<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเดินหน้าข้อสั่งการนายกฯ เปิดมาตรการแบงก์ของรัฐ พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในทุกด้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้มากที่สุด โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จัดทำมาตรการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งแต่ละธนาคารได้จัดทำรายละเอียดและเงื่อนไขที่น่าสนใจแตกต่างกัน อาทิ การพักชำระหนี้สูงสุด 1 ปี สนับสนุนวงเงินกู้สินเชื่อเพิ่มเติม ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สูงถึง 1 ปี เป็นต้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารออมสิน - มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ยื่นคำขอเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 /มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย สินเชื่อเคหะ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร -มาตรการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ/ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน และระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ - สำหรับลูกค้าเดิมที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถขอรับการลดดอกเบี้ยเหลือ 0%ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 เดือน ลูกหนี้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร หลักประกันเสียหายทั้งหลังไม่สามารถซ่อมแซมได้ สามารถขอรับปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินคงเหลือเท่านั้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีการกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) จะได้รับการพักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน /มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ย 4.99% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไรเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ (Late charge) โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) - มาตรการช่วยเหลือลูกค้า SMEs สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ บสย. มาตรการลดค่างวด โดยการผ่อนจ่าย 20% หรือจ่ายขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 3 เดือน มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้า บสย. ที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือน โดยการพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และพักดอกเบี้ยเกิดใหม่ ยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารแต่ละแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นมาตรการด้านการเงินตามการสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 64 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยทุกมาตรการให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พักหนี้, รัฐบาล, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ออมสิน’สั่งพักหนี้3เดือนอุ้มลูกค้าอ่วมภัยน้ำท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเพิ่มเติม โดยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคาร (ยกเว้นสินเชื่อธุรกิจวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;100 ล้านบาท) ที่มีที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน หรือสถานประกอบธุรกิจอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและมีประกาศของทางราชการให้เป็นพื้นที่ประสบภัย รวมถึงลูกค้าที่พักชำระหนี้มาตรการอื่น ๆ ของธนาคารอยู่แล้ว และได้รับผลกระทบน้ำท่วมครั้งนี้&amp;nbsp;สามารถขอเข้ามาตรการดังกล่าวนี้ได้ โดยให้ติดต่อสาขาธนาคารออมสินที่มีบัญชีสินเชื่ออยู่ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังครบกําหนดผ่อนผันพักชำระหนี้&amp;nbsp;3 เดือนแล้ว ให้ชําระเงินงวดตามสัญญาเดิม หากยังไม่สามารถชำระหนี้ต่อได้ ขอให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือเข้ามาตรการอื่นที่ธนาคารมีอยู่ได้ ซึ่งธนาคารได้มีการผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารออมสินและประชาชนในพื้นที่จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสร้างความเสียหายต่อลูกค้าและประชาชนเป็นวงกว้าง ธนาคารออมสินจึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วมดังกล่าวแล้ว โดยให้กู้ฉุกเฉิน ที่มีหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ผ่อนปรน อัตราดอกเบี้ยต่ำ และปลอดชำระหนี้ 3 เดือน สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซื้อสิ่งของจำเป็น โดยลูกค้าหรือผู้ประสบภัย สามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่สาขาธนาคารออมสินในพื้นที่ ได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&amp;nbsp;GSB Contact Center&amp;nbsp;โทร.1115&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118838</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พักหนี้, ออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bd5c32a8b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออมสิน&#039; ชวนลูกหนี้และผู้ประกอบการธุรกิจ รีบใช้สิทธิ์พักชำระหนี้ สูงสุด 6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย และผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยให้พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวด กค- ธค 64 โดยธนาคารได้เปิดให้ลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ และมีผู้สนใจเข้ามาตรการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีลูกหนี้อีกบางส่วน ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์พักชำระหนี้ตามมาตรการนี้ ซึ่งการได้พักชำระหนี้จะช่วยเหลือในเรื่องของการเสริมสภาพคล่อง และยับยั้งไม่ให้ลูกหนี้ต้องกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ที่จะส่งผลกระทบต่อการกู้เงินในอนาคต รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องขาดรายได้หรือรายได้ไม่แน่นอน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งความประสงค์ขอพักชำระหนี้ โปรดรีบใช้สิทธิ์ ก่อนหมดเขตวันที่ 30 สิงหาคม 2564 นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ มาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท และไม่ใช้หลักทรัพย์ ค้ำประกัน สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทำให้ต้องเลิกกิจการ ถูกเลิกจ้าง ขาดรายได้ ฯลฯ ฯลฯ (ยกเว้นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ) สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ในแอป MyMo และกดทำรายการได้ทันทีที่ปรากฏเมนูพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนผู้ที่ยังไม่มีแอป MyMo แต่มีบัตรเดบิต สามารถดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป MyMo &amp;nbsp; ด้วยตนเองได้โดยใช้ข้อมูลบัตรเดบิต &amp;nbsp;ซึ่งจะได้รับความสะดวกในการขอพักชำระหนี้โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขาธนาคาร สำหรับมาตรการพักชำระหนี้กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ SMEs มีวงเงินกู้ไม่กิน 250 ล้านบาท ติดต่อเข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อนึ่ง มาตรการพักชำระหนี้ โดยพักเงินงวดผ่อนชำระให้สูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม &amp;ndash; เดือนธันวาคม 2564 หลังจากเมื่อสิ้นสุดระยะการพักชำระหนี้ ให้กลับมาจ่ายเงินงวดตามเงื่อนไขเดิม โดยเงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้พักไว้ จะถูกนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาเงินกู้หรือข้อตกลงที่ทำกับธนาคาร ทั้งนี้ ช่วงระยะเวลาที่พักชำระหนี้ ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระและไม่ส่งผลต่อข้อมูลเครดิตของลูกค้า รวมถึงไม่มีดอกเบี้ยผิดนัดชำระและค่าปรับใด ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114116</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของ COVID-19, ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, พักหนี้, วิทัย รัตนากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd4b04b2b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสิน เปิดลูกหนี้ตรวจสอบสิทธิ์พักหนี้ 6 เดือนบน MyMo</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท โดยให้พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวด ก.ค.- ธ.ค. 64 ซึ่งมีลูกค้าประมาณ 750,000 รายที่มีสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารได้เริ่มทยอยเปิดสิทธิ์ให้ลูกค้าสามารถกดเข้าร่วมมาตรการผ่านแอป MyMo แล้วกว่า 348,000 ราย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; ที่ผ่านมา ภายในเวลา 3 วันมีลูกค้าเข้ากดรับสิทธิ์แล้วประมาณ 50,000 ราย ซึ่งธนาคารจะเริ่มเปิดสิทธิ์เฟสที่สองช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป สิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิ์ตามมาตรการอย่างทั่วถึง และสะดวกรวดเร็ว จึงขอให้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ โปรดเร่งเข้าตรวจสอบสิทธิ์ในแอป MyMo และกดทำรายการได้ทันทีที่ปรากฎเมนูพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนผู้ที่ยังไม่มีแอป MyMo แต่มีบัตรเดบิต สามารถดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป MyMo ด้วยตนเองได้โดยใช้ข้อมูลบัตรเดบิต&amp;nbsp; ซึ่งจะได้รับความสะดวกในการขอพักชำระหนี้โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขาธนาคาร และเป็นการลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่วงนี้อีกด้วย โดยลูกค้าสามารถศึกษาวิธีการดาวน์โหลดและเปิดใช้แอป MyMo ด้วยตนเองได้ที่ www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115 กด 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง นับตั้งแต่ต้นปี 2564 ธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; อาทิ มาตรการพักชำระหนี้ 6 เดือนแก่ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ประเภทกิจการร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ / มาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน แก่กิจการที่ทางราชการประกาศปิด / มาตรการตามมหกรรมแก้หนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น รวมช่วยเหลือลูกหนี้แล้วจำนวนกว่า 8 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 4 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111540</URL_LINK>
                <HASHTAG>MyMo, ธนาคารออมสิน, พักชำระหนี้, พักหนี้, วิทัย รัตนากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d19aa44ec23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังแจงแนวทางพักหนี้ ‘แท็กซี่’ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นำโดยนายวิฑูรย์&amp;nbsp; แนวพานิช นายกสมาคมฯ ได้นำรถแท็กซี่สหกรณ์ราชพฤกษ์ จำกัด และกลุ่มบวรแท็กซี่ จำนวนนับ 100 คัน มาจอดที่หน้ากระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาพักชำระหนี้ช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างรุนแรงเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยขอให้มีการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และให้มีการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยเพื่อนำมาปรับปรุงสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้มีมาตรการด้านการเงินเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.1 ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั่วประเทศ ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมแต่ต้องปิดกิจการจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 หรือเดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.2 ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม ได้แก่ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหนี้ในช่วงระยะเวลาที่การระบาดของ COVID-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง สถาบันการเงินที่เข้าร่วมมาตรการจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ในทันทีเมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้ โดยลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ธปท. ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.1 บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว หรือลดค่างวด ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.2 สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.3 เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.4 สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน โดยเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท. ได้ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน สำหรับลูกหนี้ที่มีศักยภาพ ธปท. สนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย จะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กระทรวงการคลังได้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และยังมีวงเงินโครงการคงเหลือที่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.1 ธนาคารออมสินมีโครงการสินเชื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและ Supply Chain วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 2 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.2 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีโครงการสินเชื่อ Extra Cash วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดย่อมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111184</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, พักหนี้, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d9368830d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บสย. ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ พักชำระหนี้ สูงสุด 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค.2564 นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ได้ออกมาตรการต่อลมหายใจธุรกิจ ผ่อนปรนและบรรเทา ความเดือดร้อนผู้ประกอบธุรกิจที่ใช้บริการ &amp;ldquo;ค้ำประกันสินเชื่อ&amp;rdquo; กับ บสย. สอดคล้องตามนโยบายและมาตรการของรัฐ เร่งลดผลกระทบของผู้ประกอบธุรกิจให้มากที่สุด ได้แก่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียม 2 เดือน ผ่อนปรนขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสำหรับลูกค้าปัจจุบัน บสย. ทุกประเภทโครงการค้ำประกัน ทุกกลุ่มธุรกิจ ทั่วประเทศ ที่ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2564 - 30 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มาตรการลดค่างวด สำหรับลูกหนี้ประนอมหนี้กับ บสย. ลดค่างวดผ่อนชำระเหลือ 20% &amp;nbsp;หรือชำระขั้นต่ำ 500 บาท/เดือน &amp;nbsp;สูงสุด 6 เดือน แต่ไม่เกินงวดเดือนธันวาคม 2564 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการพักชำระหนี้ สูงสุด 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่ประนอมหนี้กับ บสย. ในกลุ่มที่เป็นลูกหนี้ประเภทธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจภาคท่องเที่ยว และโรงแรม และกลุ่มธุรกิจที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการภาครัฐ &amp;nbsp;ระยะเวลาการพักชำระไม่เกินค่างวดเดือนธันวาคม 2564 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้ มาตรการให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบธุรกิจได้มากกว่า 10,000 ราย วงเงินค้ำประกันรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บสย. ยังได้เร่งศึกษาผลกระทบและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจมีความต่อเนื่อง &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บสย. Call Center 02-890-9999&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110690</URL_LINK>
                <HASHTAG>บสย., พักหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8fd4eaf9e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกหนี้บัตรเครดิตเฮ! เคทีซี เปิดพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยฯ 2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 2564 นายระเฑียร&amp;nbsp; ศรีมงคล&amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร &amp;ldquo;เคทีซี&amp;rdquo; หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ที่แพร่กระจายในชุมชนและกลุ่มครอบครัวเป็นวงกว้าง ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้น บริษัทฯ จึงได้เพิ่มมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยฯ เป็นระยะเวลา 2 รอบบัญชีหรืองวด เพื่อแบ่งเบาภาระสมาชิกเคทีซีทุกผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาศัยหรือทำงานในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือนอกเขตพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการตามประกาศของศบค. โดยสมาชิกสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว หากคนไทยร่วมมือร่วมใจกันทุกภาคส่วน&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เคทีซียังได้ขยายเวลาการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยเปลี่ยนประเภทหนี้บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลระยะยาว ดอกเบี้ย 12% ต่อปี นาน 48 เดือน และผ่อนผันการชำระหนี้บัตรกดเงินสดเป็นหนี้เงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคลระยะยาว ดอกเบี้ยฯ 22% ต่อปีนาน 48 เดือน รวมทั้งลดค่างวด 30% และอัตราดอกเบี้ยฯ ไม่เกิน 22% ต่อปี เป็นเวลา 6 รอบบัญชีหรืองวด สำหรับสมาชิกสินเชื่อส่วนบุคคล &amp;ldquo;เคทีซี แคช&amp;rdquo; และสินเชื่อทะเบียนรถ &amp;ldquo;เคทีซี พี่เบิ้ม&amp;rdquo; โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีกลุ่มลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกับเคทีซีรวม 21,564 บัญชี ด้วยยอดหนี้คงค้างชำระที่ 1,545 ล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังได้ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำของบัตรเครดิตเคทีซีจากเดิม 10% เหลือ 5% สำหรับบัญชีที่มีการสรุปรอบบัญชีตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 อัตรา 8% สำหรับปี 2565 และอัตรา 10% สำหรับปี 2566 เป็นต้นไป ส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคล &amp;ldquo;เคทีซี พราว&amp;rdquo; (KTC PROUD) ปัจจุบันได้รับอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ 3% ของยอดเงินคงค้างทั้งสิ้น ซึ่งอยู่ในแนวทางการให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว ทั้งนี้ สมาชิกสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://www.ktc.co.th/about/news/measure&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังได้ปรับลดเพดานดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นมา โดยที่สมาชิกไม่ต้องแจ้งความประสงค์ ได้แก่ บัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท อัตราดอกเบี้ยรวมอัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเท่ากับ 16% ต่อปี บัตรกดเงินสด &amp;ldquo;เคทีซี พราว&amp;rdquo; (KTC PROUD) สินเชื่ออเนกประสงค์ &amp;quot;เคทีซี แคช&amp;quot; (KTC CASH) อัตราดอกเบี้ยรวมอัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินสูงสุดเท่ากับ 25% ต่อปี และสินเชื่อทะเบียนรถ &amp;ldquo;เคทีซี พี่เบิ้ม&amp;rdquo; อัตราดอกเบี้ยรวมอัตราค่าธรรรมเนียมการใช้วงเงินสูงสุดเท่ากับ 24% ต่อปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110460</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน), พักหนี้, พักหนี้ 2 เดือน, ระเฑียร  ศรีมงคล, เคทีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6acbe76500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
