<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กสิกรไทย&#039;คลอด &#039;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&#039;ดอกต่ำ 3% ช่วยร้านอาหารและร้านค้ารายย่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค. 2564 นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่คลี่คลาย ทำให้ต้องมีการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดเข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ในตอนนี้ ธนาคารกสิกรไทยขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับร้านค้ารายย่อย จึงออกโครงการพิเศษ &amp;ldquo;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; อนุมัติง่าย อัตราดอกเบี้ย 3% พักชำระเงินต้น 3 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็กู้ได้ เพียงเดินบัญชีกับธนาคารฯ สมัครทางออนไลน์ง่ายและสะดวกที่เว็บไซต์ของธนาคารฯ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยมีเงินทุนในการทำธุรกิจ มีความหวังและกำลังใจในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ธนาคารฯ ยังสนับสนุนให้ร้านค้าเพิ่มช่องทางการขายได้บน K+ market ในแอป K PLUS ของธนาคารฯ รวมถึงการทำกิจกรรมช่วยโปรโมตร้านผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคารฯ และร่วมมือกับเพจออนไลน์ชื่อดัง เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้า ให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการพิเศษดังกล่าวแล้ว ธนาคารฯ ยังขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการของทางการ ด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ระยะเวลา 2 เดือน โดยเริ่มการพักชำระตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือน ก.ค. 2564 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้าของธนาคารฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า ธนาคารฯ พร้อมช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ทั้งการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการเพิ่มสภาพคล่องจากการออกโครงการพิเศษเพื่อช่วยร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยในครั้งนี้ ธนาคารฯ คาดหวังว่าจะช่วยร้านค้ารายย่อยให้เข้าถึงเงินกู้ได้ 35,000 ราย โดยเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ 3,500 ล้านบาท ในวันนี้เรายังไม่รู้ว่าวิกฤตจะจบเมื่อไหร่ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ สู้ไปด้วยกัน อย่าหมดหวัง ธนาคารกสิกรไทยพร้อมจะอยู่เคียงข้างสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าจนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลาย เพื่อประคับประคองให้ลูกค้าผ่านวิกฤตไปได้ สำหรับร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ส.ค. 2564 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ www.kasikornbank.com และสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีที่ต้องการเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ สามารถติดต่อได้ที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ K-BIZ Contact Center 02-888-8822 &amp;nbsp;และลูกค้ารายย่อย ติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-888-8888 หรือช่องทางไลน์ KBank Live ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. &amp;ndash; 31 ส.ค. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109919</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของโควิด-19, ธนาคารกสิกรไทย, พัชร สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0ff751ab61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>KBANK รับหั่นดอกเบี้ยกู้กระทบรายได้ Q3  แต่หวังช่วยลดต้นทุนลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2562 นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR และ MRR ลง 0.25%คาดว่าจะมีผลกระทบผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/62 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย บริษัทมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยถือว่าเป็นการช่วยเหลือลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ช่วยให้ต้นทุนของลูดค้าลดลงงเหมือนกับการที่ธนาคารนำรายได้ของธนาคารไปช่วยลดภาระของลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;MRR - MOR ที่ลดลงในไตรมาส 3/62 ก็น่าจะมีผลต่อผลงานในไตรมาส 3/62 เพราะฐานของ MRR และ MOR มีสัดส่วนที่เยอะ ซึ่งการลดดอกเบี้ยดังกล่าว สจะกระทบต่อรายได้ที่ลดลง แต่ก็เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการทางหนึ่ง &amp;rdquo;นายพัชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันธนาคารยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ช้อปปิ้ง เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการหรือคนขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าดังกลีาว 1.2 ล้านราย ล่าสุดธนาคารได้ร่วมกับ Shopee ในการเป็นพันธมิตรที่จะมีฟีเจอร์การให้บริการเงินกู้ธุรกิจออนไลน์เพื่อร้านค้าใน Shopee ซึ่งร้านค้าสามารถกู้ได้วงเงินสูงสุดถึง 600,000 บาท ตามเงื่อนไขของธนาคาร และมีอัตราดอกเบี้ยที่พิเเศษต่ำสุดที่ 9% ต่อปี ซึ่งถูกที่สุดสำหรับการกู้ยืมสินเชื่อไม่มืหลักประกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารมั่นใจว่าการร่วมกับ Shopee จะเป็นปัจจัยที่ผลักดันฐานลูกค้ากลุ่มแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ให้เพิ่มขึ้น และช่วยผลักดันคอนซูเมอร์โลนเป็นไปตามเป้าหมาย7 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยที่ปัจจุบันลูกค้าต่างให้ความสนใจและให้การตอบรับดีในการใช้บริการขอสินเชื่อผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือใน K Plus ซึ่งปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อผ่าน K Plus เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว 1 หมื่นล้านบาท ทำให้ธนาคารมองเห็นโอกาสในการที่จะขยายช่องทางการให้สินเชื่อผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือผ่านแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์อื่นๆมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), พัชร สมะลาภา, ลดดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed236b88698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรไทยเปิดธนาคารบน &quot;ไลน์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสิกรไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ล่าสุดผนึก&amp;rdquo;ไลน์&amp;rdquo;ผุดบริษัท&amp;rdquo;กสิกร ไลน์&amp;rdquo;ตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจการเงินไร้เงินสด พร้อมก้าวสู่การเป็น 1 ใน 5 บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจให้บริการสินเชื่อภายใน 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2561 นี้ ธนาคารมีแผนในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย จำกัด ผู้บริการแอพพลิเคชั่น ไลน์ จัดตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ผ่านการลงทุนของบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด หรือ เควิชั่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยรวมแล้วกว่า 44 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของธนาคารที่ต้องการขยายฐานลูกค้าให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลซึ่งมีพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนและใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนโลกดิจิทัล จึงเป็นที่มาของการร่วมมือระหว่างธนาคาร และ ไลน์ ที่จะร่วมกันสร้างแบรนด์ธนาคารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สามารถใช้งานได้ง่าย แตกต่างจากธนาคารในรูปแบบเดิม ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของธนาคารได้ทันที&amp;rdquo;นายพัชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภาระกิจที่สำคัญในการจัดตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด จะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ และสามารถสร้างผลกำไรจากธุรกิจสินเชื่อ พร้อมกับการก้าวสู่การเป็น 1 ใน 5 บริษัทชั้นนำด้านธุรกิจให้บริการสินเชื่อภายในระยะเวลา 5 ปี นอกจากการลงทุนร่วมกันธนาคารและไลน์จะมีการเปลี่ยนองค์ความรู้ทรัพยากรต่างๆ และในอนาคตเชื่อว่าบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด จะเป็นฐานสำคัญในการนำเสนอบริการทางการเงิน รวมถึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ การโอนเงินผ่านไลน์ที่จะเพิ่มความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจการเงินสังคมไร้เงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามธนาคารได้ตั้งเป้าให้บริษัทร่วมลงทุนให้เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นำด้านบริการสินเชื่อที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันธนาคารและพันธมิตร ได้มีการแต่งตั้งทีมงานเฉพาะกิจที่มาร่วมกันทำงานในช่วงแรกของการดำเนินงาน และอยู่ในระหว่างการสรรหาบุคลากรมาทำงานในบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24121</URL_LINK>
                <HASHTAG>KBANK, กสิกร ไลน์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารโซเซียลมีเดีย, พัชร สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11c3fdbec52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>KBANK ตั้ง “กอบกาญจน์” และ “พัชร” ร่วมบริหารงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสิกรไทย แต่งตั้งรองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการคนใหม่ มีผล 4 เม.ย. 61 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;
6 เม.ย. 61 - คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) มีมติแต่งตั้ง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรองประธานกรรมการ ประธานกรรมการอิสระ และประธานกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน และนายพัชร สมะลาภา เป็นกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 61 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร &amp;nbsp;ปัจจุบันอายุ 57 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จาก Rhode Island School of Design &amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์การทำงาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น กรรมการธนาคารกสิกรไทย ประธานกรรมการบริหาร บจก.โตชิบา ไทยแลนด์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายพัชร สมะลาภา ปัจจุบันอายุ 47 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี Bachelor of Science in Industrial Management จาก Carnegie Mellon University, Pittsburgh, PA ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจจาก Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานที่ บริษัท Deutsche Morgan Grenfell Securities (UK) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด บริษัท เมอร์ริล ลินซ์ แอนด์ โก อิงค์ ประเทศออสเตรเลีย และบริษัท เมอร์ริล ลินซ์ ประเทศไทย และเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในปี 55 ได้เริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ และได้รับมอบหมายให้รักษาการผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท ต่อมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ สายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท และสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ นับเป็นกรรมการผู้จัดการคนที่ 11 ของธนาคารกสิกรไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6595</URL_LINK>
                <HASHTAG>KBANK, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ผู้บริหาร, พัชร สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6e73b65843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
