<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ร้องสรรพากรเก็บภาษีบิ๊กตู่พักบ้านหลวง ไม่ยอมเสียค่าน้ำ ค่าไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เปิดเผยว่า หลังจากส่งหนังสือทาง EMS ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เพื่อเตือนให้รีบนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรีจากการอยู่บ้านพักทหารเลขที่ 253/54 ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 29/2653 แล้วนั้น เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะจำนนด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเมื่อวันที่ 16 ก.พ. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เลี่ยงไม่ตอบเรื่องนี้ต่อสภาฯ สองวันต่อมาทีมงาน PMOC &amp;nbsp;มาโพสต์โต้แย้งแบบฟังไม่ขึ้น กระทั่งวันที่ 22 ก.พ. ตนจึงส่งจดหมายเตือนให้ รีบไปเสียภาษี แต่ก็ยังนิ่งเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือไว้ในปี 2547 ว่า ค่าอาหารชุด ชุดละ 20 บาท พนักงานที่ได้รับฟรี ต้องถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ดังนั้นกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ รับค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาฟรี ตามที่ระบุในคำวินิจฉัยที่ 29/2563 ย่อมถือเป็นประโยชน์อื่นใดที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎาดร มาตรา 39 และมาตรา 40 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2536 ที่วินิจฉัยข้อกฎหมายมาตรา 40(1) แล้ว ทำให้เข้าใจได้ว่า ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ฯลฯ ที่ได้รับฟรี ต้องนำไปเสียภาษีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกรกล่าวว่า การที่ PMOC อ้างตามกฎกระทรวงที่ 136 (พ.ศ. 2517) กฎกระทรวงฉบับนี้ก็ไม่ได้มีการยกเว้น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ไว้แต่อย่างใด ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรี ไปเสียภาษีต่อกรมสรรพากร ถ้ายังไม่เสีย กรมสรรพากรต้องตรวจสอบเพื่อประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ตนจึงจำเป็นต้องไปร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรให้ตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีจากพล.อ.ประยุทธ์ โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมสรรพากร จะต้องรีบดำเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน ระหว่างอาหารชุด ชุดละ 20 บาทที่ได้ฟรียังต้องเสียภาษี แต่ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรี จะไม่ต้องเสียภาษีอย่างนั้นหรือ หากกรมสรรพากรไม่รีบดำเนินการ สังคมจะตั้งคำถามต่อกรณีนี้ได้ว่า ทำไมพนักงานชาวบ้านต้องเสียภาษี ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเสียภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อมี.ค. 2560 เคยร้องให้กรมสรรพากร ตรวจสอบและเก็บภาษีพลเอก ประวิตร แต่ถึงวันนี้จะครบสามปีแล้ว ก็จะไปสอบถามว่า กรมสรรพากรดำเนินการแล้วหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 1 มี.ค. เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปกรมสรรพากร ที่ซอยพหลโยธิน 7 ด้วยตนเอง เพื่อยื่นหนังสือที่ถึงอธิบดีกรมสรรพากรเพื่อให้เรียกเก็บภาษีพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปโดยเร็วด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94488</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าน้ำ-ค่าไฟ, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พักบ้านหลวง, สรรพากร, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b214ec3eb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’เผยถ้า‘บิ๊กตู่’พ้น ! อาจไม่รักษาการนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยหากวันที่ 2 ธ.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พ้นตำแหน่ง ครม.ต้องไปทั้งยวง และอาจไม่อยู่รักษาการเหมือน &amp;quot;บิ๊กสุ&amp;quot; เลือกนายกฯ ใหม่ทันที ขณะที่ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ลั่นรัฐบาลนี้ไม่โกง ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีรัฐมนตรีเข้าคุกและหนีออกนอกประเทศ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ไล่ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; อบรมม็อบเสื้อแดง จี้เพื่อไทยประกาศจุดยืนต่อสถาบันให้ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีพักบ้านหลวงในวันที่ 2 ธันวาคม หากผลวินิจฉัยออกมาเป็นทางลบ กระบวนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ว่าไม่ทราบ ตอนนี้อย่าไปเดาอะไรเลย โดยในวันดังกล่าวเมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยออกมา รายละเอียดชัดเจน หากผิดก็พ้น และจะพ้นเมื่อไหร่ ถ้าไม่ผิดก็ไม่พ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีจะไปหมดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าพ้น คณะรัฐมนตรีก็ไปทั้งหมด โดยคณะรัฐมนตรีจะรักษาการอยู่ก่อน ส่วนตำแหน่งนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังรักษาการอยู่ก่อนได้ แต่ท่านอาจจะขอถอยไปเหมือนในอดีตที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ลาออกจากนายกฯ ก็ต้องรักษาการ แต่ท่านขอไม่รักษาการ โดยต้องเลือกนายกฯ ใหม่ ใช้รายชื่อแคนดิเดตที่มีอยู่ นอกเสียจากมีมติเลือกบุคคลที่อยู่นอกบัญชีของพรรคการเมือง ซึ่งต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่านายกฯ ไม่เคยมาปรึกษากับตน พูดกันครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายในเดือน ก.พ.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนายกรัฐมนตรีกรณีพักบ้านทหาร จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศว่า นายจตุพรควรรอให้ถึงวันศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก่อน แล้วค่อยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ และที่นายจตุพรบอกว่าบ้านเมืองตลอด 7 ปีเสียหายจากการทุจริต องค์กรอิสระไม่มีการตรวจสอบนั้น นายจตุพรคิดไปเองหรือไม่ ตลอดการบริหารบ้านเมืองนายกฯ ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต และพูดเสมอว่าหากมีข้อมูลนำมาเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ โดยหากทำผิดจะไม่ปล่อยไว้ ใครทุจริตจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีรัฐมนตรีเข้าคุกและหนีออกนอกประเทศ คุณจตุพรก็รู้ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานยังกล่าวกรณีที่นายจตุพรบอกว่านายกฯ บ่นท้อแต่ขออยู่ต่อว่า ยืนยันว่าขณะนี้นายกฯ อยู่ในตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และต้องอยู่ครบเทอม และที่ผ่านมาแม้นายกฯ จะมีบ่นบ้างตามประสาคนทุ่มเททำงานหนัก แต่นายกฯ ไม่เคยท้อแท้ เพราะต้องรับผิดชอบในการแบกภาระที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ได้เสียสละทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างหนัก ไม่เคยหยุดพักงาน ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
อย่าแช่งนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าให้เลือกผู้นำขี้บ่นบ้าง แต่ทุ่มเททำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างหนัก และมีนโยบายดีๆ ออกมาช่วยประชาชนตลอด กับผู้นำที่ไม่ขี้บ่น ดีแต่ขี้โม้ไปวันๆ สมองคิดแต่จะหาช่องทางโกงกินบ้านเมืองจนร่ำรวย คุณจตุพรจะเลือกผู้นำแบบไหน แต่ผมเชื่อว่าประชาชนจะต้องเลือกผู้นำที่เสียสละ ลุยทำงานแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และไม่อวดโอ่ขี้โม้หรืออวดเก่ง ตลอดจนเป็นคนใจซื่อมือสะอาด ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริตโกงกิน ผู้นำอย่างนี้ประชาชนชอบและสนับสนุนแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ยังเตือนว่า นายจตุพรอย่าก้าวล่วงหรืออย่าแช่งนายกฯ เพราะคนที่แช่งหรือให้ร้ายคนอื่น กรรมจะตกมาสู่ตัวเอง ทั้งนี้ตนยังได้เตือนนายจตุพรหลายครั้งแล้วว่าเจ็บแล้วต้องจำ และอย่าใช้คำพูดที่จะสร้างความแตกแยกขัดแย้งวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง และให้ระวังปลาหมอตายเพราะปาก เพราะมีมามากต่อนักแล้ว สมองจำไม่ได้หรืออย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกฯ อบจ.พังงา และมีประชาชนในพื้นที่ตะโกนขับไล่ว่า เชื่อว่านายธนาธรอาจจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้อีกต่อไปเรื่อยๆ เพราะที่ประชาชนออกมาขับไล่นั้น ก็มาด้วยใจที่จงรักภักดี ปกป้องสถาบัน และแสดงออกกับคนที่มีแนวคิดที่จะล้มล้างสถาบัน โดยไม่มีคนสั่งการจัดฉากอย่างแน่นอน ตามที่นายธนาธรและพวกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณธนาธรไม่ต้องปิดข่าวตนเองว่าจะไปหาเสียงที่ไหนบ้าง หรือปิดข่าวว่าถูกขับไล่ที่จังหวัดใด เพราะเชื่อว่าเอาไม่อยู่ ประชาชนเขารู้และพร้อมที่จะออกมาขับไล่ ดังนั้นไม่ว่าคุณธนาธรจะไปโผล่ที่ไหนของประเทศไทย ก็ต้องยอมรับเลยว่าจะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ยกเว้นคุณธนาธรจะมุดรูหาเสียงเหมือนตัวแย้หรือจิ้งเหลน ซึ่งอาจจะพอเอาตัวรอดได้ เพราะหาตัวได้ยาก แต่ผมเองก็เชื่อว่าหากประชาชนในพื้นที่รู้ข่าวว่ามุดลงรูไหนก็จะเอาจอบเอาเสียมไปขุดรูตามหาคุณธนาธรจนเจอ และนี่คือสัญญาที่บอกว่าอย่าได้คิดมาล้มล้าง จาบจ้วง ก้าวล่วง ปฏิรูปสถาบันเบื้องสูงเด็ดขาด เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีวันยอม&amp;rdquo; นายสุภรณ์ระบุ
ซัด&amp;quot;มาร์ค&amp;quot;รอส้มหล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อจบปัญหาข้อขัดแย้งนั้น ตนไม่มั่นใจว่าข้อเสนอเช่นนี้ของนายอภิสิทธิ์เพราะหวังส้มหล่น อยากกระสันเป็นนายกฯ เองหรือไม่ เพราะลำพังการกระทำของนายอภิสิทธิ์ที่ลาออกจาก ส.ส.ในตอนที่ไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ทำให้เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้เคารพต่อกระบวนการขั้นตอนรัฐสภา อีกทั้งยังอาจเป็นพฤติกรรมที่ทรยศต่อประชาชนที่ลงคะแนนเลือกนายอภิสิทธิ์เข้ามาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณอภิสิทธิ์ต้องกลับไปส่องกระจกสะท้อนดูตัวเอง เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และถูกกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาขับไล่ จนเกิดเหตุเผาบ้านเมืองในตอนนั้น คุณอภิสิทธิ์ได้ลาออกเพื่อจบปัญหาหรือไม่ เพราะเท่าที่ผมจำได้ เหตุการณ์ตอนนั้นรุนแรงกว่ายุคของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ทำไมคุณอภิสิทธิ์หน้าทนไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง เหมือนกับที่แนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ตอนนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.กทม.ผู้นี้กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ก็ประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จนสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์เกือบสูญพันธุ์ ซึ่งในพื้นที่ กทม.กลับไม่ได้ ส.ส.เลยแม้แต่ที่เดียว ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่เก่าแก่ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นวันนี้นายอภิสิทธิ์อย่าออกมาแนะนำใครให้ทำอะไรเลย เพราะแค่ลำพังจะพาพรรคตัวเองให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งนายอภิสิทธิ์ยังทำไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คือเหตุผลที่ผมออกมาต่อต้านชื่อของคุณอภิสิทธิ์ที่จะมาเป็นกรรมการปรองดองสมานฉันท์ เพราะดูจากแนวคิดและการกระทำของคุณอภิสิทธิ์ ก็หาจุดที่จะปรองดองไม่เจอแล้ว อีกทั้งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมก็ไม่เคยเห็นว่าคุณอภิสิทธิ์ปรองดองกับคนเสื้อแดงได้&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
ไล่&amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot;อบรม3นิ้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอบันได 3 ขั้นคือ สร้างพื้นที่ปลอดภัย แก้ไขรัฐธรรมนูญ และคืนอำนาจให้ประชาชน รัฐบาลนิ่งเฉยต่อข้อเรียกร้องของม็อบ และสร้างความเกลียดชังในสังคมว่า ต้องขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ที่ออกมาเสนอแนวทางแก้ปัญหาบ่อยครั้ง ซึ่งหลายแนวทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ ไม่ได้นิ่งเฉย พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ แต่ข้อเรียกร้องของคณะราษฎร โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลเห็นด้วย และอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น รัฐบาลและประชาชนคนไทยทั้งประเทศคงรับไม่ได้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์คือเสาหลักของประเทศ ดีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิรูป และอยู่เหนือการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกรกล่าวอีกว่า คุณหญิงสุดารัตน์และพรรคเพื่อไทยควรจะแสดงจุดยืนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ชัดเจนมากกว่านี้จะดีกว่าหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ทราบหรือว่าแกนนำคณะราษฎรจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างร้ายแรงที่สุดจนพี่น้องคนไทยทั่วประเทศรับไม่ได้ ออกมาแสดงความจงรักภักดีกันทั่วประเทศ อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์เข้าใจด้วย จะให้รัฐบาลรับข้อเสนอแบบนี้ได้อย่างไร หรือหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะรับข้อเสนอนี้อย่างนั้นหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยสร้างความเกลียดชังในสังคม คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ทราบหรือว่ากลุ่มการเมืองหรือเครือข่ายพรรคการเมืองไหนเคลื่อนไหวสนับสนุนคณะราษฎร มีการปั่นโซเชียลมีเดียสร้างความเกลียดชัง บิดเบือนข้อมูล ใส่ชุดความคิดที่ผิดๆ ให้กับเด็กๆ อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ช่วยทำความเข้าใจกับน้องๆ นักศึกษาด้วย ยกเลิกข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเสนอบันได 3 ขั้น หรือจะกี่ขั้น หากเป็นประโยชน์กับประเทศรัฐบาลรับฟังอยู่แล้ว แต่ควรให้ความเป็นธรรมกับ พล.อ.ประยุทธ์บ้าง ไม่ใช่หวังผลทางการเมืองอย่างเดียวโดยไม่สนความถูกต้องและชอบธรรม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศ ลองเปิดใจให้กว้าง ปล่อยวางแล้วทบทวนท่านก็จะเห็น&amp;quot; นายธนกรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83857</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 ธ.ค., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พักบ้านหลวง, วิษณุ เครืองาม, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa141ef7bdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพเคลียร์ทุกปมร้อน อุ้ม3ป.อยู่บ้านพักหลวงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เหล่าทัพ&amp;quot; ดาหน้าเคลียร์ทุกปมร้อนสวัสดิการหน่วย &amp;quot;กลาโหม&amp;quot; เผยไม่มี กม.ข้อไหนชี้ &amp;quot;3 ป.-ทหารเกษียณ&amp;quot; ยังพักบ้านหลวงผิด ย้ำอยู่ก็ต้องจ่ายค่าไฟ-น้ำ &amp;quot;ทบ.&amp;quot; แจงทหารกู้เงินไปซื้อที่แล้วเกิดปัญหาแค่ข้อพิพาทผู้ซื้อผู้ขาย &amp;quot;ทร.&amp;quot; ยันบ้านสวัสดิการสัตหีบไม่มีทุจริต แค่ผู้รับเหมาทิ้งงาน แก้ไขเรียบร้อยแล้ว &amp;quot;ทอ.&amp;quot; ฟุ้งระบบดีไร้ปมร้อนลูกทัพฟ้าเกษียณยื้ออยู่บ้านพักต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 20 ก.พ. พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการดูแลบ้านพักทหารในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมว่า ทุกอย่างเป็นไปในทางเดียวกันกับเหล่าทัพอื่น ซึ่งปกติแล้วเมื่อเกษียณอายุราชการแล้วก็จะออกจากบ้านพัก โดยไม่มีใครอยู่ยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นหนังสือร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และอดีตนายทหารที่เกษียณอายุราชการกว่า 100 คนที่ยังพักบ้านหลวง กระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561 ม.128 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ 2543 ที่บัญญัติห้ามไว้ว่า ทั้งนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ตลอดจนถึงอดีตนายทหารเกษียณที่พักบ้านหลวง ไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องระเบียบบ้านพักสวัสดิการภายในหน่วยนั้นๆ ที่มีการอนุโลม ซึ่งต้องไปดูว่าเขียนไว้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า เรื่องน้ำไฟก็ไม่ได้ฟรี บ้านพักสวัสดิการไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องพัก แฟลต จะแยกมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟ และให้กำลังพลผู้อยู่อาศัยเป็นผู้จ่าย ซึ่งปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักนายกฯ, พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ส่วนทหารบริการก็ไม่ได้ไปประจำ แต่ทำหน้าที่เป็นครั้งคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหารเกษียณแล้ว แต่ยังพักบ้านหลวง ไม่มีกฎหมายระบุว่าทำผิด ส่วนค่าน้ำ-ค่าไฟก็รับผิดชอบกันเอง ถือเป็นเรื่องสวัสดิการของหน่วย ที่มีการอนุโลมทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศก็มีระเบียบบ้านพักสวัสดิการของตัวเองอยู่แล้ว เช่นเดียวกับบ้านพักครู&amp;quot; โฆษก กห.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำทหารยศร้อยตรีไปแจ้งความพร้อมทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เนื่องจากถูกขบวนการหลอกขายบ้านและที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร โดยหนึ่งในนั้นมีทหารยศ จ.อ.สังกัดกรมสวัสดิการทหารบกร่วมขบวนการด้วยว่า กองทัพบกได้รับทราบข้อมูลตามที่ปรากฏเป็นข่าวในเบื้องต้นแล้ว
ทร.แจงบ้านสวัสดิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ประสานขอข้อมูลมายังกองทัพบก ซึ่งหากมีการประสานมาทางกรมสวัสดิการยินดีจะให้รายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นกรมสวัสดิการทหารบกระบุการอนุมัติให้ผู้เสียหายกู้ยืมเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ในการกู้ยืมเงินเพื่อการเคหะสงเคราะห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ซื้อเกิดความไม่มั่นใจสถานะของที่ดินที่ตนเองถือครองอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายในการยืนยันเอกสารสิทธิ และเพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนที่กรมสวัสดิการทหารบกจะสามารถดำเนินการได้ ทางกรมสวัสดิการทหารบกได้ประสานให้กำลังพลผู้ขายและผู้กู้ทั้งสองฝ่ายได้มาเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนการช่วยเหลือผู้เสียหายในเรื่องการผ่อนชำระเงินกู้สวัสดิการก็จะพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวกับการประนอมหนี้ในลำดับต่อไป&amp;quot; โฆษก ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกองทัพเรือ (ทร.) พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข่าวโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน มีความคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 50 เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาทิ้งงานเพราะขาดสภาพคล่องหลายรายต้องกู้เงินมาต่อเติมเอง ส่งผลให้ข้าราชการกองทัพเรือที่เข้าร่วมโครงการได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากว่า โครงการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2551 กองทัพเรือได้อนุมัติให้จัดทำโครงการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการได้มีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ไม่ได้เป็นโครงการทางธุรกิจที่มุ่งหวังผลกำไรแต่ประการใด และยังได้จัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติกล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นได้ว่าจ้างบริษัท เปรมยุดา คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง มีจำนวนบ้านในโครงการทั้งสิ้น 249 หลัง แต่ต่อมาบริษัทผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง คณะกรรมการดำเนินการโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ จึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหางานก่อสร้างล่าช้า พร้อมทั้งลงมากำกับดูแลให้มีการจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้างใหม่ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกในการขอสินเชื่อโครงการระหว่างกองทัพเรือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมถึงอนุมัติคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางในการจัดสร้างบ้านพักอาศัยราคาถูกและจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างที่พักอาศัยให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ (กบง.) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของกองทัพเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ทร.กล่าวว่า จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กองทัพเรือมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบขึ้นมาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยต่อเนื่อง โดยมีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ปัจจุบันความก้าวหน้าของโครงการมีข้อมูลล่าสุดสำรวจ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2562 มีบ้านสร้างแล้วเสร็จจำนวน 171 หลัง คิดเป็น 68.7% คงเหลือ 78 หลังคิดเป็น 31.3%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพเรือไม่ได้ปล่อยปละละเลย และพร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ มาโดยต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลในการมีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตอันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน และสนองนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ที่มุ่งหวังให้กำลังพลของกองทัพเรือทุกนายปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสะท้อนค่านิยมของกองทัพเรือด้วยความ ซื่อสัตย์ความจงรักภักดี มีคุณธรรม จริยธรรม&amp;quot; โฆษก ทร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองทัพอากาศ (ทอ.) พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. กล่าวว่า ทอ.ไม่มีปัญหาเรื่องทหารเกษียณไปแล้วยังอาศัยบ้านหลวง เนื่องจากเมื่อใกล้เกษียณอายุราชการก่อน 7 วันทุกคนจะย้ายออกไปทันที โดยกองทัพอากาศจะใช้วิธีการให้นายทหารที่จบใหม่จะได้สิทธิ์ในบ้านพักก่อน เนื่องจากมีรายได้น้อย และค่าใช้จ่ายแพง เมื่อเติบโตขึ้นไปพอที่จะมีรายได้และเงินเดือนสูงขึ้นก็จะมีการส่งเสริมให้มีบ้านเป็นของตัวเอง ในลักษณะการเช่าซื้อ เมื่อบ้านสร้างเสร็จก็จะทยอยกันออกไป ส่วนบ้านพักที่เหลือเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งอย่างเดียว และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วก็ต้องย้ายออกไปเช่นกัน
ทอ.ไร้พวกเกษียณอยู่ยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทอ.ไม่มีปัญหาในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเราคิดกติกาตรงนี้มาโดยตลอด และมีการปูพื้นฐานกันมายาวนานตั้งแต่ยุคก่อนที่ได้วางระบบดังกล่าวเอาไว้ค่อนข้างเข้มแข็ง โอกาสที่จะอยู่ยาวแบบถาวรจึงไม่มี ทหารอากาศจะเคารพในความคิดตรงนี้ และยึดมั่นในการปฏิบัติตรงนี้ทุกคนและทั่วหน้ากัน&amp;quot; พล.อ.อ.มานัตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทอ.กล่าวว่า การจัดสรรที่ดินในการปลูกสร้าง ทอ.เราก็มีเช่นเดียวกัน แต่เรามีระบบการจัดการที่ดี ที่ดินก็ไปหามา และเข้าระบบสวัสดิการ ไม่มีเกินตัว ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะต้องไปดูว่ากำลังพลมีรายได้เท่าไร เพื่อให้พอดีกับการก่อหนี้ให้มีเงินเหลือพอมีกิน และถ้าหากไม่ได้ออกนอกฐานบิน ก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรอยู่แล้ว ซึ่งเรามองว่าเมื่อพอมีกินแล้ว ก็สามารถผ่อนที่และสร้างอนาคตได้ นี่คือหลักการของกองทัพอากาศ ถือเป็นวิธีการง่ายๆ แต่ที่สำคัญทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติ ที่จะต้องรักษากติกาตัวนี้ไว้ จึงต้องมีวินัยในเรื่องการเงินการสร้างตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องกำลังพลร้องเรียน ผบ.ทอ.กล่าวว่า เรามีการจัดระบบภายในและดูแลกันอย่างดี การร้องเรียน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กน้อย หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งก็ไม่ค่อยมี เนื่องจากได้ให้ผู้บังคับบัญชาไปดูแลโดยตรง เพราะการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาถือเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชามีปัญหา ซึ่งคนที่มีปัญหาจริงๆ ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดูลูกน้อง เป็นเรื่องที่ทหารอากาศให้ความสำคัญ ในขณะที่เรื่องร้องเรียนจากหน่วยนอกองค์กร หรือหน่วยงานที่พร้อมจะรับเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงเว็บไซต์ของกองทัพอากาศก็สามารถร้องเรียนได้เรารับฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะผมเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ก็ให้กำลังใจ ซึ่งท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี โดยการสร้างกฎระเบียบกติกาขึ้นใหม่ในกองทัพไทย ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเคารพนับถือ และเป็นเรื่องที่ดีงาม&amp;quot; ผบ.ทอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ ประจำปี 2563 หรือ Royal Thai Air Force Symposium 2020 เพื่อสร้างความเข้าใจการกำหนดทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐกล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศเป็นความท้าทายที่กองทัพต้องเผชิญคือเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าทุกวินาที มีการพัฒนารวดเร็ว มีราคาสูง เราต้องปรับเขี้ยวเล็บของเราภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด เพื่อเสริมสร้างกองทัพ บริบทปัจจุบันเราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ปรับเปบี่ยนวิธีการ ต้องร่วมมือและร่วมทุนกับหลายประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ในการสัมมนาวันนี้เป็นการนำเสนอแผนงานโครงการในสมุดปกขาวที่กองทัพอากาศได้จัดทำขึ้นว่าเราจะเดินไปทางไหน ซึ่งแผนงานโครงการระยะยาวเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 20 ปี ยกเว้นเทคโนโลยี ถือเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์กองทัพอากาศและประเทศไทย ซึ่งกองทัพอากาศมีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างสรรค์อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เป็นภูมิคุ้มกันประเทศ โดยเราไม่จำเป็นต้องสร้างทุกชิ้นส่วน แต่จะอาศัยความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแแผนงานโครงการประกอบไปด้วย 1.Air domain ซึ่งเป็นเรื่องของกำลังทางอากาศ และเรื่องภาคพื้นทั้งหมด 2.Cyber domain ประกอบไปด้วยลักษณะการใช้งานทั่วไป 3.Cyber War Fare ถือเป็นภัยคุกคามที่เราต้องมีขีดความสามารถ ระบบป้องกันเพื่อขับเคลื่อนในส่วนนี้ให้ได้ และ 4.Space domain ที่เกี่ยวข้องกับนิติอวกาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสัมมนาเพื่อดูว่ามีส่วนไหนที่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย การนำเข้า การเปิดธุรกิจในประเทศ เพื่อดูว่าเราสามารถช่วยผู้ประกอบการในประเด็นใดได้บ้าง แล้วนำข้อเสนอสิ่งเหล่านี้ต่อกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลต่อไป โดยทำให้มีความเข้มแข็ง&amp;quot; พล.อ.อ.มานัตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทอ.กล่าวว่า กองทัพอากาศยังเปิดหลักสูตรปริญญาโทเทคโนโลยีป้องกันประเทศครั้งแรก จำนวน 20 ทุนการศึกษา ที่ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช เพื่อต้องการให้เกิดผลการศึกษาวิจัยที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เอาไว้บนหิ้ง หวังผลว่าทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชน ภาครัฐ จะมีส่วนร่วมในแนวทางของกองทัพอากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะดูว่าในสมุดปกขาวจะสามารถเข้าไปร่วมตรงไหนได้บ้าง โดยในนั้นจะระบุโครงการจัดซื้อ โครงการร่วมพัฒนา ระบุเวลาไว้ทั้งหมด การเข้ามานั้นต้องเป็นไปตามข้อตกลงโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการเซ็นสัญญาใดๆ แต่การร่วมมือการตกลงนั้นเป็นสิ่งสำคัญชัดเจน แต่รัฐและเอกชน ทั้งในประเทศไทย ภูมิภาค และโลก เพื่อเดินไปตามแนวทางกองทัพอากาศที่วางไว้&amp;quot; ผบ.ทอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้า บก.ทบ. เวลา 10.00 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้นำพวงหรีดไปวางไว้ที่ประตู 2 บก.ทบ. เพื่อไว้อาลัยแด่กองทัพบก และเรียกร้องให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เหตุทหารกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการทหารบก และยังปล่อยปละละเลยให้มีธุรกิจมืดในกองทัพทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ามีเรื่องเหล่านี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, ทหารกู้เงินไปซื้อที่, ปฎิรูปกองทัพ, พักบ้านหลวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหล่าทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e935083a39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวิลฝังกลบโหน่ง8ปีอยู่บ้านหลวง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แจงจำเป็นต้องพักบ้านหลวง เหตุตำแหน่งนายกฯ ต้องมีทีม รปภ. เผยเตรียมแผนย้ายบ้านอยู่แล้ว &amp;quot;2 ป.&amp;quot; พร้อมปฏิบัติตามกติกา &amp;quot;ผบ.ทสส.&amp;quot; ยันกองทัพยืดหยุ่นให้กำลังพลทุกคน ชี้มีทหารชั้นผู้น้อยเกษียณแล้วลำบากพักต่อได้เยอะอยู่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เอาจริงเซ็นย้าย &amp;quot;ผู้พัน&amp;quot; ถูกร้องเรียน ลั่นใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ &amp;quot;ถวิล&amp;quot; จับโป๊ะ &amp;quot;นายพลส้มหวาน&amp;quot; ลากยาวอยู่บ้านหลวง หลังพ้นราชการตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่ปี &amp;#39;59 ตามเกษียณ &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ลงโคราชมอบเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิง 19 ก.พ.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกถึงกรณีกองทัพบก (ทบ.) จะออกระเบียบให้ทหารที่เกษียณอายุราชการออกจากบ้านพักหลวง ยกเว้นผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศและส่วนรวม ซึ่งปัจจุบันนายกฯ ยังคงพักอยู่ในบ้านหลวงว่า เรื่องบ้านพักของตนไม่ขอตอบคำถามนี้ แต่ตนเองก็ทำงานรับใช้ชาติมาตลอดชีวิต ถึงแม้กฎระเบียบจะว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ยังทำงานอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาของผมคือผมเป็นนายกรัฐมนตรี มันมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในเรื่องการ รปภ. ในฐานะเป็นผู้นำประเทศและอื่นๆ อีกหลายๆอย่าง แต่ผมก็เตรียมการไปอยู่บ้านของผมอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึง ทบ.ให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เข้ามาดูแลและจัดการสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก นายกฯ กล่าวว่า ความจริงแล้วมีกฎระเบียบอยู่ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของการทำงานเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ตนเองก็ไม่ขัดข้องที่จะให้กรมธนารักษ์เข้ามาดูแล คือเข้ามาดูแลในเรื่องของการบริหารต่างๆ ว่าเป็นไปตามระเบียบของสำนักนายกฯ หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาผมก็เคยเป็นผู้บังคับหน่วยมาก่อน ก็เห็นว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการเช่นนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าอาจจะมีใครบางคนที่ไม่ทำตามระเบียบดังกล่าว เมื่อมีปัญหาก็ต้องตรวจสอบกันไปให้เกิดความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสวัสดิการของกองทัพบก&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ทำถูกต้อง มีการเช่าที่จากกระทรวงการคลังตั้งแต่ที่ตนเกษียณ และตนไปพักที่บ้านพักส่วนตัวตั้งแต่เกษียณ ส่วนนายพลคนอื่นที่เกษียณนั้น ต้องไปถาม ผบ.ทบ. เพราะเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องข้อมูลต่างๆ เขาเปิดเผยหมดแล้วไม่มีอะไร ทุกอย่างทำตามที่พรรคอนาคตใหม่เขาว่าอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีกฎระเบียบออกมาอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ตนเตรียมบ้านไว้แล้ว แต่เพราะความสะดวกจึงยังอยู่ ไม่ได้มีจุดประสงค์ใด เดิมทีไม่ค่อยได้อยู่บ้านพักสวัสดิการ แต่ตอนทำงานเดินทางไม่ไหวเพราะไกล แต่ถ้ามีกฎระเบียบอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎระเบียบของเดิมมีอยู่แล้วว่าจะอนุโลม จะให้อยู่นานเท่าใด เป็นระเบียบภายใน และจากการเป็นผู้บังคับบัญชามา บางคนเกษียณแล้วเขายังไม่มีบ้านของตัวเอง เราจึงอนุโลมจนเขาหาที่อยู่ได้ บางทีเกิน 6 เดือน แต่ที่ให้ได้ เพราะบ้านพักว่างก็ให้เขาอยู่ดูแล แต่ถ้าบ้านพักเต็มต้องออก ผมเคยมีนายทหารแก่ เขาซื่อสัตย์ด้วย ไม่ได้เตรียมตัวด้วย เวลาเกษียณไม่มีบ้านก็อนุโลมให้อยู่ ลูกเล็กเด็กแดงก็ยังเรียนหนังสือ ถึงช่วงหนึ่งก็ให้ออก โดยจะดูตามความเหมาะสม&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
เหล่าทัพลั่นทำตามกติกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวถึงเรื่องที่สังคมเป็นห่วงผู้ครอบครองปืนสวัสดิการจากหน่วยงานต่างๆ จะนำปืนเหล่านั้นไปก่อเหตุว่า ตามหลักการ ถ้ากฎหมายให้ครอบครองก็มีได้ ถ้ากฎหมายให้มีไม่ได้ก็มีความผิดทั้งคนให้และผู้ครอบครอง ถือเป็นสิ่งดีหากผู้ซื้อปืนสวัสดิการแล้วไม่ขายต่อ จะถือว่ามีเจตนาดี แต่ที่เขากังวลคือ บางคนมีปืนสวัสดิการเป็นสิบกระบอก แล้ววันหนึ่งไม่มีสักกระบอกเป็นเรื่องน่ากลัว หากนำไปขายแล้วปืนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าตกไปเป็นของมรดกก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าตรงตามเจตนารมณ์ของปืนสวัสดิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงอย่างไรต้องไปดูตามกฎหมาย เรื่องนี้น่าจะไปเก็บสถิติดู แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครครอบครองปืนเท่าไร แต่อยู่ที่ความประพฤติมากกว่า ต้องไปดูว่าผู้ที่ก่อเหตุต่างๆ เขามีปืนสวัสดิการกี่กระบอก&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) วังเดิม มีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม ซึ่งทุกคนยืนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 1 นาที ก่อนที่จะเริ่มการประชุมตามวาระการประชุมต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.พรพิพัฒน์ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมถึงการจัดระเบียบสวัสดิการทหารว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการหารือกันมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ก็จะมีการพูดคุยในที่ประชุมคณะผู้บัญชาการทหารที่มี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมอีกครั้ง เพื่อหารือในประเด็นที่จะตกลงใจในหลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องสวัสดิการทหาร และจะซักซ้อมการทำงานในระยะเวลาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยสวัสดิการทหารทั้งหมดเหล่าทัพดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ค.2548 ยืนยันว่าเราไม่ได้ปฏิบัตินอกกรอบหรือไม่มีหลักเกณฑ์ เพียงแต่เป็นที่สนใจว่ามีบางกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้ ที่ผ่านมาทุกเหล่าทัพได้นำเงินค่าเช่าหรือเงินรายได้เข้าเป็นเงินรายได้แผ่นดินเป็นปกติอยู่แล้ว นอกจากนี้มีกิจการเล็กๆ น้อยๆ เช่น ร้านค้าในหน่วยที่ผู้ใช้บริการเป็นกำลังพลก็อยู่ในข่ายการจัดสวัสดิการภายในหน่วยราชการ แต่กิจการที่มีเอกชนหรือบุคคลภายนอกมาใช้ประโยชน์สัดส่วนสูงก็เข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจ&amp;quot; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทสส.กล่าวว่า เหล่าทัพยินดีที่จะปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ตามที่กำหนด โดยเหล่าทัพจะติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์ เมื่อมีกิจการใดที่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อขออนุญาตนำส่ง และขอให้กรมธนารักษ์กำหนดหลักเกณฑ์ว่าต้องส่งเท่าไหร่ กรณีที่กองทัพบกทำเอ็มโอยู เนื่องจากกองทัพบกมีกิจการสวัสดิการจำนวนมาก ในขณะที่เหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นต้องทำเอ็มโอยู เพราะได้ติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์อยู่แล้ว เพียงแต่จะมีการทบทวนให้ครบถ้วนว่ามีรายการตกหล่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารของศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ผบ.ทสส.กล่าวว่า ตามหลักการทั่วไปไม่ใช่เฉพาะในส่วนของทหาร แต่บ้านพักหลวงเมื่อเกษียณแล้วต้องส่งคืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีกำลังพลไม่มีความพร้อมและลำบาก จึงยืดหยุ่นให้เฉพาะบางราย ซึ่งบ้านพักราชการไม่ได้อยู่เฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็มีชั้นผู้น้อยที่ยังไม่พร้อมย้ายออก เช่น นายสิบ จ่า ทหารชั้นประทวน ลูกจ้างราชการที่หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต และไม่สามารถขยับขยายได้ก็ผ่อนผันยืดหยุ่น ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ทำไม พล.ท.พงศกรจึงขอผ่อนผันอยู่เป็นเวลาหลายปี พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในที่สุด พล.ท.พงศกรก็ไปแล้ว ขอให้ผ่านประเด็นนี้ไป&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot;เซ็นย้ายนายพัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันเรามีมาตรฐานว่าเมื่อเกษียณแล้วต้องออกจากบ้านพัก เพียงแต่ความยืดหยุ่นเราสามารถพิจารณาได้เป็นกรณี ทั้งในส่วนของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา เราไม่สามารถไปชี้ได้ว่าเหตุผลใดต้องอยู่หรือเหตุผลใดต้องออก ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพและเจ้ากรมสวัสดิการที่รับผิดชอบ หากเป็นกรณีที่เกินอำนาจและมีความซับซ้อน ก็จะเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุญาต ยอมรับว่าในส่วนของกองทัพไทยมีทหารเกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวงจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;ldquo; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก และเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น เพราะเซ็นต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครทำอะไรไว้ ต้องได้รับผล และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วน ที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมเป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตาก็จะสั่งย้ายหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีความตื่นตัวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนไม่สนเป็นเด็กใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงการตั้งศูนย์ร้องเรียนสายตรงมายัง ผบ.ทบ. จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เราให้เอาต์ซอร์ซดำเนินการเป็นเอกชนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล ส่วนการพิจารณาว่าข้อร้องเรียนไหนเป็นเรื่องจริง หรือใส่ร้าย ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ฟังดูก็รู้แล้วว่าอะไรเท็จ อะไรจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. จะให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงรายละเอียด ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์กว่า 40 รายการนั้น ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นักกฎหมายแนะนำเครือญาติผู้เสียหายฟ้องร้องกองทัพและ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า การก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่คำสั่งกองทัพ หากทหารมีเรื่องกับทหาร ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ถ้าหากทหารมีเรื่องกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ต้องแยกให้ออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ผมเห็นข่าว พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงใช้บ้านพักทหารแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการมาแล้ว 4 ปี (เกษียณปี 2559) จนขณะนี้ซึ่งขัดกับนโยบายของพรรคตัวเองที่รณรงค์เรื่องนายทหารที่พ้นราชการแล้วไม่ควรมีสิทธิ์ใช้บ้านพักทหารอีก จนเจ้าตัวประกาศจะย้ายออกจากบ้านพักทหาร รวมทั้งประกาศรับผิดชอบจะลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
ซัด&amp;quot;พงศกร&amp;quot;พ้นทหารปี 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไรเพิ่มเติมอีกนะครับ เพราะมันก็ชัดและรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว ว่าอะไรควร-ไม่ควร หรือว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ เพียงแต่อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนเท่านั้นในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาของคุณพงศกรอยู่ระยะหนึ่ง เพราะเมื่อตอนผมกลับมารับตำแหน่งเลขาธิการ สมช.อีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2557 หลังจากถูกนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ย้ายพ้นตำแหน่งไปก่อนหน้านั้นเสีย 2 ปี &amp;nbsp;7 เดือน ก็พบว่าคุณพงศกรแกเป็นรองเลขาธิการอยู่ที่ สมช.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากจะบอกว่า 1.ที่คุณพงศกรโอนย้ายมาเป็นรองเลขาธิการสมช.นั้น ผมไม่ได้ขอตัวมา แต่แกมาในสมัยเลขาธิการ สมช. ชื่อ &amp;nbsp;พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เมื่อปี 2555 สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ครับ 2.เมื่อมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.นั้น คุณพงศกรเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญแล้ว เพราะตำแหน่งนี้เป็นข้าราชการพลเรือน ดังนั้นคุณพงศกรจึงพ้นราชการทหารมาตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่เมื่อตอนแกเกษียณปี 2559 ส่วนจะอยู่บ้านพักทหารเมื่อพ้นราชการทหารมาแล้วกี่ปีก็นับเอาเถอะครับ!!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องทหารเกษียณอายุราชการไปแล้วให้ออกจากบ้านพักหลวง กองทัพ คือ ภาพสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่าง สองมาตรฐานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร กองทัพไม่ควรเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไรด้านพาณิชย์ แต่กลับมีธุรกิจมากมาย ทั้งที่ดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์ สนามม้า สนามกอล์ฟ สนามมวย รวมถึงธุรกิจที่ไม่สามารถแจกแจงที่มาที่ไปของรายได้ ไม่สามารถระบุการนำส่งว่าผลประโยชน์จากธุรกิจของกองทัพทั้งหมดต้องนำส่งผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้าง นำส่งครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กองทัพไม่ควรเป็นแดนสนธยาหรือแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ทุกกรณี กองทัพไม่ควรเป็นองค์กรสะสมความมั่งคั่งส่วนบุคคล ยังไม่รวมการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีทหารเกษียณแล้วอยู่ต่อไม่คืนบ้านพักหลวง เป็นเพียงปรากฏการณ์ของยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ใต้ภูเขาน้ำแข็งยังมีแหล่งผลประโยชน์ที่คนภายนอกมองไม่เห็นอีกมาก การสร้างเงื่อนไขทหารเกษียณที่สามารถอยู่บ้านพักต่อได้ต้องเป็นผู้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ เป็นปัจจัยที่ไม่ทราบว่ามีตัวชี้วัดอย่างไร ทำไมนายทหารชั้นประทวนเมื่อเกษียณแล้วจึงถูกประเมินว่าไม่ได้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติและประชาชนเท่ากับนายทหารสัญญาบัตรระดับสูง กองทัพต้องชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ที่ต้องมีคำอธิบาย ตรวจสอบได้ อย่าทำให้องค์กรทหารดำรงอยู่บนความสงสัยของประชาชน ธุรกิจของทหารหากมีต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ อย่าทำให้ทุกอย่างเป็นความลับ เขตทหารห้ามเข้า อยู่นอกเหนือการตรวจสอบ&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการรับบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายกราดยิงประชาชนว่า ที่ประชุมมีมติปิดการรับริจาคทุกรูปแบบ ทั้งการบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา รวมทั้งปิดรับบริจาคในรูปแบบเงินสด ในวันที่ 18 ก.พ.2563 เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกรายเป็นไปด้วยความรวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งยอดเงินในขณะนี้มียอดเงินกว่า 87 ล้าน 8 แสน 2 หมื่นบาทเศษ ซึ่งได้มีการให้ความช่วยจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 29 ล้านบาท และมียอดเงินคงเหลือกว่า 20 ล้าน 2 แสน 8 หมื่นบาทเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า หลังจากที่จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นไปแล้ว ที่ประชุมมีมติใช้เงินที่เหลือในการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ไอซียู 4 ราย ที่คาดว่าจะพิการถาวร จำนวน 3 ราย จะเพิ่มเงินเยียวยาให้อีกรายละ 1.5 ล้านบาท อีก 1 รายคาดว่าจะเสี่ยงต่อการพิการและต้องรักษาอย่างน้อย 6 เดือน จะเพิ่มเงินเยียวยาให้อีก 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บปานกลาง บาดเจ็บเล็กน้อย รวมถึงผู้เสียชีวิตจะพิจารณาใช้เงินช่วยที่เหลือต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 19 ก.พ.2563 พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะจะเดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเงินในส่วนของรัฐบาลมามอบเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และจะเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ ห้างสรรพสินค้าเทอร์มอล 21 โคราช เพื่อไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พนักงาน และร้านค้าต่างๆ ด้วย&amp;quot; ผู้ว่า จังหวัดนครราชสีมากล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทหารเกษียณ, ปฎิรูปกองทัพ, ปฏิบัติตามกติกา, ผบ.ทสส., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พักบ้านหลวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bf6136b6c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 23:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 23:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศกร&#039;ประกาศลาออกพ้น&#039;กก.บริหารพรรคอนค.&#039;ลั่น31มี.ค.คืนบ้านหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;16 ก.พ.63-พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) โพสต์เฟซปุ๊กว่า เนื่องจากปฏิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ จึงขอเรียนเพื่อนๆสมาชิกโดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยว่า ๑. ผมขออภัยที่ไม่ได้แจ้งเรื่องการยังพักในหน่วยทหารให้สาธารณชนทราบตั้งแต่แรก เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมตัวย้ายออก ๒. เพื่อให้การย้ายออกมีความชัดเจนขึ้น ผมจึงจะทำหนังสือแสดงความต้องการคืนบ้านพักภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ศกนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ๓. ขอลาออกจากกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นหากมีต่อพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ ทั้งนี้จะได้แจ้งต่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้วอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57370</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, -พล.ท.พงศกร รอดชมภู, พักบ้านหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a440004df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;จำนนรับคำวิจารณ์&#039;พงศกร&#039;พักบ้านหลวงยัน&#039;อนค.&#039;ไม่นิ่งนอนใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63-น.ส.​พรรณิการ์​ วานิช​ โฆษกพรรคอนาคตใหม่​(อนค.) ออกแถลงการณ์กรณีของพล.ท.พงศกร​ รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค อนค. ​ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการทหารว่า หลังทราบเรื่องพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องดังกล่าว​ แต่ในขณะนี้พล.ท.พงศกรอยู่ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ แต่จะแถลงต่อสาธารณะในกรณีนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่เดินหน้าเรียกร้องการปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจังตามนโยบายที่พรรคเคยหาเสียงไว้และพรรคยืนยันว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่สุดในรอบ 100 ปี ที่จะเกิดการปฏิรูปกองทัพอย่างเป็นระบบ เพราะประชาชน รัฐบาล ผบ.ทบ. ต่างเห็นตรงกันถึงความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปกองทัพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ขอน้อมรับคำวิจารณ์จากกรณีดังกล่าวและขอโทษสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรคทุกคนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจต่อจุดยืนของพรรคในการปฏิรูปกองทัพ ขอย้ำว่าจุดยืนของพรรคในเรื่องนี้ว่าเราไม่เคยคลอนแคลน และต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน ผลักดันให้การปฏิรูปกองทัพเกิดขึ้นในเร็ววัน​จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แต่ก็ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทุกฝ่าย ทั้งที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล ต่างก็เห็นว่าสิทธิพิเศษของบุคคลระดับสูงเป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขขอขอบคุณทุกคำวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57342</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, น.ส.​พรรณิการ์​ วานิช, พล.ท.พงศกร​ รอดชมภู, พักบ้านหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f76b17367d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อัษฎางค์&#039;ถาม&#039;นายพลส้มหวาน&#039;เกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวงจะยังไงต่อ? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;อัษฎางค์ ยมนาค&amp;quot; เรื่อง &amp;quot;
รายการโป๊ะแตกอีกแล้วครับทั่น&amp;quot; ระบุ ปล่อยไก่ประจำ ตั้งแต่ลูกพี่ศาสดายันสาวก &amp;ldquo;วันนี้ยังมีนายทหารให้กองทัพ ที่ยังใช้สวัสดิการบ้านพักอยู่เท่าไหร่ อยู่กี่คน เปิดชื่อให้ดูหน่อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากธนาธรประกาศกร้าว เหล่าสาวกก็แชร์ภาพนายพลเกษียณอายุที่ยังอยู่บ้านพักหลวงเต็มทุกเพจทันที่
ตามคำขอ เปิดชื่อ พร้อมหน้าให้เลย...ไม่ใช่ใครอื่น คนใกล้ตัว &amp;ldquo;ทนพกล&amp;rdquo;ท่านนายพลเกษียณแล้ว รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้นเอง แล้วยังไงต่อ? เอาคลิปมาให้ดูด้วย รู้ว่าชอบถามหาหลักฐาน https://www.facebook.com/100039800704843/posts/182603646409658/?d=n&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57317</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลส้มหวาน, นายอัษฎางค์ ยมนาค, พรรคอนาคตใหม่, พักบ้านหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1a715ad394.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
