<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูนบำเหน็จ7ขั้น สังเวยบึ้ม‘เทพา’ ‘นราธิวาส’ระอุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเชิญพวงมาลาหลวงไปวางที่หน้าหีบศพ &amp;quot;พลทหารอรรถพล พลายชนะ&amp;quot;&amp;nbsp; ขณะที่นราฯ ยังระอุ&amp;nbsp; บึ้มดักสังหารต่อเนื่องวันเดียว 2 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพพลทหารอรรถพล พลายชนะ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถสับเปลี่ยนกำลังพลของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ที่บริเวณถนนหลวงหมายเลข 43 หมู่ที่ 4 ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 และตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดสุวรรณากร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี&amp;nbsp; สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเชิญพวงมาลาพระราชทานและพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายราชิตเชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ 1.จ่าสิบเอกสัญญา บุรีรักษ์ อาการหูอื้อ มึนหัว เลือดออกจมูก 2.สิบโทจักรกฤษ เพชรทอง อาการได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังหูขวา 3.พลทหารอารียาส สาและ อาการถูกสะเก็ดบริเวณไหล่ขวา 4.พลทหาร ฮารอฟัด มะเซ็ง อาการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหัวเข่า และจากนั้น เวลา 14.30 น. ที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp; นายราชิตเชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่สิบตรีเอกราช วิชาศาสตร์ อาการถูกสะเก็ดบริเวณต้นขาขวา ทั้งนี้ ทั้ง 5 นายสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน.1) สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือเบื้อนต้นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้กับพลทหารทั้ง 5 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คนละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงความเสียใจกับกำลังพลและครอบครัวของทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และนายกรัฐมนตรีได้กำชับผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ช่วยเหลือดูแลการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง และให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตในการประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานโดยไม่ประมาท และติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมความปลอดภัยของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวม และให้เกื้อกูลกับความพยายามของรัฐบาลที่กำลังพัฒนาและยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 4 บริหารจัดการ เน้นย้ำให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด อำนวยความสะดวกและประสานงานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้มีความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า สำหรับกำลังพลที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้คือ พลทหารอรรถพล พลายชนะ สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 เข้าประจำการเมื่อ 1 พ.ย.62 ซึ่งในวันนี้กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดพิธีรดน้ำศพ ณ จ.ปัตตานี และได้เคลื่อนศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนาที่วัดเขาต่อ อ.ปลายพญา จ.กระบี่ โดยมีกำหนดพิธีสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 3-7ต.ค.63 เวลา 09.00 น. และพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 8 ต.ค.63 เวลา 15.00 น. ทั้งนี้ พลทหารอรรถพล พลายชนะ จะได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 7 ขั้น และขอรับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้นเป็นสิบเอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้จะได้รับสิทธิตามระเบียบของทางราชการ อาทิ เงินช่วยเหลือ ค่าจัดการศพ ค่าทดแทน สินไหมภัยสงครามจากโครงการประกันชีวิตกองทัพบก โดยเบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณ 2 ล้านบาทเศษ และได้รับการพิจารณาบรรจุทายาททดแทน หากครอบครัวมีความประสงค์&amp;quot; พ.อ.หญิงศิริจันทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นราธิวาส ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยเมื่อเวลา&amp;nbsp; 07.30 น. วันที่ 2 ต.ค. พ.ต.ท.ยุทธพงศ์ ทองจีน สารวัตรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดดักสังหารเรือเอกกันหา บุญยงค์ ผบ.ร้อย ฉก.ทพ.นย.ที่ 2 ริมถนนชนบทในหมู่บ้านจำปากอ ม.1 ต.บาเระเหนือ ทำให้รถยนต์หุ้มเกราะได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้ท่อลอดของผิวถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถยนต์หุ้มเกราะที่ ร.อ.กันหาขับมาเสียหลักเข้าไปในไหล่ทางได้รับความเสียหายเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.30 น. ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 50 เมตร ในระหว่างที่ ร.อ.กันหา ผบ.ร้อย ฉก.ทพ.นย.ทร.ที่ 2 รอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีก 1 ครั้ง ที่บริเวณจอมปลวกริมถนน ซึ่งมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในภาชนะเหมือนกับจุดแรก ซึ่งใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดเช่นกัน ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายมีเป้าหมายที่จะจุดชนวนระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ใช้สำหรับจอดรถเพื่อลงไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่โชคดีที่เกิดขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ระเบิดขึ้นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของนายอัลดุลเลาะห์ อูแล, นายมูฮัมหมัดอาดือนัน สาและ และนายมะรอมือลี กาแจกาซอ ซึ่งเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการณ์ที่รับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามพฤติกรรมเพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าเป็นฝีมือการกระทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องของบุคคลทั้ง 3 คนหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช พลเอกพรศักดิ์&amp;nbsp; พูลสวัสดิ์ และพลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 (คนใหม่) กระทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีกว่า 500 นาย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79345</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ปูนบำเหน็จ7ขั้น, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พวงมาลาหลวง, วางที่หน้าหีบศพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f7737461aff2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
