<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ช่วยเหลือ &#039;พะยูน&#039; ตัวใหญ่ยาว 2 เมตรถูกเรือชนเจ็บหนัก นำตัวไปรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายชัยศักดิ์ แสวงผล ผอ.กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.กระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวประมง ทางสายด่วน 1131 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ ว่า พบซากพะยูนลอยตายอยู่กลางทะเล ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับเกาะนก ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ จำนวน 4 นาย นำเรือตรวจการออกไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบพะยูน ขนาดใหญ่ ไม่ทราบเพศ ยาวประมาณ 2 เมตร ยังไม่เสียชีวิต กำลังลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ สภาพที่อ่อนล้า บริเวณกลางหลัง มีบาดแผลเป็นรอยถลอกเป็นวงกว้างขนาดใหญ่เต็มแผ่นหลัง เห็นแล้วน่าสงสาร จึงได้นำเรือไปเทียบลอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้พะยูนลอยว่ายน้ำหนีไปที่อื่น พร้อมประสาน จนท.ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก และ จนท.อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เข้ามารับตัวไปรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจังหวัดตรัง ได้เดินทางมากับเรือสปีดโบ๊ท ของอุทยานฯ รับพะยูนตัวดังกล่าวไปรักษา และหาสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผลต่อไป เบื้องต้นคาดว่าถูกเรือชน หรือไม่ก็ติดอวนจนทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรพรรณ์ ทองชุม เจ้าหน้าที่ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว. อบจ.กระบี่ เล่าว่า หลังจากรับแจ้งจากชาวประมงได้ประสานผู้บังคับบัญชาแล้วนำเรือตรวจการออกตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงจุดรับแจ้งพบว่าพะยูน ยังไม่ตาย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวเข้ามารับตัวไปรักษา จาการสังเกตพบว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่ บริเวณหลัง และโคนหาง ไม่ทราบสาเหตุ เห็นแล้วน่าสงสารมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114858</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, พะยูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a18a68fc2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณอันตราย!จี้หน่วยงานรับผิดชอบเร่งหาสาเหตุพะยูนตายต่อเนื่อง3ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.64- นายสมบูรณ์ เต็มชื่น นายอำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ ได้เข้าตรวจสอบซากพะยูรน ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักกว่า 400 กก. หลังรับแจ้งจากจากชาวประมงพื้นบ้าน ว่า พบซากพะยูน ลอยกลางทะเล บริเวณระหว่างเกาะนุ้ย&amp;nbsp;ม.3 และเกาะปอ ม4 ต.เกาะลันตาใหญ่ &amp;nbsp; อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ &amp;nbsp; ก่อนถูกคลื่นซัดลอยมาติดชายหาดบริเวณ บ้านหัวแหลม &amp;nbsp;ม.1 ต.เกาะลันตาใหญ่ &amp;nbsp; เบื้องต้นคาดว่าเป็นพะยูนเพศเมีย ความยาวประมาณ 2 เมตร &amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ 400 &amp;nbsp;กก. &amp;nbsp;สภาพขึ้นอืด ตามลำตัวไม่มีบาดแผลใดๆ &amp;nbsp;คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า3 วัน &amp;nbsp;ขณะที่นายสมาน หลำงา ผู้ใหญ่าบ้านเกาะปอ เอาเชือกมาล่ามไว้ ไม่ให้คลื่นซัดลอยไปที่อื่น &amp;nbsp;พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ .ตรัง นำซากไปพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตาย
&amp;nbsp;
ในเวลาไล่เลี่ยกัน &amp;nbsp;นายจำเป็น &amp;nbsp; ผอมภัคดี &amp;nbsp;หน.หน่วยพิทักษ์อุทยานประจำเกาะห้อง &amp;nbsp;เขตอุทยานแห่ชาติธารโบกขรณี &amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้นำซากพะยูนไม่ทราบเพศ ความยาวจากหัวจรดหาง 3.10 เมตร &amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ &amp;nbsp;500-600 กก. ขึ้นฝั่งบริเวณหาดเกาะกวาง ม.3 &amp;nbsp;ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ &amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจากผู้ระกอบการเรือนำเที่ยวว่า พบซากพะยูน &amp;nbsp;ลออยตายกลางทะเล &amp;nbsp;บริเวณทางทิศเหนือ เกาะห้อง &amp;nbsp;และทางทิศตะวันออกของเกาะเหลากา ม.3 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ &amp;nbsp;คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า3 วัน &amp;nbsp;จึงประสาน จนท.ศูนย์วิจัยฯนำซากไปผ่าพิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 2 วัน พบพะยูนลอยตายในพื้นที่ จ.กระบี่ แล้ว 3 ตัว โดยตัวแรกพบที่บริเวณเกาะปาไล ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ &amp;nbsp;และวันนี้พบอีก2 ตัว ที่เกาะลันตาอีก1 ตัว &amp;nbsp;และที่บริเวณเกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่อีก1 ตัว &amp;nbsp; สร้างความสงสัยแก่ชาวประมง โดยเฉพาะนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจ.กระบี่ เป็นอย่างมาก ว่า พะยูนทั้ง3 ตัวตายด้วยสาเหตุใด &amp;nbsp;และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาสาเหตุ เพื่อหาทางอนุรักษ์พะยูนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90133</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, พะยูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6004304895837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านลิบงช่วยพะยูนนอนร้องไห้ หลังเกยตื้นกลับลงน้ำไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.63- เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ได้เกิดเหตุการณ์พะยูนเพศเมีย ตัวโตเต็มวัย สภาพอ้วนท้วมสมบูรณ์ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ยาวประมาณ 180 ชม.เกยตื้นนอนแน่นิ่ง มีน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ดวง บริเวณบนชายหาดแหลมโต๊ะชัย หมู่ 1 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง โดยมีชาวบ้านลิบงจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คนช่วยกันนำผ้าขาวม้าพยุงพยูนตัวดังกล่าวลงน้ำได้อย่างปลอดภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริเวณผิวหนังมีรอยถลอกจากการตะเกียกตะกายกับชายหาดเพียงเล็กน้อย จนทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างมีความสงสารเมื่อเห็นภาพขณะพะยูนตัวดังกล่าวนอนร้องไห้เพื่อรอความช่วยเหลือกลับสู่ท้องทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองนั่งกินกาแฟอยู่ที่ร้านปรากฏว่าได้มีลูกบ้านที่ได้ไปวางอวนดักปลาโทรศัพท์เข้ามาหาว่าพบพะยูนนอนเกยตื้นอยู่บนชายหาดดังกล่าว ห่างจากน้ำทะเลประมาณ 100 เมตร ตนเองจึงได้ประสานไปยังผู้ช่วยและรีบเดินทางเข้าไปตรวจสอบพร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่หลังเมื่อทราบจึงรีบไปตรวจสอบและช่วยเหลือ โดยเมื่อไปถึงพบว่าพะยูนตัวดังกล่าวนอนแน่นิ่งมีน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาทั้งสองดวง แต่ยังพบว่ามีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันไม่มีอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถจะช่วยเหลือได้มีเพียงผ้าขาวม้ามาก็เลยใช้ผ้าขาวม้าสอดเข้าใต้ลำตัวพะยูนทำให้พะยูนตัวดังกล่าวดิ้นเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ไปช่วยเหลือเข้าใกล้ แต่ก็สามารถช่วยเหลือนำลงทะเลได้อย่างปลอดภัย และว่ายไปอย่างทันที เบื้องต้นคาดว่าน่าจะกลับลงน้ำไม่ทันในช่วงน้ำลงเมื่อรุ่งเช้าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอับดุลรอหีม กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยมากนัก แต่ก็มีให้เห็นบ้าง ซึ่งหากไม่มีชาวบ้านหรือใครไปพบเจอพะยูนที่เกยตื้นไม่สามารถตะเกียกตะกายลงในน้ำทะเลได้อย่างแน่นอน เพราะว่าพื้นที่หาดไม่มีน้ำประกอบกับเป็นพื้นที่สูงโดยถ้าหากไม่เจอมีโอกาสสูงที่จะเกยตื้นเสียชีวิตได้ เพราะกว่าน้ำจะขึ้นอีกครั้งประกอบกับโดนแสงแดดมีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต แต่โดยส่วนใหญ่หากพะยูนเกยตื้นชาวบ้านจะพบเห็นและช่วยเหลือเป็นประจำ เพราะช่วงเวลาน้ำลงชาวบ้านที่เป็นชาวประมงจะออกไปหาปลาหาหอยบริเวณชายหาด ซึ่งในส่วนของน้ำตาพะยูนหรือน้ำตาดุหยงที่มีการร่ำลือหรือมีความเชื่อว่า หากใครครอบครอง จะให้ความเมตตามหานิยม มีเสน่ห์คนรักคนหลง ซึ่งในส่วนนี้ตนเองไม่ได้มีความเชื่อนั้นและน่าจะเป็นเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมาเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาชุมชนก็ได้พึ่งพาชาวประมงชายฝั่ง หากพบเจอพะยูนก็จะโทรหาผู้นำชุมชนโดยตลอดและจะช่วยเหลือให้รอดปลอดภัยทุกครั้ง และร่วมด้วยช่วยกันในการอนุรักษ์พะยูนมาโดยตลอดถือเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับเกาะลิบงมาอย่างช้านาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81004</URL_LINK>
                <HASHTAG>พะยูน, เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8c08e8139ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบพะยูนตายอีกแล้ว ตัวที่ 10 ของทะเลตรังปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 62 นายประจวบ โมฆรัตน์ ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทางทะเล ที่ 10 (ตรัง) ได้รับแจ้งจาก นายหลงเฝียะ หรือบังเดียร์ บางสัก ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านน้ำราบ ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ว่า นายศิรสิทธิ์ อุเล็น อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 14 ม.4 ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ชาวประมงพื้นบ้านพบซากพะยูนตาย ลอยตายบริเวณ ปากคลองตาเปะซึ่งห่างจากปากคลองประมาณ 500 เมตร ติดเขตพื้นที่ ม.6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปยังที่พบซากพะยูนตัวดังกล่าว นำโดย นายวิทยา มากนคร นายช่างเครื่องกล ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สบทช.10 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช &amp;nbsp;และชาวประมงพื้นบ้าน ช่วยเคลื่อนย้ายซากพะยูนมายัง บริเวณท่าขยง ม.4 บ้านน้ำราบ ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบทราบว่านายศิรสิทธิ์ ชาวประมงพื้นบ้านเป็นคนแรกที่พบซากพะยูนตัวดังกล่าวขณะไปตกปลาซึ่งส่งกลิ่นเหม็นมาก สภาพเน่าเริ่มเปื่อย จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบพบเป็นพะยูนตัวเมีย น้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัม &amp;nbsp;ความยาวประมาณ 152 เซนติเมตร รอบลำตัว 102 ซม. ไม่สามารถระบุอายุได้แน่ชัด เนื่องจากมีสภาพที่เริ่มขึ้นอืดพอง ลำไส้ทะลักออกมา และมีหนอนจำนวนมาก ไม่สามารถส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตายได้อีก เจ้าหน้าที่จึงนำเศษเนื้อเยื้อเพื่อตรวจสอบหา DNA ก่อนนำไปฝังในพื้นที่ บริเวณท่าขยง ม.4 บ้านน้ำราบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิทยา เปิดเผยว่า พะยูนตัวดังกล่าวดูยากแล้วเพราะสภาพเน่ามาก ไม่สามารถระบุอะไรได้เลย แผลตามลำตัวก็ดูไม่ออก ตนจึงได้ประสานไปทางศูนย์วิจัยฯ ที่ จ.ภูเก็ต เขาให้เก็บตัวอย่าง DNA ไว้ เพราะไม่สามารถผ่าพิสูจน์ได้แล้ว คาดว่าตายประมาณเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว และให้นำไปฝังกลบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พะยูนเพศเมียตัวดังกล่าวนับเป็นตัวที่ 10 แล้วที่ตายในทะเลตรัง ฝั่งอันดามันในปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ประจวบ โมฆรัตน์, พะยูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b7afa81c83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พบพะยูนหนัก 200 กิโลกรัมตายอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2562 นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเที่ยววันนี้&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่&amp;nbsp; ประจำอ่าวไรเลย์ ได้รับแจ้งจาก ชาวบ้านว่า พบซากพะยูนตายลอยมาติดอยู่หน้าหาดอ่าวต้นไทร ไร่เลย์ตะวันตก หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงส่ง จนท.เข้าไปตรวจสอบ พบเป็นซากพะยูนขนาดใหญ่ เพศผู้ อายุประมาณ 25 ปี วัดความยาวหัวถึงหาง 2.6 เมตร ความกว้างรอบลำตัว 150 ซม. น้ำหนัก 240 กก. สภาพศพพบรอยช้ำบริเวณครีบด้านซ้าย คาดว่าเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพซากสมบูรณ์&amp;nbsp; จากนั้นประสาน จนท.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล จ.ภูเก็ต รับซากพะยูนตัวดังกล่าวส่งไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอีกครั้ง...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43690</URL_LINK>
                <HASHTAG>พะยูน, พะยูนเกยตื้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d593143e06ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กัญจนา&#039;ปลุกกระแส&#039;มาเรียมโปรเจ็กต์&#039;พร้อมจัดงานอุทิศส่วนกุศลวันสระเกศฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2562 - &amp;nbsp;น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการเสียชีวิตของพะยูนมาเรียม ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าผลักดันโครงการมาเรียมโปรเจกต์ เพื่อให้เกิดการกระทำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เรื่องรณรงค์การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง รวมไปถึงการลด ละ เลิก การใช้พลาสติก ที่รณรงค์กันมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ด้วยกระแสของน้องมาเรียมหวังว่าจะยิ่งช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนที่รักน้องมาเรียมผันเอาความรักที่มีต่อมาเรียมมาเป็นการทบทวนกิจกรรมของตัวเองว่าได้มีส่วนทำร้ายและทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เช่น การทิ้งขยะ การใช้ภาชนะต่างๆ การใช้น้ำ อย่างไรก็ตามในเวลาที่เราไปท่องเที่ยวที่ไหนนำอะไรไปก็ช่วยเอากลับไปด้วย​ เพราะเราอาจจะมีส่วนทำให้สิ่งมีชีวิตที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตายโดยที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจ ขอให้ใช้กระแสน้องมาเรียมช่วยกันรณรงค์สิ่งเหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่อทุกคน เพื่อทุกสรรพชีวิต เพื่อโลกของเรา อยากให้ทุกคน ไม่ใช่ระลึกถึงมาเรียมแค่วันนี้สัปดาห์นี้หรือเดือนนี้ อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟางขอให้นึกถึงมาเรียมไปนานๆ เวลาจะทิ้งขยะหรือใช้พลาสติกใดๆ ขอให้คิดถึงหน้ามาเรียมเอาไว้&amp;rdquo;น.ส.กัญจนากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ลองคิดดูว่ามาเรียมอายุได้เพียงไม่กี่เดือนก็ยังพบเศษพลาสติกในท้อง แล้วสัตว์อื่นๆไม่ว่าจะในทะเลหรือบนบกที่มีอายุยาวนานก็คงจะบริโภคขยะที่ทิ้งไปจากมนุษย์มากน้อยเพียงใด ดังนั้นถึงเวลาที่จะต้องรณรงค์กันอย่างจริงจังเสียที เพราะการรณรงค์เหล่านี้ใครคนใดคนหนึ่งคงทำไม่ได้แต่ต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ประชาชน ภาครัฐ เอกชน ทุกองค์กร &amp;nbsp;ทุกภาคส่วนในสังคม ร่วมกัน ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเองเราก็จะเริ่มที่ตัวเราเองด้วย โดยจะบอกกับ ส.ส. สมาชิกพรรคทุกคน ให้ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก และพฤติกรรมการจัดการขยะ และจะให้ทุกคนกระจายบอกไปในพื้นที่ให้ช่วยกันรณรงค์เรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญจนา กล่าวว่าได้พูดคุยกับ ศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ทีมสัตวแพทย์ที่ทำการดูแลปฐมพยาบาลมาเรียม ว่าเราและกลุ่มคนรักมาเรียมจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้มาเรียมในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ส่วนกำหนดการมีอย่างไรจะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เพราะเราคิดกันว่าเมื่อช้างล้มสักเชือกหนึ่งก็ยังมีพระไปบังสกุลให้ จึงอยากทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้มาเรียมด้วย ทั้งนี้ เห็นด้วยกับการที่กระทรวง ทส. มีจุดประสงค์จะนำมาเรียมมาสตาฟเอาไว้เพื่อ เป็นคุณูปการก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43677</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญจนา ศิลปอาชา, ชทพ., ทส., พรรคชาติไทยพัฒนา, พะยูน, มาเรียม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d58ee72052e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าให้&#039;มาเรียม&#039;ตายฟรี &#039;โฆษกรัฐบาล&#039; ปลุกไทยร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ &amp;nbsp;โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าให้ &amp;quot;มาเรียม&amp;quot; พะยูนไทยตายฟรีนะคะ #ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอยยิ้มจากความน่ารักของผู้ที่ได้ติดตามการใช้ชีวิตของ &amp;quot;มาเรียม&amp;quot; คงต้องจางไป หลังทราบข่าวการตายของมาเรียม ด้วยสาเหตุมีถุงพลาสติกอุดลำไส้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิก ใช้ถุงพลาสติก แล้วหันมาใช้ถุงผ้า ตะกร้า หรือปิ่นโต เวลาไปซื้อของ ดิฉันอยากให้การตายของมาเรียม เป็นอีกจุดที่สร้างความตระหนักให้กับทุกคนว่า &amp;quot;ทุกชีวิตมีค่า และไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตใดต้องตายด้วยความมักง่ายของมนุษย์อีก&amp;quot; ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมมือกันนะคะ ร่วมกันลด ละ เลิก ใช้ถุงพลาสติก อย่าให้บทเรียนการตายของ #เต่าออมสิน #มาเรียม เป็นการตายฟรี #เชื่อแหม่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43638</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พลาสติก, พะยูน, มาเรียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4014f2c539f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
