<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯทดสอบเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ชาวบ้านตะโกน​เชียร์&#039;รักลุงตู่ รักตลอดไป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถานีบีทีเอส ห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต- สะพานใหม่- คูคต ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างงานเสร็จเพิ่มเติมอีก 4 สถานี (สถานีกรมป่าไม้-สถานีบางบัว-สถานีกรมทหารราบที่ 11-สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ) ระยะทางรวม 4.2 กิโลเมตร ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย่างเป็นทางการในเวลา 13.30 น.วันเดียวกันนี้ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ร่วมทดสอบความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่มาถึง​ นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการ ที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว ก่อนกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า คงเกิดประโยชน์ในเรื่องการสัญจรไปมาของประชาชนโดยเฉพาะในเขตกทม. วันนี้เราต้องแก้ไขและพัฒนาหลายเรื่องด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการขนส่งมวลชนเพื่อให้การเดินทางสะดวกไม่ติดปัญหาจราจร ซึ่งประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วก็ดำเนินการแบบนี้ทั้งโลก​ การลงทุนภาครัฐเอกชนร่วมมือกันเพื่อลดทอนค่าใช้จ่าย​ เชื่อว่าทุกคนก็รักประเทศชาติ​ สิ่งสำคัญที่สุดของการมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นโครงการเขตลาดพร้าวสายแรก ตั้งแต่ปี 2542 โดยรัชกาลที่ 9 ได้ทรงดำริไว้ และได้มีการพัฒนามาตามลำดับในหลายเส้นทางและหลายปีที่ผ่านมาเราก็ได้ทำเพิ่มหลายเส้นทางสิ่งสำคัญไม่ใช่สายใครสายมัน แต่ต้องมีเชื่อมต่อ รัฐบาลนี้พยายามทำในทุกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่พอประชาชนมีหลายระดับมีความแตกต่างรายได้ในเรื่องของรถเมล์โดยสารรัฐบาลนี้กำลังหาวิธีการปรับปรุงระบบการให้บริการของขสมก.ให้ดีขึ้น หลายๆเรื่องต้องมีการฟื้นฟูพัฒนา เพียงขอความร่วมมือและร่วมใจในการทำงานการลงทุน​ ซึ่งจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใส​ ไม่สร้างภาระให้ประชาชนโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ระบบขนส่งขั้นพื้นฐานมีการแบ่งแยก​ แต่ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกชนชั้น​ แต่เป็นการแบ่งแยกตามความสามารถของผู้ใช้บริการขอให้คิดอย่างนี้​ อย่าคิดแต่ว่ารัฐบาลมุ่งหวังการลงทุน แต่ถ้าไม่เกิดการลงทุนแล้วจะเกิดการบริการแบบนี้ได้หรือไม่ แต่ระบบขนส่งจะต้องเชื่อมโยงสถานศึกษา ชุมชน ศูนย์การค้า เป้าหมายคือให้คนไทยได้ประโยชน์จากการขนส่ง ทั้งการใช้รถใช้ถนน วันนี้ขอให้ช่วยกัน​พูดในทางที่สอดคล้องและถูกต้อง ใครจะพูดอะไรต้องฟังหมด แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็จะเลือกฟัง ต้องขอบคณะรัฐมนตรี(ครม.) และผู้ประกอบการในการดำเนินการทั้งหมด วันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีขึ้นในบ้านเมืองเราต้องคิดว่ามีสิ่งที่ดีขึ้นมากกว่าสิ่งไม่ดี ส่วนไหนไม่ดีก็แก้กันไป ส่วนไหนที่ดีก็ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ บนพื้นฐานความเข้าใจ ความโปร่งใส ไม่มีทุจริต และมีประสิทธิภาพนั่นคือหลักการของรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางโดยขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ โดยเมื่อมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ นายกฯ ได้กดแตร 3 ครั้ง ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารบีทีเอส จากนั้นก่อนเดินทางกลับได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งพร้อมกับนักเรียนมาต้อนรับและตะโกนว่า &amp;quot;รักลุงตู่ รักตลอดไป&amp;quot;ขณะที่นายกฯ ตะโกนตอบกลับ &amp;quot;รักทุกคน&amp;quot;ก่อนออกเดินทางไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพหลโยธินและ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 % ถึงสถานีคูคตภายในสิ้นปี 63&amp;nbsp; โดยให้บริการฟรี ไม่เก็บค่าโดยสาร ในช่วงทดลองระบบนี้ สำหรับการกำหนดอัตราค่าโดยสาร อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ซึ่งเบื้องต้นกำหนดเพดานค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท และเน้นมาตรการป้องกันโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67872</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ, รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9bfbc601c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ‘กทม.’โล่งอากาศเย็นช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประกาศแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ผุดมาตรการป้องกันลดการเกิดมลพิษจากต้นทาง สั่ง มท.-ผู้ว่าฯ กทม.-ผวจ.ใช้ระบบบริหารแบบเบ็ดเสร็จงัด กม.คุมเข้ม เผยแก้ปัญหาระยะยาวพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ชาวกรุงได้หายใจโล่งอีก 3 วัน &amp;nbsp;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เผย 28 ม.ค.-3 ก.พ.นี้มวลอากาศเย็นช่วยฝุ่นพิษลดจำนวนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยกรณีฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ออกมาตรการและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทางหรือแหล่งกำเนิด และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ เครื่องมือ และกลไกการบริหารจัดการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และอื่นๆ ทั้งหมดถูกกำหนดอยู่ในแผนปฏิบัติการระยะสั้นและระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Single Command ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด ในการกำกับดูแลควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ทั้งจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง โดยให้รายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อรายงานให้รัฐบาลทราบเป็นประจำทุกวันถึงผลการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติรายกิจกรรม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลมีแผนเร่งการพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงกันทุกระบบ การปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ รวมถึงรถโดยสารสาธารณะ การปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับกำชับให้หน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นตามแผนงานที่กำหนดหรือให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า สำหรับภาคการเกษตรจะมีการรณรงค์ให้ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตร เพื่อไม่ให้มีการเผา และส่งเสริมเกษตรกรที่ไม่ใช้วิธีการเผา การปรับเปลี่ยนร่องการปลูกพืชการเกษตรให้สามารถใช้เครื่องมือได้ โดยเฉพาะอ้อย โรงงานเอกชนต้องร่วมมือกันจัดหาเครื่องจักรที่มีราคาถูกให้ประชาชนและเกษตรกรใช้ได้ นอกเหนือจากการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับภาคอุตสาหกรรม จะมีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และกำกับดูแลควบคุมการระบายมลพิษอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ด้านสาธารณสุขจะมีการเปิดคลินิกมลพิษเพื่อรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง มีการขอความร่วมมือจัด &amp;quot;ห้องสะอาด&amp;quot; หรือ clean room ตามศูนย์เด็กเล็ก บ้านพักคนชรา และโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมไปถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงสุขภาพด้วยตนเอง พร้อมทั้งจัดทำแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายนี้ผมขอเรียนว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมทั้งการสั่งการต่างๆ ทั้งในเรื่องของไวรัสโคโรนาและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นเอกภาพ โดยผมจะกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการของทุกกระทรวงรายกิจกรรมเพื่อสั่งการเพิ่มเติมได้ทันที จากมาตรฐานตามกฎหมายที่กำหนดไว้เดิม เมื่อจำเป็นโดยต้องร่วมกันแก้ไขทุกปัญหาของประเทศให้เป็นไปในทางเดียวกัน ตามหลักสากลอย่างเข้มงวดและปฏิบัติได้จริง&amp;quot; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องสุทัศน์ 1 ศาลาว่าการ กทม.(เสาชิงช้า) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม., นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ นาลา รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันแถลงผลการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม.ว่า ในวันศุกร์ที่ 31 ม.ค.นี้จะมีการประชุมกันอีกครั้ง ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.จะประกาศแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่น ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะแรก ค่าฝุ่นต่ำกว่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ทุกหน่วยงานจะปฏิบัติตามมาตรการ ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครยังคงฉีดล้างทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศและต้นไม้อย่างต่อเนื่อง ระยะที่ 2 ค่าฝุ่น 51-75 มคก./ลบ.ม. จะยกระดับมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น ระยะที่ 3 ค่าฝุ่น 76-100 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประกาศแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่นอย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;โดยแผนปฏิบัติการรับมือฝุ่นเบื้องต้นจะมี 4 หัวข้อในการควบคุม คือ 1.ควบคุมรถยนต์ 2.ควบคุมโรงงาน 3.ควบคุมการเผาไหม้ และ 4.ควบคุมการก่อสร้าง รวมทั้งจัดทำแผนการปิดการเรียนการสอนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตลอดจนร่วมกันออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนดูแลตัวเองเมื่อค่าฝุ่นถึงขั้นวิกฤติ และระยะที่ 4 ค่าฝุ่น 100 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค.-3 ก.พ. มวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมาจะพัดเข้ามาปกคลุมที่ภาคตะวันออกรวมทั้งอ่าวไทย ทำให้เกิดลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่านเข้ามา จึงมีลมพัดแรงในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มลภาวะฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าฝุ่นละอองจะหายไปอย่างต่อเนื่อง ต้องมีมาตรการต่างๆ ให้ลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เกียรติพงษ์กล่าวว่า บช.น.โดย บก.จร.ได้ดำเนินการป้องกันฝุ่น PM2.5. โดยร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กรมการขนส่งทางบก และ กทม.ตั้งด่านตรวจจับควันดำจำนวน 33 จุด สลับหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน โดยสถิติการตรวจจับรถที่มีควันดำตั้งแต่ปี 2562 สามารถตรวจจับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานได้รวม 140,000 ราย ส่วนในปี 2563 เฉพาะเดือน ม.ค.สามารถตรวจจับได้แล้วกว่า 1 หมื่นราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ได้ติดตามและเข้าแก้ไขสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ต่างๆ &amp;nbsp;และการรณรงค์ ซึ่งขณะนี้สภาพอากาศในจังหวัดลำปาง, น่าน, แพร่, พะเยา และตากเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55652</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ปัญหามลพิษฝุ่นละออง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ, ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef41951529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
