<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธุ!&#039;อนุชา&#039;เชื่อ&#039;สมปอง&#039;เข้าใจคลาดเคลื่อนถูกกดดันให้สึก​ วอนช่วยปกป้องพุทธศาสนาด้วยข้อเท็จจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64-นายอนุชา​ นาคาศัย​ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ​ (พศ.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพระมหาสมปอง​ ​ตาลปุตฺโต​ ออกมาระบุว่าถูกกดดันให้สึก ว่า​ ทาง​พศ.ไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของพศ. แต่เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ตามพ.ร.บ.สงฆ์ ซึ่งหากจะมีเหตุใดเกิดขึ้นก็ต้องเกิดจากการกระทำผิด โดยพระผู้ปกครองจะเป็นผู้พิจารณาเพียงหนทางเดียว ดังนั้น ในครั้งนี้อาจจะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่อยากให้สังคมแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ในฐานะฆราวาส ที่กำกับดูแลพศ. ไม่อยากพูดถึงเรื่องดังกล่าวเลย เนื่องจากพระพุทธศาสนาเป็นเสาหลักของชาติ คนไทยจึงต้องช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนา ดูแลด้วยข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ใช่ว่าสังคมแบ่งฝ่ายเพื่อให้เกิดกระแสของพระสงฆ์เกิดขึ้น เราไม่ต้องการให้เรื่องพระพุทธศาสนาเลยเกิดไป จึงขอวิงวอนให้ทุกคนเล็งเห็นว่า เสาหลักของชาติบ้านเมืองที่เราอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ คือ​ ชาติ​ ศาสนา​ &amp;nbsp;พระมหากษัตริย์ เราจึงต้องปกป้อง ถอดจิตวิญญาณมาช่วยกันปกป้องดูแล อย่าให้เกิดความแตกแยกในพระพุทธศาสนา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ทางพศ.จำกัดรูปแบบการเผยแพร่ธรรมะหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของพศ. แต่เป็นเรื่องของคณะสงฆ์โดยตรง เพราะหลักของพระพุทธเจ้าคือการละกิเลสไปสู่การนิพพาน ไปสู่ความสงบ นี่คือหัวใจของศาสนาพุทธ ดังนั้น​ ต้องเดินไปตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อให้เสาหลักคงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน ซึ่งทางมหาเถรสมาคม​ (มส.)​ จะต้องเป็นผู้กำกับดูแล​ ทางพศ.เป็นเพียงแค่ฝ่ายเลขานุการ &amp;nbsp;คนที่มีอำนาจดูแลคือ​ มส.และพระผู้ปกครอง​ พระมหาสมปองจึงต้องดูเรื่องนี้เป็นหลัก อย่าให้กระทบกระทั่งถึงพระพุทธศาสนา ดูเป็นกรณีไป อย่าเอาพระพุทธศาสนาไปตกอยู่ในวังวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม​ มส.เมื่อวันที่​ 11​ ต.ค.​ &amp;nbsp;ชี้แจงเรื่องการปลดเจ้าคณะจังหวัด​ 3​ รูป​ แต่ดูเหมือนว่าประชาชนยังไม่เกิดความกระจ่าง​ นายอนุชา​ ตอบว่า​ เป็นเรื่องปกติที่สังคมจะเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่เราต้องเชื่อในการปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่งหลายครั้งเรื่องพระพุทธศาสนาจะพูดลงลึกถึงแก่นไม่ได้​ ลงลึกถึงการกระทำของตัวบุคคลไม่ได้ สิ่งเหล่านี้จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ ว่าทุกอย่างเป็นองค์ประกอบที่เราจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อคงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาของเรา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119490</URL_LINK>
                <HASHTAG>พศ., มหาสมปอง, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6164f43ada254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ศาสนา ส่งหนังสือเรียกสำนักพุทธฯ เข้าชี้แจงปมปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด 14 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้นัดประชุมกมธ. วันที่ 14 ต.ค. เวลา 11.00 น. โดยมีวาระพิจารณา เรื่องขอความเป็นธรรมกรณีพระสังฆาธิการถูกถอดออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด จำนวน 3 รูป ได้แก่ พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี, พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) และ พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยกมธ. ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)ให้ส่งบุคคลเข้าชี้แจง เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นนายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการ พศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ที่มีข่าวว่า พศ.​จะแถลงรายละเอียด ผมสนับสนุนเพื่อให้การแถลงนั้นชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนและผู้ที่สนับสนุนเจ้าคณะจังหวัดที่ถูกปลดเพื่อไม่ให้สังคมว่า ถูกปลดด้วยฐานความผิดอะไรบ้าง ส่วนกรณีที่กมธ.ฯ เตรียมตรวจสอบนั้น คือ ประเด็นเดียวกันเพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริง และต้องการทำให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้ไม่ถึงขั้นขอเรียกเอกสารใดๆ เพียงแค่อยากรับทราบข้อเท็จจริงในรายการที่สามารถเปิดเผยได้&amp;rdquo; นายสุชาติ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ระบุว่ากมธ.ควรเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะกังวลจะมีการทำเอกสารย้อนหลัง นายสุชาติกล่าวว่า เป็นข้อกล่าวหาของนายนิยม แต่ในกรณีดังกล่าวนั้นกมธ.ไม่ถึงขั้นต้องเรียกเอกสาร เพราะตามกฎมหาเถรสมาคม ปี 2563 รู้ว่าอำนาจหน้าที่เป็นของฝ่ายใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม, ปลดพระสังฆาธิการ, พรรคพลังประชารัฐd, พศ., สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สุชาติ อุสาหะ, เจ้าคณะจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61372ae1d340e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พศ.ยันพระร่วมม็อบสึกโดยสมัครใจ ถ้าห่มจีวรเลียนแบบสงฆ์มีความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะ โฆษก พศ. กล่าวว่า จากกรณีพระภิกษุ 2 รูป ร่วมชุมนุมทางการเมืองแล้วถูกเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ให้สละสมณเพศไปแล้ว แต่กลับพบว่ามีข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า พระที่ถูกจับสึกกลับมาห่มจีวรอีกครั้ง โดยอ้างว่าไม่ได้เปล่งวาจาสึก และยังคงเป็นพระสงฆ์อยู่ พศ.พิจารณาแล้วเห็นว่าประเด็นดังกล่าว หากไม่นำเสนอความจริงต่อสังคม อาจทำให้เป็นกระแสกระทบต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาได้ จึงขอยกเอาแนวทางและหลักการกรณีพระภิกษุพ้นจากความเป็นสงฆ์ โดยไม่ได้เปล่งวาจามาบอกกล่าวในข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระภิกษุ 2 รูปดังกล่าว พ้นจากความเป็นสงฆ์ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ในกรณีพระภิกษุรูปใดไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งหรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองวัดหรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองสงฆ์ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัย ให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิปป์บวร กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตามที่ปรากฏมีพระภิกษุมาร่วมชุมนุมทางการเมือง 2 รูป ถูกเจ้าคณะผู้ปกครองให้สละสมณเพศ ประกอบด้วย 1.พระประนมกร พุทฺธิเชฏฺโฐ สังกัดวัดเลียบ จ.สุรินทร์ หรือนายประนมกร ปราณีต 2.พระวิรัช กิตฺติญาโณ สังกัดวัดราษฎร์รังสรรค์ จ.กระบี่ หรือนายวิรัช แซ่คู พ้นจากความเป็นพระภิกษุเหตุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ และได้บันทึกสารภาพยอมรับผิด สมัครใจที่จะลาสิกขา โดยมีพยานประกอบด้วยเจ้าคณะแขวงดุสิต เจ้าคณะแขวงถนนนครไชยศรี พระวินยาธิการ(ตร.พระ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ พศ. และได้บันทึกไว้ในหนังสือสุทธิว่า &amp;ldquo;ได้ลาสิกขาโดยสมัครใจ เพราะต้นสังกัดเดิมไม่รับรอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น การที่นายประนมกร ปราณีต และนายวิรัช แซ่คู เอาผ้าเหลืองมาห่มแล้วอ้างว่า ยังเป็นสงฆ์อยู่ เพราะไม่เปล่งวาจาสึก ถือว่าเป็นการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา มาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97999</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระ3นิ้ว, พศ., สิปป์บวร แก้วงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065818f574c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระ-เณร&#039;ร่วมม็อบหนาว&#039;อนุชา&#039;ลั่นฟันไม่เลี้ยงหากผิดอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 -นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีพระสงฆ์และเณรไปร่วมชุมนุมทางการเมืองว่า ทางมหาเถรสมาคม (มส.) ได้หยิบยกประเด็นนี้มาหารือกันอย่างเร่งด่วน และทาง พศ.ก็ได้ติดตาม สอบถามกับทางพักงานสอบสวนว่ามีพระสงฆ์ที่เป็นพระจริงหรือไม่ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่ามีการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ อย่างไรก็ต้องดำเนินการกันตามครรลองของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตามกฎระเบียบแล้วพระสงฆ์ไม่สามารถไปร่วมชุมนุมทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ใช่ &amp;nbsp;ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว และถือเป็นมติของ มส.แต่เดิม ที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากให้ศาสนาของพวกเราที่เป็นเสาหลักไปยุ่งเกี่ยวกับด้านการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนและประชาชนก็คงไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในสังคมของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนที่กำกับดูแล พศ.ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ได้บอกให้ พศ.ไปดูเรื่องนี้และดำเนินการร่วมกับ มส.เพื่อดำเนินการให้พระสงฆ์อยู่ในระเบียบวินัยของสงฆ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าปกติมีบทลงโทษพระสงฆ์ที่กระทำผิดระเบียบวินัยของสงฆ์หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ตามวินัยสงฆ์ก็คือต้องให้เจ้าอาวาสหรือผู้ปกครองคณะสงฆ์ทำการตรวจสอบว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ ถ้าผิดก็คงต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนหรือกรณีที่เจ้าอาวาสว่ากล่าวตักเตือนแล้วยังไม่เชื่อก็อาจจะมีมาตรการดำเนินการกัน แต่ไม่อยากลงรายละเอียด ส่วนโทษจะถึงขนาดต้องสึกจากความเป็นพระสงฆ์หรือไม่นั้น ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามก็ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นเรื่องของศาสนา ผมคิดว่าให้ทางสงฆ์ดำเนินการในส่วนนี้ดีกว่า ทั้งนี้การดำเนินการจะใช้บรรทัดฐานเดียวกันทั้งหมดกับพระสงฆ์ที่ไปชุมนุมกับกลุ่มเสื้อเหลืองหรือกลุ่มอื่นๆด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่พระสงฆ์ไปชูสามนิ้วเป็นเรื่องไม่สมควรใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ว่าจะพิจารณาอย่างไร คงไม่สามารถไปชี้นำหรือไปบอกได้ว่าใครผิดหรือถูก เมื่อถามว่าหากมีการกระทำผิดทางอาญาจะดำเนินการอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ยกเว้นที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะให้ยกเว้นเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมทางการเมือง, นายอนุชา นาคาศัย, พระสงฆ์, พศ., รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, เณร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42753d69aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาจี้ &#039;พศ.&#039; เปลื้องผ้าเหลืองพระ 3 นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.63 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า .....การอุปสมบทเข้ามาในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ คือผู้ประกาศตนที่จะมุ่งดำเนินไปสู่ความเป็นพระอรหันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ถ้าโกนผม ห่มผ้าเหลือง อาศัยอยู่ในวัด ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ชาวบ้านให้อาหารรับประทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อไม่สามารถประพฤติปฏิบัติอย่างที่พระภิกษุสงฆ์พึงต้องประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....แต่ไปขึ้นเวทีกลุ่มผู้ชุมนุมพูดจาจ้วงจาบหยาบคาย ซึ่งไม่ใช่กิจของพระภิกษุสงฆ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....สมควรต้องเปลื้องผ้าเหลืองออกจากตัวและอย่ากลับมาอาศัยอยู่ในวัดเพื่อกินฟรีอยู่ฟรีอีกต่อไปเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)&amp;nbsp;ต้องรีบดำเนินการตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบปล่อยปละละเลยไว้อย่างนี้ไม่ได้.&lt;/p&gt;


	เอ๊ะยังไง! &amp;#39;กนก&amp;#39;
	&amp;#39;นักเรียนเลว&amp;#39; จะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!ทวิตเตอร์ระงับการใช้บัญชี &amp;#39;เยาวชนปลดแอก&amp;#39;&amp;nbsp;
	เล่นแรง!&amp;#39;เฒ่า3นิ้ว&amp;#39;เหน็บมีหมาเหลืออยู่4ตัว
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; ตัดสินแล้ว ดีเบตการเมือง &amp;#39;กองหนุนลุงตู่&amp;#39; ถูกหามลงเวที!
	&amp;#39;พิธีกรชื่อดัง&amp;#39;โพสต์อำลาเนชั่น&amp;nbsp;
	&amp;#39;เสธPlay&amp;#39; เชือด &amp;#39;บิ๊กเพื่อไทย&amp;#39; สังเวยปม &amp;#39;สวัสดิการดี คงไม่ต้องมาบวช&amp;#39;
	&amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; ร้อง &amp;#39;ปอท.&amp;#39; เอาผิด &amp;#39;ศาสดา 3 นิ้ว&amp;#39; ยุยงปลุกปั่น จาบจ้วงสถาบันฯ


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, พระ, พศ., สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa52a04bab50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีเงินทอนวัดพลิก!ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง&#039;อดีตเจ้าคุณเอื้อน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.196/2561 คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยา ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ และเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ เป็นจำเลยที่ 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณ พศ. ปี 2557 ให้กับวัดสามพระยา จำนวน 5 ล้านบาท ในงบส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งที่ไม่มีโรงเรียน โดยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา นำงบที่ได้มานั้นไปใช้ก่อสร้างอาคารร่มธรรมแทน ทั้งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินนั้นมาตั้งแต่แรก ซึ่งอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2562 ว่า กระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันฟอกเงิน 2 กระทงๆ ละ 2 ปี ให้จำคุกนายเอื้อน หรืออดีตพระพรหมดิลก รวมจำคุก 6 ปี และนายสมทรง หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทงๆ ละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสองซึ่งได้รับการประกันตัว สวมชุดขาวเดินทางมาศาล พร้อมมีกลุ่มพระสงฆ์และกลุ่มฆราวาสเดินทางมาร่วมติดตามฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เรื่องการขออนุมัติงบศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น หาใช่เฉพาะวัดที่มีโรงเรียนศึกษาพระปริยัติธรรม แต่วัดสามพระยามีโรงเรียนสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ย่อมมีสิทธิ์ในการใช้งบดังกล่าว จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับสำนักงาน พศ.ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยทราบว่าเงินเกี่ยวกับการกระทำความผิด ในหนังสือระบุได้รับเงินเกี่ยวกับการบูรณปฏิสังขรณ์ แสดงว่าจำเลยที่ 1 เข้าใจว่าเป็นงบบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อได้รับงบ 5 ล้านบาทตามเช็คแล้ว จำเลยได้มอบอำนาจให้มีการถอนเงินจ่ายค่าก่อสร้างอาคารร่มธรรม วัดมีการก่อสร้างอาคารและโอนเงินชำระหนี้จริง โดยจำเลยจ่ายเงินให้ผู้ดูแลการก่อสร้าง เชื่อได้ว่าจำเลยในฐานะผู้ดูแลวัดได้นำเงินไปทำนุบำรุงวัด แม้วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม และไม่ได้นำเงินไปใช้โดยตรง ก็ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนทรัพย์สินที่เป็นการกระทำความผิดมูลฐานฟอกเงิน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ พิพากษาแก้เป็นยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิพากษาแล้ว นายสมทรง หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 2 ถึงกับยกมือไหว้และร่ำไห้ด้วยความดีใจ รวมถึงพระสงฆ์และกลุ่มฆราวาสที่เดินทางมาให้กำลังใจก็ร่วมแสดงความยินดีด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78343</URL_LINK>
                <HASHTAG>พศ., วัดสามพระยา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, ศาลอุทธรณ์, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ad8a9b4de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039;ยังไม่ได้สั่งวัดห้าม&#039;ช่องส่องผี&#039;ถ่ายรายการ ขอหารือพระผู้ใหญ่ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พศ.ทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ห้ามวัดต่างๆ ให้รายการช่องส่องผีเข้าไปถ่ายทำในวัดว่า เราได้ให้ทุกวัดพิจารณาว่าหากมีการขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำรายการในลักษณะนี้ ส่วนจากนี้จะมีการพิจารณาไม่ให้รายการผีเข้าไปถ่ายทำในวัดเลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางวัด พศ.ไม่สามารถไปสั่งได้ เพียงแต่บอกว่าให้ทางวัดพิจารณาให้รอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงมุมมองส่วนตัวของนายเทวัญ เห็นว่าไม่ควรให้รายการผีเข้าไปถ่ายในวัดหรือไม่&amp;nbsp; นายเทวัญ กล่าวว่า สำหรับตนคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนว่ามันสมควรหรือไม่ ถ้าถามตนๆ ก็ไม่ทราบ แต่บังเอิญว่าตนไม่เชื่อ เป็นเรื่องของส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้จะทำเรื่องหารือถึงพระผู้ใหญ่ และคิดว่าการเข้าไปลบหลู่ตามที่ต่างๆ ทางพระผู้ใหญ่เองคงได้หารือกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องส่องผี, พระผู้ใหญ่, พศ., ห้ามถ่ายทำรายการ, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0be2557b2aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
