<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่10ปีแค่ประชด! ตุ๊ดตู่ถอดรหัสคำพูดลุงจิ๋ว พปชร.เดือดแห่สวนมาร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลเผย ปชช.พอใจรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด แต่ยังไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ &amp;nbsp;แนะถึงเวลาต้องปรับ ครม.เพราะ ศก.ไม่ดีอยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน พปชร.เรียงหน้าโต้ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; โฆษกยันพรรคมีหลายนโยบาย ลุงตู่แก้ปัญหา ปชช.ได้จริงไม่ใช่แค่เรื่องสงบ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ย้อนเจ็บยังคิดไม่ได้หรือเพราะไม่หนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปชป.ถึงแพ้เลือกตั้ง &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; อ้าง &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; พูดในเวทีวิชาการอย่าสุมไฟขัดแย้ง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; อ่านทะลุใจ &amp;quot;พ่อใหญ่จิ๋ว&amp;quot; บอก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;quot;ประชาชนคิดอย่างไร? กับกระแสข่าวการปรับ ครม.&amp;quot; กลุ่มตัวอย่าง 1,269 คน สำรวจระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค.63 พบว่าผลงานรัฐบาลที่ประชาชน &amp;quot;พอใจ/เข้าตา&amp;quot; คือ อันดับ 1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ 50.80% อันดับ 2 มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ที่ 34.67% อันดับ 3 การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สูงอายุ คนพิการ 12.93% อันดับ 4 ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า เส้นทางการคมนาคม 8.27% อันดับ 5 การควบคุมสถานการณ์ความสงบของบ้านเมือง 6.40%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลงานรัฐบาลที่ประชาชน &amp;quot;ยังไม่พอใจ/ต้องปรับปรุง&amp;quot; คือ อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ 61.15% อันดับ 2 ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ปัญหาความยากจน 22.85% อันดับ 3 การจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า ไม่ทั่วถึง 13.80% อันดับ 4 การป้องกันและปราบปรามการทุจริต 12.36% อันดับ 5 การใช้งบประมาณ การกู้ยืมเงิน ทำให้มีหนี้เพิ่ม 9.60%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีการปรับ ครม. อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 67.85% เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าแพง ประชาชนลำบาก คนตกงาน ว่างงาน หนี้สินเยอะ อยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถมาแก้ปัญหา คัดเลือกคนที่เหมาะสม ฯลฯ อันดับ &amp;nbsp;2 ปรับหรือไม่ปรับก็ได้ 23.40% เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ปรับหรือไม่ปรับก็น่าจะเหมือนเดิม เป็นการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมือง ฯลฯ อันดับ 3 ยังไม่ถึงเวลา 8.75% เพราะมีเรื่องอื่นที่สำคัญและควรดำเนินการก่อน เร่งแก้ปัญหาอื่นก่อน ทุกคนต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ฯลฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมส่งสัญญาณพร้อมปรับ ครม. แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทำงานเหมือนไม่มีสถานการณ์อะไรฉุกเฉิน ยังคงขี่ม้าเลียบค่าย เดินสายทำงานแบบสังคมลมโชยเผาเวลา ทั้งที่วิกฤติโควิด-19 ลามวิกฤติเศรษฐกิจเป็นมหาวิกฤติโลกซ้อนวิกฤติประเทศ เหมือนนั่งดูหนังสยองขวัญแล้วมาเฉลยแบบหักมุมตอนท้ายว่าเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไร แต่ละเป้าหมายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพูด ทั้งประกาศภายในปี &amp;nbsp;2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศ แต่พอเกิดปัญหาบอกว่าอยากรู้ตัวเลขเศรษฐกิจต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถมยังสารภาพถอดใจมาหลายปีแล้ว&amp;nbsp;
ปชช.สิ้นหวังรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนฟังแล้วรู้สึกสิ้นหวัง สถานการณ์วิกฤติขนาดนี้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะนี้ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจดับยกแผง ขนาดหาคนมาขับเคลื่อนยังไม่สามารถหาได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเขียนได้ แต่แผนงานฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี จะดำเนินการแก้วิกฤติอย่างไร กลับไม่มีให้เห็น หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารประเทศแบบเน้นเขียนจดหมายและเดินสายขอให้คนช่วยไปตลอด&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;กล่าวตอบโต้นายอนุสรณ์ว่า นายอนุสรณ์น่าจะตกข่าว ไม่สนใจทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลก่อนวิจารณ์ &amp;nbsp;จึงไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีรูปแบบการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ขึ้น โดยจะมีนายกฯ เป็นประธาน สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างฉุกเฉินเร่งด่วน ที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; และยังมีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร &amp;nbsp;ผู้ประกอบการและแรงงานในระบบ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า พักการชำระหนี้ต่างๆ &amp;nbsp;เมื่อมีการผ่อนคลายจึงดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น มาตรการ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; มาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ทุกอย่างยึดโยงกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้สึกผิดหวังที่โฆษกพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตระหนักถึงเหตุผลในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ ว่าเป็นไปเพื่อบังคับใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลตั้งใจที่จะกอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่สั่งสมมานาน เป็นภาระประชาชนมาหลายปีที่ถูกวิจารณ์ว่ากู้มาโกง ก่อนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาบริหารประเทศ&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​ ส.ส.กทม.​ ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ พาดพิงพรรค พปชร.ว่าได้เป็นรัฐบาลเพราะนโยบายเดียว คือนโยบายความสงบเท่านั้น ว่า​นโยบายความสงบเป็นประเด็นที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างมาก แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคเท่านั้น ที่พรรค พปชร.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังมีอีกหลายเหตุผล ทั้งการที่พรรค พปชร.เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้งปี 2562 โดยพิจารณาจากผลงานในขณะที่ท่านเป็นผู้นำรัฐบาลชุดก่อน ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความสงบ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาคมโลก และนโยบายอื่นๆ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รถไฟฟ้าทั่วกรุง, ปลดหนี้นอกระบบ คืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้ เป็นต้น อันเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดกว้างทางความคิด ไม่เลือกว่าเป็นความคิดของพรรคใด สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านก็นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศอย่างเหมาะสม​ จากเหตุผลข้างต้น พรรคพลังประชารัฐมีเจตนาที่จะสานต่อผลงานดังกล่าวให้ต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้นนโยบายต่างๆ จึงสอดคล้องกับการบริหารของรัฐบาลชุดก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ประจักษ์อยู่แล้ว การที่นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็นในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเสนอความเห็นที่แตกต่างกันและวิพากษ์วิจารณ์กันได้&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์กล่าว&amp;nbsp;
มาร์คไม่หนุนลุงตู่ ปชป.จึงแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่านายอภิสิทธิ์จะมีความคิดเช่นนี้ เพราะหากย้อนไปตอนเลือกตั้ง พรรค พปชร.มีนโยบายมากมายที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในทุกเวที สิ่งหนึ่งที่สามารถเอาชนะใจพี่น้องประชาชนได้คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนได้สิทธิ์ถึง 14.6 ล้านคน ส่วนเรื่องเน้นความสงบนั้นเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องการ เพราะที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามาก บ้านเมืองไม่สงบเกิดความขัดแย้งถึงขนาดมีการเผาบ้านเผาเมือง นายอภิสิทธิ์เองก็น่าจะรับรู้สถานการณ์ดี เพราะขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่นั่งบริหารประเทศอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงวันนี้นายอภิสิทธิ์ยังคิดไม่ได้อีกหรือว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ย่อยยับจนต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์จึงอยากให้นายอภิสิทธิ์ตั้งสติแล้วคิดทบทวนเสียใหม่ ปรับวิธีคิดทางการเมืองใหม่แบบนิวนอร์มอล จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่า&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตอบโต้นายธนกรว่า ถ้าเป็นความเห็นที่มีการพูดในเชิงวิชาการก็ควรรับฟัง ส่วนกรณีที่มีการให้ร้ายหลักการก็ต้องชี้แจง กรณีนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงรัฐบาลในเวทีเสวนาวิชาการ ก็วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปกติทั่วไป แต่นายธนกรไม่ควรพาดพิงมายังพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงิน เดินตามหลักการแนวทางการเมืองสุจริต พรรคลงเลือกตั้งเราก็ต้องสนับสนุนคนที่เป็นหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ จะให้ไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็คงไม่ใช่ เมื่อผลเลือกตั้งออกมาทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ทุกคนในพรรคทำงานกันอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน ปัจจุบันสังคมไม่อยากเห็นการเมืองที่มีแต่ความขัดแย้ง เรื่องความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกันบ้างก็ติติงกันด้วยเหตุผล ถ้าสุมไฟอยู่เรื่อยประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ผมเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของอดีตโฆษก พปชร.กับโฆษก พปชร.คนปัจจุบันพาดพิงคุณอภิสิทธิ์แล้ว ในฐานะที่เคยเป็นโฆษกมาก่อน พรุ่งนี้จะเปิดคอร์สอบรมการเป็นโฆษกที่ดีให้ฟังเป็นเบื้องต้น เพื่อวิทยาทานให้แก่นักการเมืองรุ่นน้อง ยินดีจัดให้จัดเต็ม เพื่อให้คอการเมืองได้รับฟังกัน อดใจรอกันนะครับ&amp;quot;
ลุงตู่อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่มองปรากฏการณ์หลายชั้น และ พล.อ.ชวลิตพูดถึงคำว่า 10 ปีนั้น เป็นท่วงทำนองของการตอบคำถามแบบประชดประชัน แต่รายละเอียดทางการเมืองที่บอกว่า 88 ปีไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงนั้นคือคำตอบ เพราะ พล.อ.ชวลิตคือเจ้าของคำที่ว่าการเมืองไทยเป็นวงจรอุบาทว์ คือมีเลือกตั้งก็มีการยึดอำนาจ มีการต่อสู้ของประชาชนและบาดเจ็บล้มตายแล้วก็เลือกตั้ง แล้วก็ยึดอำนาจ สลับเข้ามามีอำนาจ การต่อสู้วันนี้เอาคดีเดิมๆ ตายกลับกี่ชาติก็ไม่รู้จะครบหมดหรือไม่ ที่ผ่านมาอาจจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่เลวร้ายจนถึงทุกวันนี้ถึงขั้นที่จะเป็นวิกฤติอย่างรุนแรง ดังนั้นหากยังคิดกันแบบเดิมไม่มีทางจะพาประเทศไทยไปรอดได้ การต่อสู้ทางการเมืองนั้นตนยืนยันว่าไม่ควรจะมีใครต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว &amp;nbsp;เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองเป็นทัศนคติทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า เป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นการเมืองในบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นส่วนตัว จะหาโอกาสจัดให้มีการพบปะกันแบบนี้บ่อยขึ้น และผลที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทุกคนช่วยกันระดมความคิดความอ่าน ในการช่วยหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะช่วยกันพาพรรคไปข้างหน้า นำไปสู่การพัฒนาเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้นได้ ประชาชนและสมาชิกพรรคทั้งประเทศก็อยากเห็นผลงานของพรรคที่ปรากฏเป็นรูปธรรม รวมถึงความเป็นเอกภาพภายในพรรค ซึ่งทั้งสองข้อนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ ทุกคนพยายามร่วมมือร่วมใจกันเพื่อแสดงความคิดเห็นให้เดินไปสู่เป้าหมายนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่าจะมีกระบวนการประเมินเป็นการภายใน และการสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของรัฐมนตรีและ ส.ส. เพราะทุกคนถือว่าเป็นคนที่ประชาชนให้โอกาสมาทำงาน คะแนนรวมของรัฐมนตรีและ ส.ส.รวมถึงสมาชิกคนสำคัญของพรรค สุดท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนรวมของพรรคที่ประชาชนจะตัดสินใจในการลงคะแนนให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคจะต้องมีผลงานจับต้องได้เป็นรูปธรรมบวกความเป็นเอกภาพ ซึ่งทุกคนทราบว่าแล้วว่าอะไรเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ ส.ส.ของพรรคและรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพูดคุยกันเกือบครบ 100% และทุกคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;นับว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ ปชป.ที่มีมายาวนาน ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถทำได้แบบนี้ ส่วนตัวพอใจในข้อสรุปของการพูดคุยกัน เมื่อผู้บริหารของพรรครับข้อเสนอของที่ประชุมและจะนำไปแก้ไข &amp;nbsp;เช่น 1.จะมีการทำโพลสำรวจกระแสความนิยมของพรรคในทุกระดับภายใน 1 เดือน 2.จะมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ 3.จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารของพรรคใหม่ในทันที โดยเฉพาะสื่อทางโซเชียลมีเดียทั้งหมด 4.จะสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของ ส.ส.ทุกคนอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71245</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ทิพานัน ศิริชนะ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​, ราเมศ รัตนะเชวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b11281b0fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
