<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเมียนมาฆ่าผู้ประท้วงกว่า80ศพที่พะโคขนใส่รถทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านและสื่อท้องถิ่นเมียนมาเผย กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงอีกมากกว่า 80 คนที่พะโคเมื่อวันศุกร์ ยอดสังเวยความรุนแรงนับแต่รัฐประหารทะลุ 700 ศพแล้ว ชาวบ้านเผยทหารขนศพขึ้นรถบรรทุกทหาร ทูตเมียนมาประจำยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงฯ ดำเนินการอย่างหนักหน่วงกับรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารและรถบรรทุกของกองทัพขณะปฏิบัติการที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 (Photo by Aung Kyaw Htet/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาปิดกั้นการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด รายละเอียดเกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดครั้งล่าสุดที่เมืองพะโค ซึ่งอยู่ไกลจากนครย่างกุ้งทางตะวันออกเฉียงเหนือหลายสิบกิโลเมตร เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอเอฟพีได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านหลายคนด้วยว่ากองทัพยังใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งบังคับให้พวกเขาต้องหนีไปอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อเมียนมาหลายแห่งว่า กองกำลังความมั่นคงยิงระเบิดปืนไรเฟิลใส่ผู้ประท้วงที่เมืองพะโค แต่ไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างชัดเจนได้ เพราะกองกำลังความมั่นคงนำศพมากองรวมกันที่เจดีย์เซยามุนีแล้วปิดล้อมพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) และสื่อออนไลน์ เมียนมานาว ยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร 82 คนในเมืองพะโคเมื่อวันศุกร์ เมียนมานาวบอกว่า การยิงเริ่มก่อนรุ่งเช้าวันศุกร์และยืดยาวถึงช่วงบ่าย ข่าวอ้างผู้จัดการชุมนุมชื่อ เย ทุ ว่าเหมือนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พวกนั้นยิงใส่เงาทุกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่เอเอฟพีพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ถ่ายไว้เมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ เผยภาพที่ผู้ประท้วงหลายคนหลบอยู่หลังแนวกระสอบทรายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลประดิษฐ์เอง มีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ภัยเข้าไปใกล้ศพเหล่านั้น &amp;quot;พวกเขาเอาศพทั้งหมดมากองรวมกันแล้วขนขึ้นรถบรรทุกทหารขับออกไป&amp;quot; ชายคนนี้บอกกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาเมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปราบปราม &amp;quot;พวกก่อจลาจล&amp;quot;&amp;nbsp; สื่อของทางการเมียนมาแห่งนี้รายงานว่ามีคนตายแค่ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานองค์การสหประชาชาติในเมียนมา ทวีตเมื่อคืนวันเสาร์ว่า กำลังติดตามเหตุการณ์นองเลือดที่พะโค ที่ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกปฏิเสธการรักษา &amp;quot;เราเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงอนุญาตให้ทีมแพทย์เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บ&amp;quot; สำนักงานยูเอ็นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการนองเลือดที่พะโค เอเอพีพีระบุในวันศุกร์ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 618 คนนับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ แต่คำแถลงของโฆษกรัฐบาลทหารเมื่อวันศุกร์อ้างว่ามีคนเสียชีวิตเพียง 248 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองทาทูในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนอินเดียเมื่อวันเสาร์ เมื่อผู้ประท้วงต่อสู้กลับ ภายหลังทหารพยายามทำลายแนวกั้นเพื่อปกป้องชุมชน ชาวบ้านกล่าวว่า มีพลเรือนตาย 2 คนเมื่อทหารยิงสุ่มไม่เลือก ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการปาระเบิด ทำให้รถบรรทุกทหารคันหนึ่งพลิกคว่ำ มีทหารเสียชีวิตมากกว่า 12 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนองเลือดเพิ่มมากขึ้นทำให้กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มจับมือกันต่อต้านกองทัพเมียนมา ที่รัฐชานทางเหนือเมื่อวันเสาร์เกิดเหตุไม่สงบขึ้นอีก เมื่อกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) โจมตีโรงพักช่วงเช้ามืด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีตำรวจโดนฆ่าตายมากกว่า 12 นาย ทีเอ็นแอลเอกล่าวว่า กองทัพเอาคืนด้วยการโจมตีทางอากาศ มีทหารกบฏตาย 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมารายงานข่าวนี้ช่วงค่ำว่า &amp;quot;กลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย&amp;quot; โจมตีสถานีตำรวจด้วยอาวุธหนักแล้วจุดไฟเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น กองทัพอาระกัน (เอเอ) พันธมิตรของทีเอ็นแอลดี ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตก ออกแถลงการณ์ย้ำว่าเอเอสนับสนุนขบวนการต่อต้านรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังชนกลุ่มน้อยอีก 2 กลุ่มได้แก่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) และกองทัพอิสรภาพกะฉิ่น (เคไอเอ) ก็โจมตีทหารและตำรวจเมียนมาเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ และโดนกองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศดินแดนของเคเอ็นยูในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเคเอ็นยูกล่าวว่าทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วมากกว่า 24,000 คนถึงวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ จอ โม ทุน เอกอัครราชทูตผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็น กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งร่วมกันโดยทันที เขาเสนอให้กำหนดเขตห้ามบิน, ปิดกั้นการค้าอาวุธ และคว่ำบาตรอย่างเจาะจงเป้าหมายกับสมาชิกในครอบครัวของพวกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์อิสระจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวต่อคณะมนตรีฯ ด้วยว่า เมียนมากำลังจวนเจียนจะเป็นรัฐล้มเหลว &amp;quot;การดำเนินการ (ของรัฐบาลทหาร) อาจสร้างสถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่สามารถปกครองได้&amp;quot; เขาเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ฆ่าผู้ประท้วง, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, พะโค, รัฐประหารเมียนมา, สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072ab2a15644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าอพยพชาวบ้าน เขื่อนแตกน้ำล้นสปิลเวย์ท่วม 100 หมู่บ้านเขตพะโค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝนตกหนักในฤดูมรสุมของพม่าทำให้น้ำในเขื่อนล้นสปิลเวย์เข้าท่วมหมู่บ้านราว 100 แห่งในเขตพะโคภาคกลางของพม่าเมื่อเช้ามืดวันพุธ ชาวบ้านกว่า 12,000 คนต้องอพยพหนีน้ำ เส้นทางเชื่อมย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ถูกตัดขาด ผบ.สส.พร้อมรองประธานาธิบดีลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยอย่างไว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานทางหลวงที่เชื่อมย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนชำรุด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตหรือสูญหายในเหตุการณ์เขื่อนแตกครั้งนี้ แต่มีชาวบ้านหลายพันคนไร้ที่อยู่และต้องไปอาศัยอยู่ตามที่พักพิงชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผยู่ แล แล ตุน อธิบดีจากกระทรวงสวัสดิการสังคมกล่าวกับเอเอฟพีว่า มีชาวบ้านมากกว่า 12,600 คนต้องอพยพจากบ้านเรือนไปอาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวราว 30 แห่ง โดยมีรายงานว่า มากกว่า 14,000 ครัวเรือนใน 100 หมู่บ้าน และชาวบ้านราว 63,300 คน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พม่ากล่าวกันว่า ทางน้ำล้นหรือสปิลเวย์ของเขื่อนสั่วจ้อง ซึ่งทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากเขื่อนชลประทานเขื่อนนี้ แตกเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. ของวันพุธ (06.30 น.ของไทย) เพราะฝนที่ตกอย่างในหนักเขตพะโค น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ราบในเขตชนบท ชาวบ้านพากันเดินเท้าแบกสัมภาระและข้าวของหนีออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของกระแสน้ำทำให้สะพานทางหลวงเชื่อมระหว่างย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ชำรุดบางส่วน ทางหลวงสายนี้เป็นทางหลักสายสำคัญเส้นเดียวที่เชื่อมเมืองใหญ่ 2 เมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.พม่า (ขวา) และรองประธานาธิบดีเฮนรี วาน เทียว (ซ้าย) ตรวจสภาพสะพานที่ชำรุด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ที่กำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากนานาชาติว่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ได้ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน พร้อมกับรองประธานาธิบดีเฮนรี วาน เทียว โดยสื่อท้องถิ่นของพม่ารายงานคำกล่าวของ ผบ.สส.ต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน หากไม่สามารถควบคุมสปิลเวย์ได้ น้ำก็จะไม่หยุดไหลออกจากเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรและชลประทานพม่า เขื่อนสั่วแห่งนี้สร้างกั้นคลองสั่วเมื่อปี 2547 สามารถกักเก็บน้ำได้ 26.68 ล้านลูกบาศก์เมตร และจ่ายน้ำสำหรับการทำชลประทานมากกว่า 50,585 ไร่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยพม่าอพยพชาวบ้านในเมืองเยดาเช เขตพะโค / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16461</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำล้นสปิลเวย์, ผบ.สส.พม่า, พม่า, พะโค, เขื่อนสั่ว, เขื่อนแตก, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86c0bc340b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
