<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.พังงาเส้นเลือดอุดตันเฉียบพลันโดนตัดขา! หลังฉีดวัคซีนเข็ม2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายจำรัส ขนาดผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพังงา พร้อมด้วยอาจารย์ในวิทยาลัยลงพื้นที่พบกับนางห้าเหลี้ย กองแก้ว อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 ม.1 บ้านท่าด่าน ต.เกาะปันหยี อ.เมืองพังงา หลังจากพบว่า น.ส.เกตน์สิรี กองแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นของวิทยาลัยชุมชนพังงา ซึ่งเป็นหลานสาว ประสบปัญหาเจ็บป่วยหลังจากไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 แบบไขว้ จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา จนโรงพยาบาลพังงาต้องส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดทางคณะแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดง 2 ข้างอุดตันฉับพลัน จนต้องตัดขาข้างซ้ายเหนือหัวเข่าไป 1 ข้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ญาติๆ และหลายคนต่างเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ อย่างแน่นอน และอยากร้องขอให้ทางราชการเข้าช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเป็นการด่วน เนื่องจาก น.ส.เกตน์สิรี เป็นลูกกำพร้า พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ แล้วแม่ก็ทิ้งไป อาศัยอยู่กับย่าเพียง 2 คน มีฐานะยากจนเปิดร้านขายของเล็กๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งทางย่าก็ไม่เรียกร้องอะไรบอกว่าแล้วแต่ทางราชการจะช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุพงษ์ ธรรมรงค์ อายุ 25 ปี เพื่อนนักศึกษา ที่บ้านอยู่ใกล้เคียงกัน เล่าว่า หลังจาก น.ส.เกตน์สิรี ไปฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ เมื่อวันที่13 ส.ค.ที่ผ่านมา จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา หลังจากนั้น 3 วันก็มีอาการไข้ แน่นหน้าอก ผ่านไปอีก 2 วัน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพังงา แพทย์บอกว่าไม่มีอะไร มีอาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และนัดอีกเจ็ดวันเพื่อตรวจซ้ำ แต่ไม่ทันถึงวันนัด ก็เกิดอาการปวดขาข้างซ้ายปวดมากแบบจับขาไม่ได้เลย จึงรีบไปโรงพยาบาลพังงา ทางโรงพยาบาลพังงาส่งตัวไปเอ็กซเรย์เส้นเลือดที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แพทย์แจ้งว่ามีเส้นเลือดอุดตัน และได้ทำการผ่าตัดด่วนและพบว่ามีเนื้อตายต้องส่งตัวไปที่ผ่าตัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกระบี่ เมื่อกลับมาอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดก็ถูกตัดขาข้างซ้ายเหนือเข่าไป 1 ข้าง ซึ่งทางญาติๆต่างก็เชื่อว่าเป็นผลจากการฉีดวัคซีนแน่นอน เพราะ น.ส.เกตน์สิรีไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฐรดา ธรรมรักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา เปิดเผยว่า วันแรกที่ทราบข่าวว่านักศึกษาจะถูกตัดขา ก็ได้คุยกับคณะแพทย์ว่าถ้าไม่ตัดได้ไหม ทางแพทย์บอกว่าขาได้ตายไปครึ่งหนึ่งแล้วยังไงก็ต้องตัด จึงให้เขาตัดสินใจ ซึ่งน้องก็ตัดสินใจให้ตัดขาตั้งแต่เหนือเข่าลงไป ตอนนี้ก็โทรคุยกับเขาทุกวันแผลที่ขาเริ่มแห้ง ต้องเข้าห้องผ่าตัดเล็กล้างแผลดูดเลือดที่คั่งอยู่ออกทุกวัน น้องเขาจะเจ็บทุกวัน โดยแพทย์ได้ให้ยาสลายลิ่มเลือดทุกวันเพราะเกรงว่าขาอีกข้างหนึ่งจะมีปัญหาด้วย ด้านสภาพจิตใจของน้องเกตน์สิรีเข้มแข็งมาก เพราะเขาคิดถึงย่า อยากกลับมาดูแลย่า ก็ได้ให้กำลังใจให้เขาสู้ เพราะยังไงเรามีคนที่จะต้องกลับมาดูแลก้คือย่า ซึ่งเขาก็สู้มากบอกว่าอยากจะกลับมาพักฟื้นที่โรงพยาบาลพังงา จากการที่ได้คุยกับคณะแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก่อนจะผ่าตัดขา ทางแพทย์ก็บอกว่าอาจจะผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าทำไมทางโรงพยาบาลพังงาได้วิเคราะห์ว่าลิ่มเลือดเกิดจากโรคประจำตัว สำหรับน้องเกตน์สิรีนั้น เป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติดี ตั้งไจเรียน มีความมุ่งมั่นเข้าเรียนตลอด ส่งงานครบทุกครั้ง นับเป็นเรื่องเศร้าอย่างมากที่น้องต้องมาเสียขาในอายุ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส ขนาดผล กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า นส.เกตน์สิรี กองแก้ว เป็นกำลังหลักของครอบครัว ทางอาจารย์วิทยาลัยและเพื่อนนักศึกษาได้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือได้ก้อนหนึ่ง ให้การช่วยเหลือในค่าใช้จ่าย และซื้อโทรศัพท์ส่งไปให้ จะได้ติดต่อกับย่าและอาจารย์ที่ปรึกษาทุกวัน เนื่องจากเขาต้องไปรักษาตัวอยู่คนเดียวในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ของพยาบาล หากเงินก้อนนี้หมดลงก็จะใช้เงินกองทุนสวนปาล์มของวิทยาลัยฯเข้ามาช่วยได้อีกระดับหนึ่ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องขาเทียม และเยียวยาในการสูญเสีย จะเป็นพระคุณอย่างมากเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดไขว้, พังงา, วัคซีน, หลอดเลือดอุดตัน, แอสตร้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e066b479f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พังงาป่วน! โควิดบุกศูนย์ราชการจังหวัด ปิดสำนักงาน14วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 - จากกรณี ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพังงา ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอเมืองพังงา ได้รีบลงพื้นที่สอบสวนโรคในสำนักงานพัฒนาชุมชน ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนางสาวศริญญา ใจเย็น รักษาการพัฒนาการจังหวัดพังงา นำเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทั้งหมดเข้ารับการสอบสวนโรคและคัดกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน25ราย ทำการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ RT-PCR และสั่งกักตัวใน LQ กลางของจังหวัดพังงาและ LQ ตามภูมิลำเนา &amp;nbsp;พร้อมกับประกาศปิดสำนักงานชั่วคราวเป็นเวลา14 วัน ตั้งแต่วันที่ 10ตุลาคมถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จังหวัดพังงา (ศบค.พง) &amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2564 เวลา 06.00 น. ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 23 ราย มีผู้ป่วยสะสม 3,225 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119315</URL_LINK>
                <HASHTAG>พังงา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162abe968463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มพังงา เตือน3อำเภอ รับมือน้ำท่วม ถนนสัญจรลำบาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64 - จากสถานการณ์ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้ส่งผลทำให้น้ำไหลท่วมถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า &amp;ndash; เขาหลัก หมู่4 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้เอ่อล้นไหลท่วมถนนเพชรเกษมและบ้านเรือนประชาชนริมถนนจำนวน 1 หลังคาเรือนชาวบ้านต้องเก็บข้าวของไว้ที่สูงเนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกและระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนไหลเข้าไปในบ้านเป็นครั้งที่ 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเส้นทางที่กำลังก่อสร้างถนนจากท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็กแถวเดี่ยว ทำให้น้ำไม่สามารถระบายลงสู่คลองบางม่วงที่ห่างประมาณ 300 เมตร ได้สะดวกเมื่อฝนตกหนักมีปริมาณน้ำฝนสะสมจึงไหลเข้าท่วมบ้านเรือประชาชนที่อยู่พื้นที่ราบลุ่มต่ำริมถนนความสูงของน้ำประมาณ 10 - 20 เซนติเมตรทำให้รถขนาดเล็กสัญจรด้วยความลำบาก โดยในระยะยาวชาวบ้านเกรงว่าถ้าไม่ได้รับการแก้ไข้ปัญหาในการว่างระบบท่อให้มีขนาดใหญ่ก็จะทำให้น้ำท่วมหนักว่านี้แน่นอน ขณะเดียวกันมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังด้วย 3 อำเภอ คือ คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117905</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พังงา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61503c80de176.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มจนน้ำกัดเซาะ!รถเก็บขยะล้อชี้ฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดอุบัติเหตุรถ 6 ล้อเก็บขยะ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 80-1042 พังงา ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้เกิดล้อหลังของรถตกลงไปอยู่ท่อลอดใต้ถนนจนล้อหน้าชี้ฟ้า บริเวณท่อลอดระบายน้ำเส้นทางเลียบคลองบางม่วง &amp;ndash; บ้านน้ำเค็ม หมู่4 ต.บางม่วง จากเหตุถนนทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่พื้นผิวถนนคอนกรีตแตกหัก ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่แยกตัวออกเป็นเวลา 1 อาทิตย์มาแล้วซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ห้ามทุกชนิดผ่านและต้องรถเครนขนาดใหญ่มายกรถขยะที่ตกลงอยู่ในหลุมขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญชากิจ รอดผล พนักงานขับรถเก็บขยะ &amp;nbsp;อบต.บางม่วง กล่าวว่า ได้ขับรถออกเก็บขยะ โดยมีพนักงานที่อยู่ท้ายรถจำนวน 2 คน และได้ขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยไม่ทราบว่าถนนที่อยู่ติดริมคลองบางม่วงว่าทรุดมาก่อน แต่เมื่อขับผ่านล้อหน้าเลยไปแล้วแต่ล้อด้านหลังทรุดลงไปอยู่ในท่อระบายน้ำ ทำให้หัวรถชี้ขึ้นฟ้าและมีเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่อยู่ท้ายรถ ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย สว่างเมฆา ตะกั่วป่าได้นำผู้บาดเจ็บ ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า โดยถนนตรงนี้ ถูกน้ำกัดเซาะ และ ไม่มีไฟแสงสว่าง ขับมามองไม่เห็น จนทำให้ตัวถังรถได้รับความเสียหายซึ่งคาดว่า ต้องใช้เวลาในการใช้รถมายก รถขยะขึ้นจากหลุมดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวบ้านที่ใช้รถผ่านเส้นทางดังกล่าว บอกว่า ถนนเส้นนี้ได้ทรุดมานาน และผู้เกี่ยวข้องได้นำป้ายมาติดเรียบร้อย แต่ที่รถขยะตกลงไปนั้น เกิดจากน้ำหนักรถหลายตัน จนทำให้ทรุดลงไป เพราะข้างล่างได้ถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นโพรงขนาดใหญ่หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117519</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองบางม่วง – บ้านน้ำเค็ม, ท่อลอดใต้ถนน, พังงา, รถเก็บขยะ, ล้อหน้าชี้ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614acd047248c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพลิงไหม้โกดังเก็บของโรงแรมดังย่าน&#039;เขาหลัก&#039;เสียหายกว่า 1 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 กันยายน 2564 &amp;nbsp;พ.ต.ต.จรัญ&amp;nbsp; ศรีรักษ์ พนักงานสอบสวนเวรสภ.เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บของของโรงแรมย่านเขาหลัก จึงรีบออกตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวัฒน์ สาระรัมย์ ผกก.สภ.เขาหลัก นายสวัสดิ์ ตันเก่ง นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลคึกคัก ที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก็บของของโรงแรมชื่อดังย่านเขาหลัก อยู่ในซอยวัดผดุงโพธิวาส ม.5 บ้านทุ่งหว้า ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบว่าเพลิงไหม้กำลังลุกไหม้อย่างหนัก เนื่องจากมีของใช้ในห้องพักโรงแรมเก็บอยู่ในโกดังจำนวนมาก ต้องใช้รถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลคึก เทศบาลเมืองตะกั่วป่าและ อบต.บางม่วงรวม4 คันเร่งสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปในพื้นที่ใกล้เคียง และใช้เวลาเกือบ5ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สาเหตุเบื้องต้นนั้น คาดว่าน่าจะเกิดจากมีการรวมแสงแดดจากกระเบื้องใสบนหลังคา จนทำให้มีการลุกไหม้ภายในโกดัง ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ1ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116463</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลิงไหม้โกดังเก็บของ, พังงา, เขาหลัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>'</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวากันทั้งตลาด พบระเบิดลูกเกลี้ยงพร้อมยาบ้าใต้ต้นไม้ รีบแจ้งหน่วยอีโอดีนำไปทำลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - พ.ต.อ.สมปอง บุญรัตน์ ผกก.สภ.เมืองพังงา นำเจ้าหน้าที่หน่วย EOD ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตลาดนัดวังหม้อแกง เขตเทศบาลเมืองพังงา หลังจากได้รับแจ้งจากนายนายประทีป ทองสัมฤทธิ์ อายุ59ปี &amp;nbsp;ชาวอ.ทับปุด จ.พังงา พ่อค้าขายของในตลาดนัดว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้แผงขายของ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดนัดต่างตกใจตื่นผวากันทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบกระเป๋าแบบคาดสะเอวสีน้ำตาลข้างในมีระเบิดมือสังสารแบบ M-26 A1 หรือระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูกสภาพสมบูรณ์ และยาบ้าจำนวน 46 เม็ดวางอยู่ใต้ต้นหูกวางใกล้แผงขายอาหารทะเลตากแห้ง จึงทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีติดตามหาเจ้าของ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วย EOD ได้นำระเบิดไปทำลายที่โรงโม่หินในพื้นที่ใกล้เคียง เสียงระเบิดดังบึ้มสนั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สมปอง บุญรัตน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคาดว่าเจ้าของเป็นพ่อค้ายาเสพติดน่าจะตกใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้มีการปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ จึงนำมาทิ้งไว้อยู่ใต้ต้นหูกวางภายในตลาดนัดวังหม้อแกง ซึ่งจะเปิดให้มีการค้าขายในทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามหาคนร้ายรายนี้ต่อไป ขณะที่คนพบบอกว่าลูกค้าที่มาซื้อของพบและแจ้งว่าไม่รู้ว่าใครทำกระเป๋าตกไว้ เมื่อตนไปเปิดดูพบว่ากระเป๋าหนักๆด้านในมีก้อนเหล็กกลมๆคล้ายระเบิด จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114644</URL_LINK>
                <HASHTAG>พังงา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61276a844c4cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วยโควิดยังทะลุ6พัน! จับตา‘เดลตา’ลามตจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อโควิดยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทะลุ 6 พันรายเป็นวันที่สองติดต่อกัน เหลืออีกแค่ 4 จังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อ พังงา ชัยนาท บึงกาฬ และแม่ฮ่องสอน &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคยอมรับน่าห่วง &amp;quot; เดลตา&amp;quot; แพร่เร็วลงไปถึงครอบครัว จับตาต่างจังหวัดหลังแรงงานกลับถิ่น &amp;quot;ตรัง&amp;quot; เจอแล้วสายพันธุ์อินเดีย เดินทางจาก กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,230 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,932 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 4,412 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,520 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 277,151 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 3,159 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 217,499 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 57,470 ราย อาการหนัก 2,045 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 589 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 41 ราย เป็นชาย 21 ราย หญิง 20 ราย อยู่ใน กทม. 29 ราย, ยะลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, กาญจนบุรี กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นนทบุรี นครนายก ระนอง อ่างทอง อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2,182 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 2 ก.ค. 345,109 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 275,533 ราย เข็มที่สอง 69,576 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 10,572,292 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 183,850,940 ราย เสียชีวิตสะสม 3,979,901 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 1,971 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 479 ราย, ปทุมธานี 448 ราย, ชลบุรี 294 ราย, สมุทรสาคร 277 ราย, นนทบุรี 257 ราย, ปัตตานี 197 ราย, &amp;nbsp;สงขลา 172 ราย, นครปฐม 169 ราย และยะลา 159 ราย ส่วนคลัสเตอร์ใหม่พบใน จ.ชลบุรี อ.บางละมุง โรงงานน้ำแข็ง มีผู้ติดเชื้อ 56 ราย และ จ.นครปฐม อ.กำแพงแสน พบคลัสเตอร์ใหม่ในมหาวิทยาลัย 6 ราย และ อ.สามพราน พบในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ 11 ราย โดยวันนี้มีเพียง 4 จังหวัดเท่านั้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ คือ พังงา ชัยนาท บึงกาฬ และแม่ฮ่องสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ว่าสถานการณ์ของไทยน่าเป็นห่วง อีกทั้งสายพันธุ์เดลตาที่เข้ามาใหม่มีการแพร่เชื้อที่เร็ว แต่การแพร่ระบาดในช่วงหลังจะมีการแพร่ระบาดจะอยู่ในพื้นที่แออัดอย่างเช่น โรงงาน และลามไปยังครัวเรือนมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แต่เมื่อมีมาตรการปิดแคมป์ ทำให้ผู้ติดเชื้อเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งในต่างจังหวัดได้รับการประสานงานและควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว จะต้องติดตามดูในอีกสักระยะหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าหากประชาชนช่วยกันลดการแพร่เชื้อในระยะนี้ ตัวเลขก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ มาตรการสำคัญคือเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วในคนกลุ่มนี้ รอประมาณ 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันก็จะขึ้น และจะลดอัตราการเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 479 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน &amp;nbsp;417 ราย, อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 142 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 69 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ 43 ราย, อำเภอบางพลีจำนวน 141 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 16 ราย, อำเภอบางบ่อ จำนวน 6 &amp;nbsp; ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 62 ราย ไม่มีเสียชีวิต รวมเสียชีวิตสะสม 177 ราย การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 232,652 ราย พบเชื้อ 15,375 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินจังหวัดนครราชสีมา โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ รายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 44 ราย กระจายอยู่ในหลายอำเภอ &amp;nbsp;31 อำเภอจาก 32 อำเภอ โดย อ.เมือง 16 ราย, อ.โชคชัย 5 ราย, อ.ประทาย 4 ราย, อ.พิมาย 4 ราย, สูงเนิน 3 ราย, อ.ด่านขุนทด 2 ราย, อ.โนนแดง 2 ราย, อ.ขามทะเลสอ 1 ราย, อ.ขามสะแกแสง 1 ราย, อ.ครบุรี 1 ราย, อ.ชุมพวง 1 ราย, อ.เทพารักษ์ 1 ราย, อ.โนนไทย 1 ราย, อ.ปักธงชัย 1 ราย และ อ.ห้วยแถลง 1 ราย ขณะที่สถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อโควิดระลอกใหม่สะสมจำนวน 1,357 ราย รักษาหายแล้ว 994 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 346 ราย และเสียชีวิตสะสม 17 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยพบว่าวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในเขต จ.ขอนแก่น เพิ่มขึ้น 25 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิต 1 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมจากการระบาดระลอกที่ 3 รวม 790 ราย รักษาหายขาดจากอาการและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 567 ราย รักษาอยู่ 217 ราย เสียชีวิตสะสม 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 28 ราย กระจายใน 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ 6 ราย, อ.สตึกกับ อ.นาโพธิ์ อำเภอละ 5 ราย, อ.ห้วยราช 3 ราย, อ.กระสัง 2 ราย, อ.แคนดง อ.บ้านกรวด อ.ลำปลายมาศ อ.ละหานทราย อ.โนนสุวรรณ อ.ประโคนชัย และ อ.คูเมือง อำเภอละ 1 ราย ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านแล้ว 233 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 119 ราย และเสียชีวิตสะสม 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 172 ราย มาจากกลุ่มเดิมๆ คือกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน กลุ่มรอสอบสวนโรค กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยเสี่ยงสูงในชุมชน กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในบริษัท/ห้างร้าน กลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ และกลุ่มผู้สัมผัสอื่นๆ และกลุ่มสัมผัสเสี่ยงโรงเรียนสอนศาสนา รวมสะสม 6,074 ราย เสียชีวิต 22 คน นอนโรงพยาบาลกว่า 2,440 คน รักษาหายแล้วกว่า 3,450 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 22 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 1,589 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 321 ราย รักษาหายแล้วสะสม 1,246 ราย เสียชีวิตสะสม 22 ราย เป็นผู้สูงเพศชาย อายุ 82 ปี ภูมิลำเนา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีโรคประจำตัวและเป็นบิดาของ อสม.ผู้หญิงที่เสียชีวิตรายที่ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับผู้ติดเชื้อใหม่ 22 ราย แยกเป็นจาก อ.เมืองฯ 9 ราย, อ.ทุ่งสง 8 ราย, อ.ฉวาง 3 ราย, อ.ท่าศาลา 1 ราย และ อ.ทุ่งใหญ่ 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ตรัง ในฐานะโฆษก ศบค.จ.ตรัง แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 10 ราย โดยพบติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเป็นรายแรก คือผู้ป่วยหมายเลขที่ 1,551 เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 36 ปี เป็นพนักงานบริษัท โนว่าโฟน จำกัด พื้นที่ กทม. โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยยืนยันซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ กทม. เข้าพื้นที่ จ.ตรังเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ติดเชื้อโควิดยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ, ทะลุ 6 พันราย, บึงกาฬ, พังงา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหลืออีกแค่ 4 จังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อ, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60dfbca7b00c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
