakapan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113231</URL_LINK>
                <HASHTAG>พวงทอง ภวัครพันธุ์, ม็อบ, สลายการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd71827010f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
