<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;เร่งพัฒนาท่าเรือรองรับการท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) ครั้งที่ 1/2564 วันที่ 13 ก.ย. โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมรับทราบสถานะ Flagship 5 โครงการสำคัญ กระทรวงคมนาคม พร้อมทั้ง มีข้อสั่งการให้ดำเนินการ ขับเคลื่อนอย่างรอบคอบ เข้มแข็งให้เป็นไปตามแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลอย่างเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 โครงการสำคัญ คือ 1. โครงการศึกษาวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมทุนการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ &amp;nbsp;อ.เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี 2.โครงการวางแผนแม่บทเพื่อพัฒนาท่าเรือ สำรวจออกแบบ Cruise Terminal ฝั่งอันดามัน 3. โครงการศึกษาสำรวจออกแบบท่าเรือต้นทาง สำหรับ Cruise Terminal อ่าวไทยตอนบน 4.โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวและบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือเพื่อความปลอดภัยที่ท่าเทียบเรือฯ ปากคลองจิหลาด จ.กระบี่ 5.โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวและบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือเพื่อความปลอดภัยที่ท่าเทียบเรือฯ ท้องศาลา และท่าเทียบเรือหาดริ้น อ.เกาะพงัน สุราษฏร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ได้ร่วมแก้ปัญหากับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ดำเนินการในเรื่องการควบคุมเรือสำราญและกีฬา (เรือยอร์ช) ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รวมถึงบูรณาแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน สุราษฎร์ธานี ได้รื้อถอน 465 ขนำ สามารถส่งคืนพื้นที่ อ่าวบ้านดอน กว่า 2000,000 ไร่ อ.เมืองสุราษฏร์ฯ 28,265 ไร่ อ.กาญจนดิษฐ์ 23,378 ไร่ อ.ท่าฉาง (23,457 ไร่) อ.ไชยา 8,164 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้แก้ไขปัญหาการใช้ร่องน้ำเดินเรือในทะเลสาบสงขลา ,ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หารือร่วมหลายฝ่ายและสำรวจเปิดร่องน้ำสัญจรเร่งด่วน 2 ครั้ง แก้ไขปัญหาระหว่างประมงพื้นบ้านกับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้จัดทำแนวทางแก้ไขปัญหากระทบต่อโครงการฯ ระยะที่ 3 แล้ว เกี่ยวกับการเรียกร้องการเยียวยาประมงพื้นบ้าน และนำเป็นโมเดลเยียวยาให้กับชาวประมงต่อไป และการบูรณาการให้ความช่วยเหลือกรณีเรือสันทัดสมุทรอับปาง บริเวณเกาะสมุย ขณะนี้ได้ดำเนินการเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116572</URL_LINK>
                <HASHTAG>Flagship 5, ท่องเที่ยว, พัฒนาท่าเรือ, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8923614e82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อธิรัฐ”สั่ง จท.ปรับปรุงท่าเรือโดยสารเทียบเท่าสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและจากมอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า (จท.) และลงพื้นที่ท่าเรือสาทรว่า ได้สั่งการให้ จท. ไปปรับปรุง พัฒนา และสร้างท่าเรือโดยสาร เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในการเดินทางพร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น เพื่อแก้ไขปัญหารถติดในเมืองหลวง โดยตั้งเป้าพัฒนาท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ทัดเทียมกับสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะท่าเรือติดรถไฟฟ้าสายต่างๆ โดยในเบื้องต้น จะนำร่องพัฒนาท่าเรือสาทร ก่อนจะขยายไปยังท่าเรืออื่นต่อไป ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นท่าเรือระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ใช้งบประมาณในการปรับปรุง 14 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แผนของ จท.นั้น ได้ดำเนินการปรับปรุงท่าเรือทั้งสิ้น 19 ท่าเรือ วงเงินรวม 800 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่าเรือสาทรนั้น ถือเป็นท่าเรือที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทย และต่างชาติ เนื่องจากพื้นที่บริเวณโดยรอบท่าเรือสาทร ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพ ซึ่งแนวทางในการดำเนินการนั้น จะพัฒนาเป็นท่าเรือปิด เช่นเดียวกับสถานีรถไฟ สนามบินในต่างประเทศ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในท่าเรือ เช่น E-Ticket จอ LED แสดงตารางเรือ ร้านค้าสะดวกซื้อ ระบบรองรับเด็กและผู้พิการ เป็นต้น โดยในปัจจุบันท่าเรือสาทรมีผู้โดยสารประมาณ 50,000 คนต่อวัน และในช่วงเทศกาลมีผู้โดยสารกว่า 100,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าหากสามารถพัฒนาท่าเรือสาทร ที่ได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในปี 2563 จากเดิมกำหนดไว้ภายในปี 2564 นั้น คาดว่าจะผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมตั้งใจจะพัฒนาท่าเรือทั้งหมดให้มีความอินเตอร์มากขึ้น โดยเฉพาะที่ท่าเรือสาทรให้เป็นต้นแบบก่อน เป็นการแบ่งเบาการเดินทางทางบก กับทางราง และลดการจราจรแออัด ที่สำคัญ คือ เรื่องของความปลอดภัย ใครจะลงเรือ ถึงจะเข้ามาที่ท่าเรือได้ &amp;nbsp;เพราะถ้ามีความปลอดภัย คนจะหันมาใช้การเดินทางทางเรือมากขึ้นโดยอัตโนมัติ&amp;rdquo; นายอธิรัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณท่าเรือสาทรนั้น เตรียมขยายพื้นที่ในการขายสินค้า รวมถึงเตรียมเจรจากับกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ในการขอพื้นที่ระหว่างทางเดินเข้าท่าเรือ เพื่อดึงดูดให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้ จท. สามารถหารายได้เชิงพาณิชย์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภารกิจที่ จท. จะต้องเร่งดำเนินการ คือ การจัดระเบียบท่าเรือ มาตรฐานเรือ และส่งรุกล้ำลำน้ำที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้อง โดยเฉพาะในเส้นทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเน้นย้ำให้การบังคับใช้กฎหมายที่จะต้องมีการเข้มงวดมากที่สุด หลังจากนี้ จท. จะต้องไปเจรจาและขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการเอกชน โดยกำหนดกรอบให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ จท. ไปสำรวจพื้นที่ และเร่งขุดลอกคูคลองในแม่น้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากส่งผลกระทบอย่างหนักกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ จะประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวต่ออีกว่า จากนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่จะพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำจากท่าเรือท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบัง ถือเป็นอีหนึ่งนโยบายเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์ให้มีการลดต้นทุน รวมถึงลดปริมาณรถบรรทุกจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร หรือการแก้ปัญหาการจราจรแออัดบริเวณถนนพระราม 2 อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ จท. ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว และได้รับรายงานล่าสุดว่า มีเอกชนสนใจหลายรายที่จะเข้ามาดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42768</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาท่าเรือ, มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า (จท.), รมช.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47ee84591e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
