<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วพรึ่บ! &#039;ไพรวัลย์&#039; โพสต์รำลึกในหลวง ร.9 บอกเคารพหลายคนมองเรื่องสถาบันต่างจากอาตมา ไม่คิดก้าวก่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 -&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวในโซเชียล โพสต์เฟซบุ๊กเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 โดยพระมหาไพรวัลย์ เขียนข้อความว่า &amp;quot;สัพพัง รัฏฐัง สุขัง โหติ ราชา เจ โหติ ธัมมิโก เมื่อพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข #ด้วยระลึกถึงพระกรุณาธิคุณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยเฉพาะแนวร่วม&amp;nbsp;3 นิ้วที่เข้ามากดติดตามและชื่นชอบพระมหาไพรวัลย์จนเป็นกระแส พส.โด่งดังในขณะนี้ ซึ่งพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อสถาบัน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9&amp;nbsp;ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พระมหาไพรวัลย์ ได้เขียนคอมเม้นต์ว่า &amp;quot;อาตมาเคยพูดไปอย่างชัดเจนในไลฟ์สดแล้วนะว่า อาตมาต้องการเห็นสถาบัน ดำรงอยู่และสง่างามคู่ระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; และยังได้คอมเม้นต์อีกครั้งว่า &amp;quot;โพสต์นี้อาตมาอยากโพสต์ จึงโพสต์เอง ไม่มีใครเอาปืนมาจ่อหัวให้อาตมาโพสต์ ไม่ใช่ว่าจะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น อาตมาเคารพใครหลายคนที่มองเรื่องสถาบันต่างจากอาตมา และอาตมาก็ไม่เคยคิดก้าวก่ายที่จะเข้าไปด่าทอหรือลดทอนคุณค่าความเห็นของคนเหล่านั้น ความใจกว้างสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันนะ และเราควรเคารพทัศนะของผู้อื่น สังคมนี้ควรมีมากกว่า การต้องเลือกระหว่างการเป็นสามกีบหรือสลิ่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119672</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ตุลาคม, พระมหาไพรวัลย์, พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ, พส., วันสวรรคต, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166d39a29971.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง ศชอ. กังขา &#039;พระสมปอง&#039; รับบริจาคช่วยน้ำท่วม เลขบัญชีเดียวกับตอนไลฟ์ตลกให้คนโอนทำบุญ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นายนพดล พรหมภาสิต รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงพระมหาสมปองว่า&amp;nbsp;ทำไมถึงเปิดรับบริจาคเงินช่วยน้ำท่วมโดยใช้หมายเลขพร้อมเพย์เดียวกับบัญชีที่เเจ้งให้คนโอนทำบุญช่วงไลฟส์สดปกติคะหลวงเพ่ ไม่มั่วเหรอ ?
#เจริญพวง
#สภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล คอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวว่า อย่างเราโอนบริจาคให้ พส.จะรู้ได้ไงว่าเงินไหนบริจาคช่วยน้ำท่วม เงินไหนจ่ายค่าดูตลกออนไลน์ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118561</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล พรหมภาสิต, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, พส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61585cac7c657.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โถ!ป้อม:เข้ามาปราบโกง จ่อเปิดบิ๊กพม.งาบคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นเอาจริง ขรก.ทุจริต &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ยัน คสช.เข้ามาปราบคอร์รัปชันไม่ทำผิดเอง &amp;quot;เลขาฯ ป.ป.ท.&amp;quot; แย้ม 3 เม.ย.เปิดชื่อ &amp;quot;บิ๊ก พม.&amp;quot; อยู่เบื้องหลังโกงเงินคนจน ชี้พบหลักฐานมัดเอาผิดทั้งอาญา-วินัย &amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; ไม่เชื่อ &amp;quot;รจนา&amp;quot; ทุจริตเงินกองทุนเสมาฯ คนเดียว สั่งขยายผลเพิ่มหลังพบปี 48 มีเงินโอนเข้าบัญชีตำรวจยศ ร.ต.ต.และวัดแบบผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีเรื่องร้องเรียนการทุจริตโครงการรัฐหลายโครงการว่า ทุกอย่างมีกฎหมาย ถ้าทำกันจริงจังมากขึ้นจะดีขึ้นเอง ไม่มีอะไรที่จะแก้ไขได้ 100% ในทันที การสอบสวนมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าเรื่องที่ร้องเรียนมาเป็นจริงหรือไม่ จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกรอบหนึ่งเพื่อนำไปสู่กระบวนการปลด ไล่ออก โทษทางวินัย หรือแม้แต่การฟ้องศาลในคดีอาญา ขั้นตอนเป็นอย่างนี้ก็ขอให้ระมัดระวังในการสื่อข่าวหรือการรับรู้รับทราบจากทางโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปกครองข้าราชการที่มีอยู่จำนวนมากไม่ง่าย แต่ขอให้ข้าราชการทำดีต่อไป ส่วนคนไม่ดียืนยันจะลงโทษหมดด้วยกระบวนการยุติธรรม ผ่านการตรวจสอบ สอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง ซึ่งประชาชนอาจยังไม่เข้าใจและใช้การตัดสินโดยโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง ถ้าจริงก็แก้ไข ถ้าไม่จริงก็ออกมาชี้แจง และขอให้ทุกคนดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ เพื่อสร้างสังคมที่มีความสามัคคีปรองดอง&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยทำโพลสำรวจ พบการทุจริตคอร์รัปชัน 3 ปียุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สูงสุดว่า คสช.เป็นผู้ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายทุจริตในช่วงที่ผ่านมาย้อนหลังหลายปี &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่า คสช.คอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.แถลงผลการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการ คสช.เป็นประธานว่า การปราบปรามการทุจริต เป็นสิ่งที่ คสช.ดำเนินการมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพราะตระหนักดีว่าการทุจริตคอร์รัปชันส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน ล่าสุดได้เสนอมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบราชการเพื่อเสริมการทำงานในเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาล ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ คสช.สั่งการให้ทุกส่วนงานให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบราชการดังกล่าว พร้อมนำไปดำเนินการในทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยด่วน&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า ในวันที่ 3 เม.ย.นี้จะทราบถึงตัวตนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในระดับที่สูงกว่า ผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท.ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ร่วมตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จนได้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนถึงเส้นทางการทุจริต แม้จะมีการจ่ายเงินในรูปแบบของเงินสดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขั้นตอนหลังพบหลักฐานที่โยงถึงตัวผู้ทุจริตในระดับสูงกว่าผู้อำนวยการศูนย์ฯ จะเอาผิดทางอาญาโดยการส่งสำนวนการตรวจสอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;หรือ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนต่อ เนื่องจากเกินอำนาจของ ป.ป.ท. รวมถึงการเสนอเรื่องให้ต้นสังกัดพิจารณาความผิดทางวินัยควบคู่ด้วย&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวว่า นอกจากนี้ในวันที่ 3 เม.ย.จะมีการรายงานผลการตรวจสอบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37 แห่ง ซึ่งเป็นการตรวจสอบเร่งด่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณเกิน 1 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการตรวจสอบทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง นิคมสร้างตนเอง ศูนย์ประสานงานสหกรณ์ ภายใต้สังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้&amp;quot; เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ตนได้ลงนามสั่งพักราชการข้าราชการในสังกัด ให้ขาดจากเงินเดือนและสวัสดิการแล้ว 5 คน คือ ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการของศูนย์ฯ ขอนแก่น 2 คน ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ 1 คน และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ 2 คน ทั้งนี้เป็นข้าราชการสังกัด พส. 3 คน และข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง พม. 1 คน และข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) &amp;nbsp;1 คน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเพิ่ม 9 แห่ง รวมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก 28 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่มีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อ จึงยังไม่เลิกละความพยายามที่จะให้สืบสวนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในสัปดาห์นี้ถ้ามีพยานหลักฐานว่ามีมูลความผิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เหลือจะถูกย้ายออกจากตำแหน่งก่อน ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการของ คสช. ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการโกง แต่มีส่วนรับผิดชอบทางการเงินการคลังและปล่อยให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ถือว่ามีส่วนบกพร่องทางวินัย จะร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงขึ้นอยู่กับผลการสืบ โดยคณะกรรมการสืบฯ &amp;nbsp;จะสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นก่อนสงกรานต์นี้ เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยให้เสร็จสิ้นภายในเดือน เม.ย.&amp;quot; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย. คณะกรรมการสืบฯ จะเชิญนางรจนา สินที อดีตข้าราชการระดับ 8 ศธ.ซึ่งออกจากราชการไปแล้วมาให้ปากคำ เพราะพบประเด็นเพิ่มเติมจากการตรวจสอบตั้งแต่ตั้งกองทุน พบปี 2547 มีความผิดปกติ 1 รายการ แต่ปี 2548 ความผิดปกติเริ่มชัดและค่อนข้างเยอะ เพราะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของนางรจนาเอง รวมทั้งยังมีการโอนให้นายตำรวจยศ ร.ต.ต. และยังโอนให้วัดและบุคคลที่มีคำนำหน้าว่านาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะผิดวัตถุประสงค์ของกองทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉพาะในปี 2548 มีการทุจริตจำนวนกว่า 2.9 ล้านบาท ส่วนยอดรวมอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ปี &amp;nbsp;2547-2561 เป็นเงิน 110,343,227 บาท และมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทั้งคนเสนอเรื่อง ผ่านเรื่อง อนุมัติ และสุดท้ายคือขั้นตอนการจ่าย ซึ่งนอกจากนางรจนาแล้วก็มี ผอ.สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ฝ่ายการเงินการคลัง รองปลัด ศธ. และปลัด ศธ. แต่ต้องดูว่าเกี่ยวข้องในฐานะใด และจะพิจารณามูลความผิดตามฐานที่กฎหมายกำหนดว่าใครทุจริต ใครประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สรุปว่าใครผิดใครถูกจนกว่าข้อมูลจะนิ่ง&amp;quot; ผู้ตรวจราชการ ศธ.ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.ทุจริต, คสช., ป.ป.ท., ปปง., ปราบคอร์รัปชัน, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พก., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พส., รมว.ศธ., สตง., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac23fc52230f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
