<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอด4มาตรการคุมฝุ่นพิษ ห่วงเด็ก2รร.ประกาศหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นพิษยังไม่ลด กระทรวงทรัพยากรฯ คลอดมาตรการ 4 ระดับ เตรียมชงหั่นค่าฝุ่นจาก 90 &amp;nbsp;มคก./ลบ.ม. เหลือ 70 มคก./ลบ.ม.ในวิกฤติระดับ 3 เพื่อให้ผู้ว่าฯ มีอำนาจสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; ก็ร้องศาลปกครองให้ประกาศเช่นกัน &amp;ldquo;2 โรงเรียน&amp;rdquo; ประกาศหยุดหนี PM2.5 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 23 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน &amp;nbsp;2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า พื้นที่ริมถนนเกินค่ามาตรฐาน (50 &amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) มี 11 พื้นที่ และพื้นที่ทั่วไปเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุก 6 พื้นที่ &amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท งดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวการจราจร ทั้งนี้คาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอากาศลอยตัวได้ดีขึ้น ลมพัดแรงขึ้น ช่วยเจือจางฝุ่นรวมถึงในวันที่ 24 ม.ค.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.ได้แถลงข่าวการแก้ปัญหาฝุ่นว่า ได้เตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไขไว้ 4 ระดับ และจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ โดยระดับที่ 1 หากมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม.อยู่ที่ 51-90 มคก./ลบ.ม. จะเพิ่มความเข้มข้นของการดำเนินมาตรการต่างๆ อาทิ ตรวจจับควันดำ 20 จุดรอบกรุงเทพฯ ตรวจวัดควันดำเคลื่อนที่เร็ว 5 ชุด จัดชุดตรวจการ 16 ชุด ตรวจรถ ขสมก. เร่งคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ฉีดพ่นน้ำแรงดันสูง 8 คัน เพิ่มความถี่กวาดล้างทำความสะอาดถนน และงดเผาในพื้นที่ 5 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 2 หากปริมาณฝุ่นเกิน 90 มคก./ลบ.ม.ติดต่อกัน 3 วัน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ให้ยกเป็นระดับสถานการณ์รุนแรง เช่น ลดจำนวนยานพาหนะ ชะลอหรือหยุดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนและแก้ไขแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับ 1-2 ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อลดปริมาณฝุ่นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 3 คือ มีค่าฝุ่นเกิน 90 มคก./ลบ.ม.ติดต่อกัน 3 วัน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ โดยผู้ว่าฯ กทม.และปริมณฑลจะใช้อำนาจตามมาตรา 28/1 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข 2535 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ และมีอำนาจยุติกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษได้ทันที โดยจะใช้อำนาจเฉพาะพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินเท่านั้น ไม่ต้องยึดตามค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองจากทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระดับที่ 4 หากดำเนินการทั้ง 3 ระดับแล้ว ค่าฝุ่นยังเกิน 90 มคก./ลบ.ม. จะเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) พิจารณามาตรการแก้ปัญหาเสนอให้นายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 สั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อระงับหรือลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะกรรมการควบคุมมลพิษที่มีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส.เป็นประธาน ร่วมประชุมกับผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อกลั่นกรองค่าฝุ่นละอองในขั้นวิกฤติระดับ 3 จาก 90 มคก./ลบ.ม. เป็น 70 มคก./ลบ.ม. หรือไม่ หากเห็นชอบจะเสนอ กก.วล.พิจารณามาตรการ และเสนอให้นายกฯ เพื่อให้ผู้ว่าฯ กทม.และปริมณฑลดำเนินตามอำนาจดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.สุรศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุรศักดิ์ยังกล่าวถึงมาตรการฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพื่อลดฝุ่นว่า ทส.จะร่วมกับภาคเอกชนทำการทดลองฉีดพ่นละอองน้ำที่มีขนาดเล็กพอๆ กับฝุ่น PM2.5 ในบริเวณชั้น 20 ของตึกกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นที่กรมอุตุฯ คาดว่าจะกลับมารุนแรงอีกครั้งในวันที่ &amp;nbsp;28-29 ม.ค.นี้ ทั้งนี้หากใช้ได้ผลดีจะนำไปใช้ในพื้นที่ตึกสูงอื่นต่อไปในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;มีดำริห้ามจอดรถติดเครื่องยนต์ในสถานที่ราชการนั้น พบว่า พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ทำเนียบรัฐบาล ได้สั่งการตำรวจในทำเนียบฯ ให้เข้มงวดเองดังกล่าว &amp;nbsp;โดยตำรวจได้ขึ้นรถยืนไฟฟ้า (เซกเวย์) ซึ่งมีป้ายข้อความระบุว่า &amp;ldquo;จอดรถกรุณาดับเครื่องยนต์&amp;rdquo; วิ่งตรวจรอบทำเนียบฯ ทุกตึก โดยจะดำเนินการต่อเนื่องแม้สถานการณ์ฝุ่นจะหายไปก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจและเฝ้าระวังโรงงานเสี่ยงที่จะก่อมลพิษทางอากาศในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ โดยตรวจแล้ว 470 โรงงาน ไม่พบโรงงานที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 2.5 ไมครอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนเอกชน 2 แห่งคือ โรงเรียนเพลินพัฒนา เขตทวีวัฒนา และโรงเรียนรุ่งอรุณ เขตบางขุนเทียน ที่ประกาศปิดการศึกษาชั่วคราวระหว่างวันที่ 23-25 ม.ค.62 เนื่องจากผลกระทบสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุนิสา ชื่นเจริญสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ ระบุว่า ได้ออกประกาศให้ผู้ปกครองทราบ เรื่องการหยุดเรียนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เนื่องจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพราะแม้ครูประจำชั้นได้กำชับให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่สถานการณ์จริงพบว่า การให้เด็กเล็กสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเป็นเรื่องยาก เนื่องจากขนาดสรีระไม่เหมาะ รวมทั้งการจำกัดกิจกรรมไว้แต่ในห้องเรียนทำให้เด็กเกิดความเครียด ดังนั้น รร.จึงปิดการเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การปิดเรียนนั้นอยู่ที่การพิจารณาและการประเมินสถานการณ์ของแต่ละโรงเรียน ไม่ใช่ให้ สธ.หรือ กทม.ไปสั่งปิดทั้งหมด &amp;nbsp;เพราะต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ค่าฝุ่นขึ้นลงในแต่ละวันไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อย่างกรณี รร.รุ่งอรุณมีการประชุมหารือกันแล้วว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ออกประกาศสั่งปิดเรียน ส่วนกรณี รร.สาธิตจุฬาฯ ปิดเรียนนั้นมาจากเรื่องไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นคนละเรื่องกันกับฝุ่นละออง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้มายื่นคำร้องและเอกสารเพิ่มเติมต่อศาลปกครองตามที่สมาคมฯ ได้ยื่นคำฟ้องไว้ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.62 โดยมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นพิษยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องมากว่า 3 วันแล้ว และมาตรการ 9 ข้อของนายกฯ และมาตรการของกรมควบคุมมลพิษและ กทม.ไม่บังเกิดผลแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสมาคมฯ ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ว่าฯ กทม.ใช้อำนาจตามมาตรา 28/1 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ออกประกาศกำหนดให้บริเวณพื้นที่ กทม.เป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญทั้งหมดภายใน 3 วัน หรือตามที่ศาลเห็นสมควร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ผู้ว่าฯ &amp;nbsp;กทม.ประกาศกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27371</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลำ อรรถธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, พสุ โลหารชุน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สุนิสา ชื่นเจริญสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4882a3436c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯ ทาบนักลงทุนรัสเชียตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค. 2561 นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วย ความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission: JC) ครั้งที่ 7 ว่ากระทรวงอุตสาหรรมได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ด้านความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งส่งเสริมการจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมกันเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่มหน้าใหม่(สตาร์ทอัพ) และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) การส่งเสริมและการกระชับความสัมพันธ์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมถึงการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนข้อมูลเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนระหว่างกันในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ของไทย และในเขตประกอบการตะวันออกไกล(ฟาร์อีสท์) ของประเทศรัสเซีย โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;โดยจะมีการเข้ามาหารือกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ &amp;nbsp;27 ธ.ค. 2561 เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะนำไปสู่การกำหนดโครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญร่วมกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในอนาคต ในส่วนของการดำเนินงานในลำดับต่อไป ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการความร่วมมือ ด้านอุตสาหกรรมระหว่างกัน ซึ่งครอบคลุมประเด็นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม&amp;rdquo;นายพสุ กล่าว
ขณะเดียวกันทางบริษัท ซุคฮอย คอมปานี (เจเอสซี) ที่เป็นบริษัทที่จัดร่วมระหว่างรัฐบาลรัสเซียกับพลเรือน ที่มีการผลิตอุตสาหกรรมอากาศยาน เครื่องบินที่ใช้ในกองกำลังทหาร มีความสนใจที่จะตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทย และตั้งเป้าที่จะทำให้เป็นฐานการผลิตเพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพสุ กล่าวว่านอกจากนี้ยังความร่วมมือกับรัสเซียจะมุ่งเน้นในเรื่องอื่น ๆ อีก อาทิ ความร่วมมือด้านโรงงาน 4.0เพื่ออุตสาหกรรม 4.0 เศรษฐกิจหมุนเวียน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น ๆ &amp;nbsp;มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงเรื่องระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติและออโตเมชั่น ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการดังกล่าวจะเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างกันจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพในภาคการผลิตและการขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลรัสเซียมาไทยเพื่อทำการเอ็มโอยูร่วมกับรัฐบาลไทยรวม 3 ฉบับนอกเหนือจากที่มีการทำร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีการทำร่วมกับสำนักงานเฝ้าระวังสุขอนามัยพืชและสัตว์แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย กับกรมวิชาการเกษตรของไทย และการลงนามร่วมกับสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย, ชวนนักลงทุนรัสเชีย, ตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน, พสุ โลหารชุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c259391d7016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
