<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนรวมพลังรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลก 2563’ คึกคัก  ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / เครือข่ายสลัม 4 ภาค ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยประมาณ 2,500 คน&amp;nbsp; เดินรณรงค์ &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;เรียกร้อง รฟท.แก้ไขผลกระทบจากโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟ รวมทั้งยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน ฯลฯ &amp;nbsp;ด้านเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมบ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์&amp;nbsp; ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp; และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้องค์การสหประชาติมีคำขวัญเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกว่า &amp;ldquo;Housing &amp;nbsp;for &amp;nbsp;All : A Better Urban Future&amp;rdquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนมีที่อยู่อาศัย เมืองจึงจะมีอนาคตที่ดี&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อต้องการสื่อสารว่า คนทุกคนในเมืองมีคุณค่า และที่อยู่อาศัยเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเมืองจะพัฒนาได้ นั่นหมายถึงทุกคนมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ให้เมืองเกิดการพัฒนา&amp;nbsp; ไม่ใช่การพัฒนาที่ละทิ้งคนจน หรือขจัดคนจนออกไปนอกเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน&amp;nbsp; โดย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินประมาณ &amp;nbsp;2,500 คน&amp;nbsp; ตั้งขบวนจากบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;nbsp; เพื่อเดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกผู้แทนเครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; โดยมีนายถาวร&amp;nbsp; เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมารับข้อเสนอ&amp;nbsp; เนื่องจากมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รถไฟรางคู่กรุงเทพฯ &amp;ndash; หัวหิน&amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา - หนองคาย &amp;nbsp;รถไฟความเร็วสูงเชื่อม&amp;nbsp; 3 สนามบิน &amp;nbsp;รวมถึงโครงการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่การรถไฟฯ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โครงการพัฒนาย่านพหลโยธิน &amp;nbsp;ย่านบางซื่อ กม.11 &amp;nbsp;โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ &amp;nbsp;การพัฒนาสถานีแม่น้ำย่านถนนพระราม 3 &amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี TOD (Transit Oriented Development) ที่กำลังศึกษา &amp;nbsp;และจะดำเนินการนำร่องใน 3 เมืองใหญ่ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ขอนแก่น &amp;nbsp;อยุธยา และพัทยา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30,000 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายถาวร&amp;nbsp; เสนเนียม&amp;nbsp; รมช.คมนาคมมารับข้อเสนอและพูดคุยกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 กันยายน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้จัดเวทีพูดคุยกับตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีข้อเสนอต่อ รฟท. เช่น 1. ต้องชะลอการไล่รื้อ &amp;nbsp;เนื่องจากการไล่รื้อบ้านของชาวบ้านไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง 2.ควรใช้นโยบายตามแนวทางมติบอร์ดปี 2543 ซึ่งการทำ MOU เพื่อให้เปิดกว้างในสิทธิการเช่าที่ดินการรถไฟฯ ประโยชน์จะได้ทั้ง 2 ฝ่าย ประชาชนก็จะได้มีที่อยู่อาศัย และ รฟท.จะได้ค่าเช่าและสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ &amp;nbsp;3.อย่ามองคนจนว่ามาบุกรุกในพื้นที่ รฟท. แต่อยากให้มองว่าคนเหล่านี้เป็นผู้บุกเบิกที่เข้ามาทำให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ 4 .ต้องมีการสำรวจข้อมูลร่วมเพื่อให้เกิดการรับรองสิทธิ 5.ให้ก่อตั้งกองทุนสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนในพื้นที่ รฟท.&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิรุฒ มณีพันธ์ &amp;nbsp;ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า ตอนนี้มีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง รฟท.กับเครือข่ายสลัม 4 ภาค และขอเวลา 2 เดือนเพื่อศึกษาและพิจารณาข้อตกลงการแก้ไขแก้ปัญหาร่วมกัน &amp;nbsp;โดยจะมีการแยกประเภทปัญหา &amp;nbsp;วางกรอบการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด รฟท. &amp;nbsp;ส่วนเรื่องคดีความระหว่าง รฟท.กับผู้บุกรุกที่ดินนั้น&amp;nbsp; ในช่วง 2 เดือนนี้จะชะลอการดำเนินคดีเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เนืองนิช&amp;nbsp; ชิดนอก &amp;nbsp;ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาคเป็นขบวนคนจนเมือง ประกอบด้วย คนจนเมืองที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด และคนเร่ร่อนไร้บ้าน จำนวน 76 ชุมชน &amp;nbsp;กระจายอยู่ทั้ง 4 ภูมิภาค &amp;nbsp;ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้เกิดความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนจนเมืองมายาวนานตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2541&amp;nbsp; นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา &amp;nbsp;และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดการที่ดิน เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาใหม่ ที่ต้องเคารพคนในพื้นที่ และต้องมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะที่ผ่านมาการต่อสู้ของคนจนไม่ได้ถูกรับฟัง &amp;nbsp;ผู้กำหนดนโยบายยังคงดำเนินการในลักษณะเดิม&amp;nbsp; โดยมุ่งหวังมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่และวิถีวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp; (สอช.) เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.)&amp;nbsp; และขบวนคนจนเมืองที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย จัดให้มีการรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อสื่อสารต่อสาธารณะถึงสถานการณ์ปัญหา&amp;nbsp; และมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้ดำเนินการเพื่อสร้างหลักประกันให้กับคนทุกคนในสังคมไทย&amp;nbsp; เพื่อให้เข้าถึงที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเห็นคุณค่าของคนจนว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาเมือง ซึ่งจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายสลัม&amp;nbsp; 4 ภาคกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทนสลัม 4 ภาคยื่นหนังสือถึงผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่กระทรวงคมนาคมแล้ว&amp;nbsp; ขบวนยังเคลื่อนไปยื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp; กระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp; รวมทั้งบริเวณด้านหลังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีด้วย&amp;nbsp; โดยมีนายอนุชา&amp;nbsp; นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับข้อเสนอของเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ผู้แทนของกระทรวงการพัฒนาสังคม &amp;nbsp;โดยมีข้อเสนอต่างๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอด้านการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.ต้องมีกระบวนการในการรับฟัง และให้อำนาจคนในพื้นที่มีส่วนร่วมสำคัญในการกำหนดแผนพัฒนาในพื้นที่ตัวเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ต้องมีนโยบายให้หน่วยงานที่ดูแลที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งปันที่ดิน เพื่อจัดเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนจนที่ไร้ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.กรณีชุมชนที่อยู่ในที่ดินของการรถไฟที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของกระทรวงคมนาคม ด้านการขนส่งระบบราง และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในที่ดินการรถไฟ นายกรัฐมนตรีต้องประสานงานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้จัดที่ดินของการรถไฟเพื่อรองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ และการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.ต้องนำนโยบายโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน ที่ภาคประชาชนผลักดันขับเคลื่อน มาใช้ในการรับรองสิทธิในที่ดิน และสิทธิของชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสร้างหลักประกัน และความมั่นคงในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทนสลัม 4 ภาคอ่านข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องดำเนินการพัฒนาระบบสหกรณ์ โดยเพิ่มประเภทสหกรณ์ที่สอดคล้องกับการดำเนินการที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง 2.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องสนับสนุนให้ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp; สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แต่ละจังหวัด ร่วมมือกับภาคประชาสังคมทำงานในเชิงรุก เพื่อแก้ปัญหาสิทธิขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยจัดให้มีสถานที่รองรับ และมีมาตรการในการช่วยเหลือคนไร้บ้านที่สูงอายุและเป็นผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดระบบบำนาญแห่งชาติ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามในร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. ....... ของภาคประชาชน ที่ได้ยื่นต่อรัฐสภา และอยู่ในขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีต้องลงนาม &amp;nbsp;เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; 4.ต้องดำเนินการให้เด็กทุกคน อายุ 0-6 ปี &amp;nbsp;ได้รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็กอย่างถ้วนหน้า&amp;nbsp; 5.ต้องดำเนินการให้ทุกคนเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อด้านสิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความเห็น และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.รัฐบาลต้องหยุดละเมิดสิทธิ และหยุดคุกคาม นักเรียน นักศึกษา ที่เคลื่อนไหว เรียกร้อง และแสดงความเห็นทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย และต้องสนับสนุนข้อเรียกร้องของนักเรียนที่ต้องการปฏิรูปการศึกษา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย และมีเสรีภาพ&amp;nbsp; 2.ต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนยังร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมบ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo;(Housing for all A better urban future) ทั่วทุกภูมิภาคตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;เพื่อนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนร่วมกับท้องถิ่น &amp;nbsp;การผลักดันนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในรูปแบบการแก้ไขปัญหาระดับเมือง/ตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเป้าหมาย 1.เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 2.เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย &amp;nbsp;ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง &amp;nbsp;ตั้งแต่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชน ในเมืองของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (กลาง) ร่วมพูดคุยกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชนเมือง ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับขบวนองคาพยพจากทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;4.เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน สรุปบทเรียน จัดการความรู้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;5.เพื่อทบทวนขบวนการ ทิศทาง แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการมองทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะต่อไป ของขบวนองค์กรชุมชน และสถาบันฯ&amp;nbsp; และ 6.เพื่อนำเสนอรูปธรรมทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;และนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนการจัดงานมหกรรมบ้านมั่นคงฯ จะจัดขึ้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; และชุมพร&amp;nbsp; โดยในวันที่ 27 ตุลาคมจะจัดงานที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;มีการอ่านสาสน์จากองค์กรสหประชาชาติเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; การมอบโล่รางวัลให้กับบ้านมั่นคงดีเด่น 8 ประเภท &amp;nbsp;และ 50 หน่วยงานความร่วมมือ โดย นายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการแสดงนิทรรศการนำเสนอผลการจัดการความรู้ 20 ปี พอช.&amp;nbsp; 12 ประเด็นเรียนรู้&amp;nbsp; เวทีอภิปราย &amp;lsquo;Housing for all A better urban future&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79543</URL_LINK>
                <HASHTAG>พอช., พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7acfade6322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.เดินหน้าพัฒนาคนทำงาน-ผู้นำชุมชนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งเป้า  15,000 คนทั่วประเทศ  มุ่งสู่ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ พอช.เดินหน้าพัฒนาคนทำงานในขบวนองค์กรชุมชนและผู้นำท้องถิ่นตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) ตั้งเป้า 15,000 คนทั่วประเทศ&amp;nbsp; หนุนเสริมด้านความรู้&amp;nbsp; วิชาการ ธรรมาภิบาล &amp;nbsp;เพื่อให้คนทำงานและผู้นำขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเอง&amp;nbsp; สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; ด้านนักวิชาการแนะชุมชนต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่&amp;nbsp; และต้องมีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ระยะ 5 ปี (พศ.2560-2564)&amp;nbsp; มีเป้าหมายพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถคนทำงานในขบวนองค์กรชุมชนและผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp; รวม 15,000 คน&amp;nbsp; มีการจัดหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ หนุนเสริมความรู้&amp;nbsp; ความสามารถ&amp;nbsp; และธรรมาภิบาล&amp;nbsp; รวมทั้งการจัดการความรู้เพื่อสื่อสารพื้นที่รูปธรรมการพัฒนา&amp;nbsp; เพื่อให้คนทำงานและผู้นำขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นไปสู่ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเอง&amp;nbsp; และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้นั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2562 &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานนวัตกรรมการพัฒนาคนเชิงพื้นที่ &amp;#39;พลังการสื่อสารจัดการความรู้&amp;nbsp; สู่การพัฒนาคนที่ยั่งยืน&amp;rsquo; ที่โรงแรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;S &amp;nbsp;Bangkok &amp;nbsp;ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบึงกุ่ม&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจาก 5 ภาค&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ เข้าร่วมงานประมาณ 150 คน&amp;nbsp; มีกิจกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; เวที &amp;lsquo;เรื่องเล่า&amp;nbsp; เร้าพลัง&amp;rsquo; ( Ted&amp;nbsp; Talk) &amp;nbsp;โดยผู้แทนชุมชนทั้ง 5 ภาค,&amp;nbsp; เวทีนำเสนอผลงานนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;nbsp; สู่พื้นที่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; ฯลฯ รวมทั้งการร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาคนเชิงพื้นที่ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) โดยมีนักวิชาการร่วมสังเคราะห์ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ต้องสร้างความรู้&amp;nbsp; การสื่อสาร&amp;nbsp; และพัฒนาผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจินดา&amp;nbsp; บุญจันทร์&amp;nbsp; ประธานคณะทำงานพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะทำงานฯ จึงพยายามรวบรวมความเห็นจากพี่น้องชุมชนทั้ง 5 ภาค&amp;nbsp; มาจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชนฯ ระยะ 5 ปี&amp;nbsp; ส่วนการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาคนในระดับภาคและส่วนกลางได้นำเสนอผลการดำเนินงานการพัฒนาคนเชิงพื้นที่&amp;nbsp; และการพัฒนานวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองร่วมกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดกระบวนทัศน์ทางความคิดให้ผู้นำฯ มีความรู้&amp;nbsp; ความเข้าใจ&amp;nbsp; และเชื่อมั่นต่อแนวทาง &amp;ldquo;การพัฒนาที่คนเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนทุกมิติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า การนำเสนอผลงานจากพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นข้อมูลจากการปฏิบัติการจริง ซึ่งอาจจะใช้ได้กับตำบลหนึ่ง&amp;nbsp; แต่อาจใช้ไม่ได้กับอีกตำบลหนึ่ง&amp;nbsp; ดังนั้นข้อมูลดังกล่าวอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเรื่อง จึงต้องมีข้อมูลใหม่&amp;nbsp; มีการสื่อสารใหม่ตลอดเวลา&amp;nbsp; และข้อมูลที่ดีที่สุดคือ ข้อมูลที่เกิดจากการปฏิบัติการจริง&amp;nbsp; ลงมือทำ&amp;nbsp; สรุปเป็นบทเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วถ่ายทอดช่องทางการสื่อสารต่างๆ&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน พอช.กำลังจะปรับพื้นที่การทำงานให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp; กรอบการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp; และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ขอเน้นว่า การสื่อสาร&amp;nbsp; ข้อมูล&amp;nbsp; การจัดการความรู้&amp;nbsp; และการพัฒนาผู้นำ หากสามารถเชื่อมโยงกันได้&amp;nbsp; จะทำให้มีพลังในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาของชุมชน&amp;nbsp; ทั้ง 3 สิ่งนี้ในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องใหม่&amp;nbsp; ทั้งในและนอกพื้นที่&amp;nbsp; การสัมมนา 2 วันนี้ &amp;nbsp;นอกจากบทเรียนที่นำเสนอ&amp;nbsp; สิ่งสำคัญคือการวางแผนอีก 3 ปีข้างหน้าว่า&amp;nbsp; ทิศทางการพัฒนาผู้นำทั้งประเทศจะไปในทิศทางใด&amp;nbsp; รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น &amp;nbsp;5 G &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นโจทย์ว่า&amp;nbsp; หากจะทำให้ชุมชนเข้มแข็งจะต้องสร้างองค์ความรู้&amp;nbsp; การสื่อสาร &amp;nbsp;และการพัฒนาผู้นำ&amp;nbsp; ดังนั้นการที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพลัง &amp;nbsp;จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ&amp;nbsp; เลือกรับข่าวสารและสื่อสารข่าวที่สร้างสรรค์&amp;rdquo; นายสมชาติกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการนำเสนอพื้นที่รูปธรรมการพัฒนา &amp;lsquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;nbsp; สู่พื้นที่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; จาก 5 ภูมิภาค&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; 1. ตำบลท่าทราย&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.นครนายก (ภาคกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ปริมณฑลและตะวันออก) 2.ตำบลลำประดา อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร (ภาคเหนือ) 3.กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์บ้านหนองหิน&amp;nbsp; ตำบลโคกก่อ&amp;nbsp; อ.เมือง จ.มหาสารคาม (ภาคอีสาน) 4.ตำบลโพตลาดแก้ว&amp;nbsp; อ.ท่าวุ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ลพบุรี &amp;nbsp;(ภาคกลางและตะวันตก) &amp;nbsp;และ 5.ตำบลคลองใหญ่&amp;nbsp; อ.ตะโหมด&amp;nbsp; จ.พัทลุง (ภาคใต้)&amp;nbsp; โดยผู้แทนแต่ละตำบลจะนำเสนอประเด็นงานการพัฒนาในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp; จุดแข็ง&amp;nbsp; จุดอ่อน&amp;nbsp; ฯลฯ ขณะที่นักวิชาการร่วมแสดงความเห็นในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชูญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.สมบัติ&amp;nbsp; กุสุมาวลี คณบดีคณะทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp; สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)&amp;nbsp; ให้ความเห็นต่อการนำเสนอพื้นที่รูปธรรมการพัฒนาทั้ง 5 ภาคว่า&amp;nbsp; จากประสบการณ์การไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น เมือง Oita มีชุมชน Oyama ที่มีความน่าสนใจ ไม่ใช่ชุมชนจัดการตนเอง&amp;nbsp; แต่เป็นชุมชนพึ่งตนเอง&amp;nbsp; ปฏิเสธการจัดการของรัฐทุกอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่เข้มแข็งมาก&amp;nbsp; ยืนด้วยขาตนเอง มีเศรษฐกิจชุมชนของตนเอง มีธนาคารของตนเอง&amp;nbsp; จะทำชุมชนให้เป็นดินแดนออร์แกนิกที่ไม่ใช้สารเคมี แต่ปัญหาที่เจอคือ &amp;nbsp;ขาดผู้นำรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทนผู้นำรุ่นเก่า เพราะเด็กรุ่นใหม่ไปอยู่ในเมืองใหญ่หมด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องสร้างผู้นำใหม่ &amp;nbsp;รักษาผู้นำรุ่นเก่า &amp;nbsp;ต้องดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อยากอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้ขบวนองค์กรชุมชนคิดถึง วิสัยทัศน์ในอนาคต &amp;nbsp;เพราะหลังจากฟัง 5 ภูมิภาคแล้ว&amp;nbsp; ไม่เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน &amp;nbsp;หากไม่มีวิสัยทัศน์ที่ดึงดูด &amp;nbsp;เด็กรุ่นใหม่จะไม่อยู่ ที่ผ่านมาเราคุยอดีตและปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;อนาคตคือ จินตนาการ&amp;nbsp; ตอนนี้ต้องมองอนาคตและเห็นร่วมกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; อาจารย์จากนิด้าให้ความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;รศ.ดร.สมบัติ&amp;nbsp; กุสุมาวลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้เขายังยกตัวอย่างจากชุมชน Oyama เมือง Oita ว่า&amp;nbsp; ในอดีตเป็นชุมชนที่ยากจนที่สุด&amp;nbsp; การเกษตรไม่ได้ผล จนชุมชนมารวมตัวกันวางแผนระยะยาว ปี ค.ศ.1960 &amp;ndash; 2000 (พ.ศ.2503-2543) วางแผน 40 ปี&amp;nbsp; วางเป็นขั้นตอน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ขั้นตอนที่&amp;nbsp; 1 เปลี่ยนจากปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp;ทำให้ชีวิตคนมีรายได้มั่งคั่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นตอนที่ 2 สร้างคนรูปแบบใหม่ ชุมชนส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่ไปเรียนต่างประเทศ&amp;nbsp; แต่ยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp; และขั้นตอนที่ 3 สร้างสวรรค์บนดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนประเทศไทย &amp;nbsp;แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะทำให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอนาคตชุมชนจะเจอกับโลกดิจิทัลเยอะขึ้น&amp;nbsp; เกษตรกรรมยุคใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรใน Oyama คือ ผู้ประกอบการ&amp;nbsp; ดังนั้นพวกเราต้องเปลี่ยนทัศนคติ สร้างผู้ประกอบการแบบใหม่ &amp;nbsp;สร้างเศรษฐกิจชุมชนใหม่&amp;nbsp; และสุดท้ายคือ&amp;nbsp; คน &amp;nbsp;ผู้นำ และองค์กรชุมชน &amp;nbsp;มีวัฒนธรรม &amp;nbsp;ความรู้ความสามารถ &amp;nbsp;เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกยุคใหม่หรือไม่&amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องนำกลับไปพิจารณา&amp;rdquo; &amp;nbsp;รศ.ดร.สมบัติกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เสียงจากนักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ&amp;nbsp; เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกไทย&amp;nbsp; เสนอว่า&amp;nbsp; &amp;lsquo;นวัตกรรม&amp;rsquo; &amp;nbsp;คือ วิธีคิด หลักคิดใหม่ การอธิบายคุณค่า ความหมายใหม่ ๆ หรือการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาพัฒนาชีวิตได้&amp;nbsp; เดิมการพัฒนาเป็นการพัฒนาจากรัฐจากบนลงล่าง&amp;nbsp; ทำตามที่รัฐกำหนด &amp;nbsp;แต่ขณะนี้เปลี่ยนนิยามการพัฒนาใหม่ &amp;nbsp;เป็นการพัฒนา &amp;lsquo;จากล่างขึ้นบน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งตรงกับความต้องการของพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; ดังคำพูดที่ว่า &amp;ldquo;ปัญหาของเราหากไม่แก้ไขแล้วใครจะแก้ไข ? &amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยขบวนองค์กรชุมชนใช้สภาองค์กรชุมชน (จัดตั้งตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551) เป็นกลไกในการขับเคลื่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สภาองค์กรชุมชน คือ ประชาธิปไตยชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดคุยกัน&amp;nbsp; วิเคราะห์ปัญหา เชื่อมโยงกับภาคีต่าง ๆ และไปเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง &amp;nbsp;ชาวบ้านกลายเป็นผู้นำการพัฒนา ภาคีเป็นผู้นำ&amp;nbsp; โดยมี 1. ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็ง 2.องค์กรเข้มแข็ง มีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ตัวชี้วัดนี้สามารถแก้ไขปัญหาชุมชนได้จริง&amp;nbsp; และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เกิดขึ้นได้&amp;nbsp; กระบวนการทำงานส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างได้หรือไม่ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายถึงสามารถเชื่อมโยงกับท้องถิ่นได้ &amp;nbsp;ไม่ใช่แค่หอการค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากดำเนินการได้จริงถือว่าเป็นเรื่องใหม่&amp;nbsp; เป็นนวัตกรรมทางสังคม&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายชัชวาลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศ.ดร.อรรถจักร์&amp;nbsp; สัตยานุรักษ์&amp;nbsp; คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่พวกเราทำ&amp;nbsp; คือนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; เป็นการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ทางสังคมให้เกิดการสร้างการทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่ ซ้อนทับกับการสร้างนวัตกรรมทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่หลากหลายมากกว่าเดิม&amp;nbsp; ซึ่งเดิมอาจไม่ได้ติดต่อกัน&amp;nbsp; และตนอยากเห็นการยกระดับนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; เปรียบเหมือน program computer หากคลิกถูก&amp;nbsp; จะกลายเป็นทฤษฎีเรื่องใหญ่ๆ&amp;nbsp; ทำให้คนอื่นเข้าใจว่า&amp;nbsp; คน พอช.ทำให้เกิดเรื่องนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; ทำให้การผลักดันไปสู่นโยบายอื่น ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรากำลังอยู่ในการบริหารรัฐบาลไทย&amp;nbsp; รัฐไทยกำลังจะเปลี่ยนเป็นรัฐบรรษัท &amp;nbsp;มีกลุ่มทุนอยู่ข้างๆ และกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตเรา&amp;nbsp; สิ่งที่จะยันกับทุนใหญ่และกลุ่มอื่นๆ ได้&amp;nbsp; คือนวัตกรรมทางสังคมที่พวกเราทำ&amp;nbsp; ซึ่งยังไม่มีใครทำ&amp;nbsp; รัฐในอนาคตจะมีกลุ่มทุนใหญ่ขยายไปเรื่อย ๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมคาดหวังว่าพวกเราคือแสงสว่างปลายอุโมงค์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากไม่มีแสงสว่างนี้ &amp;nbsp;เราจะเดินไปไม่ถูก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ศ.ดร.อรรถจักร์เสนอความเห็น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.ประภาศ&amp;nbsp; ปิ่นตบแต่ง&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เมืองและชนบทในปัจจุบันมีวิกฤตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐพยายามสร้างความยั่งยืนให้แก่เมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข้อเท็จ จริงคือ&amp;nbsp; เมืองไม่มีความยั่งยืน&amp;nbsp; ดังนั้นการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนจากพื้นที่หรือชนบทจึงถือเป็นนวัตกรรม&amp;nbsp; แต่จะทำอย่างไรให้นวัตกรรมที่พี่น้องขับเคลื่อนถูกผลักดันเชิงนโยบาย&amp;nbsp; เป็นต้นแบบสู่สังคมได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;คำว่า &amp;lsquo;นวัตกรรม&amp;rsquo; คือการจัดความสัมพันธ์ใหม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งความสัมพันธ์ใหม่นี้&amp;nbsp; หากไม่มีกลุ่มจะไม่สามารถทำงานร่วมเป็นภาคีได้&amp;nbsp; ดังนั้นนวัตกรรมการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายจึงมีความสำคัญมาก&amp;nbsp; ส่วนการที่จะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นพื้นที่กลางในการต่อรองกับท้องที่ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;หากมีการรวมกลุ่มก็สามารถดำเนินการไปได้ &amp;nbsp;แต่คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มอาจจะลำบาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการขับเคลื่อนการพัฒนาจากข้างล่างขึ้นมา &amp;nbsp;เป็นการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน &amp;nbsp;และต้องเป็นบทเรียนของสังคม การเมือง และเป็นบทเรียนของรัฐบาลด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รศ.ดร.ประภาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทิศทางการพัฒนาคนเชิงพื้นที่ปี 2563-2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานนวัตกรรมการพัฒนาคนเชิงพื้นที่ &amp;#39;พลังการสื่อสารจัดการความรู้&amp;nbsp; สู่การพัฒนาคนที่ยั่งยืน&amp;rsquo; ในครั้งนี้&amp;nbsp; ในช่วงท้ายผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาคได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; คนในขบวนองค์กรชุมชนเป็นคนมีคุณธรรม &amp;nbsp;มีความสามารถในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้&amp;nbsp; นำไปสู่ชุมชน-สังคมเข้มแข็ง&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp; เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; และผู้นำเชิงประเด็นในพื้นที่ 1,000 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ 1.ผู้นำระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้นำอาวุโส&amp;nbsp; ปราชญ์ชุมชน&amp;nbsp; คนรุ่นใหม่&amp;nbsp; จิตอาสา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; 2.ผู้นำระดับจังหวัด&amp;nbsp; กลุ่มจังหวัด&amp;nbsp; เพื่อผลักดันงานระดับพื้นที่สู่แผนพัฒนาของท้องถิ่นหรือจังหวัด&amp;nbsp; 3.ผู้นำขบวนงานประเด็น เพื่อสนับสนุนการทำงานเชิงประเด็นหรืองานพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 4.คนรุ่นใหม่ หรือผู้นำใหม่ในขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หรือชุมชนท้องถิ่นที่มีความสนใจการทำงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนหลักสูตรการพัฒนาประกอบด้วย 1.หลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 2.หลักสูตรสื่อสารสาธารณะพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; 3.การบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp; 4.การจัดการความรู้ชุมชน&amp;nbsp; 5.หลักสูตรประเด็นงานยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp; 6.การพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ&amp;nbsp; และ 7.หลักสูตรการประสานความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การจัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานนวัตกรรมการพัฒนาคนเชิงพื้นที่ &amp;#39;พลังการสื่อสารจัดการความรู้&amp;nbsp; สู่การพัฒนาคนที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561-2562&amp;nbsp; โดยจัดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;หลักสูตรการขับเคลื่อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ที่ จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; หลักสูตร &amp;lsquo;การสื่อสารสาธารณะ&amp;rsquo; ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; &amp;lsquo;หลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลงขบวนองค์กรชุมชน&amp;rsquo;, &amp;lsquo;หลักสูตรการการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้นำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยพัฒนาผู้นำในขบวนองค์กรชุมชนไปแล้ว 7,799 คนจากเป้าหมาย 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชนยังปรับปรุงให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580)&amp;nbsp; ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp; และด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลที่พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; แถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 7.2.1&amp;nbsp; เรื่อง &amp;lsquo;สร้างผู้นำชุมชน ยกย่องปราชญ์ชาวบ้าน&amp;rsquo; เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และเป็นพลังสำคัญในการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; การพัฒนาตนเอง&amp;nbsp; และการจัดการของชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45068</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พัฒนาคนที่ยั่งยืน, พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70c26525fb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัชชาประชาชนภาคใต้ยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมือง 4 ด้าน เน้น ‘ความมั่นคงด้านชีวิต-อาหาร-เศรษฐกิจ-ชุมชนเข้มแข็ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นครศรีธรรมราช/ เครือข่ายประชาชนภาคใต้จัดงานสมัชชาประชาชนฯ &amp;nbsp;&amp;lsquo;คนทุกข์ลุก-รุกสร้างสุข&amp;rsquo; และจัดทำข้อเสนอ &amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน&amp;rsquo; เสนอต่อพรรคการเมืองเพื่อให้นำไปจัดทำเป็นนโยบายและแผนพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; เน้นยุทธศาสตร์ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ความมั่นคงด้านชีวิต-อาหาร-เศรษฐกิจ-ชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม&amp;nbsp; เครือข่ายภาคประชาชนในภาคใต้&amp;nbsp; ในนาม &amp;lsquo;สมัชชาประชาชนภาคใต้&amp;rsquo; ได้จัดงาน สมัชชาประชาชนภาคใต้ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คนทุกข์ ลุก-รุกสร้างสุข&amp;rsquo; ที่ห้องประชุมเมืองสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.เมือง &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; เพื่อเป็นเวทีกลางให้ประชาชนได้เรียนรู้สถานการณ์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อประชน&amp;nbsp; ตั้งเป้าหมายให้ประชาชนกำหนดอนาคตตนเอง&amp;nbsp; และยกระดับเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยคุกคามภาคใต้ &amp;nbsp;รวมทั้งร่วมเสนอยุทธศาสตร์ภาคประชาชน 4 ด้าน&amp;nbsp; เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ นำไปจัดทำเป็นนโยบายและแผนพัฒนาประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนจากเครือข่ายต่างๆ ในภาคใต้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.ณัฐพงษ์&amp;nbsp; จิตรนิรัตน์ &amp;nbsp;คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ &amp;nbsp;ประธานจัดงานสมัชชาประชาชนภาคใต้ฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาภาคใต้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;รัฐมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของระบบทุนนิยมเสรีเป็นสำคัญ &amp;nbsp;และได้ออกแบบเพื่อสนองการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและบริการ&amp;nbsp; ภายใต้แผนพัฒนาต่างๆ &amp;nbsp;เช่น แผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ &amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ &amp;nbsp;และกำลังจะมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจเพิ่มเข้ามา &amp;nbsp;รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ต้องการนำไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานศักยภาพที่มีอยู่ของพื้นที่&amp;nbsp; และยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;แนวทางเหล่านี้จะนำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;แหล่งผลิตอาหาร วิถีชีวิต วัฒนธรรม &amp;nbsp;ภูมิปัญญา &amp;nbsp;และการดำรงชีวิตของประชาชนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด&amp;nbsp; ยิ่งไปกว่านั้นคือความคิดต่าง และความไม่เข้าใจกันระหว่างประชาชนด้วยกันเอง &amp;nbsp;และกับภาครัฐ &amp;nbsp;จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิชุมชน &amp;nbsp;สิทธิมนุษยชน และความไม่เป็นธรรมในสังคม&amp;nbsp; ซึ่งจะกลายเป็นความเหลื่อมล้ำมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รศ.ดร.ณัฐพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากสภาพปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย &amp;nbsp;เครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; กลุ่มประเด็นปัญหา &amp;nbsp;กลุ่มศิลปิน กลุ่มนักวิชาการ และสื่อมวลชนกว่า&amp;nbsp; 60 เครือข่าย &amp;nbsp;ได้รวมตัวกันเป็น &amp;ldquo;สมัชชาประชาชนภาคใต้&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้ทุกภาคส่วนได้ใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หาแนวทางแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;เฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาภาคใต้ &amp;nbsp;และสร้างรูปธรรมการพัฒนาที่สอดคล้องเหมาะสม และหวังที่จะสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคประชาชนอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต ซึ่งหมายถึงอนาคตที่ประชาชนจะต้องกำหนดได้เอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนต้องจับมือกันเพื่อลุกขึ้นมาดูแล &amp;nbsp;ปกป้องแผ่นดินของตนเอง &amp;nbsp;เราหวังว่าสมัชชาประชาชนภาคใต้ &amp;nbsp;จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางให้ประชาชนมีเวที&amp;nbsp; มีที่ยืน&amp;nbsp; และมีตัวตนในการพัฒนาประเทศ&amp;rdquo; ประธานจัดงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp; มีเวทีวิชาการ&amp;nbsp; การแสดงศิลปะวัฒนธรมพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งการร่วมกันเสนอและจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาของภาคประชาชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนำเสนอต่อพรรคการเมืองต่างๆ ที่มาร่วมงานจำนวน 11 พรรค&amp;nbsp; ให้นำไปประกอบการจัดทำนโยบายและเป็นแผนพัฒนาประเทศหลังจากที่พรรคการเมืองได้เข้าไปบริหารประเทศแล้ว &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ประชาชนภาคใต้จะต้องมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.เร่งรัดให้มีการออกพระราชบัญญัติโฉนดชุมชนที่ประชาชนร่วมกันยกร่าง&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้มีสิทธิในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ที่ทำกิน &amp;nbsp;บนหลักสิทธิร่วมของชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้งให้มีกลไกเพื่อแก้ปัญหาที่ดินของรัฐแต่ละประเภท โดยมีตัวแทนผู้เดือดร้อนอยู่ในกลไกดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.สนับสนุนการกระจายการถือครองที่ดิน &amp;nbsp;ที่ทำกิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชาชน &amp;nbsp;โดยผลักดัน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิในที่ดิน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. สนับสนุนให้ประชาชนทุกครัวเรือนได้มีที่อยู่อาศัย หรือพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีคุณภาพที่ดี&amp;nbsp; โดยภาคประชาชนเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4. สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐอย่างทั่วถึงถ้วนหน้า โดยกำหนดเป็นกฎหมายว่าด้วย &amp;ldquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนในการจัดสวัสดิการด้วยตนเอง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5. กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเลและชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธ์ที่กำลังถูกรุกรานจากการท่องเที่ยว &amp;nbsp;และจากการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp; 2 : สร้างความมั่นคงทางอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.ต้องยุติ &amp;nbsp;เพื่อทบทวน และยกเลิกโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบสภาวะอากาศ พื้นที่แหล่งผลิตอาหาร และวิถีชีวิตชุมชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โรงงานผลิตไฟฟ้าถ่านหิน &amp;nbsp;โครงการท่าเรือน้ำลึก &amp;nbsp;โครงการสร้างเขื่อน &amp;nbsp;รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษและโครงการระเบียงเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชนให้มีการอนุรักษ์ &amp;nbsp;พื้นฟู &amp;nbsp;และเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารและยาตามธรรมชาติ &amp;nbsp;โดยจัดทำแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งคนและสัตว์4.สนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืนให้กับชาวสวนยาง &amp;nbsp;สวนปาล์ม &amp;nbsp;สวนผลไม้&amp;nbsp; และนาข้าว&amp;nbsp; 5.คุ้มครองสิทธิด้านเมล็ดพันธุ์ และพันธุ์ไม้พื้นเมือง &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากบนฐานศักยภาพท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1. ประกาศเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องกำหนดมาตรการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาพันธุกรรม ส่งเสริมปัจจัยการผลิต การแปรรูปที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;จัดหาตลาด&amp;nbsp; และให้เกษตรรายย่อยเข้าถึงการอุดหนุนจากรัฐอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. พัฒนาระบบวิสาหกิจชุมชน จัดกลไกการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมและยกระดับวิสาหกิจของชุมชนอย่างเป็นระบบในทุกด้าน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้านการจัดการผลิต &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับฐานทรัพยากรและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. แก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 &amp;nbsp;มาตราที่ส่งผลกระทบกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และวิถีการประกอบอาชีพของประมงพื้นบ้าน &amp;nbsp;รวมถึงการรับรองการจดทะเบียนเรือชาวประมงพื้นบ้านทุกประเภท และทุกพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ยกเลิกเครื่องมือประมงที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรืออวนลาก เรือปั่นไฟ และต้องประกาศการปิดอ่าวในฤดูปลาวางไข่ทุกพื้นที่&amp;nbsp; 5. สนับสนุนแนวคิดธนาคารต้นไม้ &amp;nbsp;โดยต้นไม้ที่ประชาชนปลูกถือเป็นสิทธิและทรัพย์สินที่สามารถกำหนดเป็นมูลค่า ซึ่งรัฐจะต้องจัดตั้งองค์กรเพื่อการจัดการในลักษณะกองทุนธนาคารต้นไม้ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp; 4 : ด้านการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง&amp;nbsp; เพื่อเป็นการสร้างฐานรากการเมืองในระบบประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ฟื้นฟูกลไกของภาคประชาชนที่ถูกเทรกแซง &amp;nbsp;ถูกลดบทบาท หรือถูกยกเลิกไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา และต้องออกแบบเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมขบวนการของภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคมอย่างแท้จริง และจะต้องให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาชนในการกำหนดแผนการพัฒนาในระดับชุมชน จนถึงแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ไม่แค่เพียงการเข้าร่วม &amp;nbsp;หากแต่จะต้องมีส่วนร่วมในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.จัดให้มีกองทุนภาคประชาสังคม ที่ทำหน้าที่สนับสนุนขบวนการองค์กรชุมชนเพื่อการจัดการชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้ในทุกมิติ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ การจัดการผลผลิต การท่องเที่ยวชุมชน การรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของผู้สูงอายุ เยาวชน ผู้หญิง และการพัฒนาระบบสุขภาวะ การจัดการภัยพิบัติของชุมชน และอื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้สมัชชาประชาชนภาคใต้มีความเห็นว่า&amp;nbsp; ปัจจัยที่จะทำให้ข้อเสนอดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จได้นั้นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการเมืองในระบบประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่ฝ่ายการเมืองจะต้องส่งเสริมให้การเมืองภาคพลเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น &amp;nbsp;มีการบริหารประเทศแบบการกระจายอำนาจที่เป็นการลดอำนาจรัฐ &amp;nbsp;เพิ่มอำนาจประชาชน &amp;nbsp;โดยต้องแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;และไม่เอื้อต่อการปฏิบัติ และจะต้องคำนึงถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริงในทุกระดับขั้นตอน &amp;nbsp;ซึ่งพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลจะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะนำข้อเสนอนี้ไปสู่การปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เพื่อให้ข้อเสนอดังกล่าวมีการนำไปสู่การปฏิบัติและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม สมัชชาประชาชนภาคใต้จึงมีมาตรการขับเคลื่อนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.หลังการเลือกตั้งไม่เกิน 3 เดือน &amp;nbsp;สมัชชาประชาชนภาคใต้จะจัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;และจะเชิญตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp; เพื่อถามถึงแนวนโยบายและแนวทางการนำข้อเสนอดังกล่าวสู่การปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.จัดให้มีกลไกการขับเคลื่อน และติดตามข้อเสนอร่วมกันระหว่างตัวแทนของสมัชชาประชาชนฯ กับผู้แทนของรัฐบาล &amp;nbsp;3.สมัชชาประชาชนฯ จะจัดให้มีการประชุมคณะทำงานสมัชชาฯทุกปี เพื่อจัดทำรายงานประเมินผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทบทวนและสร้างข้อเสนอใหม่ที่ทันต่อสถานการณ์ปัญหาเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและนำไปสู่การแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30568</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, มหาวิทยาลัยทักษิณ, ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน, รศ.ดร.ณัฐพงษ์  จิตรนิรัตน์, สมัชชาประชาชนภาคใต้, ‘คนทุกข์ลุก-รุกสร้างสุข’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e49470b2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช.มหาดไทยเร่งขับเคลื่อน “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถี”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พช.มหาดไทยขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งขับเคลื่อน &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP&amp;nbsp; นวัตวิถี&amp;rdquo; ชูนวัตกรรมผสมผสานกับวิถีชีวิต ปั้น &amp;ldquo;แอ่งเล็ก&amp;rdquo;แหล่งท่องเที่ยวขนาดเล็กระดับหมู่บ้าน สร้างเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo; ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ซึ่งจะส่งผลดีกับนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ในการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจฐานราก และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เกิดชุมชนเข้มแข็ง ยั่งยืน โดยการนำนวัตกรรมาผสมผสานกับวิถีชีวิต ในการผลิตสินค้าท้องถิ่นหรือผลิตภัณฑ์โอทอป ภายใต้แนวคิด ร่วมสุข ร่วมวิถี ร่วมสมัย&amp;nbsp; (Happiness Oriented)พร้อมกับผนวกการท่องเที่ยวของชุมชนเข้าไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา พัฒนาการของโอทอป ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วงประกอบด้วย ช่วงแรกปี 2546-2556 เป็นช่วงหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ - พออยู่ พอกิน ช่วงที่ 2 ระหว่างปี 2557-2560 เป็นช่วงหลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์ -อยู่ดี กินดี และปี 2561 เป็นช่วงนวัตวิถี ร่วมสุข ร่วมวิถี ร่วมสมัย -มั่งมี ศรีสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโอทอปโดยรัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือทุกด้านเป็นการกระจายรายได้ตามความต้องการของชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นตัวตั้ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ชุมชนท่องเที่ยวระดับหมู่บ้านหรือ &amp;ldquo;แอ่งเล็ก&amp;rdquo;ที่มีอัตลักษณ์ และช่วยกันยกระดับสินค้าโดยนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับวิถีของชุมชนอย่างน้อย 1 หมู่บ้านต่อสินค้า 10 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ทางกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยได้วางกรอบแนวทางเพิ่มความเข้มข้นในการจัดกิจกรรมเพิ่มรายได้ตามโครงการ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo; โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงแรกในเดือนพฤษภาคม 2561 จะจัดสัมมนาการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี,ทำการประชาสัมพันธ์และตลาดออนไลน์เพื่อสร้างความรับรู้ใหม่ทุกภาคส่วน และเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และ จัดตั้งศูนย์การจัดการและประเมินผล OTOP นวัตวิถี&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ช่วงที่ 2 ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2561 มีการจัดสัมมนาย่อยการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย จากนั้นทำการสร้างรับรู้ใหม่ทุกภาคส่วน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และเผยแพร่ความก้าวหน้าในเรื่อง OTOP นวัตวิถี ,ทำการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์โอทอป กลุ่ม ปรับตัวสู่การพัฒนาในชุมชนท่องเที่ยว,ทำการยกระดับมาตรฐานสินค้าอาหารโอทอป รสไทยแท้,ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โอทอปโดยโรงเรียนโอทอป,ประกวดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ,กระตุ้นรณรงค์กลุ่มเป้าหมายเดินทางท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และติดตามประเมินผล การให้คำแนะนำและแนวทางแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ช่วงที่ 3 เดือนกันยายน 2561 เน้นหนักไปที่การจัดประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้แก่ทุกภาคส่วนทั้งความก้าวหน้าและความสำเร็จของ OTOP นวัตวิถี จากนั้นจัดแสดงผลงานประกาศความสำเร็จและนำ Tourism Platform ซึ่งเป็นBig Data เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อว่า ทางพช.ได้ตั้งเป้าหมายความสำเร็จของโครงการไว้ดังนี้คือ ผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่ม D ได้รับการพัฒนาไม่น้อยกว่า 64,750 ผลิตภัณฑ์ ,รายได้เฉพาะการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ,ชุมชน/หมู่บ้านได้รับการพัฒนาด้านการจัดการท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 3,273 ชุมชน/หมู่บ้าน กระจายใน 76 จังหวัด และผ่านการประเมินระดับมั่งมี ศรีสุข ตามเกณฑ์และตัวชี้วัดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าวยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีการกระจายรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของกลุ่มเป้าหมาย ,เกิดชุมชนเข้มแข็ง ยั่งยืน มีการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาแบบบูรณาการทุกพื้นที่เป้าหมาย ครอบครัวอบอุ่น ลูกหลานกลับบ้าน ประกอบอาชีพ มีรายได้ อยู่ในชุมชนอย่างมีความสุขอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8403</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, กระทรวงมหาดไทย, ชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถี, พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, อภิชาต โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aea7d45e90e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15 ปีบ้านมั่นคง เหลียวหลัง แลหน้า จากชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ถึงบึงบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงชุมชนบ่อนไก่)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงเริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2546 เริ่มจากชุมชนนำร่อง 10 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในชุมชนแออัด ซึ่งมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง เช่น ปลูกสร้างบ้านในที่ดินเช่า หรือบุกรุกที่ดินเอกชน ที่ดินรัฐ ให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยชาวบ้านร่วมกันแก้ไขปัญหาในรูปแบบที่ชาวบ้านเป็น &amp;lsquo;เจ้าของโครงการ&amp;rsquo; ไม่ใช่ &amp;lsquo;หน่วยงานรัฐทำให้&amp;rsquo; เหมือนที่ผ่านมา เช่น มีคณะทำงาน มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนซื้อที่ดินและสร้างบ้าน และร่วมกันบริหารโครงการ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงวันนี้....เวลาผ่านไป 15 ปี จาก 10 ชุมชนแรกทั่วประเทศที่ทำโครงการบ้านมั่นคง ปัจจุบันโครงการบ้านมั่นคงดำเนินการไปแล้ว รวม 74 จังหวัด 368 เมือง/เขต จำนวน 1,024 โครงการ รวม 2,134 ชุมชน ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวมทั้งหมด 104,709 ครัวเรือน..!!
คนจนคือ &amp;lsquo;พลัง&amp;rsquo; ร่วมสร้างเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่เป็นเสมือนแม่เหล็กยักษ์ที่ดึงดูดผู้คนให้มารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ยากไร้ ขาดแคลนปัจจัยการผลิต มีปัญหาหนี้สิน คนหนุ่มคนสาวที่หวังอนาคตที่ดีกว่า จึงละทิ้งท้องทุ่งมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อมาขายแรงงาน เป็นกรรมกร ลูกจ้าง ขับขี่รถโดยสาร ค้าขายเล็กน้อยๆ ขายอาหารริมถนน หาบเร่ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิเชียร แสงพลอย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงวิเชียร แสงพลอย ประธานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp;เขตจตุจักร วัย 73 ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่บากหน้าเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า ลุงวิเชียรเล่าย้อนอดีตว่า บ้านเดิมอยู่ที่ อ.ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ครอบครัวทำไร่ ทำนา แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่ดินทำกิน แต่ก็ไม่พอกิน เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ พอโตเป็นหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ ประมาณปี 2509 จึงเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ด้วยความรู้ระดับชั้นประถม จึงต้องมาทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ได้ค่าแรงวันละ 30 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พักอาศัย ตอนแรกก็เช่าบ้านอยู่แถวสะพานควาย พอดีมีคนรู้จักชักชวนให้มาปลูกบ้านอยู่แถวสวนผัก (ปัจจุบันอยู่เขตจตุจักร) ริมทางรถไฟสายเหนือ-อีสาน ด้านหลังติดกับคลองเปรมประชากร อยู่ไม่ไกลจากวัดเสมียนนารีมากนัก สมัยนั้นที่ดินแถบนั้นยังเป็นทุ่งนา เจ้าของที่ดินใจดี จึงให้ชาวบ้านปลูกบ้านพักอาศัยและเก็บค่าเช่าเดือนละ 20 บาทต่อครอบครัว ไฟฟ้าไม่มี ต้องต่อพวงจากภายนอกเข้ามา น้ำประปายังมาไม่ถึง ต้องใช้น้ำในคลองเปรมฯ และน้ำที่ขุดจากบ่อบาดาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงวิเชียรในวัยหนุ่มปลูกสร้างบ้านแบบง่ายๆ อาศัยไม้และสังกะสีที่เหลือจากงานก่อสร้างพอคุ้มแดดคุ้มฝนไปได้ และค่อยๆ ทยอยต่อเติมบ้านจนมั่นคงแข็งแรง ส่วนเพื่อนบ้านก็มีพื้นเพและสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ มาจากทั่วสารทิศ ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นกรรมกรก่อสร้าง เป็นลูกจ้างการรถไฟ โรงงานปูนซิเมนต์ สนามกอล์ฟ ฯลฯ รวมความแล้วก็คือเป็น &amp;lsquo;แรงงานราคาถูก&amp;rsquo; ที่ให้บริการแก่คนกรุงเทพฯ นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับคนจนเมืองในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนงานก่อสร้างบ้าน สร้างตึก สร้างถนน-สะพาน พนักงานบริการ ขายอาหารริมถนน รปภ. คนกวาดถนน เก็บขยะ ทำความสะอาดสำนักงาน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานดูดส้วม ฯลฯ ซึ่งต่างก็มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญก็คือ !! คนจนเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องอาศัยอยู่ในเมือง เพราะเป็นแหล่งงาน แหล่งรายได้ของพวกเขา ดังนั้นห้องเช่าราคาถูกที่เหมาะสมกับรายได้ รวมทั้งที่ดินเอกชนและที่ดินของรัฐที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงกลายเป็นแหล่งพักอาศัยของคนจนในเมือง
บ้านมั่นคงชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น มีเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากต่างประเทศเข้ามา วงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอยู่ในช่วงเฟื่องฟู มีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชนก็ขอเช่าที่ดินจากรัฐเพื่อนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เช่น ที่ดินของการรถไฟฯ ริมถนนรัชดาภิเษก ขณะที่ภาครัฐก็มีการสร้างทางด่วนในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เช่น ทางด่วนขั้นที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือ มีหลายสิบชุมชนในกรุงเทพฯ ถูกไล่รื้อเพื่อนำที่ดินมาพัฒนา เช่น ชุมชนทับแก้ว บริเวณบึงมักกะสัน เขตดินแดง ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟฯชาวบ้านเข้าไปบุกรุกที่ดินปลูกสร้างบ้านมานานหลายสิบปี ขณะที่บริษัท
ทางด่วนฯ ก็ต้องการพื้นที่มาสร้างทางขึ้น-ลง ชาวบ้านจึงโดนขับไล่ในช่วงปี 2532-2533, ชุมชนไผ่สิงห์โต เขตคลองเตย เนื่องจากรัฐบาลจัดการ ประชุมผู้นำธนาคารโลกที่ศูนย์สิริกิติ์ในปี 2534 จึงเกรงว่าจะเกิดภาพที่ไม่สวยงาม ชุมชนจึงถูกย้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ดินที่ลุงวิเชียรและเพื่อนบ้านอาศัยอยู่ในย่านจตุจักร มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ เป็นทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวก มีถนนใหม่ๆ ตัดผ่านหลายสาย (สถานี บขส.หรือหมอชิตใหม่กำลังจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่) จึงทำให้มีกระแสข่าวว่ามีนักลงทุนหลายรายจะขอซื้อที่ดินแปลงนี้ แต่ด้วยความใจบุญ กลัวว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน เจ้าของที่ดินจึงไม่ขายที่ดินออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านก็เริ่มตื่นตัว เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของที่ดินจะขายที่ดินในวันไหน จึงเริ่มรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในปี 2537 โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) สังกัดการเคหะแห่งชาติ เข้ามาให้คำแนะนำและความรู้ในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อเป็นกองทุนเตรียมพร้อมรองรับหากถูกไล่ที่ มีสมาชิกเริ่มต้น 28 ราย ออมเงินกันอย่างน้อยเดือนละ 100 บาท ใครมีมากก็ออมมากกว่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พอถึงปี 2542 ตอนนั้นสถานีหมอชิตใหม่ย้ายมาแล้ว มีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้จากเจ้าของ ราคา 65 ล้านบาท หรือประมาณตารางวาละ 30,000 บาท พวกเราก็ส่งตัวแทนไปคุยกับเจ้าของที่ดิน เจ้าของก็ถามว่าพวกเราจะมีเงินซื้อหรือ ? เพราะรู้ว่าชาวบ้านไม่มีเงินแน่ๆ แต่พวกเราก็บอกว่าตอนนี้มีเงินออมทรัพย์รวมกันประมาณ 1 ล้านบาทและจะหาเงินมาซื้อจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ลูกหลานก็เรียนและทำงานอยู่แถวนี้ ถ้าจะไปอยู่นอกเมืองก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่&amp;rdquo; ลุงวิเชียรเล่าย้อนเหตุการณ์ในครั้งนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เหมือนกับเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเจ้าของที่ดินใจบุญรายนั้น (นายมานะ เนตรสาริกา) ยอมขายที่ดินให้ชาวบ้านในราคาตารางวาละ 10,000 บาท แต่ชาวบ้านก็ยังขอต่อรองอีก จนเจ้าของใจอ่อนลดเหลือตารางวาละ 7,500 บาท รวมที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 35 ตารางวา ราคา 18 ล้านบาทเศษ โดยชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ เพื่อยื่นขอสินเชื่อจากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การมหาชน) และทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับเจ้าของในเดือนสิงหาคม 2543
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ดินชาวบ้านก็นำมาจัดสรรกันโดยการดำเนินการของสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ แบ่งที่ดินตามความต้องการและฐานะของครอบครัว ได้ทั้งหมด 83 แปลง (รวมชุมชนที่เดือดร้อนใกล้เคียง) ที่ดินมีขนาดตั้งแต่ 10-25 ตรว. ผ่อนส่งเดือนละ 1,100 -2,300 บาทตามขนาดที่ดิน ระยะเวลา 15 ปี&amp;nbsp;
10 โครงการนำร่องบ้านมั่นคง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี 2546 รัฐบาลในขณะนั้น มีนโยบายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย จึงอนุมัติโครงการบ้านมั่นคงนำร่องใน 10 ชุมชน ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ชุมชนนั้นด้วย ส่วนชุมชนอื่นๆ เช่น บ่อนไก่ กรุงเทพฯ, แหลมรุ่งเรือง จ.ระยอง, บุ่งคุก จ.อุตรดิตถ์, เก้าเส้ง จ.สงขลา ฯลฯ โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจำนวน 146 ล้านบาท เพื่อให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; นำไปสนับสนุนชุมชนในการพัฒนาสาธารณูปโภคและสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดิน-ก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ได้เริ่มกระบวนการบ้านมั่นคง โดย พอช.ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำการทำโครงการ มีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะกรรมการ มีการไปศึกษาดูงานชุมชนที่แก้ไขปัญหาไปแล้ว ร่วมกันสำรวจข้อมูลต่างๆ ในชุมชน จัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิก เช่น รูปแบบการพัฒนาชุมชน ร่วมกันออกแบบผังชุมชนใหม่ ออกแบบบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว และบ้านเดี่ยวสองชั้น ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงร่วมกันสร้างระบบสาธารณูปโภค มีไฟฟ้า น้ำประปา ท่อระบายน้ำและถนนในชุมชน 3 สาย กว้าง 4 เมตร โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,780,000 บาท ใช้แรงงานในชุมชนเป็นหลัก ส่วนการสร้างบ้าน ครอบครัวไหนที่มีความพร้อมก็ดำเนินการไปก่อน มีทั้งสร้างเอง&amp;nbsp;จ้างช่างมาสร้าง รวมทั้งการลงแรงช่วยกันก่อสร้าง ใช้วัสดุเก่าที่ยังใช้ได้ ทำให้ชาวบ้านประหยัดงบได้ไม่น้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถึงปี 2547 บ้านส่วนใหญ่ก็ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จ จากชุมชนที่เคยอยู่กันแบบ &amp;ldquo;ตามมีตามเกิด&amp;rdquo; ทางเดินเฉอะแฉะ เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้าใช้เอง จึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ !!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงวิเชียร ในฐานะประธานชุมชนเจริญชัยฯ กล่าวว่า จากสภาพเดิมของชุมชนเมื่อ 40-50 ปีก่อนยังเป็นทุ่งนา แต่ตอนนี้กลายเป็นย่านคมนาคม เพราะอยู่ใกล้สถานี บขส.หมอชิตใหม่ สถานีรถไฟบางซื่อ และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ทำให้ที่ดินในย่านนี้มีราคาสูงขึ้น เฉพาะที่ดินที่ชาวชุมชนอาศัยอยู่ 5 ไร่เศษ ตอนซื้อมาราคา 18 ล้านบาทเศษ (เจ้าของที่ดินลดราคาให้) ตอนนี้มีเอกชนมาขอซื้อราคา 200 ล้านบาทเพื่อทำโครงการพาณิชย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้ราคาสูงอย่างไรก็จะไม่ขาย เพราะเรารับปากกับเจ้าของที่ดินเอาไว้ว่าจะซื้อมาเพื่อทำที่อยู่อาศัยเท่านั้น พวกเรายังคิดกันเลยว่า หากเราไม่รวมตัวกันซื้อที่ดินและทำโครงการบ้านมั่นคงในตอนนั้น วันนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน จะกลับไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่มีที่ดินทำกิน อาจจะอยู่ในสลัมที่ไหนสักแห่ง หรือเช่าบ้านอยู่ตลอดชีวิต เพราะลำพังคนหาเช้ากินค่ำคงไม่มีเงินพอจะซื้อบ้านอยู่ ถ้าเราไม่รวมตัวกันและไม่มีโครงการบ้านมั่นคง พวกเราก็คงจะไม่ได้อยู่แบบวันนี้&amp;rdquo; ลุงวิเชียร&amp;nbsp;บอกความในใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมชาติ ภาระสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านที่มากกว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo;
สมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคง&amp;rsquo; เริ่มนำร่องทั่วประเทศในปี 2546 เพราะปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมืองเป็นปัญหาทางโครงสร้างของการพัฒนาประเทศที่ไม่สมดุล ระหว่างเมืองกับชนบท ดังนั้นคนที่ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ชนบทได้จึงต้องเข้ามาอาศัยในเมือง เพื่อเป็นพื้นที่ในการดำรงชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากจุดนี้จะเห็นว่าปัญหาทางโครงสร้างดังกล่าว ทำให้เกิดช่องว่าง เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งกลุ่มคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ ส่วนใหญ่จะเข้าไม่ถึงบริการพื้นฐานของรัฐ เนื่องจากเข้ามาเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐและเอกชน แล้วก็กลายเป็นผู้ที่ถูกเรียกว่า &amp;lsquo;ผู้บุกรุก&amp;rsquo; ดังนั้นโครงการบ้านมั่นคงที่เราเริ่มดำเนินการนำร่อง 10 เมืองทั่วประเทศ จึงเป็นการสร้างพื้นที่นวัตกรรมใหม่สำหรับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในเมือง&amp;rdquo; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.พอช. กล่าวด้วยว่า โครงการบ้านมั่นคงทำให้คนจนเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และที่สำคัญแรงงานนอกระบบเหล่านี้เป็นผู้สร้างประโยชน์ให้กับเมือง หากขาดแรงงานนอกระบบเหล่านี้ เมืองก็จะเจริญไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การสร้างบ้านมั่นคงไม่ใช่เป็นการสร้างเฉพาะ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการ &amp;ldquo;พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;rdquo; ของชาวชุมชนด้วย เช่น ที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ มีสหกรณ์เคหสถานฯ ซึ่งให้สมาชิกออมเงินตามหุ้นที่มีอยู่ หุ้นละ 10 บาท คนหนึ่งไม่เกิน 20 หุ้น มีสมาชิกทั้งหมด 160 คน ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท สมาชิกกู้ยืม ได้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน ผ่อนชำระภายใน 60 งวด ถือว่าเป็น &amp;lsquo;ธนาคาร&amp;rsquo; ของชาวบ้าน เพราะนอกจากจะสร้างวินัยในการออมแล้ว ยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในยามที่เดือดร้อนจำเป็น ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 บาทต่อเดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ชุมชนเจริญชัยฯ ยังมีกิจกรรมการพัฒนาชุมชนต่างๆ ที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน เช่น การคัดแยกขยะ นำขยะเปียกไปทำปุ๋ย ใส่ต้นไม้ในชุมชน ขยะรีไซเคิ้ลเอาไปขายเป็นกองทุนพัฒนาชุมชน ชุมชนจึงดูสะอาดสวยงาม มีศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติด โดยมีชาวบ้านในชุมชนเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวัง มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อ &amp;nbsp;ป้องกันปัญหายาเสพติด ฯลฯ ทำให้ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่เป็นสถานศึกษาดูงานของชุมชนและหน่วยงานรัฐต่างๆ ทั้งในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
TDRI ชูบ้านมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo; พัฒนาสังคมให้น่าอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานของทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 102 เดือนเมษายน 2557 เรื่อง &amp;ldquo;การประเมินมูลค่าที่เกิดจากโครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดย ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ ได้คัดเลือกชุมชนบ้านมั่นคงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 16 ชุมชน (รวมทั้งชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่) มีครัวเรือนที่เป็นตัวอย่างในการสารวจ 745 ครัวเรือน พบว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดขนาดใหญ่โดยสร้างความมั่นคงใน &amp;ldquo;ที่ดินและที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; ให้แก่ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด โครงการนี้ใช้แนวทางการดาเนินการแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยแบบเดิมซึ่งหน่วยงานรัฐเป็นผู้จัดทาโครงการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวคือ (1) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรวมตัวและมีส่วนร่วมในการดาเนินโครงการตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้น ได้แก่ การสารวจข้อมูล การเลือกชุมชนนาร่อง การเลือกวิธีปรับปรุงชุมชน การจัดหาที่ดิน การออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย การออกแบบบ้าน การออกแบบชุมชน การก่อสร้าง ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;(2) รูปแบบและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของแต่ละชุมชนมีความหลากหลายและแตกต่างกันตามสภาพปัญหา ความต้องการของสมาชิกในชุมชน และข้อจากัดด้านต่างๆ (โดยเฉพาะด้านกายภาพและเจ้าของที่ดิน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ (3) เน้นการแก้ปัญหาชุมชนแออัดทั้งเมือง โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงบางจุดหรือบางพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีประโยชน์ทางอ้อมทั้งทางเศรษฐกิจและมิใช่ทางเศรษฐกิจ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ โครงการบ้านมั่นคงทาให้ครัวเรือนมีรายจ่ายลดลง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ประหยัด เพราะไม่ต้องพ่วงจากมิเตอร์บ้านที่มีทะเบียนบ้าน และมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะครัวเรือนมีการผ่อนส่งบ้านให้แก่สหกรณ์จึงต้องขวนขวายหารายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายของครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักฐานทางสถิติยืนยัน ได้แก่ เด็กนักเรียนใช้เวลาเรียนหนังสือมากขึ้น นอกจากนี้การที่ชุมชนมีการจัดการที่ดีขึ้น มลพิษลดลง และสภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น อาจทาให้สุขภาพของคนในชุมชนดีขึ้น โอกาสเกิดอัคคีภัยลดลง คนในชุมชนมีความภูมิใจที่มีบ้านที่น่าอยู่ในชุมชนที่สวยงาม และสามารถเปิดประตูเชื้อเชิญญาติและเพื่อนฝูงมาที่บ้านได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลประโยชน์ที่สาคัญที่สุดในด้านการปกครองก็คือ ประชาชนในชุมชนเปลี่ยนฐานะจาก &amp;ldquo;ผู้บุกรุกที่ทาผิดกฎหมาย&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;พลเมืองที่มีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; ข้าราชการให้เกียรติ ให้ข่าวสาร ข้อมูล และให้ความร่วมมือกับงานพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประโยชน์ทางสังคมที่สาคัญก็คือ ทุนทางสังคม (Social Capital) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มในโครงการบ้านมั่นคง ทาให้คนในชุมชนไว้วางใจกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสาหรับการดาเนินโครงการบ้านมั่นคงต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ โครงการบ้านมั่นคงก่อให้เกิดผลประโยชน์สุทธิเป็นบวกต่อสังคม ประกอบด้วย ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สามารถวัดได้ (โดยเฉพาะการที่คนจนเมืองมีทรัพย์สินเป็นของตน มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ซึ่งย่อมมีส่วนลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมต่อสังคม ซึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน เช่น เด็กมีแนวโน้มใช้เวลากับการเรียนมากขึ้น อาชญากรรมและยาเสพติดในชุมชนลดลง ลาพังเพียงประโยชน์ดังกล่าวก็เพียงพอที่รัฐสมควรเพิ่มเงินอุดหนุนโครงการบ้านมั่นคง (แม้ว่าโครงการในกรุงเทพฯ มีมูลค่าปัจจุบันของประโยชน์สุทธิติดลบ เพราะค่าเสียโอกาสของที่ดินสูงมาก)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากคานึงถึงข้อเท็จจริงว่าถ้าไม่มีโครงการบ้านมั่นคง สภาพชุมชนเป็นชุมชนแออัด เด็กในชุมชนจะไม่มีอนาคต ชุมชนแออัดเหล่านี้จะสร้างปัญหาต่างๆ ต่อชุมชนรอบข้าง เช่น ยาเสพติด ปัญหาโจรผู้ร้าย ดังนั้น เงินอุดหนุนโครงการบ้านมั่นคงเป็นการแก้ไขทั้งปัญหาคนจนเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคมให้น่าอยู่...&amp;rdquo; รายงานดังกล่าวระบุ (ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://tdri.or.th/wp-content/uploads/2014/05/wb102.pdf)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6612</URL_LINK>
                <HASHTAG>TDRI, กรุงเทพฯ, การพัฒนาคุณภาพชีวิต, ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่, บ้านมั่นคง, พอช., พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, มานะ เนตรสาริกา, วิเชียร แสงพลอย, สมชาติ ภาระสุวรรณ, สร้างเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานราคาถูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac7674daab87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช.สัมพันธ์สัญจร ครั้งที่ 1 เยือนอุทัยธานี โชว์ความสำเร็จ โมเดลงานพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนนำทีมลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ตามโครงการ&amp;ldquo;พช.&amp;rdquo; สัมพันธ์สัญจร ครั้งที่ 1 โชว์ความสำเร็จ โมเดลงานพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ในพื้นที่แอ่งเล็ก พัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16-18 มีนาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp; กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยนายสมหวัง พ่วงบางโพและนายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนนำทีมเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ตามโครงการ &amp;ldquo;พช.สัมพันธ์สัญจร ครั้งที่ 1&amp;rdquo;เพื่อศึกษาความสำเร็จของชุมชนที่เป็นพื้นที่แอ่งเล็ก ที่กรมการพัฒนาชุมชนเข้าไปสนับสนุน จนทำให้พื้นที่เหล่านั้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;จุดแรกที่เดินทางมาคือที่บ้านท่าโพ ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี เป็นชุมชนที่เข้มแข็งโดยใช้การอนุรักษ์วัฒนธรรมเป็นตัวนำ มีการฟื้นฟูการประกอบสำรับอาหารคาวหวานไทยโบราณซึ่งหารับประทานได้ยากและเพลงพื้นบ้านท่าโพขึ้นมาใหม่ บ้านท่าโพได้รับการส่งเสริมด้านสัมมาชีพจากกรมการพัฒนาชุมชนทั้งเรื่องทำผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ การสร้างอาชีพต่างๆ เช่นการเพาะเห็ด การปลูกผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;


แทงสล็อต &amp;nbsp;การฝึกอาชีพนวดแผนไทยให้กลุ่มแม่บ้านสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว การได้รับรถไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp; ตลอดจนการให้การสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาให้บ้านท่าโพเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวของชุมชน และล่าสุด บ้านท่าโพเป็นตัวแทนอำเภอในการเข้าประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ขับเคลื่อนหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว&amp;rdquo;ที่จัดขึ้นว่า ชุมชนบ้านท่าโพ เป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องอาหารและเพลงพื้นบ้านมาเป็นตัวนำ จนทำให้ชุมชนมีเอกลักษณ์และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยือน&amp;nbsp; สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยที่ไม่ขัดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ชาวบ้านเกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางที่พื้นที่อื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน&amp;nbsp; ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนเองพร้อมที่จะสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ที่มีความพร้อมมีการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ถัดมา ไปยังศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น​​​​​​​ บ้านห้วยหนามตะเข้ ตำบลบ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ชมแปลงปลูกผักกูดจากการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เสริมสร้างรายได้ระดับเงินแสน พร้อมพูดคุยกับผู้นำชุมชน เรื่อง &amp;ldquo;ผักกูด&amp;rdquo;เฟิร์นกินได้&amp;nbsp; สร้างชีวิต และชมการเลี้ยงตัว &amp;ldquo;อ้น&amp;rdquo;สัตว์เศรษฐกิจ ประเภทสัตว์น่ารักเพื่อการอนุรักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับบ้านห้วยหนามตะเข้ เป็นพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบของการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp; เน้นการทำเกษตรอินทรีย์บริสุทธิ์ มีการทำฟาร์มผักกูด การปลูกพืชผักสวนครัว อีกทั้งยังมีการเลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงตัวอ้น ซึ่งล้วนแล้วเป็นสัตว์เศรษฐกิจทั้งนั้น จนทำให้ชาวบ้านที่นี่มีความมั่นคงในเรื่องของรายได้ ฟาร์มผักกูดของบ้านห้วยหนามตะเข้ เป็นผักที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด เก็บยอดจำหน่ายได้ทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;จากนั้น เดินทางไปชม &amp;ldquo;สวนป่าครอบครัว&amp;rdquo; โครงการที่เกิดจากความร่วมมือแบบบูรณการจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชน เพื่อร่วมกันขยายความคิด&amp;nbsp;เกี่ยวกับการปลูกป่ายุคใหม่ว่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปและการปลูกป่าดังกล่าวให้ประโยชน์กับผู้คนมากมาย หากมีการขยายผลแนวคิดดังกล่าวไปในพื้นที่อื่นๆ จะเป็นการช่วยเรื่องการอนุรักษ์ป่า การสร้างรายได้ให้ประชาชน ตลอดจนสุขภาพปลอดภัย มีความยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ทั้งนี้ สวนป่าครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่กรมการพัฒนาชุมชนเข้ามาสนับสนุน ตามโครงการ &amp;ldquo;อุทัยธานี เมืองสมุนไพร&amp;rdquo; มีการจัดทำเมืองสมุนไพรอินทรีย์ แนวเขตป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งจังหวัดอุทัยธานี ,การจัดทำธนาคารพันธุกรรมพืชป่าครอบครัว ฯลฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีกิจกรรมการเดินทางไป&amp;ldquo;ตลาดวัฒนธรรมบ้านไฮ่บ้านเฮา&amp;rdquo; ตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ปลอดสารและงานฝีมือที่สะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ร่วมกันนำของดีของชาวชุมชนบ้านไร่มาให้นักท่องเที่ยวได้ ชม ชิม ช้อปเต็มอิ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ให้สัมภาษณ์ภายหลัง พาคณะสื่อมวลชนเดินทางไปชม&amp;ldquo;ตลาดวัฒนธรรมบ้านไฮ่บ้านเฮา&amp;rdquo; ว่า ตลาดบ้านไฮ่ บ้านเฮาหรือตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้&amp;nbsp; เป็นตลาดที่เกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าได้ทีสถานที่จำหน่าย&amp;nbsp; ซึ่งดำเนินมาระยะหนึ่งแล้วและถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทำให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตมีรายได้เพิ่ม ในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชนนั้นได้ดูแลให้สินค้าที่มาจำหน่ายมีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ และทำให้ตลาดเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โมเดลความสำเร็จดังกล่าว เป็นตัวอย่างจากการทำงานของกรมการพัฒนาชุมชนที่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สร้างรายได้ และทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, สมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, สัมพันธ์สัญจร, อุทัยธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1dc29d4cbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
